Font size
WorksheetsPre-test มัทนะพาธา By ArisaraTNP
Total questions: 16
Worksheet time: 15mins
ใครคือผู้แต่ง บทละครพูดคำฉันท์ เรื่อง มัทนะพาธา
เจ้าพระยาพระคลัง(หน)
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (ร.๒)
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.๖)
น.ม.ส.
คำว่า “มัทนา” แปลความได้ว่าอย่างไร
กุหลาบ
การผูกมัด
ความลุ่มหลงหรือความรัก
ยาพิษ
ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับ บทละครพูดคำฉันท์ เรื่อง มัทนะพาธา
วรรณคดีสโมสรยกย่องให้เป็นยอดของบทละครพูดคำฉันท์
แบ่งเป็น ๒ ภาค คือ ภาคสวรรค์และภาคปัจจุบัน
สอดแทรกเนื้อหาตำราพิชัยสงคราม
จบแบบสุขนาฏกรรม
คำในข้อใด มีความหมายว่าดอกกุหลาบ
มัทนา
ไวกูณฐ์
ดนุ
กุพฺชกะ
บทละครพูดคำฉันท์ เรื่อง มัทนะพาธา ประกอบไปด้วยคำประพันธ์ประเภทใดบ้าง
กาพย์ ๓ ชนิด และฉันท์ ๒๑ ชนิด
กาพย์ ๓ ชนิด และโคลง ๒๑ ชนิด
กาพย์ ๒ ชนิด และฉันท์ ๒๐ ชนิด
กาพย์ ๓ ชนิด และร่าย ๒ ชนิด
บทละครพูดคำฉันท์ เรื่อง มัทนะพาธา มีลักษณะเป็นบทละครพูดคำฉันท์ จำนวนกี่องก์ และแบ่งเป็นกี่ภาค ได้แก่ภาคอะไรบ้าง
บทละครพูดคำฉันท์ จำนวน ๓ องก์ และแบ่งเป็น ๓ ภาค ได้แก่ ภาคสวรรค์ ภาคมนุษย์ และภาคบาดาล
บทละครพูดคำฉันท์ จำนวน ๔ องก์ และแบ่งเป็น ๒ ภาค ได้แก่ ภาคสวรรค์ และภาคมนุษย์
บทละครพูดคำฉันท์ จำนวน ๕ องก์ และแบ่งเป็น ๒ ภาค ได้แก่ ภาคสวรรค์ และภาคพื้นดิน
บทละครพูดคำฉันท์ จำนวน ๖ องก์ และแบ่งเป็น ๓ ภาค ได้แก่ ภาคสวรรค์ ภาคอากาศ และภาคพื้นดิน
ข้อใดคือแนวคิดของเรื่อง บทละครพูดคำฉันท์ เรื่อง มัทนะพาธา
สงครามกับความรัก
ความลุ่มหลง เจ็บปวด และทุกข์ระทมเพราะความรัก
การชิงสุกก่อนห่าม
รักแท้แพ้ไม่รัก
“อันชายประกาศวะระประทาน ประดิพัทธะแด่หญิง
หญิงควรจะเปรมกะมะละยิ่ง ผิวะจิตจะตอบรัก
แต่หากฤดี บ อภิรมย์ จะเฉลยฉะนั้นจัก
เป็นปดและลางบุรุษะรัก ก็จะหลงระเริงไป”
(ถอดความได้ว่า : การที่ชายบอกว่ารักหญิง หญิงควรยินดีและตอบรับ แต่หากไม่รักแล้ว การจะตอบรับรักนั้นถือเป็นการโกหกให้ฝ่ายชายหลงดีใจ)
ข้อใดสอดคล้องกับคำประพันธ์นี้
ปฏิเสธความรักของอีกฝ่าย
ปฏิเสธที่จะบอกความในใจ
ปฏิเสธที่จะบอกความจริง
ปฏิเสธคำสัญญา
คำประพันธ์ในข้อใดสื่อถึงการให้คำมั่นสัญญา
อันพี่สิบุญแล้ว ก็เผอิญประสบสุรี
และรักสมัครมี มนะมุ่งทะนุถนอม
ขอโฉมเฉลาปลง พระฤดีประนีประนอม
รับรักและยินยอม ดนุรักสมัครสมาน
“หม่อมฉันนี้เป็นผู้ถือ สัจจาหนึ่งคือ
ว่าแม้จะรักจริงใจ
ถึงแม้จะเป็นชายใด ขอสมพาศไซร้
ก็จะมิยอมพร้อมจิต”
ข้อใดกล่าวถูกต้อง
การวางตัวเป็นกุลสตรี
เป็นตัวอย่างหญิงไทยในด้านการวางตัว
ไม่หลงใหลในคำยกยอของชายหนุ่ม
มีความเย่อหยิ่งในศักดิ์ศรี มีจิตใจมั่นคง ไม่รักไม่หลอกลวงให้ฝ่ายชายเข้าใจผิด
“เวทมนตร์นั้นเขาอาจมี จริงอยู่พอที่
จะเรียกเอาใครใครมา;
แต่จะบังคับหัทยา ให้รักนั้นข้า
ยังนึกระแวงแคลงนัก”
ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับบทประพันธ์ข้างต้น
ความรักสำคัญที่ใจ
รักแล้วก็ยากที่จะตัดใจ
ความรักนั้นยากที่จะบังคับกันได้
เวทมนตร์คาถาเรียกให้คนมาหาได้
“ความรักเหมือนโรคา บันดาลตามืดมน
ไม่ยินและไม่ยล อุปสัคคะใดใด
ความรักเหมือนโคถึก กำลังคึกผิขังไว้
ก็โลดจากคอกไป บ่ยอมอยู่ ณ ที่ขัง
ถึงหากจะผูกไว้ ก็ดึงไปด้วยกำลัง
ยิ่งห้ามก็ยิ่งคลั่ง บ่หวนคิดถึงเจ็บกาย”
จากคำประพันธ์ข้างต้น ใครพูดกับใคร
ฤษีกาละวินพูดถึงความรักของมัทนากับสุเทศน์
ฤษีกาละวินพูดถึงความรักของมัทนากับสุภา
ฤษีกาละวินพูดถึงความรักของมัทนากับตนเอง
ฤษีกาละวินพูดถึงความรักของมัทนากับชัยเสน
“ไม้เรียกผะกากุพฺ- ชะกะสีอรุณแสง
ปานแก้มแฉล้มแดง ดรุณี ณ ยามอาย;
ดอกใหญ่และเกสร สุวคนธะมากมาย,
อยู่ทน บ วางวาย มธุสขจรไกล”
ข้อใดเป็นรสวรรณคดีของบทประพันธ์ข้างต้น
เสาวรจนี
นารีปราโมทย์
พิโรธวาทัง
สัลลาปังคพิไสย
“งามผิวประไพผ่อง กะละทาบสุภาสุพรรณ
งามแก้มแฉล้มฉัน พระอรุณแอร่มละลาน.”
ข้อใดใช้ภาพพจน์ต่างจากคำประพันธ์ข้างต้น
ปานแก้มแฉล้มแดง ดรุณี ณ ยามอาย
อีกทั้งสะพรั่งหนาม ดุจะเข็มประดับไว้
นางใดจะมีเทียบ มะทะนา ณ ฟ้า ณ ดิน
ซ้ำไพเราะน้ำเสียง อรเพียงพิรมประเลง
“สุเทษณ์ : โอ้โอ๋กระไรนะมะทะนา บ มิตอบพจีพอ?
มัทนา : โอ้โอ๋กระไรอะมระง้อ มะทะนามิพอดี!”
ข้อใดสอดคล้องกับบทเจรจาข้างต้น
คำตอบของมัทนาตรงไปตรงมา
ทรรศนะของมัทนาขัดแย้งกับสุเทษณ์
มัทนากล่าวยอกย้อนเลียนคำสุเทษณ์
มัทนากล่าวเน้นความต้องการของตนเองมากเกินไป
หากนักเรียนโดนอีกฝ่ายปฏิเสธความรัก นักเรียนจะทำอย่างไรต่อไป และมีวิธีจัดการกับความรู้สึกตนเองอย่างไร
