wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

Quiz 2 ทฤษฎีจลน์เเก๊ส เเละ พลังงานภายใน

Total questions: 15

Worksheet time: 38mins

Name
Class
Date
1.

พลังงานจลน์เฉลี่ยของโมเลกุลของเเก๊สจะมีค่าเเปรผันตรงกับอุณหภูมิสัมบูรณ์ของเเก๊ส ตรงกับสูตรในข้อใด ?

a)

Ek =43KBTE_{k\ }=\frac{4}{3}K_BT  

b)

Ek = 32KBTE_k\ =\ \frac{3}{2}K_BT  

c)

Ek =23KBTE_{k\ }=\frac{2}{3}K_BT  

d)

Ek =13KBTE_{k\ }=\frac{1}{3}K_BT  

2.

การบอกค่าอัตราเร็วเฉลี่ยของโมเลกุลของเเก๊ส สามารถบอกได้ด้วยค่าอะไร ?

เเละมีชื่อเรียกว่าอย่างไร ?

a)

ค่ารากที่สองกำลังสองเฉลี่ยของอัตราเร็ว

เรียกว่า VrmsV_{rms}  

b)

ค่าสเเควร์ รูท กำลังสองเฉลี่ยของอัตราเร่ง

เรียกว่า VrmsV_{rms}   

c)

ค่ารากที่สองเฉลี่ยของอัตราเร็ว

เรียกว่า VrmsV_{rms}  

3.

ค่า KBK_B  คือค่าอะไร ?

เเละ มีค่าเป็นเท่าใด ?

a)

ค่าคงตัว เกเบียล โบลต์ซมันน์

1.38×1023 JK1.38\times10^{-23}\ \frac{J}{K}  

b)

ค่าคงตัว โบลต์ซมันน์

เท่ากับ 1.38×1023 Jk1.38\times10^{-23}\ \frac{J}{k}  

c)

ค่าคงตัว โบลต์ซมัน มินาโตวิช

เท่ากับ

1.48×1023 JK1.48\times10^{-23}\ \frac{J}{K}  

4.

กฎข้อที่ 0 ของอุณหพลศาสตร์ คือข้อใด

a)

ถ้าวัตถุ A และ B แยกกันอยู่ และต่างก็อยู่ในสมดุลทางความร้อนกับวัตถุที่สามคือ วัตถุ C

ดังนั้นวัตถุ A และ B จะอยู่ในความไม่สมดุลทางความร้อนที่ A มากกว่า B

b)

ถ้าวัตถุ A และ B แยกกันอยู่ และต่างก็อยู่ในสมดุลทางความร้อนกับวัตถุที่สามคือ วัตถุ C

ดังนั้นวัตถุ A และ B จะอยู่ในสมดุลทางความร้อนซึ่งกันและกัน

c)

ถ้าวัตถุ A และ B แยกกันอยู่ และต่างก็อยู่ในไม่สมดุลทางความร้อนกับวัตถุที่สามคือ วัตถุ C

ดังนั้นวัตถุ A และ B จะอยู่ในสมดุลทางความร้อนซึ่งกันและกัน

d)

ถ้าวัตถุ A และ B แยกกันอยู่ และต่างก็อยู่ในสมดุลทางความร้อนกับวัตถุที่สามคือ วัตถุ C

ดังนั้นวัตถุ A และ B จะอยู่ในความไม่สมดุลทางความร้อนซึ่งกันและกัน

5.

ปรากฏอยู่บนพื้นดิน หมอกในท้องฟ้าประกอบด้วยหยดน้ำที่เกิดจากการควบแน่นของไอน้ำในอากาศการเปลี่ยนสถานะของสารจากเฟสหนึ่งไปยังอีกเฟสหนึ่งเรียกว่าอะไร ?

(a)  

6.

จะต้องทำให้เเก๊สมีอุณหภูมิเท่าใด ?

จึงมีพลังงานจลน์เฉลี่ยต่อโมเลกุลเป็น 2 เท่าของค่าเดิม

(a)  

7.

VrmsV_{rms}  มีค่าเท่าใด ?

EkE_k  มีค่าเท่าใด ?

a)

499 m/s

5.88×1021 J5.88\times10^{-21}\ J  

b)

460 m/s

5.1×1025 J5.1\times10^{-25}\ J  

c)

499 m/s

5.1×1025 J5.1\times10^{-25}\ J  

d)

460 m/s

5.88×1021 J5.88\times10^{-21}\ J  

8.

ข้อใดมีค่าถูกต้อง ?

a)

ก.1800 J

ข.1680 J

ค.5000 J

b)

ก.1700 J

ข.1680 J

ค.5000 J

c)

ก.1500 J

ข.1680 J

ค.4000 J

d)

ก.1400 J

ข.1680 J

ค.4000 J

9.

พลังงานจลน์ของเเก๊สในกระบอกสูบจะเพิ่มขึ้นร้อยละเท่าใด ?

a)

30%

b)

40%

c)

50%

d)

60%

10.

ปริมาตรนั้นจะเพิ่มขึ้นกี่เท่า ?

(a)  

11.

VrmsV_{rms}  ของโมเลกุลก๊าซนี้มีค่าเท่าใด ?

a)

200 m/s

b)

400 m/s

c)

600 m/s

d)

800 m/s

12.

T มีค่าเท่าใด ?

(a)  

13.

ข้อใดเรียงลำดับการประยุกต์ใช้ความรู้เกี่ยวกับพลังงานภายในระบบของ เครื่องยนต์ความร้อน

ได้ถูกต้อง ?

a)

จังหวะดูด->จังหวะอัด ->จังหวะกำลัง

->จังหวะคาย

b)

จังหวะดูด->จังหวะกำลัง ->จังหวะอัด

->จังหวะคาย

c)

จังหวะดูด->จังหวะอัด ->จังหวะคาย ->จังหวะอัด

d)

จังหวะคาย->จังหกำลัง ->จังหวะอัด

->จังหวะดูด

14.

เครื่องสูบอัด ในเครื่องปรับอากาศ มีหน้าที่อะไร ?

a)

ทำหน้าที่อัดน้ำยาที่ออกจากคอยล์เย็น

มีอุณหภูมิที่สูงขึ้น แต่ความดันคงตัว

b)

เพื่อป้องกันไม่ให้มีน้ำยาแอร์เหลว

จากเครื่องระเหยถูกดูดกลับ

เข้าเครื่องสูบอัดโดยตรง

c)

ดูดและอัดสารทำความเย็น

เพื่อเพิ่มความดันและอุณหภูมิของน้ำยา แล้วส่งต่อ

เข้าคอยล์ร้อน

d)

ช่วยอัดความร้อนจากภายในห้อง ทำให้

อุณหภูมิห้องลดลง ซึ่งทำให้น้ำยาที่ออกจากคอยล์เย็น

มีอุณหภูมิที่สูงขึ้น แต่ความดันคงตัว

15.

สามารถเขียนสมการแสดงความสัมพันธ์ของงานที่แก๊สกระทำต่อสิ่งแวดล้อมภายนอกสำหรับการขยายตัวของกระบอกสูบ อย่างไร ?

a)

𝑈=𝑈2𝑈1∆𝑈=𝑈_2−𝑈_1  

b)

𝑊=𝑃𝑉𝑊=𝑃∆𝑉  

c)

𝑄=𝑈+𝑊𝑄=∆𝑈+𝑊  

d)

𝑈=32𝑃𝑉𝑈=\frac{3}{2}𝑃𝑉