wayground logo

Тегін басып шығаруға болатын жұмыс парақтары

ЖАҢА

Қаріп өлшемі

S
M
L
XL
Жұмыс парақтары

DataStruct-Final65

Total сұрақ: 60

Worksheet time: 35mins

Аты
Сынып
Күн
1.

โครงสร้างข้อมูล คือ

a)

กระบวนการทำงานของคอมพิวเตอร์

b)

การสร้างฐานข้อมูลเพื่อการใช้งานเฉพาะด้านใดด้านหนึ่ง

c)

ขั้นตอนการทำงานและการแก้ปัญหาอย่างมีขั้นตอน

d)

ลักษณะการจัดแบ่งพิกัดต่าง ๆ ของข้อมูลแต่ละระเบียนในแฟ้มข้อมูลเพื่อให้คอมพิวเตอร์สามารถประมวลผลได้

2.

อัลกอริทึมคืออะไร

a)

กระบวนการแก้ปัญหาที่สามารถอธิบายออกมาเป็นขั้นตอนที่ชัดเจน

b)

การสร้างฐานข้อมูลเพื่อการใช้งานเฉพาะด้านใดด้านหนึ่ง

c)

ผังงานบ่งบอกถึงการทำงานในโครงสร้างชัดเจน

d)

คำอธิบายพร้อมผังงานหรือรหัสเทียม

3.

ข้อใดเป็นข้อมูลมาตรฐานแบบ Integer

a)

'45'

b)

68

c)

11.34

d)

0x11.34000

4.

ข้อใดเป็นข้อมูลมาตรฐานแบบ Character

a)

AA

b)

กข

c)

'789'

d)

0x1.2234

5.

ข้อใดเป็นข้อมูลมาตรฐานแบบ Boolean

a)

False

b)

True

c)

Mod

d)

True or False

6.

กรรมวิธีทางข้อมูลแบบข้อมูล boolean โดยกำหนดข้อมูลคือ False ตัวดำเนินการคือ and กับข้อมูล True ผลลัพธ์เป็นเท่าใด

a)

False

b)

True

c)

15

d)

50

7.

กรรมวิธีทางข้อมูลแบบข้อมูล real โดยกำหนดข้อมูลคือ 4.5 ตัวดำเนินการคือ more than กับข้อมูล 5.0 ผลลัพธ์เป็นเท่าใด

a)

- 0.5

b)

9.5

c)

True

d)

False

8.

ข้อใดกล่าวถึงขั้นตอน Coding/Programming ได้ถูกต้อง

a)

เป็นการนำผลที่ได้จากการออกแบบ มาเขียนคำสั่งของโปรแกรมเพื่อนำไปประมวลข้อมูลและได้ผลลัพธ์ของโปรแกรมต่อไป

b)

เป็นการออกแบบคำสั่งโปรแกรมเพื่อการเขียนผังงานโปรแกรมที่ถูกต้อง

c)

เป็นการออกแบบโปรแกรมอย่างเป็นขั้นตอนและมีเหตุมีผล โดยการเขียนเป็นประโยคภาษาอังกฤษอย่างง่าย อธิบายการประมวลผลในแต่ละขั้นตอน

d)

เป็นการตรวจสอบว่าผังงานโปรแกรมที่เขียนมานั้นข้อผิดพลาดของโปรแกรมหรือไม่เพื่อทำการแก้ไขต่อไป

9.

ถ้าประกาศตัวแปรอาร์เรย์ว่า

Data : Array [1…10] of integer :

ในการเรียงลำดับข้อมูลในอาร์เรย์ชุดนี้แบบ Bubble Sort จากน้อยไปหามาก

ต้องการวนรอบมากที่สุดกี่รอบ จึงเรียงสำเร็จ

a)

9 รอบ

b)

10 รอบ

c)

11 รอบ

d)

12 รอบ

10.

ข้อใดคือผลจากการแปลงค่าของ infix expression เป็น postfix expression

a + b * c-d ^ e ^f

a)

abc*+def^^-

b)

abc*+def^

c)

ab+c*d-e^f^

d)

-+a*bc^^def

11.

ข้อใดคือ prefix expression ของ infix expression ดังนี้

a+b-c*d

a)

abc-d*+

b)

abcd*-+

c)

abcd+-*

d)

+a-b*cd

12.

ข้อใดคือ postfix expression ของ infix expression ต่อไปนี้

a+b-c*d

a)

abc-d*+

b)

abcd*-+

c)

abcd+-*

d)

+-*abcd

13.

การเรียงลำดับข้อมูลแบบเลือกมีความหมายตรงกับข้อใด

a)

Bubble Sort

b)

Insertion Sort

c)

Merge Sort

d)

Selection Sort

14.

การเรียงลำดับข้อมูลแบบผสานมีความหมายตรงกับข้อใด

a)

Bubble Sort

b)

Insertion Sort

c)

Merge Sort

d)

Selection Sort

15.

การเรียงลำดับข้อมูลแบบบับเบิลในอาร์เรย์ที่มีข้อมูล 34 52 27 99 66 24 13 57

จากน้อยไปหามาก ใช้เวลาในการจัดเรียงทั้งหมดกี่รอบถึงจะเสร็จสมบูรณ์

a)

3 รอบ

b)

5 รอบ

c)

7 รอบ

d)

9 รอบ

16.

การเรียงลำดับที่มีการเปรียบเทียบ O(n2) มีวิธีการแบบใดบ้าง

a)

Bubble, Selection, Insertion, Shell Sort

b)

Bubble, Selection, Shell Sort

c)

Bubble, Insertion, Shell Sort

d)

ไม่มีข้อใดถูก

17.

Bubble Sort จะเริ่มการจัดเรียงข้อมูลตัวใดก่อนเป็นขั้นตอนแรก

a)

ข้อมูลตัวแรก

b)

ข้อมูลตัวสุดท้าย

c)

ข้อมูลใดก่อนก็ได้

d)

ไม่มีข้อใดถูก

18.

อัลกอริทึมการเรียงลำดับข้อมูลแบบใดที่มีความคงที่ในการเรียงลำดับของข้อมูล

a)

Bubble Sort และ Insertion Sort

b)

Selection Sort และ Merge Sort

c)

Quick และ Shell Sort

d)

Insertion Sort และ Heap Sort

19.

ตัวอย่างในข้อใดต่อไปนี้ คือการจัดเรียงข้อมูลแบบแทรก

a)

การจัดเรียงไพ่

b)

การจัดเรียงหนังสือบนชั้นในห้องสมุด

c)

Database scenarios และ Distributes scenarios

d)

real-time systems

20.

ข้อใดคือ post fix ของ

(A + B) *C

a)

AB+ C*

b)

ABC*+

c)

ABC*+

d)

ABC*+

21.

The prefix form of A-B/ (C * D ^ E) is?

a)

-/*^ACBDE

b)

-ABCD*^DE

c)

-A/B*C^DE

d)

-A/BC*^DE

22.

ข้อใดคือผลลัพธ์ที่ได้จากการคำนวณของ expression

- + 2 3 8

a)

-3

b)

7

c)

3

d)

-7

23.

ข้อใดคือ expression: 1 x 2

a)
b)
c)
d)
24.

The postfix form of A*B+C/D is?

a)

*AB/CD+

b)

AB*CD/+

c)

A*BC+/D

d)

ABCD+/*

25.

การแปลง Infix expression เป็น Postfix form ของ stack ตรงกับข้อใด


x + y * z + (p * q + r) * s

a)

xyz*+pq*r+s*+

b)

xyz*+pq*r+s+*

c)

xyz+*pq*r+s*+

d)

none

26.

Push(1);

Pop();

Push(2);

Push(3);

Pop();

Push(4);

Pop();

Pop();

Push(5);


หลังจากทำงานตามคำสั่งดังกล่าวแล้ว ได้ผลลัพธ์ตรงกับข้อใด

a)

1

b)

2

c)

3

d)

4

27.

การเพิ่มค่าเข้าไปใน stack เรียกว่า

a)

Popping

b)

Polling

c)

Pushing

d)

None

28.

LIFO ย่อมาจาก

a)

List of Outputs

b)

Last in First Out

c)

First in Last Out

d)

None of them

29.

โครงสร้างข้อมูลแบบคิวมีลักษณะการทำงานแบบใด

a)

Last In First Out

b)

Last In Last Out

c)

First In Last Out

d)

First In First Out

30.

ข้อใดกล่าวถึงการสร้างคิวได้ถูกต้อง

a)

ใช้อาร์เรย์ 1 มิติเป็นตัวคิวและมีพอยน์เตอร์ 1 ตัว เป็นตัวชี้

b)

ใช้อาร์เรย์ 1 มิติเป็นตัวคิวและมีพอยน์เตอร์ 2 ตัว เป็นตัวชี้

c)

ใช้อาร์เรย์ 2 มิติเป็นตัวคิวและมีพอยน์เตอร์ 1 ตัว เป็นตัวชี้

d)

ใช้อาร์เรย์ 2 มิติเป็นตัวคิวและมีพอยน์เตอร์ 2 ตัว เป็นตัวชี้

31.

คำสั่ง DeQ คืออะไร

a)

มีการเพิ่มข้อมูลเข้าในขณะข้อมูลในคิวเต็ม

b)

เมื่อเพิ่มข้อมูลเข้าในคิวแล้วคิวเต็มพอดี

c)

นำข้อมูลเข้าอยู่คิวแรกสุด

d)

การนำข้อมูลออกจากคิว

32.

คำสั่ง EnQ คืออะไร

a)

เมื่อเพิ่มข้อมูลเข้าในคิวแล้วคิวเต็มพอดี

b)

นำข้อมูลออกในขณะที่ในคิวมีข้อมูลอยู่ 1 คิว

c)

นำข้อมูลออกในขณะที่ในคิวไม่มีข้อมูลอยู่เลย

d)

การนำข้อมูลเข้าไปเพิ่มในคิว ตรวจสอบก่อนถ้าคิวเต็มไม่เพิ่ม ถ้าคิวไม่เต็มเพิ่มคิวได้

33.

คิววงกลม มีลักษณะอย่างไร

a)

ส่วนหัวคิวไล่ตามหางคิวไปเป็นวงกลมเหมือนงูเลื้อย

b)

การสร้างคิวเพิ่มขึ้นไม่สิ้นสุด จำนวนช่องเก็บข้อมูลคิวมาก

c)

ส่วนหัวคิวและปลายคิวจะมีพอยน์เตอร์คอยชี้

d)

การทำงานแบบเข้าก่อนออกทีหลัง

34.

ข้อใดกล่าวเกี่ยวกับคิววงกลมได้ถูกต้อง

a)

เพื่อให้สามารถนำที่ว่างในส่วนหัวคิวมาใช้ได้อีกเป็นคิววงกลม

b)

เพื่อให้โปรแกรมสามารถวนซ้ำได้จึงใช้คิววงกลม

c)

เพื่อป้องกันการเกิดสถานการณ์ Under Flow จึงเป็นคิววงกลม

d)

เพื่อป้องกันการเกิดสถานการณ์ Over Flow  จึงเป็นคิววงกลม

35.

ตัวแปรชนิดพอยน์เตอร์คืออะไร

a)

ตัวแปรชนิดค่าของมันจะชี้หรืออ้างถึงตำแหน่ง

b)

ตัวแปรชนิดบูลีน

c)

ตัวแปรชนิดจำนวนเต็ม

d)

ตัวแปรชนิดอักขระ

36.

นิยามของลิงค์ลิสต์คืออะไร

a)

เข้าก่อนออกก่อน

b)

เข้าก่อนออกทีหลัง

c)

เข้าทีหลังออกก่อน

d)

เข้าออกพร้อมกัน

37.

ควรใช้โครงสร้างลิงค์ลิสต์เมื่อใด

a)

เมื่อเก็บข้อมูลที่มีมาก

b)

เมื่อเก็บข้อมูลที่มีน้อย

c)

เมื่อต้องการเก็บข้อมูลที่ไม่รู้ว่ามีมากหรือน้อย

d)

เมื่อต้องการเก็บข้อมูลที่มีมากและซับซ้อน

38.

Node (P) มีความหมายว่าอย่างไร

a)

ส่วนข่าวสารของโหนดที่ถูกชี้โดย P

b)

ส่วนแอดเดรสของโหนดที่ชี้โดย P

c)

โหนดที่ระบุ (ถูกชี้) โดยพอยน์เตอร์

d)

ข่าวสารที่ระบุตรงโหนด P

39.

Link  (P) มีความหมายว่าอย่างไร

a)

โหนดที่ระบุ (ถูกชี้) โดยพอยน์เตอร์ P

b)

ส่วนข่าวสารของโหนดที่ถูกชี้โดย P

c)

ส่วนแอดเดรสของโหนดที่ชี้ถูกโดย P

d)

ส่วนของตัวข่าวสาร

40.

Singly Linked List หมายถึงอะไร

a)

Link List คู่

b)

Link List ผสม

c)

Link List เดี่ยว

d)

Link List เดี่ยวและคู่

41.

ลิงค์ลิสต์เดี่ยวมีโครงสร้างสำคัญ 2 ส่วนคืออะไร

a)

ส่วนอินโฟ (Info) กับส่วนพอยน์เตอร์ (Pointer

b)

ส่วนโหนด (Node)  กับส่วนอินโฟ (Info)

c)

ส่วนพอยนเตอร์ (Pointer) ส่วนโหนด (Node) 

d)

ส่วน Link  และ Rlink

42.

การเก็บข้อมูลของลิงค์ลิสต์เก็บข้อมูลอะไรบ้าง

a)

เก็บข่าวสารและตำแหน่งของโหนดถัดไป

b)

เก็บคำสั่งของตัวชี้พอยน์เตอร์

c)

เก็บค่าของโหนดสุดท้ายของชุดข้อมูล

d)

เก็บเฉพาะค่าที่เป็นลบ

43.

ลักษณะของลิงค์ลิสต์แบบวงกลมเป็นอย่างไร

a)

ลิงค์ลิสต์แบบวงกลมมีโหนดพิเศษเป็นหัวโหนดอยู่

b)

ลิงค์ลิสต์แบบวงกลมมีโหนดพิเศษอยู่ท้ายโหนด

c)

ลิงค์ลิสต์แบบวงกลมมีโหนดพิเศษกลางโหนด

d)

ลิงค์ลิสต์แบบวงกลมมีโหนดพิเศษเป็นหัวโหนดอยู่ และ

ท้ายโหนด

44.

Doubly Link List แต่ละโหมดมีกี่ Pointer

a)

2 Pointer

b)

3 Pointer

c)

4 Pointer

d)

6 Pointer

45.

รีเคอร์ชันคืออะไร

a)

 รีเคอร์ชันคือการทำงานแบบมีเงื่อนไข

b)

รีเคอร์ชันคือการทำงานแบบต่อเนื่อง

c)

รีเคอร์ชันเป็นเทคนิคการทำงานเรียงลำดับเข้าก่อนออกก่อน

d)

รีเคอร์ชันเป็นเทคนิคการแก้ปัญหา เป็นการทำงานแบบวนซ้ำ

46.

ข้อใดคือหลักการของ รีเคอร์ชัน

a)

เขียนโปรแกรมวนซ้ำเพื่อลดปัญหาของโปรแกรมที่ซับซ้อน

b)

การหาค่าแฟกทอเรียฟังก์ชั่นเพื่อเขียนโปรแกรมแบบวนซ้ำ

c)

การแก้ปัญหาในรูปตัวปัญหาเอง หรือค่าแฟกทอเรียฟังก์ชั่น

d)

การแก้ปัญหาค่าแฟกทอเรียฟังก์ชั่นคือ เขียนโปรแกรมหยุดการวนซ้ำ

47.

ข้อใดกล่าวเกี่ยวกับโปรแกรมรีเคอร์ซีฟได้ถูกต้อง

a)

โปรแกรมที่ใช้คำสั่ง Do Loop เพื่อทำให้เกิดการวนซ้ำ

b)

โปรแกรมเรียกตัวเองเพื่อแก้ปัญหาการวนซ้ำ

c)

โปรแกรมที่ทำให้เกิดปัญหาการทำงานวนซ้ำ

d)

ไม่มีข้อใดถูก

48.

จงคำนวณหาค่า Factorial(5) จะมีค่าเท่ากับเท่าไร

a)

40

b)

80

c)

120

d)

160

49.

ข้อใดคือนิยามของแฟกทอเรียฟังก์ชันได้ถูกต้อง

a)

n! = n*(n-1)! if n < 0

b)

n! = n*(n-1)! if n  > 0

c)

n! = n*(n*n)! if n < 0

d)

n! = n*(n*n)! if n > 0

50.

โครงสร้างข้อมูลแบบกราฟเปรียบได้กับอะไร

a)

เซ็ตของจุด

b)

เซ็ตของเส้น

c)

เส้นการเชื่อมต่อ

d)

ทุกข้อ

51.

กราฟรูปนี้เป็นกราฟชนิดใด

a)

กราฟระบุทิศทาง

b)

กราฟไม่ระบุทิศทาง

c)

กราฟระบุน้ำหนัก

d)

ไม่มีข้อถูก

52.

รูปแบบโครงสร้างที่กำหนดเชื่อมต่อแบบเส้นมีความสัมพันธ์แบบใด

a)

One to One

b)

One to many

c)

Many to One

d)

Many to Many

53.

การท่องเข้าไปในกราฟแบบ Breadth First Traversal ท่องอย่างไร

a)

เข้าจากโหนดล่างสุดจากซ้ายไปขวา

b)

เข้าจากโหนดล่างสุดจากขวาไปซ้าย

c)

เข้าจากตัวโหนดแรกแล้วลงซ้ายไปขวา

d)

เข้าจากตัวโหนดแรกแล้วลงขวาไปซ้าย

54.

Node  of  Graph  มีความหมายตรงกับข้อใด

a)

การเชื่อม

b)

เซ็ตของจุดบนกราฟ

c)

เซ็ตของเส้นบนกราฟ

d)

โหนดของกราฟหรือโหนด

55.

Critical path method  มีความหมายตรงกับข้อใด

a)

เส้นทางการเชื่อมต่อ

b)

เซ็ตของจุดบนกราฟ

c)

เส้นทางเดินบนกราฟ

d)

การวิเคราะห์เส้นทางวิกฤต

56.

Shortest path analysis มีความหมายตรงกับข้อใด

a)

เส้นทางสั้นๆ

b)

เส้นทางเดินบนกราฟ

c)

การวิเคราะห์เส้นทางที่สั้นที่สุด

d)

การออกแบบเส้นทางเดินที่สั้นที่สุด

57.

กราฟระบุน้ำหนักเป็นอย่างไร

a)

เป็นกราฟที่ไม่ระบุทิศทาง

b)

เป็นกราฟที่ระบุทิศทางและบอกน้ำหนักได้

c)

เป็นกราฟที่ใช้ชั่งน้ำหนักของสินค้าที่ใช้ในการซื้อขาย

d)

ไม่มีข้อใดถูก

58.

โครงสร้างข้อมูลแบบต้นไม้เป็นโครงสร้างชนิดใด

a)

ชนิดเชิงเส้น

b)

ชนิดไม่เชิงเส้น

c)

ชนิดตัดสินใจเลือก

d)

ชนิดทำงานซ้ำ

59.

โหนดพิเศษโหนดหนึ่งที่อยู่บนสุดแรกเรียกว่าอะไร

a)

Father

b)

Subtree

c)

Leat Node

d)

Root Node

60.

ดีกรีของโหนดคืออะไร

a)

Root Node

b)

จำนวนต้นไม้ 1 ต้น

c)

ต้นไม้แบบพรีออเดอร์

d)

จำนวนต้นไม้ย่อยของโหนดนั้น