wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

คำสมาส - สนธิ .

Total questions: 40

Worksheet time: 40mins

Name
Class
Date
1.

ความหมายของ "คำสมาส" ที่ถูกต้องที่สุด ?

a)

คำที่สร้างขึ้นจากภาษาบาลีและสันสกฤตเท่านั้น นำมารวมเข้ากันเพื่อให้มีคำใช้มากขึ้น

b)

คำที่สร้างขึ้นจากภาษาภาษาเขมรและบาลีสันสกฤตรวมเข้าด้วยกัน

c)

คำที่สร้างขึ้นจากภาษาต่างประเทศนำมาประสมกันเหมือนภาษาไทย

d)

คำที่สร้างขึ้นจากภาษาต่างประเทศนำมาซ้อนกันแล้วเกิดความหมายใหม่

2.

ประเภทของคำสมาส ข้อใดถูกต้อง ?

a)

สมาสแบบคำโดดและสมาสแบบกร่อนคำ

b)

สมาสแบบสมาสเชื่อมและสนธิแบบสมาสชน

c)

สมาสแบบสมาสและ สมาสแบบสนธิ

d)

สมาสแบบประสมและสมาสแบบซ้อนคำ

3.

ข้อใดไม่ใช่วิธีการสร้างคำสมาสแบบสมาส ?

a)

อ่านออกเสียงพยัญชนะต่อเนื่องกัน

b)

ไม่ประวิสรรชนีย์ระหว่างคำ

c)

ไม่มีไม้ทัณฑฆาตระหว่างคำ

d)

แปลความหมายจากหลังมาหน้า

4.

หากจะสังเกตคำราชาศัพท์ที่เกี่ยวเนื่องกับอวัยวะในร่างกายว่าเป็นคำสมาสหรือไม่ ต้องทำอย่างไร ?

a)

ขึ้นต้นด้วยคำว่า "วร" ตามด้วยคำราชาศัพท์ภาษาเขมรหมวดร่างกาย

b)

ขึ้นต้นด้วยคำว่า "พระ" ตามด้วยคำราชาศัพท์ภาษาบาลีและสันสกฤตหมวดร่างกาย

c)

ขึ้นต้นด้วยคำว่า "พระราช" ตามด้วยคำราชาศัพท์ภาษาบาลีและสันสกฤตหมวดร่างกาย

d)

ขึ้นต้นด้วยคำว่า "วรร-" ตามด้วยคำราชาศัพท์ภาษาเขมรหมวดร่างกาย

5.

ข้อใดเป็นรูปแบบหนึ่งของการสังเกตการสร้างคำสมาสแบบสมาส ?

a)

คำที่ขึ้นต้นด้วย "พระ ประ สระ วระ"

b)

คำที่ขึ้นต้นด้วย "พุทธ วิปัสสา สัมนา สมาธา"

c)

คำที่ลงท้ายด้วย "ธรรม ขรรม ปราชญ์ ชาติ"

d)

คำที่ลงท้ายด้วย "ศาสตร์ กรรม ภาพ ภัย"

6.

วีระ + ชน = วีรชน , หิมะ + พานต์ = หิมพานต์

จากคำข้างต้นเป็นการสมาสแบบสมาสในลักษณะใด ?

a)

สนธิสระท้ายคำหน้ากับสระหน้าคำหลัง

b)

แปลความหมายจากหน้าไปหลังเข้าใจง่าย

c)

ไม่ประวิสรรชนีย์ระหว่างคำ

d)

อ่านออกเสียงไม่ต้องต่อเนื่องกัน

7.

บรรณารักษศาสตร์ กับ พิพิธภัณฑสถาน

จากคำข้างต้น ข้อใดกล่าวถูกต้องที่สุด ?

a)

เกิดจากการสมาสกันในลักษณะต้องไม่มีไม้ทัณฑฆาตระหว่างคำ

b)

เกิดจากการสมาสกันในลักษณะนำคำมาเชื่อมสนธิกัน

c)

เกิดจากการสมาสแบบสนธิกันในลักษณะคำที่ออกเสียงอะตรงกลางคำ

d)

เกิดจากการสมาสแบบสนธิกันในลักษณะการเปลี่ยนเสียงพยัญชนะ

8.

คำในข้อใดเป็นการสมาสแบบสมาสในลักษณะการแปลความหมายของคำจากหลังมาหน้าทุกคำ ?

a)

ประวัติวรรณคดี กับ โจรภัย

b)

ถาวรวัตถุ กับ สัตว์แพทย์

c)

ประวัติบุคคล กับ ประวัติศาสตร์

d)

นายกสมาคม กับ หัตถกรรม

9.

ข้อใดให้ความหมายของคำสมาสในลักษณะของคำราชาศัพท์หมวดร่างกายถูกต้องทุกคำ ?

a)

พระอุระ หมายถึง อก

พระชงฆ์ หมายถึง แข้ง

b)

พระกร หมายถึง มือ

พระเนตร หมายถึง ตา

c)

พระขนง หมายถึง คิ้ว

พระนาสิก หมายถึง เส้นเสียง

d)

พระบาท หมายถึง เท้า

พระทนต์ หมายถึง ลิ้น

10.

ข้อใดเป็นคำที่มาจากการสร้างคำสมาสแบบสมาสในลักษณะของคำลงท้ายทุกคำ ?

a)

ไสยศาสตร์

ทุรกันดาร

อิสรภาพ

สุริโยทัย

b)

ชโลทร

อุตสาหกรรม

ทุพพลภาพ

พลศึกษา

c)

พาณิชยศาสตร์

ศัลยกรรม

สถานภาพ

อุทกภัย

d)

องครักษ์

โหราศาสตร์

วาตภัย

ธันวาคม

11.

ข้อใดกล่างถึงวิธีของการสมาสแบบสนธิ ได้ถูกต้อง ?

a)

มีการสนธิ 3 วิธี คือ สระ วรรณยุกต์ ตัวสะกด

b)

มีการสนธิ 3 วิธี คือ สระ พยัญชนะ วรรณยุกต์

c)

มีการสนธิ 3 วิธี คือ สระ พยัญชนะ นิคหิต

d)

มีการสนธิ 3 วิธี คือ สระ พยัญชนะ ไม้ยมก

12.

ข้อใดให้ความหมายของ "สระสนธิ" ถูกต้อง ?

a)

การเปลี่ยนแปลงที่สระท้ายคำหลัง กับ สระหน้าของคำแรก

b)

การเปลี่ยนแปลงที่สระของท้ายคำแรก กับ สระแรกของคำหลัง

c)

การเปลี่ยนแปลงที่สระหน้าคำแรก กับ สระท้ายของคำหลัง

d)

การเปลี่ยนแปลงที่สระกลางคำแรก กับ สระกลางคำหลัง

13.

ข้อใดไม่ใช่ วรรณะ สระ ที่ใช้ในการสนธิคำ ?

a)

อะ , อา

b)

อุ , อู

c)

เอะ , เอ

d)

ฤ , ฤา

14.

ราช + อธิราช , วิทย + อาลัย , ธรรม + อธิปไตย

จากคำข้างต้น เมื่อนำมาสนธิกันจะได้เป็นคำในข้อใด ?

a)

ราชาธิราช

วิทยาลัย

ธรรมาธิปไตย

b)

ราชธิราชา

มหาวิทยาลัย

ธรรมธิปไตย

c)

ราชธิราช

วิทยะอาลัย

ธรรมะอาธิไปไตย

d)

ราชาธิราชา

มหาวิทยลัย

ธรรมอะธิปไตย

15.

คำว่า "ทูตานุฑูต" กับ "เทศาภิบาล"

เกิดจากการสนธิคำกันในข้อใด ?

a)

ทูตา + อนุทูต

เทศา + อภิบาล

b)

ทูตานุ + อาทูต

เทศาภิ + บาล

c)

ทุต + อนูทูต

เทศา + อภิบล

d)

ทูต + อนุทูต

เทศ + อภิบาล

16.

คำในข้อใดเกิดจากการสนธิกันของวรรณะ "อะ , อา" ?

a)

ธรรมาธิปไตย

b)

คุรูปกรณ์

c)

ราเชนทร์

d)

มโหฬาร

17.

คำในข้อใดเกิดจากการสนธิกันของวรรณะ "อิ , อี" ?

a)

มโนมัย รโหฐาน

b)

กรินทร์ ภูมินทร์

c)

ปรมินทร์ คเชนทร์

d)

นโยบาย อรุโณทัย

18.

คุรุปกรณ์ หรือ คุรูปกรณ์

จากคำข้างต้น เป็นการสนธิคำในวรรณะใด และสนธิจากคำว่าอะไรกับอะไร ?

a)

วรรณะ อุ , อุ

คำว่า คุรุป + อุกรณ์

b)

วรรณะ อุ , อู

คำว่า คุรุ + อุปกรณ์

c)

วรรณะ อู , อุ

คำว่า คุรุ + อปุกรณ์

d)

วรรณะ อู , อู

คำว่า คุรู + อูปกรณ์

19.

การสนธิกันของสระ "อะ + อิ" จะได้เป็นสระใด ?

a)

อิ , เอ

b)

เอ , แอ

c)

อุ , โอ

d)

ฤ , ฤา

20.

นร + อิศวร , คช + อินทร์ , สุริย + อินทร์

จากข้างต้น เมื่อสนธิคำกันจะได้เป็นคำในข้อใด ?

a)

นรศวร

คชอินทร

สุรยินทร

b)

นครินทร์

คชินทร์

สุริยนทร

c)

นเรศวร

คเชนทร์

สุริเยนทร์

d)

นรินทร์

คชินทร

สุรเยนทร

21.

นย + อุปาย = นโยบาย

จากคำข้างต้น ข้อใดอธิบายการสนธิของสระได้ถูกต้อง ?

a)

อะ + อา = อุ , โอ

b)

อะ + อู = อุ , ใอ

c)

อะ + อุ = อู , ไอ

d)

อะ + อุ = อุ , โอ

22.

สูตรง่าย ถ้าสระแรกของคำหลัง เป็น อะ อิ อุ ต้องเปลี่ยนเป็นสระใด ?

a)

อะ เป็น เอ

อิ เป็น โอ

อุ เป็น อู หรือ อา

b)

อะ เป็น โอ

อิ เป็น อี

อุ เป็น เอ หรือ อู

c)

อะ เป็น อา

อิ เป็น เอ

อุ เป็น อู หรือ โอ

d)

อะ เป็น อี

อิ เป็น อา

อุ เป็น เอ หรือ อี

23.

มตยาธิบาย ได้มาจากการสนธิคำกันตามข้อใด ?

a)

มติ + อธิปาย = เปลี่ยน สระ อิ เป็น ว = มตว + อธิปาย

b)

มติ + อธิปาย = เปลี่ยน สระ อิ เป็น ร = มตร + อธิปาย

c)

มติ + อธิปาย = เปลี่ยน สระ อิ เป็น ง = มตง + อธิปาย

d)

มติ + อธิปาย = เปลี่ยน สระ อิ เป็น ย = มตย + อธิปาย

24.

ธนู + อาคม = เปลี่ยนสระ อู เป็น ว = ธนว + อาคม

จากการสนธิคำกันข้างต้น จะได้เป็นคำว่าอะไร ?

a)

ธันวาคมนาคม

b)

ธันวาคม

c)

ธนอวาคม

d)

ธนอาคม

25.

ข้อใดกล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงพยัญชนะสนธิ ได้ถูกต้องที่สุด ?

a)

คำว่า "มนัส" กับ "รหัส" ให้เปลี่ยน ส เป็น เอ

คำว่า "ทุส" กับ "นิส" ให้เปลี่ยน ส เป็น ว

b)

คำว่า "มนัส" กับ "รหัส" ให้เปลี่ยน ส เป็น อา

คำว่า "ทุส" กับ "นิส" ให้เปลี่ยน ส เป็น ย

c)

คำว่า "มนัส" กับ "รหัส" ให้เปลี่ยน ส เป็น โอ

คำว่า "ทุส" กับ "นิส" ให้เปลี่ยน ส เป็น ร

d)

คำว่า "มนัส" กับ "รหัส" ให้เปลี่ยน ส เป็น อู

คำว่า "ทุส" กับ "นิส" ให้เปลี่ยน ส เป็น ณ

26.

ข้อใดเปลี่ยนแปลงคำในลักษณะของพยัญชนะสนธิได้ถูกต้องทุกคำ ?

a)

มนัส + คติ = มโนคติ

นิส + เทศ = เนรเทศ

b)

มนัส + ธรรม = มนัสธรรม

ทุส + พิษ = ทุสพิษ

c)

รหัส + ฐาน = รเหฐาน

ทุส + ชน = ทุสชน

d)

มนัส + มัย = มนัสมัย

นิส + อาศ = นิราศ

27.

ข้อใดกล่าวถึงความเกี่ยวข้องกันของ "นิคหิตสนธิ" กับ "ตารางพยัญชนะบาลีสันสกฤต" ได้ถูกต้อง ?

a)

พยัญชนะตัวแรกของคำหลังอยู่วรรคใดต้องเปลี่ยนนิคหิตเป็นพยัญชนะตัวสุดท้ายของวรรคนั้น

b)

พยัญชนะตัวหลังของคำหลังอยู่วรรคใดต้องเปลี่ยนนิคหิตเป็นพยัญชนะตัวสุดท้ายของวรรคนั้น

c)

พยัญชนะตัวแรกของคำแรกอยู่วรรคใดต้องเปลี่ยนนิคหิตเป็นพยัญชนะตัวสุดท้ายของวรรคนั้น

d)

พยัญชนะตัวหลังของคำแรกอยู่วรรคใดต้องเปลี่ยนนิคหิตเป็นพยัญชนะตัวสุดท้ายของวรรคนั้น

28.

ข้อใดคือความหมายของ "นิคหิตสนธิ" ?

a)

คำบาลีและสันสกฤตที่นำมาสนธิกับนิคหิต

b)

คำบาลีและสันสกฤตที่นำมาสนธิกับสระนิคหิต

c)

คำบาลีและสันสกฤตที่นำมาสนธิกับพยัญชนะนิคหิต

d)

คำบาลีและสันสกฤตที่นำมาสนธิกับวรรณยุกต์นิคหิต

29.

นิคหิต สนธิกับ สระ ต้องเปลี่ยนนิคหิตเป็นพยัญชนะ ตัวใด ? เช่น คำว่าอะไร ?

a)

เปลี่ยนเป็น "ร"

เช่น สํ + อาคม = สราคม

b)

เปลี่ยนเป็น "ย"

เช่น สํ + อุจเฉท = สยุจเฉท

c)

เปลี่ยนเป็น "ว"

เช่น สํ + อิทธิ = สวิทธิ

d)

เปลี่ยนเป็น "ม"

เช่น สํ + อาทาน = สมาทาน

30.

นิคหิต สนธิกับ พยัญชนะวรรค กะ ต้องเปลี่ยนนิคหิตเป็นพยัญชนะ ตัวใด ? เช่น คำว่าอะไร ?

a)

เปลี่ยนเป็น "ง"

เช่น คำว่า สํ + ขาร = สังขาร

b)

เปลี่ยนเป็น "ญ"

เช่น คำว่า สํ + จร = สัญจร

c)

เปลี่ยนเป็น "ณ"

เช่น คำว่า สํ + ฐาณ = สัณฐาณ

d)

เปลี่ยนเป็น "น"

เช่น คำว่า สํ + ตาน = สันดาน

31.

นิคหิต สนธิกับ พยัญชนะวรรค จะ ต้องเปลี่ยนนิคหิตเป็นพยัญชนะ ตัวใด ? เช่น คำว่าอะไร ?

a)

เปลี่ยนเป็น "ง"

เช่น คำว่า สํ + ขยา = สังขยา

b)

เปลี่ยนเป็น "ญ"

เช่น คำว่า สํ + ญาณ = สัญญาณ

c)

เปลี่ยนเป็น "น"

เช่น คำว่า สํ + เทศ = สนเทศ

d)

เปลี่ยนเป็น "ม"

เช่น คำว่า สํ + มติ = สมมติ

32.

นิคหิต สนธิกับ พยัญชนะวรรค ฏะ ต้องเปลี่ยนนิคหิตเป็นพยัญชนะ ตัวใด ? เช่น คำว่าอะไร ?

a)

เปลี่ยนเป็น "ม"

เช่น คำว่า สํ + พุทธ = สัมพุทธ

b)

เปลี่ยนเป็น "ง"

เช่น คำว่า สํ + หาร = สังหาร

c)

เปลี่ยนเป็น "ณ"

เช่น คำว่า สํ + ฐาณ = สัณฐาณ

d)

เปลี่ยนเป็น "น"

เช่น คำว่า สํ + ทน = สนทนา

33.

นิคหิต สนธิกับ พยัญชนะวรรค ตะ ต้องเปลี่ยนนิคหิตเป็นพยัญชนะ ตัวใด ? เช่น คำว่าอะไร ?

a)

เปลี่ยนเป็น "ญ"

เช่น คำว่า สํ + ชัย = สัญชัย

b)

เปลี่ยนเป็น "ณ"

เช่น คำว่า สํ + ฐาณ = สัณฐาณ

c)

เปลี่ยนเป็น "ม"

เช่น คำว่า สํ + ปทาน = สัมปทาน

d)

เปลี่ยนเป็น "น"

เช่น คำว่า สํ + เทห = สนเท่ห์

34.

นิคหิต สนธิกับ พยัญชนะวรรค ปะ ต้องเปลี่ยนนิคหิตเป็นพยัญชนะ ตัวใด ? เช่น คำว่าอะไร ?

a)

เปลี่ยนเป็น "ง"

เช่น คำว่า สํ + โยค = สังโยค

b)

เปลี่ยนเป็น "ญ"

เช่น คำว่า สํ + จร = สัญจร

c)

เปลี่ยนเป็น "ม"

เช่น คำว่า สํ + พุทธ = สัมพุทธ

d)

เปลี่ยนเป็น "ง"

เช่น คำว่า สํ + หรณ์ = สังหรณ์

35.

นิคหิต สนธิกับ พยัญชนะเศษวรรค ต้องเปลี่ยนนิคหิตเป็นพยัญชนะ ตัวใด ? เช่น คำว่าอะไร ?

a)

เปลี่ยนเป็น "ง"

เช่น คำว่า สํ + กร = สังกร

b)

เปลี่ยนเป็น "ง"

เช่น คำว่า สํ + สาร = สังสาร (สงสาร)

c)

เปลี่ยนเป็น "ง"

เช่น คำว่า สํ + คราม = สงคราม

d)

เปลี่ยนเป็น "ง"

เช่น คำว่า สํ + คีต = สังคีต

36.

ประโยคใด มีคำสนธิมากที่สุด ?

a)

ราชทูตฝรั่งเศสเคยมาเจริญสัมพันธไมตรีกับไทยตั้งแต่อยุธยาเป็นราชธานี

b)

วีรกรรมของพระนเรศวรยังสถิตอยู่ในดวงใจของชาวไทยชั่วนิรันดรเสมอมา

c)

สิ่งสำคัญของกรุงเทพฯ ก็คือชุมชนแออัดและการจราจรที่ติดขัดต้องรีบแก้ไข

d)

ใคร ๆ ก็ชอบขอพรกับพระอินทร์ เพราะเชื่อว่าท่านมีฤทธานุภาพมากเหลือล้น

37.

ข้อใด เป็นคำสนธิทุกคำ ?

a)

รสชาติ

สังหรณ์

b)

สมาคม

สมณศักดิ์

c)

นิรนาม

นามธรรม

d)

ธนาคาร

ธรรมาสน์

38.

ประโยคใด ไม่มี คำสมาสประกอบอยู่เลย ?

a)

วัยรุ่นสมัยนี้มีรสนิยมซื้อสินค้าราคาแพงยี่ห้อดัง ๆ

b)

เขามักจะกลับไปภูมิลำเนาเดิมเสมอในช่วงปีใหม่

c)

การคิดดีทำดีพูดดีจะเป็นกุศลกรรมแก่เราในภายหน้า

d)

ผมเคยฟังคุณยายเล่าเรื่องมหาชาติตอนที่ผมยังเด็ก ๆ อยู่

39.

ข้อใด แปลคำสมาสไม่ถูกต้อง ?

a)

ราชินูปถัมภ์ แปลว่า การให้ความช่วยเหลือพระราชินี

b)

เดชาวุธ แปลว่า อาวุธที่มีแสนยานุภาพมาก

c)

อภินันทนาการ แปลว่า ความยินดียิ่ง

d)

ศิลปาชีพ แปลว่า อาชีพทางศิลปะ

40.

“พระเจ้ามอบแก่ข้าพเจ้าซึ่งสันติสุขภายในด้วยการให้ใว้ในสิ่งที่ข้าพเจ้าเปลี่ยนไม่ได้ ข้าพเจ้ากล้าเปลี่ยนแต่สิ่งที่สามารถจะเปลี่ยนด้วยการใช้ดุลพินิจว่าสิ่งใดควรหรือไม่ควร” จากข้อความข้างต้น มีคำสมาสทั้งหมดกี่คำ ?

a)

2 คำ

b)

3 คำ

c)

4 คำ

d)

5 คำ