NEW
Font size
Worksheetsข้อสอบภาษาไทย ม.3/1
Total questions: 30
Worksheet time: 15mins
๑.ข้อใดเรียงลำดับได้ถูกต้อง
ก. รับ รอง สดับ ส่ง
ข. รอง รับ สดับ ส่ง
ค. สดับ รับ รอง ส่ง
ง. สดับ รอง รับ ส่ง
๒.เหตุใดกลอนสุภาพจึงเรียกอีกอย่างหนึ่งว่ากลอนแปด
ก. เพราะหนึ่งบทมีแปดวรรค
ข. เพราะหนึ่งบทสัมผัสแปดที่
ค. เพราะหนึ่งวรรคมีแปดพยางค์(คำ)
ง. เพราะทุกวรรคจะต้องสัมผัสในพยางค์ที่แปด
๓.จงเลือกข้อที่เหมาะสมที่สุด เติมลงในวรรคสุดท้ายของกลอนสุภาพบทต่อไปนี้
“จงก้าวไปข้างหน้านะพวกเรา ขจัดเขลาเข้าสู่ชีวิตใหม่ จะรอรั้งนั่งเฉยอยู่ทำไม .....................................”
ก. มาเร็วเธอก้าวไปอย่าท้อถอย
ข. มาเถิดมาก้าวไปพร้อมกัน
ค. มาเร็วไวก้าวไปอย่าพึ่งท้อ
ง. มาเถิดหนาก้าวไปอย่าชักช้า
๔.ข้อใดกล่าวถึงคณะของกลอนสุภาพได้ถูกต้องที่สุด
ก. กลอนสุภาพบังคับเสียงวรรณยุกต์และสัมผัสภายในวรรค
ข. กลอนสุภาพ ๑ บทมี ๔ วรรค หรือ ๔ บาทหรือ ๒ คำกลอน
ค. ๑ บทมี ๔ วรรค หรือ ๒ คำกลอน วรรคหนึ่งมี ๗ - ๙ พยางค์
ง. กลอนสุภาพเรียกอีกอย่างว่ากลอนแปดเพราะทุกวรรคมี ๘ พยางค์
๕.กลอนสุภาพ (กลอน๘) ๑ บทมีกี่บาท
ก. ๑ บาท
ข. ๒ บาท
ค. ๓ บาท
ง. ๔ บาท
๖.ข้อใดคือข้อเท็จจริง
ก.สมชายเป็นนักเรียนโรงเรียนบ้านเจดีย์แม่ครัว
ข.กินผักบุ้งทำให้ตาหวาน
ค.คนเรียนเก่งย่อมประสบผลสำเร็จในชีวิตเสมอ
ง.ยิ้มของเธอทำให้โลกนี้สดใส
๗.ข้อใดคือข้อคิดเห็น
ก.ประเทศไทยมี ๓ ฤดู คือฤดูร้อน ฤดูฝน ฤดูหนาว
ข.ทางม้าลายเป็นทางที่มีไว้สำหรับให้คนเดินข้ามถนน
ค.ไฟสีเขียวหมายถึงสัญญาณที่ให้รถแล่นผ่านไปได้
ง.ครอบครัวที่มีฐานะร่ำรวยเป็นครอบครัวที่มีความสุข
๘. คำว่า "หิน" มีความหมายโดยตรงและโดยนัย ยกเว้นข้อใด
ก.ของแข็ง ประกอบด้วยแร่ชนิดเดียวหรือหลายชนิด
ข.ยากมาก เข้มงวดมาก
ค.มวลของแข็งที่ประกอบด้วยแร่ชนิดเดียว หรือหลายชนิดรวมตัวกันอยู่ตามธรรมชาติ
ง.สามารถเอาชนะได้ง่าย
๙. ข้อใดมีความหมายโดยตรง
ก.ผู้ชายบางคนชอบไปหาผีเสื้อราตรีในตอนกลางคืน
ข.เธอเป็นดาวของโรงเรียน
ค.ประธานท่านจะพ้นจากเก้าอี้พรุ่งนี้แล้ว
ง.อย่าทำพลาดเหมือนชาวนากับงูเห่า
๑๐.คำว่า "นอกคอก" มีความหมายโดยนัยว่าอย่างไร
ก.อาการที่กำลังอยู่ด้านนอก
ข.ผู้ที่ทำตัวไม่เหมือนใคร
ค.คนที่ไม่มีประสบการณ์
ง.ประพฤตินอกลู่นอกทาง
๑๑.ข้อใดใช้คําที่มีความหมายโดยตรง
ก.ข้อสอบข้อนี้ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก
ข.ผู้หญิงคนนั้นเป็นคนหรือนางฟ้ากันแน่
ค.คู่กรรมเป็นผลงานชิ้นเอกของทมยันตี
ง.เอกเป็นเต่ารึเปล่าเนี่ย ทำอะไรก็ช้าไปหมด
๑๒.คำว่า "ทับทิม" มีความหมายโดยนัยว่าอย่างไร
ก.ผลไม้ที่มีผลสีชมพู
ข.หญิงที่ดีงาม
ค.อัญมณีชนิดหนึ่ง
ง.ขนมชนิดหนึ่งที่ทำด้วยแป้งมัน
๑๓. ข้อใดเป็นข้อความที่มีความหมายโดยนัย
ก.ข้อสอบภาษาไทยนี้หินมาก
ข.แกะดำกำลังกินหญ้า
ค.แม่ฉันพาไปหมูกระทะ
ง.เต่าตัวนั้นกำลังคลานอย่างช้าๆ
๑๔.คำว่า "มือเบา" มีทั้งความหมายโดยตรงและความหมายโดยนัย ยกเว้นข้อใด
ก.อาการที่ใช้มือทำอะไรอย่างละมุนละไมหรือประณีตบรรจง
ข.นอบน้อม,มีความสามารถน้อย
ค.ใช้กล่าวถึงโจรที่สามารถขโมยของผู้อื่นโดยไม่รู้ตัว
ง.ทุกข้อเป็นความหมายของคำว่า มือเบา
๑๕. ข้อใดมีความหมายโดยนัย
ก.นายพรานยิงเสือดำ
ข.ผมกำลังขับรถไปรับคุณ
ค.เธอเป็นคนขี้เหงา
ง.หัวหน้าไม่ชอบสมชาย จึงเขี่ยเขาทิ้ง
๑๖.. ข้อใดต่อไปนี้มีความหมายโดยตรง
ก.มีคนคอยชักใยอยู่เบื้องหลัง
ข.อย่าทำตัวควายๆให้คนอื่นหลอก
ค.เพื่อนผมเป็นพวกไม้ป่าเดียวกันครับ
ง.แพะที่ฟาร์มใกล้บ้านฉัน ๒ ตัวขนฟูสีขาวน่ารักมาก
๑๗."ข้อสอบครั้งนี้หมูมากๆ" คำว่าหมูในที่นี้หมายความว่าอย่างไร
ก.สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ตัวอ้วนยาวสีชมพู
ข.คนที่มีลักษณะอ้วนเหมือนหมู
ค.สามารถเอาชนะได้ง่ายๆ
ง.คนที่เบาปัญญา ทำให้โดนหลอกง่ายๆ
๑๘.คำที่ขีดเส้นใต้ในข้อใดไม่มีความหมายโดยตรง
๑.กฤษณาคือแม่พิมพ์
๒.ฉันต้องการแม่พิมพ์ในการทำขนม
๓.ครูเป็นแม่พิมพ์ของชาติ
๔.แม่พิมพ์ตอบไลน์ฉัน
๑๙.คำว่า "ดำ" และ "ขาว" เป็นคำที่มีความหายโดยตรงหรือความหมายโดยนัย
ก.ความหมายโดยตรง
ข.ความหมายโดยนัย
ค.ถูกทั้งข้อ ก และ ข
ง.ผิดทุกข้อ
๒๐. ข้อใดมีความหมายโดยนัย
ก.สมชายพอประชุมที่ไรโดดร่มทุกครั้ง
ข.พลร่มค่ายนเรศวรโดดร่มแสดงในวันเด็ก
ค.หะ! เคนโดดร่มแล้วร่มไม่กางเหรอ
ง.นิวไปโดดร่มที่ภูเขา
๒๑.ข้อใดมีคำที่เขียนสะกดไม่ถูกต้อง
ก.กระยาสารท ซาละเปา ราดหน้า ฮ่อยจ๊อ
ข.เฆี่ยนตี เดินจงกรม จระเข้ดุ จลาจลวุ่นวาย
ค.จะงอยปาก ปลาจะละเม็ด เข้าฌาน อนุญาต
ง.ประสบทุพภิกขภัย กฎเกณฑ์ ทศกัณฐ์ กรรมพันธุ์
๒๒.ข้อใดมีคำที่เขียนสะกดไม่ถูกต้อง
ก.กรรเชียงเรือ กงสุลไทยในนิวยอร์ค กรีธาทัพ เดินกระย่องกระแย่ง
ข.ยอมรับโดยดุษณี ตราสัง ตานขโมย ฆาตรกรบ้ากาม
ค.เกษียนจดหมาย ผักแกร็นไม่เจริญงอกงาม อยากมีเงินสักสิบโกฏิ
ง.พระสงฆ์และฆราวาส เลี้ยงจระเข้ ชะนีอยู่บนต้นชมพู่
๒๓.ข้อใดเขียนสะกดถูกต้องทุกคำ
ก.โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน วิตามินชลอความชรา สิ้นชีพิตักษัย
ข.ประเทศไต้หวัน เส้นทแยงมุม น่ารักน่าทะนุถนอม แม่ทูนหัวของฉัน
ค.ละครเทิดพระเกียรติ เรื่องนี้ห้ามมีใครแซกแซง กล้องโทรทรรศน์ดูดาว ไปขึ้นเงินธนานัติ
ง.นพปฎลมหาเศวตฉัตร บอระเพ็ดมีรสขม ทอดผ้าบังสกุล เกษียณรับบำเหน็จ
๒๔.ข้อใดเขียนสะกดถูกต้องทุกคำ
ก.บัญญัติไตรยางศ์ พระเดินบิณฑบาต ห้ามบิดพลิ้วเล่นลิ้นเด็ดขาด บุคลากรในสำนักงาน
ข.การรบพุ่งประจัญหน้าประจันบาน อย่างนี้ประนีประนอมยอมกันไม่ได้ ที่พรรณนามานี้ดีทั้งหมด
ค.ดอกพะยอมบานเช้า อย่ามัวพะวักพะวนอยู่เลย ตลิ่งถูกน้ำเซาะพังทะลาย ไก่พันทางไม่ใช่พันธุ์แท้
ง.ผู้ฟังมากคือพหูสูต หยุดโพนทะนาว่าร้ายผู้อื่น กำลังฟั่นด้าย กระดาษฟูลสแก๊ป
๒๕.ข้อใดมีคำเขียนสะกดผิด จำนวน ๒ คำ
ก.พระวัดใหญ่มรณะภาพ เสื้อม่อห้อม รู้จักประหยัดมัธยัสถ์ เล่นมุขตลกอีกแล้ว
ข.ไปจับแมลงดานา เมื่อเยาว์วัยหมั่นศึกษา ไปเที่ยวระเห็จเตร็ดเตร่ที่ไหนมา ฤกษ์ผานาที
ค.ลดาวัลย์ออกดอกสีขาว ฝนตกมีลมหวน อย่าไปไยดีกับเขานะ ป่ารกชัฏ
ง.ส่งเสียงระเบงเซ็งแซ่ไปหมด ปลูกป่าช่วยรักษาระบบนิเวศ ฉันชอบแกงมัสมั่นไก่ มัคนายกวัดกลางใจดี
๒๖.คำว่า "ไม่เป็นไร" บ่งบอกถึงบุคลิกลักษณะใดของคนไทยในสายตาของชาวต่างชาติที่อยู่ในเมืองไทย
ก.คนปากกับใจไม่ตรงกัน
ข.คนเฉื่อยชา
ค.คนมีมนุษยสัมพันธ์ดี
ง.คนใจดี
๒๗.ชาวต่างชาติมักจะรู้จักคำที่บ่งบอกถึงบุคลิกลักษณะของคนไทยอยู่คำหนึ่ง คือคำในข้อใด
ก.ขอบคุณ
ข.ช่างเถอะน่า
ค.ไม่เป็นไร
ง.ช่างมันเถอะ
๒๘.ถึงแม้คำว่า "ไม่เป็นไร" จะถูกกล่าวถึงในทางที่ไม่ดี แต่ผู้แต่งกลับมีความรู้สึกอย่างไร
ก.ศรัทธา
ข.ชอบ
ค.เฉยๆ
ง.เบื่อหน่าย
๒๙.. ความรู้สึกในข้อใดที่ไม่จำเป็นต้องระงับด้วยคำว่า "ไม่เป็นไร
ก.ความเศร้าโศก
ข.ความพลาดหวัง
ค.ความโกรธแค้น
ง.ความสนุกสนาน
๓๐.คำว่า "ไม่เป็นไร" มีความหมายไปในด้านใด
ก.ทั้งด้านบวกและด้านลบ
ข.ด้านลบน้อยกว่าด้านบวก
ค.ด้านลบ
ง.ด้านบวก
