wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ภาษาไทย ม.5

Total questions: 30

Worksheet time: 15mins

Name
Class
Date
1.

คำว่าวิจารณ์มีความหมายตรงกับข้อใด

a)

ไตร่ตรองโดยใช้เหตุผล

b)

รวบรวมประเด็นที่ฟังได้ตรง

c)

เข้าใจความหมายของสารที่ฟัง

d)

จับกลวิธีการถ่ายทอดสารได้ถูกต้อง

2.

การฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณในข้อใดควรทำเป็นอันดับแรก

a)

พิจารณาว่าเรื่องนั้นดีอย่างไร

b)

พิจารณาข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็น

c)

พิจารณากลวิธีการส่งสารของผู้พูด

d)

พิจารณาประเด็นสำคัญของเรื่องว่าเป็นสาร

        ประเภทใด      

3.

พฤติกรรมใดเป็นหัวใจที่จะต้องใช้ในการฟังและดู

    อย่างมีวิจารณญาณ

a)

ตั้งใจเพื่อเข้าใจสาร

b)

วิเคราะห์ใคร่ครวญ

c)

การนำไปใช้ประโยชน์

d)

พิจารณาความน่าเชื่อถือ

4.

ฟีฟ่าได้ฟังเรื่องออกกำลังสร้างสุข  แล้วนำไปปฏิบัติตาม 

    พฤติกรรมของฟีฟ่าตรงกับกระบวนการฟังสาร

    อย่างมีวิจารณญาณในข้อใด

a)

วินิจฉัย

b)

 วิเคราะห์

c)

ใคร่ครวญ

d)

ประเมินค่า

5.

ข้อใดเป็นสารประเภทจรรโลงใจ

a)

ดิฉันและครอบครัวมั่นใจในเครื่องครัวสแตนเลส

 ตรานกนางนวล

b)

หินผาที่วางอยู่ข้างหน้า  เป็นสิ่งกีดขวางสำหรับ

        คนอ่อนแอ  แต่เป็นบันไดสำหรับคนเข้มแข็ง

c)

การทำเครื่องหมายลงในข้อความที่อ่านหรือ

ขีดเส้นใต้จะสนับสนุนให้ผู้อ่านเข้าใจเรื่องราวได้ดียิ่งขึ้น

d)

นักเรียนบางคนมีลักษณะดีเยี่ยมอยู่ในตัว  เช่น  เค้ก

        และมิ้นท์  มีหัวประดิษฐ์  มีแววกวี  ครูจะต้องสังเกต

        ลักษณะเหล่านี้

6.

บุคคลใดเป็นผู้พูดโน้มน้าวใจมากที่สุด

a)

ไอซ์อธิบายเรื่องการทำซูชิ

b)

บอมแนะนำการซักผ้าอย่างถูกวิธี

c)

แตงโมเชิญชวนเพื่อน ๆ ลดการใช้พลังงาน

d)

แนนโต้แย้งเรื่อง

การเลือกตั้งประธานนักเรียน

7.

การพูดโน้มน้าวใจเป็นการพยายามพูดเพื่อเปลี่ยน

    ทุกข้อยกเว้นข้อใด

a)

ศาสนา

b)

ความเชื่อ

c)

ทัศนคติ

d)

พฤติกรรม

8.

การพูดโน้มน้าวใจมีความสำคัญต่อผู้ฟังอย่างไร

a)

ชุมชนมีความเจริญก้าวหน้า

b)

ได้รับความร่วมมือจากสังคม

c)

ทำให้ผู้ฟังได้แสดงตัวตนที่แท้จริง

d)

กระตุ้นให้เกิดพลังหรือศักยภาพบางอย่าง

9.

ข้อใดไม่ใช่จุดมุ่งหมายของการพูดโน้มน้าวใจ

a)

ชี้นำ

b)

ชี้แจง

c)

ชวนเชื่อ

d)

เชิญชวน

10.

การขอบริจาคโลหิต  เป็นการพูดโน้มน้าวใจด้วย

      วิธีการใด

a)

ชี้นำ

b)

 ชี้แจง

c)

ชวนเชื่อ

d)

เชิญชวน

11.

คำว่า  “หู”  ในข้อใดเป็นความหมายนัยตรงทุกคำ

a)

หูตูบ  หูตึง  หูรูด

b)

หูผึ่ง  หูไว  หูยาน

c)

หูดับ  หูเบา  หูหนัก

d)

หูกวาง  หูช้าง 

หูกระต่าย

12.

คำว่า “ดอกไม้”  ในข้อใดแสดงความหมายนัยตรง

a)

พูดจาภาษาดอกไม้

b)

ขอมอบดอกไม้ให้ด้วยใจรัก

c)

ดอกไม้จากสวรรค์วรรณกวี

d)

ขอมอบดอกไม้ในสวนให้มวลประชา

13.

คำว่า “ฝากฝัง”  ในข้อใดใช้ได้ถูกต้อง

a)

ก่อนเสียชีวิตเขาฝากฝังให้ฉันดูแลลูกสาวคนเล็ก

b)

ขอฝากฝังครูทั้งหลายช่วยอบรมศิษย์ให้รู้จักมีวินัยให้มากขึ้น

c)

สมนึกอยากให้ลูกเข้าโรงเรียนมีชื่อเสียง  แต่ไม่รู้จะฝากฝังกับใครดี

d)

เรื่องท่อน้ำอุดตันในกรุงเทพฯ 

ขอฝากฝัง

 ให้กรุงเทพมหานครช่วยจัดการ

14.

คำที่ขีดเส้นใต้ข้อใดใช้คำไม่เหมาะสม

a)

ประกิตเดินท่อมๆ 

หากุญแจบ้านที่ทำตก

b)

ประมุขเดินอาดๆ  ตรงไปยังพวกนั้นแบบไม่กลัว

c)

ประยงค์เดินไปโท่งๆ  เสื้อผ้าไม่มีติดตัว

สักชิ้นเดียว

d)

ประชาเดินดุ่มๆ 

ไปตามทางคดเคี้ยวอย่างไร้จุดหมาย

15.

คำที่ขีดเส้นใต้ข้อใดใช้ผิดความหมาย

a)

ผู้จัดละครได้เตรียมสำรองที่นั่งไว้หลายที่

b)

นักกีฬาพวกนี้เล่นมากจนเหงื่อไหลโทรมตัว

c)

ข้าวต้มยังร้อนมาก  อย่าตระกรุมตระกรามรีบกินเข้าไปนะ

d)

พนักงานยื่นข้อเสนอค่าแรง  แต่ผู้จัดการปฏิเสธ

   ด้วยท่าทีที่แข็งกร้าว

16.

ข้อใดใช้คำขยายถูกต้องตรงตามความหมาย

a)

ดาราวัยรุ่นสมัยนี้มีพฤติกรรมแหลกเหลวทั้งผู้หญิง และผู้ชาย

b)

ท่าทีของไทยต่อปัญหากัมพูชาต้องประกาศออกไปให้โจ่งแจ้ง

c)

นักกีฬาทีมชาติไทยทุกคนอยู่ในสภาพพร้อมแข็งแกร่ง

 ทั้งกายและใจ

d)

การแข่งขันครั้งนี้จีนได้เหรียญทองนำสุดโต่งทิ้งคู่แข่งขันประเทศอื่น ๆ

17.

การใช้คำกริยาข้อใดบอกจำนวนประธานต่างจากข้ออื่น

a)

โถมแทงสุดแรงที่มี

b)

รุมจับไพรีไว้ให้จงได้

c)

กรูเข้าฟาดฟันให้บรรลัย

d)

ล้อมไว้ทุกทางอย่างมั่นคง

18.

ข้อใดใช้คำให้เห็นภาพถูกต้อง

a)

พายุฝนครั้งนี้คงรุนแรงมากดูได้จากเมฆดำปี๋

b)

กลิ่นหอมของเกสรดอกไม้หอมระรวยมาตามลม

c)

สาวน้อยคนนั้นผิวกายของเธอขาวโพลนน่ามอง

d)

กิริยาท่าทางของยศกรแข็งแกร่งทุกคนถึงไม่ชอบเขา

19.

การใช้คำในข้อใดแสดงเจตนานอบน้อม

a)

ห้ามเลยเวลานะคุณครู

b)

อย่าเลยเวลาสิคะคุณครู

c)

คุณครูโปรดอย่าเลยเวลานะ

d)

ครูคะช่วยอธิบายอีกครั้งได้ไหม

20.

ข้อใดใช้คำลักษณนามไม่เหมือนกันทุกคำ

a)

ขิม  ฆ้อง                 

b)

เข็ม  ขวาน 

c)

คาถา  โคลง

d)

กระโถน  กระทง

21.

ข้อใดเป็นลักษณะการอ่านตีความ

a)

อ่านอย่างรวดเร็วแล้วตีความ

b)

อ่านแล้วตีความวรรคต่อวรรค

c)

อ่านและตีความไปพร้อม  ๆ  กัน

d)

อ่านตีความทั้งเรื่อง  และแต่ละตอนก็ต้องตีความด้วย

22.

เรื่องราวประเภทใดที่ไม่ต้องตีความ

a)

เรื่องที่เป็นข้อเท็จจริง

b)

เรื่องเล่าในวงสนทนา

c)

เรื่องที่แฝงจุดสำคัญไว้บางส่วน

d)

เรื่องที่เกี่ยวกับคติธรรมคำสั่งสอน

23.

ข้อใดสำคัญที่สุดในการอ่านตีความ

a)

อ่านแล้วเข้าใจจุดประสงค์ของเรื่อง

b)

อ่านแล้วทราบถึงสาระสำคัญของเรื่อง

c)

อ่านแล้วเข้าใจเนื้อเรื่องและการดำเนินเรื่อง

d)

อ่านแล้วทราบถึงนิสัยของตัวละครสำคัญของเรื่อง

24.

“แม้ศัตรูของท่านจะดูเหมือนหมู  แต่จงเฝ้าดูเขา

       อย่างราชสีห์”  จากคำกล่าวนี้  มุ่งเตือนสติเรื่องใด

a)

ศัตรูย่อมดุร้ายเสมอ

b)

อย่าไว้ใจทางอย่าวางใจคน

c)

จงตั้งอยู่ในความไม่ประมาท

d)

สัตว์ทั้งหลายย่อมเป็นศัตรูเราได้เสมอ

25.

“ทั้งที่รู้ว่าไม่มีใครหนีพ้น  เมื่อพูดถึงความตายต่างก็

      เกิดทุกข์ใจ  ความกลัวที่สุดของมนุษย์  คือความตาย 

      เพราะไม่อยากตาย”  ข้อใดคือคำอธิบายข้อความนี้

a)

ความตายเป็นทุกข์

b)

ไม่มีผู้ใดอยากตาย

c)

ความทุกข์หนีไม่พ้น

d)

ความกลัวคู่กับมนุษย์

26.

ข้อใดมีความหมายตรงกับข้อความต่อไปนี้

      “หญิงผู้ทำหน้าที่รับใช้  ผู้ทำหน้าที่ภรรยา”

a)

ปริภาษณา

b)

บริจาริกากร

c)

พระราชสมภาร

d)

พญาพาฬมฤคราช

27.

“ไม่เว้นวายเหือดเป็นลางร้ายไปรอบข้าง” 

      “ลางร้าย”  ที่กล่าวถึงนี้คืออะไร

a)

ทั้งขอบฟ้าก็ดาดแดงเป็นสายเลือด 

b)

ทั้งแปดทิศก็มืดมิดมัวมนทุกหนแห่ง

c)

เหตุไฉนไม้ที่มีผลเป็นพุ่มพวง  ก็กลายกลับเป็นดอกดวงเดียรดาษอนาถเนตร

d)

ถูกต้องทุกข้อ

28.

วรรณคดีเรื่อง  “ร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดก

      กัณฑ์มัทรี”  มีลีลาตรงกับข้อใด

a)

พิโรธวาทัง(โกรธ)

b)

เสาวรจนีย์

(ชมความงาม)

c)

นารีปราโมทย์(รัก)

d)

สัลลาปังคพิสัย(เศร้า)

29.

เหตุการณ์ภายหลังจากที่พระนางมัทรีทรงทราบ

      ความจริงจากพระเวสสันดร  พระองค์ทรงปฏิบัติเช่นไร

a)

ยิ้มแย้มพระโอษฐ์

b)

ตบพระหัตถ์อยู่ฉาดฉาน

c)

ท้าวเธอทรงกระทำอนุโมทนาทาน

d)

ร้องสาธุการสรรเสริญบารมีของพระองค์

30.

“ทรงพระพักตร์ผิวผ่องดุจเนื้อทองไม่เทียมสี”

       ความในเครื่องหมายคำพูดนี้กล่าวถึงใคร

a)

พระชาลี

b)

พระกัณหา

c)

พระนางมัทรี

d)

พระเวสสันดร