wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ลิลิตตะเตงพ่าย

Total questions: 45

Worksheet time: 23mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดเป็นจุดประสงค์ของการแต่งเรื่องลิลิตตะเลงพ่าย

a)

ปางปิ่นธเรศอำรุง          โลกเลี้ยง

b)

บรรจงเสาวเลขแล้ว        หลายคุง  ขวบฤา

c)

ทำนุกเชตุพนผดุง          เผดิมตึก  เต็มเอย

d)

เฉลิมพระเกียรติผ่านเผ้า   เจ้าจักรพรรดิแผ่นสยาม

2.

“สองสุริยพงศ์ผ่านหล้าขับคเชนทร์บ่ายหน้าแขกเจ้าจอมตะเลงแลนา” ข้อความข้างต้นเป็นคำประพันธ์ประเภทใด

a)

โคลงสองสุภาพ

b)

โคลงสามสุภาพ

c)

โคลงสี่สุภาพ

d)

ร่ายสุภาพ

3.

“แม้นเจ้าคร้ามเคราะห์กาจ  จงอย่ายาตรยุทธนา เอาพัสตราสตรี สวมอินทรีย์สร่างเคราะห์” ข้อใดเป็นน้ำเสียงผู้พูด

a)

เคร่งเครียดเอาจริงเอาจัง

b)

ประชดประชัน

c)

วิตกกังวลใจ

d)

ล้อเลียน

4.

คำประพันธ์ในข้อใด ไม่กล่าวถึง เครื่องแต่งกายของกษัตริย์

a)

ฉลองพระองค์เพริศแพร้ว

b)

สนับเพราพิศพรายพร้อย

c)

สอดสังวาลเฉวียงองค์

d)

เครื่องอลงการโอ่อ่า

5.

ข้อความต่อไปนี้เมื่อจัดวรรคถูกต้องตามฉันทลักษณ์จะเป็นคำประพันธ์ชนิดใด

          “เสด็จพ้นทวาเรศข้ามคูเวียงหวั่นฤทัยท่านเพียงจักว้าพระองค์ก็อ่อนเอนอาสน์อกระรัวมัวหน้าสั่นส้านเสียวแสยง”

a)

โคลง

b)

ฉันท์

c)

กลอน

d)

ร่าย

6.

มาเดียว เปลี่ยวอกอ้า   อายสู

สถิตอยู่เอ้องค์ดู            ละห้อย

พิศโพ้นพฤกษ์พบู          บานเบิก  ใจนา

พลางคะนึงนุชน้อย                  แน่งเนื้อนวลสงวน”

    ข้อความใดตรงกับคำที่ขีดเส้นใต้

a)

พระมหาอุปราชาชมดอกไม้แล้วคิดถึงนางอันเป็นที่รัก

b)

พระมหาอุปราชาอยู่ไกลจากเมืองแล้วคิดถึงนางผู้เป็นที่

c)

พระเอกาทศรถชื่นชมขบวนทับแล้วหวนคิดถึงนางอันเป็นที่รัก

d)

พระเอกาทศรถเพลิดเพลินในการเดินทัพท่ามกลางสัตว์ป่าน้อยใหญ่

7.

สลัดไดใดสลัดน้อง         แหนงนอน  ไพรฤา

เพราะเพื่อมาราญรอน     เศิกไสร์

สละสละสมร               เสมอชื่อ  ไม้นา

นึกระกำนามไม้            แม่นแม้นทรวงเรียม

บทประพันธ์ข้างต้นเด่นในข้อใด

a)

อัพภาส

b)

สัทพจน์

c)

บุคคลวัต

d)

การเล่นคำ

8.

“คำนึงนึกไป่เปลือง        จิตท่าน  ถวิลนา

เจ็บอุระราชไข้             ขุ่นแค้นคับทรวง”

  ข้อใดกล่าวถึงความรู้สึกของผู้พูด ไม่ถูกต้อง

a)

คิดถึงจนเหมือนจะป่วยไข้

b)

ความคิดถึงที่ไม่มีหมดสิ้น

c)

ความคิดถึงที่ทำให้โกรธเคือง

d)

ความคิดถึงที่เต็มแน่นอยู่ในอก

9.

“สงครามครานี้หนัก                 ใจเจ็บ  ใจนา

เรียมเร่งแหนงหนาวเหน็บ           อกโอ้

ลูกตาย ฤ ใครเก็บ                   ผีฝาก  พระเอย

ผีจักเท้งที่โพล้                        ที่เพล้ใครเผา”

  บทประพันธ์ข้างต้นแสดงความรู้สึกอย่างไร

a)

หวั่นใจ

b)

เศร้าใจ

c)

แค้นใจ

d)

เปลี่ยวใจ

10.

1. เบื้องบรมขัตติย์ท่องท้อง         แถวธาร

          2. พระจักไล่ลุยลาญ                เศิกไสร์

          3. ริปู บ่ รอราญ                    ฤทธิ์ราช  เลยพ่อ

          4. พระจักชาญชเยศได้              ดั่งท้าวใฝ่ฝัน

คำประพันธ์ในข้อใดมีคำที่หมายถึง “รบ”

a)

ข้อ 1.  ข้อ  2.

b)

ข้อ 2.  ข้อ  3.

c)

ข้อ 3.  ข้อ  4.

d)

ข้อ 1.  ข้อ  4.

11.

. “ อุกต่ออุกเข้าร้า  กล้าต่อกล้าชิงบั่น  กลั่นต่อกลั่นชิงรอน  ศรต่อศรยิงยัน  ปืนต่อปืนยิงยัน”

ข้อใดไม่ใช่ลักษณะทางวรรณศิลป์ของข้อความข้างต้น

a)

ใช้คำที่ทำให้เกิดจินตภาพ

b)

ใช้การซ้ำคำในวรรคเดียวกัน

c)

ใช้คำที่มีเสียงสัมผัสพยัญชนะ

d)

ใช้คำที่ขึ้นต้นวรรคเป็นคำตายทั้งหมด

12.

“พันลึกล่มลั่นฟ้า เฉกอสุนีผ่าหล้า

แห่ลงเพี้ยงพกพัง           แลนา

ดังตรลบโลกแล้   ฤา บ่ ร้างรู้แพ้

ชนะผู้ใดดาล      ฉงนนา”

  คำประพันธ์ข้างต้นใช้ภาพพจน์ใด

a)

ภาพพจน์อุปมา

b)

ภาพพจน์สัทพจน์

c)

ภาพพจน์บุคคลวัต

d)

ภาพพจน์อุปลักษณ์

13.

ข้อใดใช้ภาพพจน์การเคลื่อนไหว

a)

เสด็จย่างเหยียบหลังสาร

b)

อลงกตแก้วแกมกาญจน์

c)

เครื่องพุดตานตกแต่ง

d)

เชิงพิชัยชาญ

14.

. “ผิววงว่ายวัฏเวิ้ง         วารี โอฆฤา

บลุโลกุตรโมลี              เลิศล้น”

ข้อใดคือคำอ่านและความหมายของคำขีดเส้นใต้

a)

โลก-กุ-ตะ-ระ หมายถึง พ้นโลก

b)

โลก-กุด-ตระ  หมายถึง  พ้นจากโลก

c)

โลก-กุด-ระ    หมายถึง หลุดไปจากโลก

d)

โล-กุด-ตะ-ระ หมายถึง  พ้นโลก

15.

ใครเป็นผู้ประพันธ์ลิลิตตะเลงพ่าย

a)

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

b)

พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

c)

สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมนุชิตชิโนรส

d)

พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช

16.

ลิลิตตะเลงพ่ายได้แบบอย่างการแต่งมาจากข้อใด

a)

ลิลิตยวนพ่าย

b)

ลิลิตเพชรมงกุฎ

c)

ลิลิตโองการแช่งน้ำ

d)

ลิลิตพยุหยาตราเพชรพวง

17.

สงครามยุทหัตถี หมายถึงข้อใด

a)

การรบด้วย หอก ดาบ

b)

การรบของคนสมัยก่อน

c)

การรบที่ใช้กำลังคนมากมาย

d)

การต่อสู้กันด้วยอาวุธบนหลังช้าง

18.

. ช้างทรงของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช มีนามว่า

a)

พลายชุมพน

b)

พลายพันธกอ

c)

เจ้าพระยาไชยานุภาพ

d)

เจ้าพระยาปราบไตรจักร

19.

ช้างทรงของสมเด็จพระเอกาทศรถ มีนามว่า

a)

พลายชุมพน

b)

พลายพันธกอ

c)

เจ้าพระยาไชยานุภาพ

d)

เจ้าพระยาปราบไตรจักร

20.

ช้างทรงของสมเด็จพระมหาอุปราชา มีนามว่า

a)

พลายชุมพน

b)

พลายพันธกอ

c)

เจ้าพระยาไชยานุภาพ

d)

เจ้าพระยาปราบไตรจักร

21.

ใครเป็นผู้ประพันธ์ลิลิตตะเลงพ่าย

a)

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว 

b)

พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย   

c)

สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส

d)

พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกและเจ้าจอมมารดาจุ้ย 

22.

ลิลิตตะเลงพ่าย เป็นบทประพันธ์ประเภทลิลิต ประพันธ์ขึ้นเพื่ออะไร

a)

ทรงสักการะบูชาบรรพบุรุษ

b)

ทรงสถาปนางานประพันธ์ของไทย

c)

พระราชทานพระกฐินที่วัดพระเชตุพน 

d)

สดุดีวีรกรรมของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

23.

สมเด็จพระมหาสมณเจ้า  กรมพระปรมานุชิตชิโนรส  นอกจากจะทรงพระเกียรติคุณ  

       ในทางคติธรรมแล้วข้อใดกล่าวถูกต้อง

a)

ทรงบังคับบัญชาวัดต่าง ๆ ในกรุงเทพฯเสมอพระราชาคณะ    

b)

ทรงศึกษาอยู่ในสำนักของสมเด็จพระวันรัต    พระองค์ได้ผนวชเป็นพระภิกษุ

c)

ทรงพระเกียรติคุณในทางคดีโลกด้วย  คือ  ได้รับการยกย่องว่า  ทรงเป็น

                    รัตนกวีพระองค์หนึ่งในยุครัตนโกสินทร์ 

d)

เมื่อถึงวันเสด็จพระราชดำเนินพระราชทานพระกฐินที่วัดพระเชตุพนโปรดฯ  

      ให้เชิญพระอัฐิไปประดิษฐานที่ในพระอุโบสถ  ทรงสักการะบูชาผ้าไตรปี  

24.

พระองค์เจ้าวาสุกรี ได้บรรพชาเป็นสามเณร เมื่อมีพระชันษาได้กี่ปี

a)

๑๒ ปี

b)

๑๓ ปี

c)

๑๔ ปี

d)

๑๕ ปี

25.

คำประพันธ์ที่ทรงใช้ในการนิพนธ์  เป็นลิลิตสุภาพ ประกอบด้วยอะไรบ้าง

a)

ร่ายสุภาพและโคลงสุภาพ 

b)

โคลงสี่สุภาพ และโคลงกระทู้

c)

โคลงสี่สุภาพและกาพย์ยานี ๑๑ 

d)

ร้อยแก้วที่มีคำประพันธ์ครบทั้งหมด 

26.

กรมพระปรมานุชิตชิโนรสทรงนิยมใช้ในการนิพนธ์ปิดท้ายวรรณคดีที่ทรงนิพนธ์

      เกือบทุกเรื่องคือคำประพันธ์ประเภทใด

a)

ร่ายดั้น

b)

โคลงกระทู้

c)

กาพย์ยานี ๑๑ 

d)

โคลงดั้นบาทกุญชร 

27.

ลิลิตตะเลงพ่ายมีจำนวนทั้งหมดกี่บท

a)

๔๒๙ บท

b)

๔๓๙ บท

c)

๔๔๙ บท

d)

๔๕๙ บท

28.

ลิลิตตะเลงพ่ายได้แบบอย่างการแต่งมาจากข้อใด

a)

ลิลิตยวนพ่าย

b)

ลิลิตเพชรมงกุฏ

c)

ลิลิตโองการแช่งน้ำ

d)

ลิลิตพยุหยาตราเพชรพวง

29.

สงครามยุทธหัตถี  หมายถึงข้อใด

a)

การรบบด้วยหอก ดาบ

b)

การรบของคนสมัยก่อน

c)

การรบที่ใช้กำลังคนมากมาย

d)

การต่อสู้กันด้วยอาวุธบนหลังช้าง

30.

บนหลังช้างจะมีคนนั่งอยู่กี่คน

a)

๑  คน

b)

๒  คน

c)

๓  คน

d)

๔  คน

31.

ผู้แต่งเรื่องลิลิตตะเลงพ่ายคือใคร

a)

พระราชวงศ์เธอกรมหมื่นพิทยาลงกรณ์

b)

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

c)

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดิศร

d)

สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระปรมานุชิตชิโนรส

32.

ลิลิตตะเลงพ่ายใช้คำประเภทใด

a)

กลอนและกาพย์

b)

ร่ายและโคลง

c)

กาพย์และโคลง

d)

ฉันท์และร่าย

33.

ลิลิตสุภาพประกอบด้วยคำประพันธ์ชนิดใด

a)

ร่ายสุภาพและโคลงสี่สุภาพ

b)

ร่ายสุภาพและโคลงสุภาพ

c)

ร่ายสุภาพและโคลง

d)

ร่ายยาวและโคลงสุภาพ

34.

ก่อนทราบข่าวศึกพม่านั้นสมเด็จพระนเรศวรทรงปรารภเรื่องการเตรียมทัพไปตีประเทศใด

a)

มอญ

b)

เขมร

c)

ลาว

d)

มลายู

35.

สมเด็จพระนเรศวรยกกองทัพไปตั้งค่ายที่ใด

a)

ตำบลตระพังตรุ จังหวัดสุพรรณบุรี

b)

ด่านเจดีย์สามองค์ จังหวัดกาญจนบุรี

c)

ตำบลพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี

d)

ตำบลหนองสาหร่าย จังหวัดสุพรรณบุรี

36.

พระมหาอุปราชายกทัพเข้ามาแดนไทยทางด้านใด

a)

ตำบลตระพังตรุ จังหวัดสุพรรณบุรี

b)

ตำบลหนองสาหร่าย จังหวัดสุพรรณบุรี

c)

ด่านเจดีย์สามองค์ จังหวัดกาญจนบุรี

d)

ตำบลพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี

37.

พระมหาอุปราชาไม่อยากยกทัพไปรบกับพระนเรศวรฯ เพราะเหตุผลในข้อใด

a)

องค์บิดาชราแล้ว ควรฤาแคล้วไกลห่าง

b)

โหรควงคงทำนาย ทายพระเคราะห์ถึงฆาต

c)

คะเนนึกแสยงฤทธิ์ บพิตรไปเทียบทัพหลวง

d)

ก่อนออกรบตริตรอง กลัวจะต้องเสียศักดิ์ศรี

38.

“อุรารานร้าวแยก ยลสยบ

เอนพระองค์ลงทบ ท่าวดิ้น

เหนือคอคชซอนซบ สังเวช

วายชิวาตม์สุดสิ้น สู่ฟ้าเสวยสวรรค์”

จากบทอาขยานนี้กล่าวถึงเนื้อหาตอนใด

a)

ทัพหงสาวดีแตก

b)

ลมพัดฉัตรของพระมหาอุปราชาหัก

c)

พระมหาอุปราชาสิ้นพระชนม์บนคอช้าง

d)

พระมหาอุปราชาหนักพระทัยเรื่องสงคราม

39.

“ว่านครรามินทร์ ผลัดแผ่นดินเปลี่ยนราช เยียววิวาทชิงฉัตร เพื่อกษัตริย์สองสู้……..” คำว่า “นครรามินทร์” หมายถึงเมืองใด

a)

เมืองอู่ทอง

b)

เมืองกาญจนบุรี

c)

กรุงหงสาวดี

d)

กรุงศรีอยุธยา

40.

“ว่านครรามินทร์ ผลัดแผ่นดินเปลี่ยนราช เยียววิวาทชิงฉัตร เพื่อกษัตริย์สองสู้……..” คำว่า“กษัตริย์สอง” หมายถึงบุคคลในข้อใด

a)

พระเจ้าบุเรงนองกับพระมหาอุปราชา

b)

พระเจ้านันทบุเรงกับพระเจ้าตะเบงชะเวตี้

c)

พระมหาอุปราชากับสมเด็จพระนเรศวรฯ

d)

สมเด็จพระนเรศวรฯกับสมเด็จพระเอกาทศรถ

41.

คำกล่าวว่า “เอาพัสตราสตรี สวมอินทรีย์สร่างเคราะห์” หมายความตรงกับข้อใด

a)

จงนำเสื้อผ้าสตรีมาใส่แล้วจะได้ไม่ต้องไปรบ

b)

จงนำเสื้อผ้าสตรีมาใส่แล้วเคราะห์จะได้ลดน้อยลง

c)

จงนำเสื้อผ้าสตรีมาใส่แล้วจะได้ป้องกันเคราะห์ร้าย

d)

จงนำเสื้อผ้าสตรีมาใส่แล้วจะเป็นการสะเดาะเคราะห์

42.

ข้อใดคือจุดประสงค์ในการแต่งลิลิตตะเลงพ่าย

a)

บันทึกประวัติศาสตร์

b)

เป็นตำราเรียนวรรณคดี

c)

สดุดีวีรกรรมพระมหาอุปราชา

d)

สดุดีวีรกรรมของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

43.

ลักษณะที่เด่นที่สุดของสมเด็จพระนเรศวรฯที่ปรากฏในลิลิตตะเลงพ่ายคือข้อใด

a)

ทรงกอปรด้วยขัตติยมานะ

b)

ทรงยึดมั่นในพระพุทธศาสนา

c)

ทรงรักชาติยิ่งกว่าพระชนม์ชีพ

d)

ทรงเป็นกษัตริย์นักรบที่กล้าหาญ

44.

 

คำว่า ตะเลง หมายถึงชนชาติใด

a)

มอญ

b)

พม่า

c)

ยวน

d)

เขมร

45.

พระมหาอุปราชของพระเจ้าหงสาวดีองค์ใดที่มารุกรานไทยและต้องพ่ายแพ้ถึงแก่พระชนม์

a)

พระเจ้าหงสาวดีบุเรงนอง

b)

พระเจ้าหงสาวดีนันทบุเรง

c)

พระเจ้าหงสาวดีมังนอทาสอ

d)

พระเจ้าหงสาวดีตะเบงชะเวตี้