wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

สอบปลายภาคประวัติศาสตร์ไทย ม.6

Total questions: 30

Worksheet time: 30mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดมิใช่เป็นผลดีที่ไทยได้รับจากการทำสัญญาเบาริงในสมัยรัชกาลที่ 4

a)

การค้าขยายตัวอย่างกว้างขวางมากกว่าแต่ก่อน

b)

นำเอาความเจริญทางวิชาการของตะวันตกมาปรับปรุงประเทศ

c)

สัญญาไม่ระบุเวลาจึงทำให้ชาวตะวันตกยินดีเข้ามาค้าขายมากขึ้น

d)

คนไทยปัจจุบันของไทยจะได้รับความคุ้มครองเมื่อไปอยู่ในเขตอังกฤษ

2.

ไทยเริ่มทำการค้าแบบเสรีเมื่อใด

a)

หลังจากที่เสรีไทยมีอำนาจ

b)

เมื่อสหรัฐยอมแก้ไขสัญญาที่ไทยเราเสียเปรียบ

c)

เมื่อทำสัญญาเบาว์ริงกับอังกฤษ

d)

เมื่อไทยเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 1

3.

เมื่อไทยได้มีการเปลี่ยนระบบภาษีจากเดิมมาเป็นร้อยชัก 3 แล้ว การค้าของไทยเป็นอย่างไร

a)

ไทยเก็บภาษีได้น้อยลง

b)

การค้าของไทยดีกว่าเดิมมาก

c)

การค้าอยู่ในภาวะต่ำเล็กน้อย

d)

ไม่สามารถทราบได้เพราะไม่มีการทำสถิติไว้

4.

ข้อใดมิใช่การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจของประเทศในสมัยรัชกาลที่ 4

a)

เริ่มการค้าเสรี

b)

ภาษีศุลกากรขาเข้าถูกจำกัดในอัตราตายตัว

c)

ข้าว ไม้สัก ดีบุก เป็นสินค้าออกที่สำคัญ

d)

มีการใช้ทองคำเป็นมาตรฐานในการแลกเปลี่ยน

5.

หน่วยงานที่เรียกว่า “หอรัษฎากรพิพัฒน์” ทำหน้าที่อะไร

a)

ค้าขายกับต่างประเทศ

b)

เก็บรักษาพระไตรปิฎก

c)

เก็บผลประโยชน์ของแผ่นดิน

d)

ควบคุมการค้าภายในประเทศ

6.

เพื่อให้เงินตราของไทยเป็นที่ยอมรับและเชื่อถือของชาวต่างประเทศรัชกาลที่ 5 ทรงดำเนินการอย่างไร

a)

กำหนดให้ใช้ธนบัตรแทนเงินเหรียญ

b)

กำหนดให้ใช้ทองคำเป็นมาตรฐานในการแลกเปลี่ยนเงินตรากับต่างประเทศ

c)

กำหนดให้ใช้สตางค์แทนเงินปลีก

d)

พระราชทานเงินเดือนแทนเบี้ยหวัด

7.

เหตุใดจึงใช้ทองคำเป็นมาตรฐานเงินตราในการแลกเปลี่ยนเงินกับต่างประเทศ

a)

เพื่อความสะดวกในการซื้อสินค้า

b)

เพื่อป้องกันภาวะเงินเฟื้อ

c)

ระบบเงินตราไม่แน่นอนมั่นคงเท่ากับทองคำ

d)

ตามมติของนานชาติ

8.

หน่วยงานใดที่มีหน้าที่จัดการเกี่ยวกับพระราชทรัพย์ของแผ่นดินในรัชกาลที่ 5

a)

พระคลังมหาสมบัติ

b)

พระคลังข้างที่

c)

พระคลังสินค้า

d)

พระคลังทรัพย์สิน

9.

รัชกาลที่ 6 ทรงเริ่มงานด้านสหกรณ์และคลังด้านออมสินเพื่อสิ่งใด

a)

เพื่อช่วยเหลือชาวไร่ชาวนาให้มีการลงทุน

b)

เพื่อให้รู้จักร่วมแรงร่วมใจช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

c)

เพื่อให้ประชาชนมีที่ฝากเงินที่ปลอดภัย

d)

สร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคมและออมทรัพย์ให้เกิด

10.

ข้อใดคือการแก้ไขปรับปรุงเศรษฐกิจที่ตรงเป้าหมายที่สุดของรัชกาลที่ 6

a)

ตั้งกรมทดน้ำ

b)

ตั้งกรมไปรษณีย์โทรเลข

c)

ตั้งคลังออมสินและสหกรณ์

d)

ริเริ่มกิจการรถไฟ

11.

ข้อใดเป็นจุดประสงค์อันแท้จริงของรัชกาลที่ 6 ที่นำประเทศไทยเข้าร่วมในสงครามโลกครั้งที่ 1

a)

เพื่อหาโอกาสเรียกร้องแก้ไขสนธิสัญญาสิทธิภาพนอกอาณาเขต

b)

เพื่อให้ทหารไทยได้มีโอกาสศึกษาวิชาการทหารของยุโรป

c)

เพื่อปฏิบัติตามข้อผูกพันในสัญญาทางไมตรีระหว่างไทยกับประเทศสัมพันธมิตร

d)

เพื่อไทยจะได้รับผลประโยชน์จากการแบ่งดินแดนของฝ่ายอักษะ

12.

ข้อใดเป็นสาเหตุที่สำคัญที่สุดที่ทำให้ประเทศไทยประสบภาวะเศรษฐกิจตกต่ำในสมัยรัชกาลที่ 7

a)

กรรมกรว่างงาน

b)

การเก็บภาษีหละหลวม ไม่ได้ผลเต็มที่

c)

ราษฎรทำไร่ทำนาไม่ได้ผล

d)

ผลสะท้อนจากเศรษฐกิจตกต่ำหลังสงครามโลกครั้งที่ 1

13.

ข้อใดที่รัชกาลที่ 7 ไม่ทรงใช้แก้ไขภาวะเศรษฐกิจ

a)

กู้เงินจากต่างประเทศ

b)

จ้างชาวต่างประเทศสำรวจภาวะเศรษฐกิจเพื่อหาทางแก้ไข

c)

เพิ่มภาษีอากร

d)

การลดจำนวนผู้รับราชการ

14.

“ตัวข้าพเจ้ารู้สึกเหมือนว่าเกิดมาสำหรับตัดรอนตั้งแต่ต้นก็ได้ตัดมาแล้ว คราวนี้ก็ต้องตัดอีกจนไม่รู้ว่าจะตัดอย่างไร” ข้อความดังกล่าวนั้นเป็นคำพูดของใคร หมายถึงเหตุการณ์เกี่ยวกับอะไร

a)

รัชกาลที่ 5 - เกี่ยวกับการตัดถนนหนทาง

b)

รัชกาลที่ 6-เกี่ยวกับการนำประเทศเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 1

c)

รัชกาลที่ 7-เกี่ยวกับการปรับปรุงเศรษฐกิจ

d)

รัชกาลที่ 9-เกี่ยวกับการพัฒนาท้องถิ่น

15.

เพราะเหตุใดพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงจำเป็นต้องตัดรายจ่ายที่ฟุ่มเฟือยลงและตัดจำนวนข้าราชการที่เหลือเพื่อออกจากหน้าที่

a)

เพราะพระองค์ไม่โปรดข้าราชการทุกคน

b)

เพราะการเงินในประเทศไทยได้รับการกระทบกระเทือนจากเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก

c)

เพราพระองค์ไม่เข้าพระทัยในวิธีการปรับปรุงเศรษฐกิจ

d)

เพราะปัญหารายจ่ายสูงกว่ารายได้

16.

การแก้ไขสนธิสัญญาพระราชมาตรีที่ทำในรัชกาลก่อนแต่มาสำเร็จในรัชกาลที่ 7 มีผลดีต่อทางเศรษฐกิจในขณะนั้นอย่างไร

a)

มีพ่อค้าชาวต่างชาติมาค้าขายมากขึ้น

b)

ค่าของเงินบาทสูงขึ้น

c)

ไทยสามารถส่งสินค้าออกไปขายกับต่างประเทศได้มากขึ้น

d)

มีชาวต่างประเทศเข้ามาลงทุนในประเทศมากขึ้น

17.

เหตุใดจึงต้องมีการออกพระราชบัญญัติภาษีเงินเดือนเมื่อ พ.ศ. 2474

a)

เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ

b)

เพื่อให้ยุติธรรมกับคนทุกคนในประเทศ

c)

เพื่อตัดทอนรายจ่ายของรัฐบาล

d)

เพื่อเริ่มรายได้ให้แก่ประชาชน

18.

สาระสำคัญในสมุดปกขาวในสมัยหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 คืออะไร

a)

ข้อความที่ต่อต้านการปกครองระบอบประชาธิปไตย

b)

พระราชวิจารณ์โครงการเศรษฐกิจของรัชกาลมีที่ 7

c)

ข้อความที่สนับสนุนโครงการเศรษฐกิจแบบสังคมนิยม

d)

พระราชวิจารณ์การปกครองระบอบประชาธิปไตย

19.

เพราะเหตุใดฐานะทางเศรษฐกิจของไทยจึงเริ่มตกต่ำในปลายแผ่นดิน ร. 6

a)

รัชกาลที่ 6 ไม่สนใจในการค้าและเศรษฐกิจ

b)

ผลสะท้อนจากสงครามโลกครั้งที่ 1 ทำให้เศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก

c)

การเสียเปรียบดุลการค้ากับต่างประเทศ

d)

คนจีนคุมเศรษฐกิจของประเทศ

20.

เค้าโครงเศรษฐกิจของหลวงประดิษฐ์มนูธรรมที่เรียกว่า สมุดปกเหลืองได้กล่าวถึงการปฏิรูปเศรษฐกิจเน้นหนักในข้อใด

a)

ให้นายทุนลงทุนด้านอุตสาหกรรมให้มาก

b)

มุ่งปฏิวัติการกสิกรรม ซึ่งเป็นหัวใจของประเทศ

c)

ให้ราษฎรใช้แรงงานเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่บ้านเมืองตามกำลังความสามารถ

d)

ดึงปัจจัยในการผลิตมาเป็นของรัฐ

21.

“ครั้งกรุงเก่า” หมายถึงสมัยใด

a)

สมัยโบราณ

b)

สมัยสุโขทัย

c)

สมัยอยุธยา

d)

สมัยธนบุรี

22.

สมัยที่มีกรุงรัตนโกสินทร์หรือกรุงเทพมหานครเป็นราชธานีเรียกว่าสมัยใด

a)

สมัยใหม่

b)

สมัยกรุงสยาม

c)

สมัยกรุงเทพมหานคร

d)

สมัยรัตนโกสินทร์

23.

เหตุการณ์ใดเกิดขึ้นเป็นเหตุการณ์ที่สาม

a)

กรุงธนบุรีเริ่มต้นเมื่อ พ.ศ. 2310

b)

กรุงศรีอยุธยาเกิดขึ้นก่อนกรุงธนบุรี

c)

กรุงรัตนโกสินทร์เกิดขึ้นภายหลังกรุงธนบุรี

d)

กรุงสุโขทัยก่อตั้งขึ้นเมื่อพุทธศตวรรษที่ 18

24.

การกำหนดหัวเรื่องจากความสนใจมีประโยชน์อย่างไร

a)

ทำให้สะดวกในการศึกษา

b)

ทำให้ศึกษาในเรื่องที่ต่างจากคนอื่น

c)

ทำให้เกิดการสร้างองค์ความรู้ใหม่ได้

d)

ทำให้มีแรงกระตุ้นในการศึกษาอย่างต่อเนื่อง

25.

หลักฐานทางประวัติศาสตร์มีความสำคัญต่อวิธีการทางประวัติศาสตร์อย่างไร

a)

ให้ข้อมูลทางประวัติศาสตร์

b)

กำหนดวิธีการทางประวัติศาสตร์

c)

กำหนดหัวข้อทางประวัติศาสตร์

d)

ทำให้เกิดวิธีการทางประวัติศาสตร์

26.

เพราะเหตุใดหลักฐานชั้นต้นจึน่าเชื่อถือกว่าหลักฐานชั้นรอง

a)

หลักฐานชั้นรองใช้ข้อมูลจากหลักฐานชั้นต้น

b)

หลักฐานชั้นต้นสร้างขึ้นโดยไม่มีอคติในการสร้าง

c)

หลักฐานชั้นต้นไม่มีการสอดแทรกความคิดของผู้สร้าง

d)

ผู้สร้างหลักฐานชั้นต้นย่อมทราบข้อมูลของเหตุการณ์ดีกว่า

27.

ข้อใดคือหลักฐานชั้นรองทั้งหมด

a)

จดหมาย ภาพวาด กระเป๋า

b)

ภาพถ่าย บทความ วิทยานิพนธ์

c)

ภาพยนตร์ หนังสือ งานวิจัย

d)

รูปปั้น ข่าวหนังสือพิมพ์ วีดิทัศน์

28.

หลักฐานชั้นต้นมีความน่าเชื่อถือเพราะอะไร

a)

ให้ข้อมูลที่เกิดขึ้นจริง มีการอ้างอิง

b)

สร้างขึ้นด้วยความเป็นกลางไม่มีอคติ

c)

ให้ข้อมูลที่ละเอียดครบถ้วนสมบูรณ์

d)

สร้างขึ้นจากผู้เกี่ยวข้องในช่วงที่เกิดเหตุการณ์

29.

เหตุใดศิลาจารึกจึงเป็นหลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษรเก่าแก่ที่สุดเท่าที่มีการค้นพบในประเทศไทย

a)

ศิลาจารึกมีความคงทน

b)

ตัวอักษณบนศิลาจารึกมีความชัดเจน

c)

คนสมัยโบราณถนัดการใช้หิน

d)

การบันทึกข้อมูลลงบนหินทำได้ง่าย

30.

ข้อใดคือคุณสมบัติเด่นของข้อมูลที่ได้จารึก

a)

เป็นหลักฐานที่ให้ข้อมูลอย่างละเอียด

b)

เป็นหลักฐานที่ให้ข้อมูลสั้นๆ ได้ใจความ

c)

เป็นหลักฐานชั้นต้นที่บอกเรื่องราวสำคัญ

d)

เป็นหลักฐานชั้นต้นที่บอกเวลาสร้างไว้ชัดเจน