wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

หน่วยที่ 3 รูปแบบของเครือข่าย

Total questions: 17

Worksheet time: 13mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดคือความหมายของการเชื่อมต่อแบบจุดต่อจุด

a)

การเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์สองตัว

b)

การเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์หลายตัว

c)

การเชื่อมต่อระหว่างเครือข่ายสองเครือข่าย

d)

การเชื่อมต่อระหว่างเครือข่ายหลาย ๆ เครือข่าย

2.

ข้อใดคือความหมายของการเชื่อมต่อแบบหลายจุด

a)

เป็นการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ปลายทางและอุปกรณ์ต้นทางเท่านั้นไม่ผ่านอุปกรณ์อื่น ๆ

b)

เป็นการเชื่อมต่อระหว่างที่ไม่มีกลไกลควบคุมการสื่อสาร

c)

เป็นการเชื่อมต่อที่ใช้รับส่งข้อมูลได้ดีไม่มีการชนกันข้อข้อมูล

d)

เป็นเครือข่ายที่ต้องมีกลไกลควบคุมการติดต่อสื่อสาร

3.

ข้อใดคือความหมายของโทโพโลยีแบบบัส (BUS)

a)

การเชื่อมต่อผ่านแกนหลัก

b)

การเชื่อมต่อผ่านอุปกรณ์รวมศูนย์ที่ทำหน้าที่คล้ายแกนหลัก

c)

การเชื่อมต่อที่มีลักษณะวงกลม

d)

การเชื่อมต่อที่ทุกอุปกรณ์มีเส้นทางการสื่อสารโดยตรง

4.

ข้อใดคืออุปกรณ์ที่ช่วยดูดซับสัญญาณไม่ให้สะท้อนกลับในเทโพโลยีแบบบัส (BUS)

a)

Drop Lines

b)

Tap

c)

Terminator

d)

Hub/Switch

5.

ข้อใดคือข้อดีของโทโพโลยีแบบบัส (BUS)

a)

ประหยัดสายสื่อสาร เพราะใช้สายแกนหลักเส้นเดียว

b)

จัดการได้ง่ายเนื่องจากร่วมศูนย์

c)

แต่ละโหนดมีโอกาสส่งข้อมูลเท่ากัน

d)

ระบบมีความทนทานต่อความผิดพลาดสูง

6.

ข้อใดคือข้อเสียของโทโพโลยีแบบบัส (BUS)

a)

หาสายแกนหลักชำรุด เครือข่ายจะหยุดชะงัก และค้นหาข้อผิดพลาดได้ยาก

b)

หาอุปกรณ์ร่วมศูนย์เสียหายจะทำให้เครือข่ายหยุดชะงัก

c)

ยากต่อการตรวจ กรณีมีโหนดใดโหนดหนึ่งเกิดข้อขัดข้องจนกว่าจะพบจุดที่มีปัญหา

d)

เปลืองสายสัญญาณ

7.

ข้อใดคือความหมายของโทโพโลยีแบบดาว (STAR)

a)

การเชื่อมต่อผ่านแกนหลัก

b)

การเชื่อมต่อผ่านอุปกรณ์รวมศูนย์ที่ทำหน้าที่คล้ายแกนหลัก

c)

การเชื่อมต่อที่มีลักษณะวงกลม

d)

การเชื่อมต่อที่ทุกอุปกรณ์มีเส้นทางการสื่อสารโดยตรง

8.

ข้อใดคืออุปกรณ์รวมศูนย์ของโทโพโลยีแบบดาว (STAR)

a)

Drop Lines

b)

Tap

c)

Terminator

d)

Hub/Switch

9.

ข้อใดคือข้อดีของโทโพโลยีแบบดาว (STAR)

a)

ประหยัดสายสื่อสาร เพราะใช้สายแกนหลักเส้นเดียว

b)

มีความคงทนสูง หากสายเคเบิลบางโหนดเกิดชำรุดหรือขาด จะส่งผลต่อโหนดนั้น ๆ เท่านั้น

c)

แต่ละโหนดมีโอกาสส่งข้อมูลเท่ากัน

d)

แบนด์วิดธ์บนสายสื่อสารถูกใช้งานได้เต็มที่

10.

ข้อใดคือข้อเสียของโทโพโลยีแบบดาว (STAR)

a)

หาสายแกนหลักชำรุด เครือข่ายจะหยุดชะงัก และค้นหาข้อผิดพลาดได้ยาก

b)

หากต้องการเพิ่มโหนดอุปกรณ์รวมศูนย์ต้องมีพอร์ตว่างอยู่

c)

หากวงแวนชำรุดหรือขาด จะส่งผลทั้งเครือข่าย

d)

เปลืองสายสัญญาณ

11.

ข้อใดคือความหมายของโทโพโลยีแบบวงแหวน (RING)

a)

การเชื่อมต่อผ่านแกนหลักที่เรียกว่า (Backbone)

b)

การเชื่อมต่อผ่านอุปกรณ์รวมศูนย์ที่ทำหน้าที่คล้ายแกนหลัก

c)

การเชื่อมต่อที่แต่หละโหนดเหมือนทำหน้าที่หลายเครื่องทวนสัญญาณ

d)

การเชื่อมต่อแบบจุดต่อจุดอย่างแท้จริง

12.

ข้อใดคือข้อดีของโทโพโลยีแบบวงแหวน (RING)

a)

ประหยัดสายสื่อสาร เพราะใช้สายแกนหลักเส้นเดียว

b)

จัดการได้ง่ายเนื่องจากร่วมศูนย์

c)

แต่ละโหนดมีโอกาสส่งข้อมูลเท่ากัน

d)

แบนด์วิดธ์บนสายสื่อสารถูกใช้งานได้เต็มที่

13.

ข้อใดคือข้อเสียของโทโพโลยีแบบวงแหวน (RING)

a)

หาสายแกนหลักชำรุด เครือข่ายจะหยุดชะงัก และค้นหาข้อผิดพลาดได้ยาก

b)

หากต้องการเพิ่มโหนดอุปกรณ์รวมศูนย์ต้องมีพอร์ตว่างอยู่

c)

หากวงแวนชำรุดหรือขาด จะส่งผลทั้งเครือข่าย

d)

เปลืองสายสัญญาณ

14.

ข้อใดคือความหมายของโทโพโลยีแบบเมช (MESH)

a)

การเชื่อมต่อผ่านแกนหลักที่เรียกว่า (Backbone)

b)

การเชื่อมต่อผ่านอุปกรณ์รวมศูนย์ที่ทำหน้าที่คล้ายแกนหลัก

c)

การเชื่อมต่อที่แต่หละโหนดเหมือนทำหน้าที่หลายเครื่องทวนสัญญาณ

d)

การเชื่อมต่อแบบจุดต่อจุดอย่างแท้จริง

15.

ข้อใดคือข้อดีของโทโพโลยีแบบเมช (MESH)

a)

ประหยัดสายสื่อสาร เพราะใช้สายแกนหลักเส้นเดียว

b)

จัดการได้ง่ายเนื่องจากร่วมศูนย์

c)

แต่ละโหนดมีโอกาสส่งข้อมูลเท่ากัน

d)

แบนด์วิดธ์บนสายสื่อสารถูกใช้งานได้เต็มที่

16.

ข้อใดคือข้อเสียของโทโพโลยีแบบเมช (MESH)

a)

หาสายแกนหลักชำรุด เครือข่ายจะหยุดชะงัก และค้นหาข้อผิดพลาดได้ยาก

b)

หากต้องการเพิ่มโหนดอุปกรณ์รวมศูนย์ต้องมีพอร์ตว่างอยู่

c)

หากวงแวนชำรุดหรือขาด จะส่งผลทั้งเครือข่าย

d)

เปลืองสายสัญญาณ

17.

ถ้ามีคอมพิวเตอร์จำนวน 100 เครื่องและเชื่อมต่อโทโพโลยีแบบเมช (MESH) จะใช้สายกี่เส้น

a)

5,000 เส้น

b)

4,950 เส้น

c)

4,900 เส้น

d)

4,850 เส้น