wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ทบทวน ปรัชญา

Total questions: 30

Worksheet time: 15mins

Name
Class
Date
1.
a)

โดยรากศัพท์ หมายถึง ความรักในความรู้

b)

โดยนิยาม ไม่สามารถนิยามตายตัวได้

c)

โดยทั่วไป หมายถึง '' Point of world views - way of life ''

d)

ถูกทุกข้อ

2.
a)

Metaphysic

b)

Epistemology

c)

Ethics

d)

Logic

3.
a)

วัตถุนิยม

b)

จิตนิยม

c)

ธรรมชาตินิยม

d)

เหตุผลนิยม

4.
a)

ผู้ค้ำบัลลังก์ราชินี 3 คน

b)

เเต่เดิมปรัชญาเเบ่งเป็น 3 สาขา

c)

โลกทัศน์ทางปรัชญา 3 เเบบ

d)

ปรัชญาสายสำคัญของโลก 3 สาย

5.
a)

วัตถุนิยม

b)

จิตนิยม

c)

ธรรมชาตินิยม

d)

สุขนิยม

6.
a)

ความสุขสบาย - สุขนิยม

b)

ปัญญาความรู้ - ความสงบเเห่งจิตใจ - อสุขนิยม

c)

มองรอบด้าน - มนุษย์นิยม

d)

ถูกทุกข้อ

7.
a)

วัตถุนิยม

b)

จิตนิยม

c)

ธรรมชาตินิยม

d)

อสุขนิยม

8.
a)

วัตถุนิยม

b)

จิตนิยม

c)

ธรรมชาตินิยม

d)

อสุขนิยม

9.
a)

วัตถุนิยม

b)

จิตนิยม

c)

ธรรมชาตินิยม

d)

อสุขนิยม

10.
a)

2+2=4

b)

สิ่งเดียวกันจะอยู่ในสองที่ในเวลาเดียวกันไม่ได้

c)

สิ่งที่เท่ากัน เมื่อหักออกเท่ากัน ที่เหลือย่อมเท่ากัน

d)

ถูกทุกข้อ

11.
a)

intuitionism - Newton

b)

Innate Idea - Rene Descartes

c)

All knowledge come from experience - John Locke

d)

A Total Knowledge - Immanuel Kant

12.
a)

เหตุผลนิยม

b)

สสารนิยม

c)

ประสบการณ์นิยม

d)

สัญชาตญาณนิยม

13.
a)

สัญชาตญาณนิยม

b)

ประสบการณ์นิยม

c)

เหตุผลนิยม

d)

อนุมานนิยม

14.
a)

สัญชาตญาณนิยม

b)

ประสบการณ์นิยม

c)

เหตุผลนิยม

d)

อนุมานนิยม

15.
a)

สัญชาตญาณนิยม

b)

ประสบการณ์นิยม

c)

เหตุผลนิยม

d)

อนุมานนิยม

16.
a)

เงิน เป็น extrinsic value สิ่งสุดท้ายที่ต้องการเป็น Intrinsic value

b)

เงิน เป็น mean เเละ สิ่งสุดท้ายที่ต้องการเป็น Goal

c)

เงิน เเละ สิ่งสุดท้ายที่ต้องการเป็น Mean

d)

เงินเป็น Mean สิ่งสุดท้ายเเห่งความต้องการเป็น End

17.
a)

สัญชาตญาณนิยม

b)

ประสบการณ์นิยม

c)

เหตุผลนิยม

d)

อนุมานนิยม

18.
a)

มนุษย์ย่อมเเสวงหาความสุขได้หลายทาง

b)

การเเสวงหาความสุขของเเต่ละคนไม่เหมือนกัน

c)

ในสถานการณ์ที่เลือกไม่ได้ อันที่ทุกข์น้อยที่สุด ถือเป็นความสุขเช่นกัน

d)

เมื่อถึงคราวจำเป็นต้องใช้วิธีเสี่ยงดวงว่าจะตัดสินใจเลือกกระทำเเบบใด

19.
a)

ดีชั่วมีเพียงเกณฑ์อย่างเเน่นอนตายตัว

b)

ดีชั่วขึ้นอยู่กับความคิดเห็นของเเต่ละคน

c)

ดีชั่วเป็นสิ่งที่ออกมาจากสำนึกของมโนธรรม

d)

ดีชั่วคือการทำตามหน้าที่โดยไม่มีเงื่อนไข

20.
a)

สุขนิยม

b)

อสุขนิยม

c)

มนุษย์นิยม

d)

หน้าที่นิยม

21.
a)

สัมพัทธ์นิยม

b)

สัมบูรณ์นิยม

c)

ประโยชน์นิยม

d)

หน้าที่นิยม

22.
a)

ปัญญเป็นนักเรียน ที่ตั้งใจเรียนมาก เพราะหากได้เกรดดี เเม่จะให้ของขวัญทุกเทอม

b)

เรณูเป็นพนักงานบริษัท ที่ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งเจ้านายอย่างเคร่งครัด เพื่อเงินโบนัสปลายปี

c)

วินัยเป็นข้าราชการที่ขยันทำงาน เพราะเห็นว่าความขยันเป็นความดี เป็นหน้าที่ที่ประชาชนมอบให้

d)

สายใจเป็นเเรงงานก่อสร้าง ที่ตั้งใจทำงาน เพื่อสะสมเงินไว้เปิดกิจการรับเหมาก่อสร้างของตัวเอง

23.
a)

ข้อสรุปที่ยืนยันที่มาของข้ออ้าง

b)

การอ้างหลักฐาน เพื่อยืนยันว่าข้อสรุปเป็นจริง

c)

คำพูดที่ยากต่อการหักล้างโต้เเย้ง

d)

คำพูดที่มีลีลาวาทศิลป์

24.
a)

การทำดีคือการทำด้วยเจตนาที่ดี

b)

ถ้าหน้าที่ขัดกัน ต้องทำหน้าที่ที่ใหญ่กว่า

c)

การทำหน้าที่ ต้องขึ้นอยู่กับกฎเกณฑ์เฉพาะกลุ่ม ไม่เป็นสากล

d)

ทำหน้าที่เพื่อหน้าที่ มิใช่เพราะมีเงื่อนไขอื่นเเลกเปลี่ยน

25.
a)

องค์ประกอบของการอ้างเหตุผลน้องประกอบด้วยเหตุ (P) เเละ (C)

b)

การอ้างเหตุผลต้องอยู่ในรูปเเบบของเหตุผล

c)

การอ้างเหตุผลต้องตั้งเหตุ (P) มาก่อนผล (C) เท่านั้น

d)

เนื้อหาในการอ้างเหตุผล ต้องเป็นเหตุ เเละผล

ของกันเเละกัน

26.
a)

อุปนัย ตั้งทฤษฎี - นิรนัยทดสอบ เพื่อยืนยันหรือหักล้างทฤษฎีนั้น

b)

นิรนัย ตั้งทฤษฎีกฎเกณฑ์ - อุปนัยทดสอบเพื่อยืนยันหรือหักล้างทฤษฎีนั้น

c)

ทั้งอุปนัยเเละนิรนัยต่างสร้างทฤษฎีกฎเกณฑ์ของตนเอง

d)

ต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่ของตน มีเกี่ยวข้องกัน

27.
a)

เมื่อพิสูจน์ซ้ำหลายครั้ง ก็สรุปเป็นกฎเกณฑ์หรือทฤษฎี

b)

ความน่ความน่าเชื่อถืออยู่ในระดับ Probability แต่สร้างองค์ความรู้ใหม่

c)

การอ้างเหตุผลแบบอุปนัยเป็นไปได้เพราะความเชื่อพื้นฐานว่าธรรมชาติมีกฎเกณฑ์ที่ตายตัว

d)

ความน่ความน่าเชื่อถืออยู่ในระดับ Certainty

28.
a)

ด้านรูปแบบ

b)

ด้านเนื้อหา

c)

ด้านภาษา

d)

ด้านจิตวิทยา (ทิ้งเหตุผล)

29.
a)

ด้านรูปแบบ

b)

ด้านเนื้อหา

c)

ด้านภาษา

d)

ด้านจิตวิทยา (ทิ้งเหตุผล)

30.
a)

แบบอุปนัย

b)

เเบบนิรนัย

c)

เเบบวิทยาศาสตร์

d)

การผสมระหว่างอุปนัยกับนิรนัย