Wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

การรักษาดุลยภาพของสิ่งมีชีวิต

Total questions: 20

Worksheet time: 17mins

Name
Class
Date
1.

โครงสร้างในข้อใดไม่พบในเซลล์สัตว์

a)

ก. ไซโทพลาซึม

b)

ข. คลอโรพลาสต์

c)

ค. เซนทริโอ

d)

ง. ไมโทคอนเดรีย

2.

จากภาพ คือการทดลองการเคลื่อนที่ของอนุภาคด่างทับทิม จากบริเวณที่มีความเข้มมากไปยังบริเวณที่มีความเข้มน้อย จนเมื่อถึงจุดหนึ่งความเข้มของด่างทับทิมเท่ากันทุกบริเวณ จากการทดลองดังกล่าว จัดเป็นการลำเลียงสารประเภทใด

a)

การออสโมซิส

b)

แอคทีฟทรานสปอร์ต

c)

ฟาซิลิเทต

d)

การแพร่

3.

นำเซลล์ของสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่ง มีความเข้มข้น 0.56 เมื่อนำไปใส่ในสารละลาย ที่มีความเข้มข้น 0.78 เซลล์จะเปลี่ยนแปลงอย่างไร (สารละลายนอกเซลล์เข้มข้นกว่าภายในเซลล์)

a)

เซลล์เหมือนเดิม  ไม่เปลี่ยนแปลง

b)

เซลล์จะเต่งออก

c)

เซลล์จะเหี่ยวลง

d)

เซลล์แตก

4.

พฤติกรรมใดของมนุษย์ที่สามารถขับน้ำออกจากร่างกายในปริมาณน้อยที่สุด

a)

เหงื่อ

b)

ปัสสาวะ

c)

อุจจาระ

d)

การหายใจออก

5.

ถ้าปริมาณน้ำในเลือดน้อย จะเกิดผลในข้อใด

a)

กระหายน้ำ ท่อหน่วยไตดูดน้ำกลับ

b)

แรงดันออสโมติกของเลือดลดลง

c)

ต่อมใต้สมองส่วนหลัง หยุดหลั่งฮอร์โมน

d)

ไฮโพทาลามัส หยุดหลั่งฮอร์โมน ADH

6.

จากภาพ

ข้อใดเป็นการลำเลียงแบบฟาซิลิเทต

a)

A และ B

b)

B และ C

c)

C และ D

d)

D และ A

7.

จากภาพ เป็นการลำเลียงสารโดยไม่ผ่านเยื่อหุ้มเซลล์แบบประเภทใด

a)

Exocytosis

b)

Endocytosis

c)

Phagocytosis

d)

Pinocytosis

8.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการออสโมซีส (osmosis)

a)

เป็นการแพร่ของสารที่ไม่สามารถแพร่ผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ได้โดยตรง

b)

ต้องเคลื่อนผ่านช่องโปรตีนหรือโปรตีนตัวพาภายในเยื่อหุ้มเซลล์

c)

การแพร่ของน้ำจากบริเวณที่มีความเข้มข้นของสารละลายสูงไปยังบริเวณที่มีสารละลายความเข้มข้นต่ำ

d)

การแพร่ของน้ำจากบริเวณที่มีความเข้มข้นของสารละลายต่ำไปยังบริเวณที่มีสารละลายความเข้มข้นสูง

9.

การหลั่งฮอร์โมนอินซูลินออกจากเซลล์ตับอ่อน เป็นการลำเลียงสารแบบใด

a)

เอนโดไซโทซีส (endocytosis)

b)

เอกโซไซโทซีส (exocytosis)

c)

ออสโมซีส (osmosis)

d)

การแพร่แบบธรรมดา (Diffusion)

10.

การแลกเปลี่ยนแก๊สบริเวณถุงลมปอดและการกำจัดแบคทีเรียโดยเม็ดเลือดขาวนิวโทรฟิล

เกิดโดยวิธีการใดตามลำดับ

1 : การแพร่

2 : การแพร่แบบฟาซิลิเทต

3 : ฟิโนไซโทซิส

4 : ฟาโกไซโทซิส

a)

1 และ 3

b)

1 และ 4

c)

2 และ 3

d)

2 และ 4

11.

อวัยวะใดต่อไปนี้มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการรักษาดุลยภาพของน้ำในร่างกาย

a)

กระเพาะปัสสาวะ

b)

ตับ

c)

ม้าม

d)

ไต

12.

การกำจัดของเสียของไตมี 3 ขั้นตอน อะไรบ้าง

a)

2 ขั้นตอน การหลั่ง การดูดกลับ

b)

3 ขั้นตอน การกรอง การหลั่ง การส่งสาร

c)

3 ขั้นตอน การกรอง การดูดกลับ การหลั่ง/ขับทิ้ง

d)

2 ขั้นตอน การกรอง การส่งสาร

13.

องค์ประกอบของไตที่เป็นกลุ่มของหลอดเลือดฝอยที่ล้อมด้วยโบว์แมนแคปซูล มีลักษณะคล้ายถ้วย เรียกว่าอะไร

a)

โกลเมอรูลัส

b)

ท่อหน่วยไต

c)

รีนัลอาร์เตอรี

d)

รีนัลเวน

14.

ข้อใดต่อไปนี้เป็นปฏิกิริยาของร่างกาย เมื่อร่างกายเหงื่อออกมาก (สูญเสียน้ำในร่างกาย)

a)

ความเข้มข้นเลือดเพิ่ม ไฮโพทาลามัสถูกกระตุ้น

b)

ความเข้มข้นเลือดลดลง ไฮโพทาลามัสถูกกระตุ้น

c)

ความเข้มข้นเลือดเพิ่ม ร่างกายมีน้ำมาก

d)

ความเข้มข้นเลือดลดลง ร่างกายมีน้ำน้อย

15.

ระบบใดเกี่ยวข้องกับกลไกในการรักษาสมดุลกรด-เบสของมนุษย์

a)

การทำงานของปอด

b)

การทำงานของไต

c)

การทำงานระบบบัฟเฟอร์

d)

ถูกทุกข้อ

16.

โดยปกติความเป็นกรด-เบสในเลือดขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงความเข้มข้นของอะไร

a)

ไฮโดรเจนไอออน

b)

แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์

c)

ไฮโดรเจนคาร์บอเนตไอออน

d)

ออกซิเจน  

17.

เลือดของคนที่มีค่าความเป็นกรดเบส 7.0 จำเป็นต้องรักษาดุลยภาพของร่างกายให้เข้าสู่ระดับกรดเบสปกติได้อย่างไร

a)

หายใจเร็วขึ้นเพื่อทำให้ค่ากรดเบสลดลง

b)

หายใจช้าลงเพื่อทำให้ค่ากรดเบสลดลง

c)

หายใจเร็วขึ้นเพื่อทำให้ค่ากรดเบสเพิ่มขึ้น

d)

หายใจช้าลงเพื่อทำให้ค่ากรดเบสเพิ่มขึ้น

18.

สมองส่วนไฮโพทาลามัสมีศูนย์ควบคุมดุลยภาพของร่างกาย คือข้อใด

a)

ควบคุมรักษาดุลยภาพของน้ำในร่างกาย

b)

ควบคุมรักษาดุลยภาพของความเป็นกรด-เบส ของร่างกาย

c)

ควบคุมรักษาดุลยภาพของอุณหภูมิในร่างกาย

d)

ควบคุมรักษาดุลยภาพทั้งของน้ำ ความเป็นกรดเบสและอุณหภูมิในร่างกาย

19.

สัตว์ชนิดใดต่อไปนี้ที่ไม่มีกลไกในการรักษาอุณหภูมิของร่างกายให้คงที่ อุณหภูมิร่างกายจึงแปรผันไปตามอุณหภูมิของสิ่งแวดล้อม

a)

ตุ่นปากเป็ด

b)

ค้างคาว

c)

ม้าน้ำ

d)

โลมา

20.

กล้ามเนื้อโคนขนที่ผิวกายจะตัวหด (ทำให้ขนลุก)เมื่อใด

a)

อุณหภูมิของสิ่งแวดล้อมต่ำลงและ หลอดเลือดหดตัว

b)

อุณหภูมิของสิ่งแวดล้อมสูงขึ้นและ หลอดเลือดหดตัว

c)

อุณหภูมิของสิ่งแวดล้อมต่ำลงและ หลอดเลือดขยายตัว

d)

อุณหภูมิของสิ่งแวดล้อมสูงขึ้นและ หลอดเลือดหดตัว