wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

🦎🐍🐡กาพย์ห่อโคลงประพาสธารทองแดง 2🐡🦎🐍

Total questions: 28

Worksheet time: 14mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดกล่าวถึงลักษณะการแต่งกาพย์ห่อโคลง ไม่ถูกต้อง

a)

แต่งด้วยกาพย์ยานี ๑๑ หนึ่งบทสลับกับโคลงสี่สุภาพ หนึ่งบท

b)

กำหนดให้ทำต้นบทของโครงตรงกับคำต้นบทของกาพย์

c)

เนื้อความในโคลงควรแต่งล้อรับกับกาพย์ด้วย

d)

ควรขึ้นต้นด้วยโคลงสี่สุภาพก่อนแล้วจึงตามด้วยกาพย์ยานี ๑๑

2.

ข้อใดมีคำเอกโทษ

a)

แสนสนุกปลุกใจหวัง วิ่งหรี้

b)

กระจงกระจิดหน้า เอ็นดู

c)

มีเคี่ยวขาวน้อยช้อย แนบข้างเคียงสอง

d)

ลางลิงหูลิงลิง หลอกขู้

3.

ข้อใดมีทั้งสัมผัสสระและสัมผัสพยัญชนะ

a)

หัวลิงหมากลางลิง

b)

ต้นลางลิงแลหูลิง

c)

ลิงไต่กระไดลิง

d)

ลิงโลดคว้าประสาลิง

4.

ข้อใดไม่มีสัมผัสพยัญชนะ

a)

นกแก้วแจ้วรี่ร้อง เร่หา

b)

ใกล้คู่หมู่สาลิกา แวดเคล้า

c)

นกตั้วผัวเมียมา สมสู่

d)

สัตวาฝ่าแขกเต้า พวกพ้องโนรี

5.

ข้อใดไม่มีสัมผัสสระ

a)

ฝูงลิงใหญ่น้อยกระจุ้ย

b)

ชะนีอุ่ยอุ้ยร้องหา

c)

ฝูงค่างหว่างพฤกษา

d)

ค่างโจนไล่ไขว่ปลายยาง

6.

ข้อใดมีสัมผัสพยัญชนะมากที่สุด

a)

ยูงทองย่องเยื้องย่าง รำฉวาง

b)

รายร่ายฟ่ายเฟื่องหาง เฉิดหน้า

c)

ปากหงอนอ่อนสำอาง ลายเลิศ

d)

รำเล่นเต้นงามหง้า ปีกป้องเป็นเพลง

7.

"หัวร่อรื่นชื่นชี้ ส่องนิ้วชวนแล" คำว่า ส่องนิ้ว มีความหมายตรงกับข้อใด

a)

ดูนิ้ว

b)

ชี้นิ้ว

c)

ยกนิ้ว

d)

ชื่นชม

8.

ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของเลียงผา

a)

มีหนวดงาม

b)

ปลายเขาโค้งไปข้างหน้า

c)

ขนหยาบมีกลิ่นเหม็นสาบ

d)

มีรูปร่างคล้ายแพะ

9.

ข้อใดกล่าวถึงกระจงไม่ถูกต้อง

a)

กระจงเป็นสัตว์ที่มีตัวขนาดเล็ก

b)

กระจงมีตา หู และตีนกีบเหมือนกวาง

c)

กระจงมีเขี้ยวเล็กสองข้างที่โค้งงอออกมา

d)

กระจงมีเขาเหมือนกวาง

10.

ข้อใดสื่อจินตภาพความเคลื่อนไหว

a)

เที่ยวเล่นเป็นเกษมสุข แสนสิ่งสนุกปลุกใจหวัง

b)

เลียงผาอยู่ภูเขา หนวดพรายเพราเขาแปล้ปลาย

c)

ไก่ฟ้าอ้าสดแสง หัวสุกแดงแทงเดือยแนม

d)

ลิงไต่กระไดลิง ลิงโลดคว้าประสาลิง

11.

ข้อใดเป็นการประสานศิลปะในการเล่นเสียงสระ เสียงพยัญชนะ เสียงวรรณยุกต์ และเล่นคำซ้ำเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน

a)

หัวลิงหมากลางลิง ต้นลางลิงแลดูลิง

ลิงไต่กระไดลิง ลิงโลดคว้าประสาลิง

b)

ดูหนูสู่รูงู งูสุดสู้หนูสู้งู

หนูงูสู้ดูอยู่ รูปงูทู่หนูมูทู

c)

นกแก้วแจ้วเสียงใส คลอไคล้คู่หมู่สาลิกา

นกตั้วผัวเมียคลา ฝากแขกเต้าเหล่าโนรี

d)

งูเขียวรัดตุ๊กแก ตุ๊กแกแก่คางแข็งขยัน

กัดงูงูยิ่งพัน อ้าปากง่วงล้วงตับกิน

12.

ข้อใดมีคำเลียนเสียงธรรมชาติ

a)

ฝูงลิงใหญ่น้อยกระจุ้ย ชะนีอุ่ยอุ้ยร้องหา

b)

กระจงกระจิดเตี้ย วิ่งเรี่ยเรี่ยน่าเอ็นดู

c)

ยูงทองย่องเยื้องย่าง รำรางชางช่างฟ่ายหาง

d)

กระจายสยายซร้องนาง ผ้าสไบบางนางสีดา

13.

ข้อใดบรรยายให้เห็นธรรมชาติของพืชได้ดีที่สุด

a)

จอกสร่ายกินไคลคลา เชยหมู่

ตามคู่มาคล้ายคล้าย ผุดให้เห็นตัว

b)

ยื่นเลื้อยเฟื้อยลงมา โบยโบก

แต่ค่าไม้ใหญ่น้อย แกว่งเยื้องไปมา

c)

ปากหงอนอ่อนสำอาง ลายเลิศ

รำเล่นเต้นงามหง้า ปีกป้องเป็นเพลง

d)

รูปร่างอย่างแพะเอา มาเปรียบ

ขนเหม็นสาบหยาบร้าย กลิ่นกล้าเหมือนกัน

14.

ข้อใดไม่ใช่เป็นชื่อพรรณไม้

a)

โนรี

b)

ลางลิง

c)

ช้องนางคลี่

d)

ไสบนางสีดา

15.

ข้อใดเป็นชื่อพรรณไม้

a)

สัตวา

b)

แขกเต้า

c)

หัวลิง

d)

สาลิกา

16.

คำประพันธ์ข้อใดมีคำที่มีความหมายทำนองเดียวกันกับคำว่า"กระจุ้ย"ใน ฝูงลิงใหญ่น้อยกระจุ้ย

a)

กระจงกระจิดเตี้ย

b)

วิ่งเรี่ยเรี่ยน่าเอ็นดู

c)

ค่างโจนไล่ไขว่ปลายยาง

d)

เที่ยวเล่นเป็นเกษมสุข

17.

ข้อใดอธิบายความหมายของคำไม่ถูกต้อง

a)

คางแข็งขยัน--อ้าปากงับได้แน่น

b)

แต่ค่าไม้--จากคบไม้

c)

พันขนาดเครียด--พันให้เป็นขดวงกลม

d)

ต้นพวา--ต้นมะม่วง

18.

ข้อใดเป็นคำเอกโทษ

a)

แสนสนุกปลุกใจหวัง วิ่งหรี้

b)

กระจงกระจิดหน้า เอ็นดู

c)

มีเคี่ยวขาวน้อยช้อย แนบข้างเคียงสอง

d)

ลางลิงหูลิงลิง หลอกขู้

19.

คำประพันธ์ในข้อใด ดีเด่นด้านการเล่นคำพ้อง

a)

กระจงกระจิดเตี้ย วิ่งเรี่ยเรี่ยน่าเอ็นดู

เหมือนกวางอย่างตาหู มีเขี้ยวน้อยสร้อยแนมสอง

b)

ฝูงลิงยวบยาบต้น พวานา

ฝูงชะนีมีกู่หา เปล่าข้าง

c)

หัวลิงหมากลางลิง ต้นลางลิงแลหูลิง

ลิงไต่กระไดลิง ลิงโลดคว้าประสาลิง

d)

ดูหนูสู่รูงู งูสุดสู้หนูสู้งู

หนูงูสู้ดูอยู่ รูปงูทู้หนูมูทู

20.

ข้อใดใช้คำเลียนเสียงธรรมชาติ

a)

ครอกแครกไล่ไขว่คว้าง โลดเลี้ยวโจนปลิว

b)

กระจายสบายซร้องนาง ผ้าสไบบางนางสีดา

c)

เที่ยวเล่นเป็นเกษมสุข แสนสิ่งสนุกปลุกใจหวัง

d)

เลียงผาอยู่ภูเขา หนวดพรายเพราเขาแปล้ปลาย

21.

ข้อใดใช้คำแสดงภาพเคลื่อนไหวได้ชัดเจน

a)

ฝูงค่างหว่างพฤกษา มาสู่

ครอกแครกไล่ไขว่คว้าง โลดเลี้ยวโจนปลิว

b)

รูปร่างอย่างแพะเอา มาเปรียบ

ขนเหม็นสาบหยาบร้าย กลิ่นกล้าเหมือนกัน

c)

เหมือนกวางอย่างตาหู ตีนกีบ

มีเคี่ยวขาวน้อยช้อย แนบข้างเคียงสอง

d)

ปีกหางต่างสีแกม ลายลวด

ตัวด่างอย่างคนแกล้ง แต่งแต้มขีดเขียน

22.

"กระจงกระจิดเตี้ย วิ่งเรี่ยเรี่ยน่าเอ็นดู

เหมือนกวางอย่างตาหู มีเขี้ยวน้อยสร้อยแนมสอง"

จากบทประพันธ์ข้างต้นแสดงถึงความสามารถของกวีในด้านใด

a)

การใช้คำน้อยกินความมาก

b)

การใช้ภาพพจน์อุปมาโวหาร

c)

การสรรคำและการใช้ภาษาให้เกิดจินตภาพ

d)

การเล่นเสียงวรรณยุกต์และเสียงสัมผัสพยัญชนะ

23.

"ไก่ฟ้าอ้าสดแสง หัวสุกแดงแทงเดือยแนม

ปีกหางต่างสีแกม สีแต้มต่างอย่างวาดเขียน"

จากบทประพันธ์ข้างต้นมีภาพพจน์ชนิดใด

a)

อุปมา

b)

อุปลักษณ์

c)

อติพจน์

d)

คำเลียนเสียงธรรมชาติ

24.

คำประพันธ์ข้อใดไม่มีคำเลียนเสียงธรรมชาติ

a)

ดูงูขู่ฝูดฝู้ พรูพรู

b)

ครอกแครกไล่ไขว่คว้าง โลดเลี้ยวโจนปลิว

c)

ฝูงลิงใหญ่น้อยกระจุ้ย ชะนีอุ่ยอุ้ยร้องหา

d)

ไก่ฟ้าอ้าสดแสง หัวสุกแดงแทงเดือนแนม

25.

"ฝูงทองย่องย่างเยื้อง รำฉวาง

รายร่ายฟ่ายเฟื่องหาง เฉิดหน้า

ปากหงอนอ่อนสำอาง ลายเลิศ

รำเล่นเต้นงามกว่า ปีกป้องเป็นเพลง"

คำประพันธ์ข้างต้นมีลักษณะเด่นอย่างไร

a)

มีการเล่นเสียง

b)

มีการเล่นคำพ้อง

c)

มีการใช้คำง่ายกินความมาก

d)

ถูกต้องตามฉันทลักษณ์

26.

"นกแก้วแจ้วเสียงใส คลอไคล้คู่หมู่สาลิกา

นกตั้วผัวเมียคลา ฝ่าแขกเต้าเหล่าโนรี"

จากบทประพันธ์ข้างต้น มีนกกี่ชนิด

a)

3ชนิด

b)

4 ชนิด

c)

5 ชนิด

d)

6 ชนิด

27.

"เที่ยวเล่นเป็นเกษมสุข แสนสิ่งสนุกปลุกใจหวัง

เร่ร่ายผายผาดผัง หัวริกรื่นชื่นชมไพร"

คำว่า หัวริกรื่น หมายความว่าอย่างไร

a)

หัวเราะรื่นเริง

b)

รูปทรงหัวสวย

c)

หัวแบนเรียบ

d)

ผมสวย

28.

จุดประสงค์ของการแต่งกาพย์ห่อโคลงประพาสธารทองแดงตรงกับข้อใด

a)

ใช้ขับร้องเห่เรือขบวนพยุหยาตรา

b)

พรรณนาการพลัดพรากจากนางอันเป็นที่รัก

c)

พรรณนาถึงขบวนเสด็จทางชลมารคจากท่าเจ้าสนุกถึงธารทองแดง

d)

พรรณนาถึงขบวนเสด็จทางสถลมารคจากท่าเจ้าสนุกถึงธารทองแดง