NEW
Font size
S
M
L
XL
Worksheetsแบบทดสอบเกี่ยวกับโรคพยาธิใบไม้ในตับ
Total questions: 30
Worksheet time: 45mins
Name
Class
Date
1.
ข้อใดเป็นสาเหตุโดยตรงที่ทำให้เป็นโรคพยาธิใบไม้ตับ
a)
ก. เชื้อรา
b)
ข. ไวรัส
c)
ค. เชื้อแบคทีเรีย
d)
ง. เชื้อหนอนพยาธิ (เชื้อปรสิต)
2.
ไข่พยาธิใบไม้ตับ จะปนออกมากับสิ่งใดของผู้ป่วย
a)
ก. น้ำลาย
b)
ข. อุจจาระ
c)
ค. ปัสสาวะ
d)
ง. ไอ จาม ของผู้ป่วย
3.
ช่องทางใดที่ทำให้เชื้อโรคพยาธิใบไม้ตับเข้าสู่ร่างกาย
a)
ก. กินผัก ผลไม้ดิบ
b)
ข. กินเนื้อหมู่ เนื้อวัวดิบ
c)
ค. ไม่ใส่รองเท้าเวลาออกนอกบ้าน
d)
ง. กินเนื้อปลาน้ำจืดมีเกล็ดโดยไม่ปรุงให้สุกด้วยความร้อน
4.
การตรวจวินิจฉัยโรคพยาธิใบไม้ตับ ต้องส่งสิ่งใดตรวจ
a)
ก. เลือด
b)
ข. อุจจาระ
c)
ค. น้ำเหลือง
d)
ง. ปัสสาวะ
5.
ชีวิตประจำวันของใคร ที่มีโอกาสติดโรคพยาธิใบไม้ตับได้มากที่สุด
a)
ก. นายดำ เดินเท้าเปล่าไปทำนา
b)
ข. นายแดง ชอบกินส้มตำใส่ปลาร้าดิบ
c)
ค. นายเขียว ชอบกินลาบปลาดิบ-ก้อยปลาดิบเป็นประจำ
d)
ง. ถูกเฉพาะข้อ ก และ ข้อ ข
6.
เหตุใดจึงต้องให้ความสำคัญในการป้องกันตนเองไม่ให้เกิดโรคพยาธิใบไม้ตับ
a)
ก. ลดรายจ่าย
b)
ข. ลดปัญหาการเกิดสุขภาพเรื้อรังในอนาคต
c)
ค. ลดล้างความเชื่อด้านการบริโภค
d)
ง. สร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้กับตนเอง
7.
ข้อใดเป็นอาการที่เกิดจากการเป็นโรคพยาธิใบไม้ตับ หรือมะเร็งท่อน้ำดี ในระยะรุนแรง
a)
ก. ขาดอาหาร
b)
ข. เกิดโรคติดต่อร้ายแรง
c)
ค. ตับโต ตัวเหลือง ตาเหลือง ท้องโต
d)
ง. มีไข้ ท้องเสีย อาเจียน
8.
สิ่งใดที่เป็นผลกระทบต่อชุมชนมากที่สุดจากสภาวะการแพร่กระจายของพยาธิใบไม้ตับ
a)
ก. ภาวะน้ำเน่าเสีย
b)
ข. เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจจากปัญหาสุภาพในอนาคต
c)
ค. ทรัพยากรทางธรรมชาติถูกทำลาย
d)
ง. คนในชุมชนขาดคุณภาพไม่ได้รับการศึกษา
9.
ข้อใดเป็นแนวทางที่ดีที่สุดที่จะสร้างความเข้าใจให้คนในชุมชนในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคเพื่อลดพยาธิใบไม้ตับ
a)
ก. ห้ามขายปลาส้ม ปลาร้า ปลาจ่อมในชุมชน
b)
ข. ติดฉลากอันตรายของพยาธิใบไม้บนผลิตภัณฑ์จากปลาดิบ
c)
ค. รณรงค์ให้เห็นถึงอันตรายจากการบริโภคปลาดิบว่าทำให้เกิดโรคพยาธิใบไม้ตับ
d)
ง. ถูกทุกข้อ
10.
การสร้างความตระหนักในการป้องกันตนเองและชุมชนจากพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีเป็นบทบาทหน้าที่ของใคร
a)
ก. อสม.
b)
ข. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน
c)
ค. เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน
d)
ง. ทุกคนในชุมชน
11.
พยาธิตัวเต็มวัยอาศัยอยู่ในอวัยวะใดของคน
a)
ก. ปอด
b)
ข. ตับ
c)
ค. ไต
d)
ง. ม้าม
12.
ตัวอ่อนที่อยู่ในไข่พยาธิจะใช้เวลาเจริญในหอยกี่สัปดาห์
a)
ก. ประมาณ 1-2 สัปดาห์
b)
ข. ประมาณ 2-4 สัปดาห์
c)
ค. ประมาณ 6-8 สัปดาห์
d)
ง. ประมาณ 10-12 สัปดาห์
13.
สาเหตุการอักเสบของท่อน้ำดีและถุงน้ำดีของคนที่มีพยาธิใบไม้ตับคือข้อใด
a)
ก. การดูดเกาะของพยาธิ
b)
ข. พยาธิปล่อยสารบางอย่างออกมา
c)
ค. เกิดการระคายเคืองต่อทางเดินน้ำดี
d)
ง. ถูกทุกข้อ
14.
โรคแทรกซ้อนที่รุนแรงที่สุดจากการอักเสบของท่อน้ำดีคือข้อใด
a)
ก. มะเร็งตับ
b)
ข. ท่อน้ำดีแตก
c)
ค. มะเร็งท่อน้ำดี
d)
ง. โรคนิ่ว
15.
พฤติกรรมการบริโภคอาหารแบบใดที่ก่อให้เกิดโรคพยาธิใบไม้ตับ
a)
ก. แดงชอบกินก้อยปลาดิบ
b)
ข. เขียวกินแกงหอยขม
c)
ค. ดำกินผักสดเป็นประจำ
d)
ง. ขาวชอบดื่มสุราเป็นประจำ
16.
ข้อใดเป็นพฤติกรรมการบริโภคที่เกิดจากความเชื่อที่ผิด ๆ
a)
ก. การกินก้อยปลาที่ทำให้สุกโดยผ่านความร้อน
b)
ข. การกินก้อยปลาที่ทำให้สุกโดยขยำผสมกับมดแดง
c)
ค. การกินก้อยปลาที่ทำให้สุกโดยบีบมะนาวหรือมะกรูดใส่ลงไป
d)
ง. ข้อ ข และ ค
17.
ข้อใดเป็นพฤติกรรมการบริโภคที่เหมาะสมที่สุด
a)
ก. การกินกุ้งดิบ หอยดิบ
b)
ข. การชิมปลาดิบเพียงเล็กน้อย
c)
ค. การทำให้ปลาร้า ปลาส้ม สุกก่อนรับประทาน
d)
ง. การับประทาน ปลาส้มดิบ จะมีรสชาติดี ถูกปาก
18.
ประเภทอาหารที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับมากที่สุดคือข้อใด
a)
ก. ปลาร้าบอง ปลาร้าดิบ
b)
ข. ส้มตำใส่ปลาร้าดิบ
c)
ค. ส้มปลาน้อย
d)
ง. ปลาส้มดิบ
19.
ข้อใดเป็นความเชื่อผิด ๆ ของการเลือกรับประทานเมนูอาหารปลาดิบ
a)
ก. กินสุกทำให้วิตามินหมดไป ทำให้ไม่แข็งแรง
b)
ข. รสชาติอร่อย หวาน ไม่เสียรสชาติ
c)
ค. ความเชื่อว่าเหล้าจะทำให้เนื้อปลาสุก และฆ่าพยาธิได้
d)
ง. ถูกทุกข้อ
20.
อาหารใดที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคพยาธิใบไม้ตับมากที่สุด
a)
ก. ส้มปลานึ่ง
b)
ข. แจ่วบองผัด
c)
ค. ก้อยปลาใส่มดแดง
d)
ง. ถูกทุกข้อ
21.
ปลาชนิดใดพบพยาธิใบไม้ตับมากที่สุด
a)
ก. ปลาสูตร
b)
ข. ปลาปก
c)
ค. ปลาแม่สะแด้ง
d)
ง. ปลาตะเพียนทราย
22.
เมนูอาหาร “ก้อยปลา” ใช้มดแดงผสมเข้ากับเนื้อปลา สิ่งใดที่ทำให้คนเข้าใจว่าเนื้อปลาสุกแล้ว
a)
ก. การออกรสชาติเปรี้ยวหวาน
b)
ข. การเปลี่ยนสีเนื้อปลาเป็นสีขาว
c)
ค. การมีน้ำออกมาจากเนื้อปลา
d)
ง. ถูกทุกข้อ
23.
อาหารในข้อใดเป็นอาหารที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคพยาธิใบไม้ตับทุกชนิด
a)
ก. ก้อยปลา ปลานึ่ง ปลาส้ม
b)
ข. ปลาจ่อม หม่ำปลา ต้มปลา
c)
ค. ปลาหมกไฟ ปลาทอด ลาบปลา
d)
ง. ปลาส้ม หม่ำปลา ปลาหมกไฟ
24.
ข้อใดที่ปฏิบัติแล้ว สามารถป้องกันโรคพยาธิใบไม้ตับและการแพร่โรคได้
a)
ก. ถ่ายอุจจาระลงส้วม
b)
ข. รับประทานอาหารที่ทำจากปลาที่ปรุงให้สุกด้วยความร้อนแล้วเท่านั้น
c)
ค. เมื่อตรวจพบพยาธิใบไม้ตับ ต้องรับกินยาเพื่อบำบัดรักษา
d)
ง. ถูกทุกข้อ
25.
ข้อความต่อไปนี้ ข้อใดถูก
a)
ก. ผู้ที่เป็นโรคพยาธิใบไม้ตับในระยะเริ่มต้น จะไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ
b)
ข. การบีบมะนาวใส่ในอาหาร ไม่สามารถทำให้อาหารสุกได้
c)
ค. ผู้ป่วยโรคพยาธิใบไม้ตับที่รักษาหายแล้ว จะกลับเป็นใหม่ได้อีกถ้ากลับไปบริโภคอาหารจากปลา ที่ไม่ปรุงให้สุกด้วยความร้อนอีก
d)
ง. ถูกทุกข้อ
26.
ข้อใดคือการป้องกันโรคพยาธิใบไม้ตับที่ดีและถูกต้องที่สุด
a)
ก. กินอาหารที่ปรุงสุกด้วยความร้อนเท่านั้น โดยเฉพาะอาหารที่ทำจากปลา
b)
ข. ซื้อยาบำบัดพยาธิมากินทุกปี
c)
ค. ถูกทั้งข้อ ก และ ข้อ ข
d)
ง. ไม่มีข้อใดถูกเลย
27.
การขับถ่ายอุจจาระลงในส้วมเป็นการป้องกันการเกิดโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งตับ/ท่อน้ำดีตามข้อใด
a)
ก. กำจัดตัวอ่อนของพยาธิ
b)
ข. กำจัดหอยที่เป็นแหล่งฟักตัวของพยาธิ
c)
ค. ป้องกันไม่ให้ไข่พยาธิแพร่กระจายสู่แหล่งน้ำ
d)
ง. ป้องกันการแพร่กระจายโดยสุนัขเป็นพาหนะ
28.
ถ้าเคยกินอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ เป็นประจำแต่เลิกมาแล้วประมาณ 1 ปี จะทราบได้อย่างไรว่าเป็นโรคพยาธิใบไม้ตับหรือไม่
a)
ก. ตรวจอุจจาระ
b)
ข. ตรวจปัสสาวะ
c)
ค. ซื้อยาถ่ายพยาธิมากินเอง
d)
ง. สังเกตสีผิวจะคล้ำขึ้น
29.
สิ่งแวดล้อมใดที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคพยาธิใบไม้ตับมากที่สุด
a)
ก. บึงน้ำ
b)
ข. ป่าดิบชื้น
c)
ค. ทะเล
d)
ง. ป่าดิบแล้ง
30.
เหตุใดบริเวณที่เป็นแหล่งน้ำจึงเป็นสภาพแวดล้อมที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคพยาธิใบไม้ตับ
a)
ก. เป็นแหล่งอาหารของพยาธิ
b)
ข. เป็นแหล่งอาศัยของพาหนะพยาธิใบไม้ตับ
c)
ค. เป็นแหล่งสะสมสิ่งปฏิกูลจากครัวเรือน
d)
ง. ถูกทั้งข้อ ข และ ข้อ ค
Reset
