wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

Winai3-6_RPT

Total questions: 100

Worksheet time: 50mins

Name
Class
Date
1.
ข้อใดไม่ใช่สมบัติของผู้ที่จะอุปสมบทด้วยบัญญัติจตุตถกรรมอุสัมปทา
a)
วัตถุสมบัติ
b)
สีมาสมบัติ
c)
ปริสสมบัติ
d)
คิหิสมบัติ
2.
กุลบุตรชายที่อุปสมบทมีอายุ 20 ปี บริบูรณ์โดยนับอายุในครรภ์กี่เดือน
a)
3 เดือน
b)
5 เดือน
c)
7 เดือน
d)
9 เดือน
3.
“เอหิภิกขุอุปสัมปทา” ข้อใดกล่าวถูกต้อง
a)
พระพุทธเจ้าบวชให้
b)
พระสาวกบวชให้
c)
พระอุปัชฌาย์บวชให้
d)
พระอรหันต์บวชให้
4.
บุพกิจ หมายถึงข้อใด
a)
กิจที่ต้องทำให้แล้วเสร็จก่อนการอุปสมบท
b)
การอุปสมบทเป็นพระภิกษุโดยพระพุทธเจ้าเป็นผู้บวชให้
c)
โอวาทหรือคำสอนที่พระอุปัชฌาย์ต้องสอนพระภิกษุใหม่
d)
การสวดประกาศรับเข้าหมู่คือเป็นพระภิกษุโดยพระกรรมวาจาจารย์สวดประกาศให้สงฆ์ฟัง
5.
ข้อใดคือ คำแปลของคำว่า อาบัติ
a)
ความเห็น
b)
ความต้อง
c)
ความคิด
d)
ความอยาก
6.
อาบัติในข้อใดมีโทษอย่างกลาง
a)
ปาราชิก
b)
ถุลลัจจัย
c)
ปาจิตตีย์
d)
สังฆาทิเลส
7.
ภิกษุแดง เดินทางไปเยี่ยมมารดาซึ่งอาศัยอยู่คนเดียวในกระท่อมกลางทุ่งนาและพบว่ามารดาป่วยตัวร้อนจัดต้องรีบเช็ดตัวมารดาเพื่อลดไข้การกระทำของภิกษุแดงปรับเป็นอาบัติประเภท ใด
a)
ทุกกฎ
b)
ถุลลัจจัย
c)
ปาจิตตีย์
d)
สังฆาทิเลส
8.
ข้อใดคือความหมายของอนุบัญญัติ
a)
ข้อที่ทรงบัญญัติไว้ตั้งแต่เริ่มแรก
b)
ข้อที่ทรงบัญญัติขึ้นในภายหลัง
c)
อาบัติที่แก้ไขไม่ได้
d)
อาบัติที่แก้ไขได้
9.
ภิกษุเช่นไรชื่อว่าเป็นผู้ศีลบริสุทธิ์
a)
ภิกษุผู้รู้วินัยเป็นอย่างดี
b)
ภิกษุผู้รู้หลักธรรมเป็นอย่างดี
c)
ภิกษุผู้นุ่งห่มเรียบร้อยเป็นปริมณฑล
d)
ภิกษุผู้รักษากายวาจาให้เรียบร้อย ปฏิบัติตามพระวินัย
10.
ภิกษุ ก. พูดคุยกับเพื่อนเสียงดังรบกวนภิกษุ ข. ซึ่งอยู่ในกุฏิเดียวกัน จัดเป็นอาบัติประเภทใด
a)
อจิจจกะ
b)
วจิตตกะ
c)
โลกวัชชะ
d)
ปัณณัตติวัชชะ
11.
อาทิพรหมจริยกาสิกขา มีความหมายตรงกับข้อใดมากที่สุด
a)
สิกขาบทที่ทรงบัญญัติเป็นข้อศึกษาในฝ่ายขนบธรรมเนียม
b)
สิกขาบทที่ทรงบัญญัติขึ้นภายหลัง
c)
สิกขาบทที่ทรงบัญญัติไว้เดิม
d)
สิกขาบทที่ทรงบัญญัติที่เป็นคำสั่งป้องกันความประพฤติเสียหาย
12.
ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง
a)
ภิกษุเจตนาฆ่ามนุษย์แต่ไม่ตาย ต้องถุลลัจจัย
b)
ภิกษุมีความกำหนัดอยู่จับต้องกายหญิง ต้องสังฆาทิเลส
c)
ภิกษุเก็บอติเรกจีวรไว้เกิน 10 วัน ต้องนิสสัคคีย์ปาจิตตีย์
d)
ภิกษุตัดต้นไม้เองก็ดีใช้ให้เขาทำก็ดี ต้องทุกกฎ
13.
เหตุขัดข้องที่ทรงอนุญาตให้สวดปาติโมกข์ย่อได้ คือข้อใด
a)
มีโยมมาถวายสังฆทานภายในวัด
b)
มีโยมมานิมนต์ไปสวดอภิธรรมที่บ้าน
c)
มีเรื่องเป็นเรื่องตายเกี่ยวกับภิกษุ
d)
มีภิกษุอาคันตุกะมาขอพบเจ้าอาวาส
14.
ภิกษุพูดอวดอย่างไรจึงต้องอาบัติปาราชิก
a)
อวดว่าบรรลุมรรคผล ทั้งที่ตัวเองไม่บรรลุ
b)
อวดว่าบรรลุฌาญ สมาบัติ ซึ่งตัวเองบรรลุจริง
c)
อวดว่าบรรลุโสดาบัน ซึ่งตัวเองบรรลุจริง
d)
อวดว่าตัวเองบรรลุอรหันต์ แต่ผู้ฟังไม่เข้าใจ
15.
ภิกษุจับต้องกายมารดามราป่วยไข้ ต้องอาบัติอะไร
a)
สังฆาทิเลส
b)
ถุลลัจจัย
c)
ปาจิตตีย์
d)
ทุกกฎ
16.
ภิกษุทรงอติเรกจีวรได้เพียง 10 วัน ถ้าล่วง 10 วันไป ต้องอาบัติอะไร
a)
ปาจิตตีย์
b)
นิสสัคคีย์ปาจิตตีย์
c)
ถุลลัจจัย
d)
ทุกกฎ
17.
ผ้าที่ทรงอนุญาตให้ภิกษุเป็นบริขารประจำตัวตั้งแต่วันบวชมีอะไรบ้าง
a)
ผ้าอาบน้ำฝน ผ้าสบง ผ้าสังฆาฏิ
b)
ผ้าบังสุกุล ผ้าจีวร ผ้ากราบ
c)
สบง จีวร สังฆาฏิ
d)
ผ้าขาว ผ้านุ่ง ผ้ากราบ
18.
ภิกษุขอจีวรต่อคฤหัสถ์ผู้มิใช่ญาติ มิใช่ปวารณา ได้มาต้องอาบัติแต่มีข้อยกเว้นควรปฏิบัติอย่างไร
a)
ภิกษุเห็นว่าจีวรที่เริ่มใช้เก่าจึงเอ่ยปากขอจีวรใหม่
b)
ภิกษุเห็นว่าคฤหัสถ์มีฐานะจึงเอ่ยปากขอจีวรใหม่
c)
ภิกษุถูกโจรลักจีวรไปหรือจีวรถูกไฟไหม้จึงจีวรใหม่
d)
ภิกษุแกล้งทำจีวรหายเพื่อขอจีวรใหม่ต่อคฤหัสถ์
19.
ภิกษุตัดกิ่งไม้ที่เกิดอยู่กับที่เองก็ดีใช้คนอื่นทำก็ดีต้องอาบัติอะไร
a)
นิสสัคคีย์ปาจิตตีย์
b)
ปาจิตตีย์
c)
ทุกกฎ
d)
ทุพภาษิต
20.
ข้อใดกล่าวลักษณะการประเคนไม่ถูกต้อง
a)
ของที่ประเคนนั้นไม่ใช่ของใหญ่หรือหนักเกินไป
b)
ผู้ประเคนเข้ามาในหัตถบาส (ไม่เกิน 1 ศอก)
c)
ควรน้อมเข้ามาด้วยจิตเลื่อมใส
d)
ทายกนำอาหารมาแล้วนิมนต์ฉันได้เลย
21.
โอมสวาท คือ คำพูดที่เสียดแทงให้ผู้อื่นเจ็บใจ ตรงกับลักษณะข้อใด
a)
พูดยุแยงให้เขาแตกกัน
b)
พูดด้วยคำสบประมาท เช่น เธอไม่เก่งอย่างฉันแน่
c)
แกล้งพูดยกยอประชดประชันแต่ไม่จริงใจ
d)
พูดจาว่าด้วยคำแรงๆ
22.
สกุลที่สงฆ์สมมติ (ยอมรับร่วมกัน) ว่าเป็นเสขะ คือเช่นไร
a)
ตระกูลมั่งคั่ง
b)
ตระกูลที่มีศรัทธาแต่ยากจน
c)
ตระกูลพอมีอันจะกิน
d)
ตระกูลไม่มีปัญหายากจน
23.
กิริยาเช่นไรเป็นข้อประพฤติในเวลาเข้าหากัน
a)
เอามือค้ำกาย
b)
เอาผ้าคลุมศีรษะ
c)
ระวังมือเท้าด้วยดี
d)
กระโหย่งเท้า
24.
การนุ่มห่มการสำรวมระวังอิริยาบถ การพูดคุย สงเคราะห์เข้ามาในหมวดที่ชื่อว่าอะไร
a)
สารูปะ
b)
โภชนปฏิสังยุต
c)
ธัมมเทสนาปฏิสังยุต
d)
ปกิณณกะ
25.
การได้เถียงกันว่าว่าสิ่งนั้นเป็นธรรมเป็นวินัย สิ่งนี้ไม่ใช่ธรรม ไม่ใช่วินัย เป็นอธิกรณ์ประเภทใด
a)
วิวาทาธิกรณ์
b)
อนุวาทาธิกรณ์
c)
อาปตตาธิกรณ์
d)
กิจจาธิกรณ์
26.
อย่างไหนถือว่าการระงับในที่พร้อมหน้า
a)
ผู้โจทย์ด้วยอาบัติที่ลาวงละเมิด
b)
สงฆ์ประชุมกับครบกำหนด
c)
การลงโทษผู้ทำผิดจริง
d)
กิริยาที่ให้ประนีประนอม
27.
วิธีการระงับตามคำรับสารภาพของจำเลย หมายถึง การระงับในข้อใด
a)
สติวินัย
b)
อมูฬหวินัย
c)
ปฏิญญาตกรณะ
d)
เยภุยยสิกา
28.
คำว่า “มาตรา” ในพระวินัยบัญญัตนิ หมายถึง
a)
กำหนดนับ
b)
กำหนดประมาณ
c)
กำหนดอายุ
d)
กำหนดรู้
29.
การกำหนดเอาการโคจรแก่งดวงอาทิตย์รอบโลกครั้งหนึ่ง (หมุนรอบตัวเอง) เป็น 1 วัน จะเริ่มนับจากเวลาไหนถึงวันไหน
a)
จากเที่ยงคืนถึงดวงอาทิตย์ตกดิน
b)
จากรุ่งอรุณถึงดวงอาทิตย์ตกดิน
c)
จากเที่ยงวันถึงเที่ยงคืน
d)
จากอาทิตย์ตกดินถึงรุ่งอรุณ
30.
การให้มาตรารูปิยะเป็นอุปการะในการวินิจฉัย มาตราตวง มาตราชั่ง เพราะเหตุใด
a)
เพราะเป็นการสนับสนุน
b)
เพราะเป็นการกำหนดนับ
c)
เพราะเป็นการให้น้ำหนัก
d)
เพราะเป็นการตีราคาค่างาน
31.
ปัจจุบันตนป่วยในโรงพยาบาลต้องสวมชุดเฉพาะของคนป่วยกรณีภิกษุอาพาธจะสวมใส่ชุดคนป่วยได้หรือไม่อย่างไร
a)
ไม่ได้ เพราะขัดพระวินัยเป็นโลกวัชชะ
b)
ไม่ได้ เพราะเป็นการแต่งกายเลียนแบบคฤหัสถ์
c)
ได้ เพราะได้รับการยกเว้นตามพระวินัย
d)
ได้ เพราะแม้แต่พระจีน พระญี่ปุ่น ก็ยังสวมใส่
32.
ข้อปฏิบัติใดจัดเป็นการรักษาบาตร
a)
หลังบิณฑบาตต้องล้างบาตรให้สะอาดทุกครั้ง
b)
ก่อนนำบาตรไปใช้ต้องใส่ถุงบาตรทุกครั้ง
c)
ไม่ควรเอามือเปื้อนจับบาตร
d)
ไม่วางบาตรในที่จะตกแตก
33.
เพราะเหตุใดพระพุทธองค์ทรงอนุญาตให้มีพระอุปัชฌาย์
a)
ภิกษุมีจำนวนมากขึ้น การปกครองก็มากขึ้นจึงต้องมีผู้อบรมสั่งสอน
b)
เป็นการกระจายอำนาจการปกครองภิกษุสงฆ์
c)
เป็นการเน้นการมีส่วนร่วมของภิกษุสงฆ์
d)
สังคมเจริญก้าวหน้า การพัฒนาบุคคลก็ต้องก้าวตาม
34.
จากพุทธกาลถึงปัจจุบันกาลพระภิกษุสงฆ์เพิ่มจำนวนมากขึ้น จึงเป็นมูลเหตุให้พระพุทธองค์ทรงบัญญัติให้ถือนิสสัยสำหรับภิกษุที่อายุพรรษายังไม่พ้น 5 พรรษา คือข้อใด
a)
อาศัยพระธรรมวินัยเป็นเครื่องประกอบศาสนกิจ
b)
อยู่ในความปกครองของพระอุปัชฌาย์อาจารย์
c)
ศึกษาเล่าเรียนในสำนักเรียนที่มหาเถรสมาคมรับรอง
d)
อยู่จำพรรษาในอาวาสใกล้บ้านจนกว่าจะพ้น 5 พรรษา
35.
การออกบิณฑบาต เป็นกิจของสงฆ์ที่มีมาแต่พุทธกาลจนถึงปัจจุบันกาล ข้อใดเป็นข้อพึงปฏิบัติขณะออกบิณฑบาต
a)
นุ่งห่มให้เรียบร้อย
b)
ทำปฏิสันถารโดยธรรมเป็นผู้หนักในปฏิสันถาร
c)
ไม่เที่ยวเตร่ตามอำเภอใจไปไหนบอกลาหัวหน้าก่อ
d)
นุ่งห่มให้เรียบร้อยตามสมควรแก่การฉันในวัดหรือในบ้าน
36.
สังคมไทยมีวิธีการแสดงความเคารพต่อกันหลายวิธี เช่น การไหว้ การกราบ การยืน ต้อนรับ ในทางวินัยสงฆ์ก็เช่นกัน ควรทำความเคารพในสถานที่ใด
a)
เวลาเข้าบ้านหรือเดินอยู่ตามทาง
b)
เวลาอยู่ในที่มืดมองไม่เห็นกัน
c)
เวลานั่งเข้าแถวในพระอุโบสถ
d)
เวลาถูกสงฆ์ลงอุกเขปนียกรรม คือ ห้ามฉันร่วม อยู่ร่วม
37.
ภิกษุจาริกไปในที่ต่างๆโดยปราศจากไตรจีวร หลังออกพรรษาเป็นระยะเวลา 1 เดือน โดย ไม่ต้องอาบัติตามพระวินัยจัดเข้าในข้อใด
a)
อานิสงส์ของการรับกฐิน
b)
อานิสงส์ของการจำพรรษา
c)
อานิสงส์ของการบวชใหม่
d)
อานิสงส์ของการเข้าปริวาสกรรม
38.
วันมหาปวารณา เป็นวันที่ภิกษุมาพร้อมเพรียงกันในวันสุดท้ายแห่งการอยู่จำพรรษาเพื่ออะไร
a)
เปิดโอกาสให้กล่าวตักเตือนกันในหมู่ภิกษุก่อนออกพรรษา
b)
ประชุมกันวางแผนการออกเผยแผ่พระพุทธศาสนา
c)
สังคายนาพระธรรมวินัยให้ชัดเจนในทางปฏิบัติ
d)
ชำระพระไตรปิฎกให้เป็นหมวดหมู่ชัดเจน
39.
ในวันลงอุโบสถสวดปาติโมกข์ ประธานสงฆ์หรือภิกษุสวดปาติโมกข์จะต้องเปลี่ยนวันเดือน ปี ในคำสวดเป็นวันที่ 15 ค่ำ จะใช้บทสวดว่าอย่างไร
a)
อชฺชุโปสโถ จาตุทฺทโส
b)
อชฺชุโปสโถ ปณฺณรโส
c)
อชฺชุโปสโถ สามคฺคี
d)
อชฺชุโปสโถจาตุปณฺณรโส
40.
ภิกษุเสพยาบ้าจัดเป็นพฤติกรรมตามข้อใด
a)
เป็นการแสวงหาที่เป็นบัญญัติวัชชะ (ไม่มีโทษทางพระวินัย)
b)
เป็นการแสวงหาที่เป็นโลกวัชชะ (มีโทษทางโลก)
c)
เป็นการแสวงหาที่ก่อให้เกิดอันตรายแก่ชีวิต
d)
เป็นการแสวงหาที่ฝักใฝ่ในทางโลก
41.
สิ่งใดที่จัดเป็นยามกาลิก
a)
น้ำมะม่วง
b)
ขนมปัง
c)
เนยใส
d)
เกลือ
42.
ภัณฑะเช่นไรจัดเป็นของสงฆ์
a)
ของที่เขาถวายแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง
b)
ของที่เขาถวายเจาะจงเจ้าอาวาส
c)
ของที่ถวายแก่หมู่สงฆ์
d)
ของที่เขาถวายแก่พระรูปใดรูปหนึ่ง
43.
ข้อใดไม่จัดเป็นวินัยของพระ
a)
วิกัป
b)
อธิษฐาน
c)
แสดงอาบัติ
d)
แสดงธรรมเทศนา
44.
หากมีพระภิกษุต้องอาบัติปาราชิก ข้อใดข้อหนึ่ง จะต้องปฏิบัติย่างไร
a)
แสดงอาบัติต่อพระภิกษุรูปอื่น
b)
ไม่อยู่ปริวาสกรรม
c)
สิกขาทันที
d)
อยู่เฉยๆ ไม่ต้องทำอะไร
45.
ภิกษุเสพยาบ้าถูกสงฆ์ปรับอาบัติตามมหาปเทสข้อใด
a)
สิ่งใดไม่ทรงห้ามไว้ว่าไม่ควรเข้ากับสิ่ง ไม่ควรขัดกับสิ่งที่ควร สั่งนั้นไม่ควร
b)
สิ่งใดไม่ทรงห้ามไว้ว่าไม่ควรเข้ากับสิ่ง ที่ควรขัดกับสิ่งที่ไม่ควร สั่งนั้นไม่ควร
c)
สิ่งใดไม่ทรงห้ามไว้ว่าควรเข้ากับสิ่ง ไม่ควรขัดกับสิ่งที่ควร สั่งนั้นไม่ควร
d)
สิ่งใดไม่ทรงห้ามไว้ว่าควรเข้ากับสิ่ง ที่ควรขัดกับสิ่งที่ไม่ควร สั่งนั้นไม่ควร
46.
ภิกษุผู้ต้องอาบัติสังฆาทิเลส เมื่ออยู่ปริวาสกรรมและประพฤติมานัตตามกำหนดแล้วในการทำอัพภาน จะต้องทำสังฆกรรมประเภทใด
a)
อปโลกนกรรม
b)
ญัตติกรรม
c)
ญัตติทุติกรรม
d)
ญัตติจตุตกรรม
47.
หลวงตาทองดี จำพรรษาที่วัดห้วยทองดี กับสหธรรมิก อีก 3 รูป ตลาดจนออกพรรษา ดังนั้น วัดห้วยทองดี สามารถรับกฐินได้หรือไม่
a)
ได้ เพราะมีพระสงฆ์จำพรรษาถ้วยไตรมาส
b)
ไม่ได้ เพราะพระสงฆ์จำพรรษาไม่ถ้วยไตรมาส
c)
ได้ เพราะมีพระสงฆ์ครบตามคุณสมบัติในการรับกฐิน
d)
ไม่ได้ เพราะมีพระสงฆ์ไม่ครบในการรับกฐิน
48.
บุคคลใดอุปสมบทเป็นพระภิกษุได้
a)
สมชาย เป็นข้าราชการผู้ทำงานโดยไม่ได้ลาหยุด
b)
สุชาติ เคยอุปสมบทมาก่อนและเคยอาบัติปาจิตตีย์
c)
กำจร เป็นคนใจร้อน โมโหง่าย กำลังหลบหนีการจับกุมของตำรวจ
d)
ภมร เป็นโรคเรื้อน
49.
เมื่อสงฆ์แตกสามัคคีกันแล้ว ทำอย่างไรจึงจะก่อให้เกิดสังฆสามัคคี
a)
ทำตนเป็นนานาสังวาสเอง
b)
สงฆ์พร้อมเพรียงกันยกเสียจากสังวาส
c)
ทำตนเป็นสมานสังวาสเอง
d)
ยอมรับคำวินิจฉัยของสงฆ์อีกฝ่ายหนึ่ง
50.
ภิกษุต้องคำพิพากษาคดีถึงที่สุดในเป็นบุคคลล้มละลาย ต้องปฏิบัติอย่างไร
a)
อยู่เฉยๆ เรื่องทางโลก ไม่เกี่ยวกับพระ
b)
ให้กราบถวายเจ้าอาวาสอบรม
c)
ให้ย้ายสถานที่อยู่อาศัยพรรษา
d)
ให้ลาสิกขาภายในสามวันนับจากวันคดีถึงที่สุด
51.
การประพฤติปฏิบัติพระวินัยให้ได้อานิสงค์มีแนวทางปฏิบัติอย่างไร
a)
การประพฤติตามครูบาอาจารย์
b)
การประพฤติปฏิบัติอย่างเคร่งครัด
c)
การประพฤติปฏิบัติย่อหย่อนเป็นไปตามสถานการณ์
d)
ประพฤติปฏิบัติอย่างไรก็ได้ตามใจตนเอง
e)
ประพฤติปฏิบัติทรมานตนเองให้ลำบาก
52.
เมื่อภิกษุสละเภสัชทั้ง 5 คือ เนยใส เนยข้น น้ำมัน น้ำผึ่ง น้ำอ้อย ที่เก็บได้เกิน 7 วัน แล้วได้คืนมาจะต้องทำอย่างไรจึงจะไม่ต้องอาบัติอีก
a)
ผสมกับนมฉันในกาล (ก่อนเที่ยง)
b)
เก็บไว้ได้อีก 7 วัน และฉันได้ตามปกติ
c)
ใช้ทางร่างกายรักษาโรค
d)
ผสมกับกาแฟฉันในเวลาวิกาล
e)
ผสมกับน้ำปานะฉันได้ในเวลาเย็น
53.
ภิกษุได้จีวรใหม่มา ต้องทำอย่างไรก่อนจึงจะนำไปใช้ได้ไม่เป็นอาบัติปาจิตตีย์
a)
พินทุด้วยสีคือ เขียวครามโคลน ดำคล้ำอย่างใดอย่างหนึ่ง
b)
ตรวจดุว่าจีวรมีตำหนิขาดชำรุดหรือไม่
c)
ทำวิกัปเป็น 2 เจ้าของ
d)
. บอกให้พระอุปัชฌาย์อนุญาตก่อนแล้วจึงนุ่งห่ม
e)
อธิษฐานก่อนแล้วจึงนุ่งห่ม
54.
ในเสขิยวัตรภิกษุปฏิบัติอย่างไรไม่เป็นอาบัติ
a)
ภิกษุเวิกผ้าไปนั่งในบ้าน
b)
ภิกษุพิจารณาดูทายกในขณะรับบิณฑบาต
c)
ภิกษุขอแกงหรือข้าวสุกเพื่อประโยชน์แก่ตนเองเมื่อเจ็บไข้
d)
ภิกษุฉันบิณฑบาตโดยเลือกฉันอาหารดีๆ ประณีต
e)
ภิกษุฉันแกงพอสมควรกับข้าวสุก หมายถึง ข้าว 1 ส่วน แกง 1 ส่วน
55.
การโต้เถียงกันในเรื่องใดไม่ใช่วิวาทาธิกรณ์
a)
เรื่องว่าบั้งไฟพญานาคมีจริงหรือไม่
b)
เรื่องว่านรกสวรรค์มีจริงหรือไม่
c)
เรื่องว่านิพพานมีจริงหรือไม่
d)
เรื่องว่าโลกนี้โลกหน้ามีจริงหรือไม่
e)
เรื่องว่าผีมีจริงหรือไม่
56.
ภิกษุ ต. ต้องการดื่มน้ำที่สะอาดตามพระวินัยจะต้องปฏิบัติอย่างไร
a)
ต้ม
b)
กลั่น
c)
กรอง
d)
ทำให้ตกตะกอน
e)
ฆ่าเชื้อโดยใส่คลอรีน
57.
ไตรจีวรเป็นบริขารของพระภิกษุ มี 3 ผืนตรงกับข้อใด
a)
จีวร สังฆาฎิ สบง
b)
จีวร สังฆาฎิ อังสะ
c)
จีวร สบง อังสะ
d)
จีวร สบง ประคตเอว
e)
จีวร ประคตเอว อังสะ
58.
ทายก-ทายิกา นำขนแกะใบไม้นุ่นและสำลี เศษผ้า ฟางข้าว หญ้า มาถวาย นักเรียนจะไม่นำวัสดุใดมายัดทำที่นอน เพื่อให้ถูกต้องตามพุทธานุญาต
a)
ขนแกะ
b)
ใบไม้
c)
นุ่นและสำลี
d)
ฟางข้าว
e)
เศษผ้า
59.
ภิกษุ ก. อยู่ในการปกครองของพระอุปัชฌาย์ ประพฤติเช่นไรเป็นเหตุให้นิสัยระงับ
a)
ไม่เสื่อมใสไปถืออาจารย์อื่น
b)
ไม่เคารพในอุปัชฌาย์
c)
ไม่รักใคร่ในอุปัชฌาย์
d)
ไม่หวังดีในอุปัชฌาย์
e)
ไม่ละอายในอุปัชฌาย์
60.
ภิกษุอยู่ในการปกครองของอุปัชฌาย์ประพฤติมิชอบจนอุปัชฌาย์พูดว่า “เธอไม่ต้องอุปัฏฐากฉันดอก” เป็นการแสดงให้รู้ว่า
a)
ให้นิสสัยระงับ
b)
ประณามขับไล่
c)
ให้อุปัฏฐานน้อยลง
d)
ให้นิสสัยมุตตกะ
e)
อุปัชฌาย์โกรธเพราะขัดผลประโยชน์
61.
อุปัชฌาย์ไม่ยกยกโทษให้ภิกษุบวชใหม่ที่ประพฤติชอบง่ายๆ เพราะเหตุใด
a)
หลงลืมง่าย
b)
โกรธง่ายหายเร็ว
c)
ฝึกให้รู้จักเข็ดหลาบ
d)
ขับไล่ไปเสียโดยอ้อม
e)
โกรธมากเพราะขัดผลประโยชน์
62.
ข้อใดไม่ใช่วัตถุอนามาส ที่ภิกษุจับต้องแล้วไม่เป็นอาบัติ
a)
สตรี
b)
เงินทอง
c)
อาวุธชนิดต่างๆ
d)
เครื่องมือประมง
e)
รูปถ่ายสตรี
63.
ภิกษุเวลาพักผ่อน (จำวัด) ในเวลากลางวันต้องปิดประตูเสียก่อน เพราะเหตุใด
a)
ป้องกันอันตราย
b)
ป้องกันโจร
c)
ป้องกันสัตว์ร้าย
d)
ป้องกันเหตุอันน่าเกลียด
e)
ป้องกันไม่ให้คนอื่นรู้ว่านอน
64.
ภิกษุผู้จะไปอยู่ที่อื่น ควรปฏิบัติอย่างไรในคมิกวัตร
a)
ฉันข้าวแล้วให้พร
b)
ซ่อมแซมเสนาสนะที่ชำรุด
c)
ฉันด้วยอาการเรียบร้อย
d)
นุ่มห่มให้เรียบร้อย
e)
สำรวมกิริยามารยาท
65.
ภิกษุ ก. มีพรรษาแก่กว่า ภิกษุ ข. ภิกษุ ก. จพประนมมือไหว้ภิกษุ ข. ที่พรรษาอ่อนกว่า ได้ในกรณีใด
a)
ภิกษุ ข. เป็นนิกายธรรมยุต
b)
ภิกษุ ข. นั่งเข้าแถวในบ้านอยู่ก่อนแล้ว
c)
ภิกษุ ก. อยู่ในที่มืดไม่รู้ว่าเป็นภิกษุ ข.
d)
ภิกษุ ก. อยู่ปริวาสกรรม
e)
ภิกษุ ข. อยู่ปริวาสกรรม
66.
เพราะเหตุใดพระพุทธเจ้าจึงให้ภิกษุอยู่จำพรรษา
a)
ให้หยุดพักผ่อน
b)
ไม่ให้เหยียบพืชพันธุ์ธัญญาหาร
c)
ไม่ให้เกิดอันตราย
d)
ไม่ให้ภิกษุลำบาก
e)
เป็นฤดูฝน กีดขวางการทำเกษตร
67.
ถ้านักเรียนบวชเป็นภิกษุแล้วโดยสารไปทางเรือเมื่อถึงวันเข้าพรรษานักเรียนจะปฏิบัติ อย่างไรจึงจะได้รับประโยชน์แห่งการปวารณา
a)
อธิษฐานจำพรรษาบนเรือลำนั้นไปไหนไปด้วย
b)
อธิษฐานจำพรรษาแล้วอยู่บนเรือลำที่จอดอยู่ลำไหนก็ได้
c)
ไม่ต้องอธิษฐานจำพรรษาเพราะมีพุทธานุญาตอนุโลม
d)
เดินทางไปยังไม่ถึงจุดหมายอธิษฐานเข้าพรรษาหลัง
e)
ยอมถูกปรับอาบัติโดยไม่ต้องอธิษฐานจำพรรษา
68.
ภิกษุเดินทางด้วยเกวียนไปกับพ่อค้าโคเมื่อถึงวันเข้าพรรษายังไม่ถึงที่จะไปพ่อค้าเหล่านั้น แยกย้ายกันไป ภิกษุรูปนี้ จะต้องปฏิบัติอย่างไรตามพระวินัย
a)
จำพรรษาบนเกวียนพ่อค้าโคนั้น
b)
จำพรรษากับภิกษุในหมู่บ้านพ่อค้าโคนั้น
c)
ไม่ต้องจำพรรษาในปีนั้นโดยอนุโลม
d)
อธิษฐานจำพรรษาแล้วสัตตาหกรณียะไป
e)
ต้องไปให้ถึงจุดหมายแล้วค่อยอธิษฐานจำพรรษา
69.
บุคคลที่ควรเว้นข้อใด สามารถทำสังฆอุโบสถได้
a)
อนุปสัมบัน
b)
ภิกษุที่สงฆ์ลงอุกเขปนียกรรม
c)
ภิกษุต้องอาบัติปาราชิก
d)
ภิกษุต้องอันติมวัตถุ
e)
ภิกษุณี
70.
การกระทำในข้อใดจัดเป็นบุพพกรณ์
a)
ภิกษุแดงเก็บกวาดโรงอุโบสถก่อนสวดปาฏิโมกข์
b)
ภิกษุขาวนำปาริสุทธิของภิกษุไข้บอกสงฆ์
c)
ภิกษุชาติบอกฤดูก่อนสวดปาฏิโมกข์
d)
ภิกษุเขียวนับภิกษุก่อนสวดปาฏิโมกข์
e)
ภิกษุดำให้โอวาทสามเณรก่อนสวดปาฏิโมกข์
71.
การทำสามัคคีอุโบสถ เกิดขึ้นเพราะกรณีใด
a)
ภิกษุเกิดทะเลาะวิวาทกันในวัดหลังจากสังฆเภท
b)
ภิกษุทำอนาจาร
c)
ภิกษุปลอดเข้ามาบวช
d)
ภิกษุหนีเที่ยวในเวลากลางคืน
e)
ภิกษุในวัดดูดวงใบ้หวย
72.
ดิรัจฉานวิชา ได้แก่ วิชาประเภทไหน
a)
การทำเสน่ห์
b)
การรักษาโรค
c)
การสวดมนต์
d)
การนั่งสมาธิ
e)
การประพรมน้ำมนต์
73.
ภิกษุประพฤติเช่นใดที่เรียกว่าการเลี้ยงชีพในทางที่สมควร
a)
ภิกษุชกมวย
b)
ภิกษุเล่นการพนัน
c)
ภิกษุเผาป่า
d)
ภิกษุร้องเพลง
e)
ภิกษุรับบิณฑบาต
74.
ผลไม้ชนิดใดที่ภิกษุนำไปทำน้ำปานะฉันแล้วเป็นอาบัติในเวลาวิกาล
a)
แตงโม
b)
เหง้าอุบล
c)
ชมพู่
d)
มะซาง
e)
ลิ้นจี่
75.
การกระทำในลักษณะเช่นใดภิกษุจึงสามารถฉันยาวกาลิกที่เก็บในกุฎีสงฆ์ได้
a)
ทำให้สุกด้วยตนเอง
b)
ทำให้สุกภายในกุฎีสงฆ์
c)
ของที่ใช้ทำมีอยู่ภายในกุฎี
d)
หุงต้มของที่เก็บไว้ในกุฎีเป็นกับปิยภูมิด้วยตนเอง
e)
อุ่นโภชนะที่สามเณรทำให้สุกไว้แล้วในกุฎีสงฆ์
76.
ภิกษุนั้นฉันน้ำปานะทำอย่างไรจึงไม่ต้องอาบัติ
a)
ใช้ผลแตงโมมาคั้นให้เป็นน้ำแล้วจึงฉัน
b)
ใช้ไฟต้มให้สุกก่อนกันบูดเน่า
c)
ใช้สามเณรทำถวายให้ฉัน
d)
ฉันน้ำในผลมะพร้าวโดยไม่ต้องคั้น
e)
นำผลไม้ตามแห้งที่โยมถวายมาทำ
77.
ข้อใดไม่ใช่วิธีการแจกลหุภัณฑ์ที่เป็นของสงฆ์
a)
ถ้ามีมากให้นำไปแจกทั่วกัน
b)
มีน้อยแจกเฉพาะพระเถระผู้ใหญ่
c)
ให้สมมติภิกษุเป็นผู้แจก
d)
ถ้าของหมดให้หยุดได้มาใหม่ค่อยแจกต่อตามลำดับ
e)
แจกเภสัชให้ภิกษุอาพาธเท่านั้น
78.
กรณีเช่นใดภิกษุ “ปลงบริขาร” ของตนให้กับภิกษุอื่น บริขารจึงจะไม่ตกเป็นของสงฆ์
a)
ภิกษุ ก. ลาสิกขา
b)
ภิกษุ ข. หนีไปอยู่ที่อื่น
c)
ภิกษุ ค. ทิ้งไว้ไม่สนใจ
d)
ภิกษุ ง. กล่าวมอบในขณะมีชีวิต
e)
ภิกษุ จ. ทำพินัยกรรมให้รับมอบหลังมรณภาพแล้ว
79.
ลักษณะของส่วนตัวที่อนุญาตให้มีได้ คือข้อใด
a)
บัลลังก์
b)
เขียงเท้าไม้
c)
เครื่องไม้ทั้งปวง
d)
บาตรไม้
e)
เตียงนอนไม้
80.
ในกรณีเช่นใดภิกษุจึงแสดงสภาคาบัติตก
a)
แสดงกับภิกษุที่ต้องอาบัติรูปใดก็ได้
b)
แสดงกับภิกษุ 2 รูปที่ต้องอาบัติเดียวกัน
c)
แสดงกับภิกษุเป็นคณะ 3 รูปพร้อมกัน
d)
แสดงกับสงฆ์ 4 รูปขึ้นไปพร้อมกัน
e)
แสดงกับภิกษุที่ไม่ต้องอาบัติเรื่องเดียวกัน
81.
ทรงมีพระประสงค์อย่างไรจึงทรงให้ภิกษุอธิษฐานบริขาร
a)
เพื่อไม่ให้มีบริขารเกินจำนวนและเกินวันที่กำหนด
b)
เพื่อให้มีเวลาตรวจดูบริขารของตนเอง
c)
เพื่อทำตำหนิบริขารของตนเอง
d)
เพื่อให้จำบริขารของตนเองได้
e)
เพื่อไม่ให้เห็นแก่ได้เพิ่มอีก
82.
ลักษณะใดไม่เป็นเหตุให้ต้องอธิษฐานบริขารใหม่
a)
ภิกษุ ก. ให้เพื่อนไปใช้
b)
ภิกษุ ข. มีจีวรขาดใช้ห่มไม่ได้
c)
ภิกษุ ค. มีบาตรร้าวยาวไม่เกิน 6 นิ้ว
d)
ภิกษุ ง. สหธรรมมิกถือวิสาสะเอาไปใช้
e)
ภิกษุ จ. สังฆาฏิถูกโจรขโมยไป
83.
อาจารวิบัติมีลักษณะตามข้อใด
a)
ภิกษุ ก. พูดเกี้ยวหญิงด้วยความกำหนัด
b)
ภิกษุ ข. อวดตนว่าได้บรรลุญาณสมาบัติ
c)
ภิกษุ ค. เป็นพ่อสื่อให้ชายหญิงรักกัน
d)
ภิกษุ ง. เปลือยกายในวัด
e)
ภิกษุ จ. ฆ่าคนตายโดยเจตนา
84.
สถานที่ในลักษณะใดไม่จัดเข้าในที่อโคจรตามพระวินัย
a)
บ้านสาวเทื้อ
b)
บ้านบัณเทฑาะก์
c)
บ้านหญิงแพศยา
d)
บ่อนการพนัน
e)
ร้านสุรา
85.
ลักษณะของภิกษุในข้อใดเป็นผู้มีอาชีววิบัติ
a)
ภิกษุ ก. อยู่กับผู้หญิงสองต่อสอง
b)
ภิกษุ ข. ทำน้ำมนต์เสกเป่าให้ชาวบ้านเชื่อถือ
c)
ภิกษุ ค. รับนิมนต์ที่หนึ่งแล้วไปอีกที่หนึ่ง
d)
ภิกษุ ง. ดื่มสุราในกุฏิ
e)
ภิกษุ จ. ชวนสตรีเดินทางด้วยกัน
86.
ข้อใดไม่ใช่เหตุที่จะทำให้สังฆกรรมวิบัติ
a)
อุปสมบทคนที่ห้ามบวช
b)
สมมติสีมาใหญ่เกินกำหนด
c)
ทำเสนาสนะนอกเขตสีมา
d)
ทำสังฆกรรมไม่ครบองค์สงฆ์ตามที่กำหนด
e)
อุปสมบทคนที่มีอายุไม่ถึง 20 ปี
87.
สามเณร ก. ว่ายากสอนยาก สงฆ์ต้องการไล่ออกจากวัด จัดเป็นสังฆกรรม ประเภทใด
a)
อนันตริยกรรม
b)
อปโลกกรรม
c)
ญัตติกรรม
d)
ญัตติทุติยกรรม
e)
ญัตติจตุตถกรรม
88.
ข้อใดกล่าวผิดเกี่ยวกับวัตถุที่ใช้เป็นนิมิตในการกำหนดเขตสีมา
a)
ภูเขาใช้เป็นนิมิตในการแบ่งเขตสีมาได้
b)
เหล็กที่ใช้เป็นนิมิตในการแบ่งเขตสีมาได้
c)
น้ำที่ใช้เป็นนิมิตในการแบ่งเขตสีมาได้
d)
ป่าไม้ที่ใช้เป็นนิมิตในการแบ่งเขตสีมาได้
e)
จอมปลวกที่ใช้เป็นนิมิตในการแบ่งเขตสีมาได้
89.
ภิกษุเป็นเจ้าอธิการจีวรจะต้องมีคุณสมบัติตามข้อใด
a)
เว้นจากอิทธิบาท 4 และต้องมีความรู้ความเข้าใจเรื่องจีวรเป็นอย่างดี
b)
เว้นจากพรหมวิหาร 4 และต้องมีความรู้ความเข้าใจเรื่องจีวรเป็นอย่างดี
c)
ประกอบด้วยอิทธิบาท 4 และต้องมีความรู้ความเข้าใจเรื่องจีวรเป็นอย่างดี
d)
ประกอบด้วยพรหมวิหาร 4 และต้องมีความรู้ความเข้าใจเรื่องจีวรเป็นอย่างดี
e)
เว้นจากอคติ 4 และต้องมีความรู้ความเข้าใจเรื่องจีวรเป็นอย่างดี
90.
ข้อใดคือผ้าที่ไม่อนุญาตให้ใช้เป็นผ้ากฐิน
a)
ผ้าใหม่
b)
ผ้าเก่า
c)
ผ้าบังสุกุล
d)
ผ้าเทียมใหม่
e)
ผ้าอดิเรกจีวรที่เก็บไว้เกิน 10 คืน
91.
บุคคลในข้อใดเป็นผู้มีคุณสมบัติให้อุปสมบท
a)
นายแดงเป็นโรคเรื้อน
b)
นายชาติหนีพ่อแม่มาบวช
c)
นายเขียวมีอายุ 20 ปีบริบูรณ์
d)
นายปีเตอร์แขนขาดข้างหนึ่ง
e)
นายพิสุทธิ์ผ่าตัดแปลงเพศแล้ว
92.
การอุปสมบทจะสำเร็จลงได้ต้องทำอย่างไร
a)
สวดกรรมวาจาผิดฐานกรณ์ของอักขระ
b)
บวชในสีมาที่ผูกนิมิตแล้ว
c)
พระสงฆ์ประชุมกัน 4 รูปเป็นสงฆ์
d)
กุลบุตรเป็นง่อยเปลี้ยเสียขา
e)
กุลบุตรมีอายุ 19 ปี 2 เดือนเต็ม
93.
กรณีเช่นใด เป็นการระงับวิวาทาธิกรณ์ด้วยเยภุยยสิกา
a)
ระงับด้วยการตั้งผู้วินิจฉัย
b)
ระงับด้วยการตกลงกันเอง
c)
ระงับด้วยการทำตามเสียงข้างมาก
d)
ระงับด้วยคู่วิวาทระงับข้อพิพาทในท่ามกลางสงฆ์
e)
ระงับด้วยอำนาจสงฆ์
94.
พระ ก. ทำอภิวาทพระรูปอื่นมาโดยลำดับ แต่เมื่อถึงพระ ค. งดทำอภิวาท พระ ค. ข้ามไปทำอภิวาทพระรูปถัดไปจัดเป็นการโจทย์ในลักษณะใด
a)
การโจทย์ด้วยกาย
b)
การโจทย์ด้วยวาจา
c)
การโจทย์ด้วยใจ
d)
การโจทย์ด้วยภายใน
e)
การโจทย์ด้วยภายนอก
95.
การโจทย์ในลักษณะใดเป็นการกล่าวหากันในเรื่องอาจารวิบัติ
a)
ท่านดื่มสุรา
b)
ท่านลงทุนหาผลประโยชน์เข้าตนเอง
c)
ท่านเล่นพนันบอล
d)
ท่านแสดงธรรมด้วยความตลกคะนอง
e)
ท่านเป็นหมดทำเสน่ห์
96.
อาบัติ เช่นใด จะต้องปลงหรือแสดงคืนด้วยการอยู่ปริวาสกรรม
a)
ปาราชิก
b)
ปาจิตตีย์
c)
ปาฏิเทสนียะ
d)
สังฆาทิเลส
e)
นิสสัคคียปาจิตตีย์
97.
กรณีเช่นใด ไม่ จัดเป็นครุกาบัติ
a)
ภิกษุ ก. แกล้งฆ่ามนุษย์ให้ตาย
b)
ภิกษุ ข. อวดอุตตริมนุสสธรรมที่ไม่มีในตน
c)
ภิกษุ ค. ถูกลักหลับรู้สึกตัวแล้วยินดี
d)
ภิกษุ ง. ทำน้ำอสุจิเคลื่อนเพราะความกำหนัด
e)
ภิกษุ จ. ฉันอาหารร้อนในเวลาวิกาล
98.
ภิกษุประพฤติอย่างไรจึงต้องถูกสงฆ์ลง “ปัพพาชนียกรรม” คือ ขับไล่เสียจากวัด
a)
สอนบิดเบือนคำสอนพระพุทธเจ้า
b)
กล่าวติเตียนพระพุทธ
c)
กล่าวติเตียนพระธรรม
d)
กล่าวติเตียนพระสงฆ์
e)
ดื่มสุราเมรัย
99.
สาเหตุที่ทำให้สงฆ์แตกแยกกันได้คือข้อใด
a)
พระเขียวบวชอยู่ป่า พระขาวบวชอยู่บ้าน
b)
พระเขียวห่มจีวรเหลือง พระขาวห่มจีวรสีเข้ม
c)
พระเขียวฉันข้าวมื้อเดียว พระขาวฉันข้าวสองมื้อ
d)
พระเขียวฉันอาหารเจ รังเกียจพระขาวที่ฉันเนื้อ
e)
พระเขียวทำสังฆกรรม พระขาวทุกนิกาย
100.
พระภิกษุรูปใดต้องคำพิพาทถึงที่สุดให้เป็นบุคคลล้มละลายต้องลาสิกขาภายในกี่วัน
a)
ภายใน 1 วัน
b)
ภายใน 2 วัน
c)
ภายใน 3 วัน
d)
ภายใน 4 วัน
e)
ภายใน 5 วัน