NEW
Font size
WorksheetsO-NET ม.6 หน้าที่พลเมือง
Total questions: 25
Worksheet time: 13mins
1.รัฐสภาประกอบด้วยอะไรบ้าง
1.นายกรัฐมนตรี สมาชิกวุฒิสภา
2.สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา
3.นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี
4.ศาลยุติธรรม ตุลาการ
2.ฐานะหรือพระราชอำนาจใด ของพระมหากษัตริย์ที่บ่งบอกถึงการเป็นพระมหากษัตริย์ ภายใต้รัฐธรรมนูญ (Constitutional monarchy)
1.ฐานะการเป็นพุทธมามกะและอัครศาสนูปถัมภก
2. พระราชอำนาจในการนิติบัญญัติผ่านทางรัฐสภา
3. พระราชอำนาจในการแก้ไขกฎมณเทียรบาล
4. ฐานะการเป็นพระประมุขของรัฐ
5. ฐานะการเป็นที่เคารพสักการะ
3.ภายใต้รัฐธรรมนูญ ฐานะหรือพระราชอำนาจใด เป็นพระเกียรติยศอันไม่ใช่
พระราชอำนาจที่สามารถใช้ด้วยพระองค์เองได้อย่างแท้จริง
1. พระฐานะเป็นอัครศาสนูปถัมภก
2. พระราชอำนาจในการบังคับบัญชาทุกเหล่าทัพ
3. พระราชอำนาจในการแต่งตั้งบุคคลเป็นองคมนตรี
4. พระราชอำนาจในการแต่งตั้งข้าราชการในพระองค์
5. พระราชอำนาจในการแก้ไขเพิ่มเติมกฎมณเทียรบาลว่าด้วยการสืบสันตติวงศ์
4.กฎหมายใดตราขึ้นโดยฝ่ายบริหาร และจะสิ้นผลใช้บังคับเมื่อสภาไม่เห็นชอบ
1. รัฐธรรมนูญ
2. พระราชบัญญัติ
3. พระราชกำหนด
4. ประมวลกฎหมาย
5. พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ
5. กฎหมายใดตราขึ้นโดยฝ่ายรัฐสภา
1. รัฐธรรมนูญ
2. พระราชกฤษฎีกา
3. พระราชกำหนด
4. พระราชบัญญัติ
5. ประกาศกระทรวง
6. กฎหมายใดตราขึ้นโดยฝ่ายบริหารทั้งหมด
1. รัฐธรรมนูญ พระราชกำหนด
2. พระราชบัญญัติ พระราชกำหนด
3. พระราชกำหนด พระราชกฤษฎีกา
4. ประมวลกฎหมาย พระราชกฤษฎีกา
5. พระราชกำหนด กฎกระทรวง
7. ข้อใดเรียงลำดับชั้นกฎหมายได้ถูกต้อง
1. พระราชบัญญัติ พระราชกำหนด รัฐธรรมนูญ
พระราชกฤษฎีกา ประกาศกระทรวง กฎหมายท้องถิ่น และกฎกระทรวง
2. รัฐธรรมนูญ พระราชกำหนด กฎกระทรวง
พระราชกฤษฎีกา ประกาศกระทรวง กฎหมายท้องถิ่น และพระราชบัญญัติ
3. รัฐธรรมนูญ พระราชกำหนด กฎกระทรวง
พระราชกฤษฎีกา ประกาศกระทรวงกฎหมายท้องถิ่น และพระราชบัญญัติ
4. รัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติ พระราชกำหนด
พระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง ประกาศกระทรวง และกฎหมายท้องถิ่น
8. การหมั้นในข้อใดสมบูรณ์ตามกฎหมาย
1. นายดำจัดพิธีหมั้นระหว่างตนและนางสาวแดงโดยการเชิญญาติผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาเป็นสักขีพยานร่วมกัน
2. นางสาวแดงได้ให้แหวนเพชรแก่นายดำเพื่อให้นายดำวางใจว่าจะได้มีการสมรสกันในอนาคตอันใกล้
3. นายขาวบิดาของนายเขียวให้รถยนต์แก่นางสาวขำเพื่อให้เป็นที่เข้าใจกันว่านายเขียวและนางสาวขำจะสมรสกันในอนาคต
4. นายเหลืองได้ให้สร้อยทองแก่นางฟ้าซึ่งเป็นมารดาของนางสาวส้มเพื่อให้เป็นที่เข้าใจกันว่านายเหลืองและนางสาวส้มจะสมรสกันในอนาคต
5. นายม่วงบิดาของนายน้ำเงินให้แหวนเพชรแก่นางจันทร์มารดาของนางสาวอังคารเพื่อเป็นหลักฐานว่า นายน้ำเงินและนางสาวอังคารจะสมรสกันในอนาคต
9. นายหนึ่งสมรสกับนางสอง มีบุตรชื่อนายสาม ส่วนนายเอกสมรสกับนางโท มีบุตรชื่อนางตรี นายสามสมรสกับนางตรี มีบุตรชื่อนายสี่และเด็กชายห้า นายสามทำงานรับราชการ ส่วนนางตรีไม่มีรายได้ ทำงานเป็นแม่บ้านคอยช่วยดูแลงาน บ้านให้แก่ครอบครัว โดยนางตรีจะเป็นผู้มาเบิกเงินค่าใช้จ่ายในครอบครัวจากนายสาม ต่อมานายสามถึงแก่ความตาย และมีทรัพย์สินเหลือเป็นเงินสด 5,000,000 บาท ไม่มีหนี้สิน นางตรีจะมีสิทธิในเงินที่เหลือของนายสามเป็นจำนวนเท่าใด
1. 5,000,000 บาท
2. 3,000,000 บาท
3. 2,500,000 บาท
4. 1,250,000 บาท
5. 1,000,000 บาท
10. นายหนึ่งมีบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย 2 คน คือ นายสอง และ นายสาม นายหนึ่งทำสัญญาจะขายบ้านเลขที่ 2566 แก่นางสาวสี่ และยังทำสัญญาให้นางสาวห้าเช่าตึกแถวเป็นเวลา 5 ปี ต่อมานายหนึ่งทำพินัยกรรมยกบ้านเลขที่ 2566 ให้กับนายสอง และยกตึกแถวให้กับนายสาม หลังจากทำพินัยกรรมฉบับดังกล่าวได้เป็น เวลา 6 เดือน นายหนึ่งติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ถึงแก่กรรม
ฉะนั้น นายสองจะต้องขายบ้านให้นางสาวสี่หรือไม่ และนางสาวห้าสามารถอยู่ในตึกแถวจนครบสัญญาได้หรือไม่
1. นายสองจะต้องขายบ้านให้นางสาวสี่ เพราะถือเป็นสัญญาจะขาย และนายสามต้องยินยอมให้นางสาวห้าเช่า ตึกแถวจนครบระยะเวลา 1 ปี
2. นายสองไม่จำเป็นต้องขายบ้านให้นางสาวสี่ เพราะถือว่าบ้านเป็นกรรมสิทธิ์ โดยชอบธรรมของนายสองตาม
พินัยกรรม และนายสามต้องยินยอมให้นางสาวห้าเช่าตึกแถวจนครบระยะเวลา 5 ปี
3. นายสองไม่จำเป็นต้องขายบ้านให้นางสาวสี่ เพราะถือว่าบ้านเป็นกรรมสิทธิ์โดยชอบธรรมของนายสองตาม
พินัยกรรม และนายสามสามารถเลิกสัญญากับนางสาวห้าได้ทันที
4. นายสองจะต้องขายบ้านให้นางสาวสี่ เพราะถือเป็นสัญญาจะขาย และนายสามสามารถบอกเลิกสัญญากับ
นางสาวห้าได้ทันที
5. นายสองไม่ต้องขายบ้านให้นางสาวสี่ และนายสามสามารถบอกเลิกสัญญากับนางสาวห้าได้ทันที
เพราะทั้งสองเป็นผู้รับมรดกโดยชอบธรรมตามพินัยกรรม
11. ข้อใดเป็นการทำสัญญาช่าทรัพย์ที่สมบูรณ์ตามกฎหมาย
1. นางเอกตกลงให้นายโทนำหนังสือของคนไปอ่านเพื่อเตรียมตัวสอบ เมื่อสอบเสร็จแล้วนายโทก็ได้นำหนังสือมาคืนตามที่ตกลง พร้อมกับเลี้ยงอาหารนางเอกเป็นการตอบแทน
2. นายหนึ่งตกลงให้นายสองใช้ที่ดินของตนในการทำไร่เป็นเวลา 2 ปี เมื่อครบกำหนดเวลาแล้วก็ต้องย้ายออกไป เว้นแต่จะตกลงกันให้มีการใช้ต่อไปได้
3. เด็กชายไก่ได้เข้าไปใช้บริการคอมพิวเตอร์ในร้านอินเทอร์เน็ตของนายไข่ที่คิดค่าบริการชั่วโมง
ละ 20 บาท เป็นเวลา 1 ชั่วโมง
4. เด็กหญิงกุ๊กยืมหนังสือจากห้องสมุดของโรงเรียน โดยใช้สิทธิจากการชำระค่าบำรุงห้องสมุดแก่ทางโรงเรียน
5. นางสาวแดงยืมรถนายดำไปขับ 1 วัน พร้อมกับตกลงว่าจะรับผิดชอบเรื่องค่าน้ำมันขณะที่นำรถไปใช้
12. นายหนึ่งอยู่กรุงเทพมหานคร ส่วนนายสองอยู่จังหวัดแพร่ นายหนึ่งและนายสองได้ส่งโทรสาร (Fax) ติดต่อกันเพื่อซื้อไม้แกะสลัก โดยติดต่อกันดังนี้
นายหนึ่ง : มีไม้แกะสลักขายไหม ตามรูปแบบที่ส่งมกให้ และราคาชิ้นละเท่าไร
นายสอง : มี ราคาชิ้นละ 200 บาท
นายหนึ่ง : ซื้อ 1,000 ขึ้นได้ไหม แต่ขอราคาชิ้นละ 180 บาท
นายสอง : ได้ แต่ชิ้นละ 190 บาท
นายหนึ่ง : ตกลง และช่วยคัดชิ้นสวย ๆ นะ
สัญญาระหว่างนายหนึ่งและนายสองเกิดขึ้นที่ใด มีเนื้อหาตามข้อใด
1. นายหนึ่งและนายสองทำสัญญาซื้อขายไม้แกะสลัก จำนวน 1,000 ชิ้น ราคาชิ้นละ
190 บาท สัญญาเกิดที่จังหวัดแพร่
2. นายหนึ่งและนายสองทำสัญญาซื้อขายไม้แกะสลักจำนวน 1,000 ชิ้นราคาชิ้นละ
190 บาท สัญญาเกิดที่จังหวัดกรุงเทพมหานคร
3. นายหนึ่งและนายสองทำสัญญาซื้อขายไม้แกะสลักจำนวน 1.000 ขึ้นราคาชิ้นละ
180 บาท สัญญาเกิดที่จังหวัดแพร่
4. นายหนึ่งและนายสองทำสัญญาซื้อขายไม้แกะสลักจำนวน 1,000 ขึ้นราคาชิ้นละ
180 บาท สัญญาเกิดที่จังหวัดกรุงเทพมหานคร
5. สัญญายังไม่เกิด เพราะนายสองยังไม่ตอบรับ
13. การกระทำในกรณีตามข้อใดเป็นความผิดฐานฉ้อโกง
1. นางสาวแข วางโทรศัพท์มือถือไว้บนโต๊ะระหว่างรับประทานอาหาร นายหนึ่งจึงโกหกนางสาวแขว่า บ้านนางสาวแขไฟไหม้ให้รีบไปดู เป็นเหตุให้นางสาวแขลืมโทรศัพท์ไว้ แล้วจากนั้นนายหนึ่งก็หยิบนำไปเป็นของตน
2. นายเอแกล้งทำตัวเป็นคนพิการทั้งที่มีร่างกายสมบูรณ์แล้วไปทำการขอทาน ซึ่งส่งผลให้ผู้คนที่ผ่านมานำเงินให้แก่นายเอด้วยความสงสาร
3. นายไก่ฝากเงินของตนให้นายไข่ไปจ่ายค่าไฟฟ้าให้ ต่อมานายไข่ได้พบว่านายไก่จ่ายไปเรียบร้อยแล้ว แต่นายไข่ไม่อยากคืนเงินแก่นายไก่ จึงบอกแก่นายไก่ว่าจ่ายค่าไฟฟ้าให้แล้ว และเก็บเงินนั้นไว้ใช้ส่วนตัว
4. นางสวยตกลงซื้อผลไม้จากนายรวย แต่พอถึงเวลาจ่ายเงินหลังได้รับสินค้า พบว่า ตนมีเงินไม่พอจึงอาศัยช่วงเวลาที่นายรวยเผลอ เดินออกจากร้านไปโดยไม่จ่ายเงิน
5. นายมั่งยืมหนังสือของนายมีมาอ่าน 2 วัน พอถึงกำหนดวันคืน นายมีก็มาทวงถามนายมั่ง แต่นายมั่งกลับโกหกนายมีว่าตนส่งคืนทางไปรษณีย์แล้ว ทั้งที่ไม่เป็นความจริง
14. นายหนึ่งโฆษณาเชิญชวนแก่ประชาชนโดยทั่วไปว่า จะทำธุรกิจการค้าซึ่งมีผลประโยชน์มหาศาลทั้งในและต่างประเทศ ให้นำเงินมาฝากเป็นหุ้นส่วน จะจ่ายปันผลให้ร้อยละ 40 ต่อเดือน โดยที่นายหนึ่งรู้อยู่แล้วว่าไม่สามารถดำเนินการเช่นนั้นได้ ต่อมานายสองเห็นโฆษณา จึงตัดสินใจนำเงินฝากแก่นายหนึ่ง เป็นจำนวน 500,000 บาท ดังนี้ การกระทำของนายหนึ่งมีความผิดอาญาฐานใดหรือไม่
1. ผิดฐานฉ้อโกง
2. ผิดฐานลักทรัพย์
3. ผิดฐานหลอกลวงผู้บริโภค
4. ไม่ผิดฐานลักทรัพย์ เพราะเป็นการทำนิดิกรรม
5. ไม่ผิดฐานฉ้อโกง เพราะไม่ได้แสดงข้อความอันเป็นเท็จแต่อย่างใด
เนื่องจากเป็นข้อเท็จจริงในอนาคตว่าจะแบ่งกำไร
15. เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2563 นายหนึ่งยืมรถจักรยานจากนายสอง โดยตกลงว่าจะคืน
รถจักรยานให้ในวันที่ 10 มกราคม 2564 ต่อมาหลังครบกำหนดส่งคืน นายหนึ่งไม่ได้
คืนรถให้นายสอง แต่ได้ขายรถกันดังกล่าวให้นายสามเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564
โดยนายสองรู้เรื่องเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2564 ว่านายหนึ่งขายรถของตนให้นายสามไปแล้ว นายสองจะต้องไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนอย่างช้าที่สุดวันใด
เพื่อไม่ให้คดีขาดอายุความ
1. 10 เมษายน 2564
2. 1 พฤษภาคม 2564
3. 15 พฤษภาคม 2564
4. 10 มกราคม 2565
5. 15 กุมภาพันธ์ 2565
16. ในการเมืองการปกครองระบอบประชาชิปใตย การกระทำทางการเมืองใดที่สะท้อนถึงหลักการประชาธิปไตยโดยประชาชน
1. ประชาชนสองหมื่นคนร่วมเข้าชื่อเสนอร่างกฎหมาย
2. ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคุณสมบัติของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
3. ข้าราชการประจำเสนอนโยบายเพิ่มรายได้ประชาชนต่อกณะรัฐมนตรี
4. ศาลปกกรองวินิจฉัยให้หน่วยงานของรัฐชดใช้ค่าเสียหายแก่ประชาชน
5. กณะกรรมการสิทธิมนุษยชนเสนอรายงานสถานการณ์การละเมิดสิทธิของประชาชน
17. ข้อใดกล่าวถึงอิทธิพลของระบอบเสรีประชาธิปไตย (liberal democracy)
ที่มีต่อประชาชนในเรื่องความเสมอภาคไม่ถูกต้อง
1. ประชาชนได้รับประโยชน์ตอบแทนทางเศรษฐกิจอย่างเสมอภาคกัน
2. ประชาชนมีความเสมอภาคทางโอกากที่จะเข้าถึงบริการของรัฐ
3. ประชาชนมีความเสมอภาคภายใต้กฎหมายเดียวกัน
4. ประชาชนมีสิทธิได้รับการปกป้องจากรัฐเสมอภาคกัน
5. ประชาชนมีสิทธิทางการเมืองเสมอภาคกัน
18. การแสดงออกในสื่อสังคมออนไลน์ด้วยการใช้ถ้อยคำสร้างความเกลียดชัง
(Hate Speech) การไล่ล่า และขุดคุ้ยประวัติของบุคคลที่เห็นต่างทางการเมือง
แล้วนำมาประจาน การกระทำดังกล่าวบั่นทอนหลักการหรือคุณค่าพื้นฐานของ
ประชาธิปไตยข้อใดมากที่สุด
1. เจตจำนงของเสียงข้างมาก
2. การมีส่วนร่วมทางการเมือง
3. คุณค่าความเป็นมนุษย์
4. คุณธรรมทางศาสนา
5. การแบ่งแยกอำนาจ
19. ใช้สถานการณ์ต่อไปนี้ตอบคำถาม
ภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์ทางเศรษฐกิจ รัฐชาติกำลังกลายรูปสู่รัฐตลาด โดยผิวเผิน
อาจดูคล้ายการเพิ่มอำนาจแก่ภาคสังคมหรือเป็นการขยายตัวสู่ประชาธิปไตย
แต่ในความเป็นจริงแล้ว สภาพการณ์นี้เท่ากับเป็นการถ่ายเทอธิปไตยหลายส่วนของรัฐไปสู่กลไกตลาดเสียมากกว่า
***จากสถานการณ์และสภาพปัญหาดังกล่าวข้างต้น ข้อใดเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาที่
สอดคล้องกับหลักการของระบอบประชาธิปไตย
1. ปลูกฝังแนวคิดชาตินิยม
2. เน้นวางแผนพัฒนาโดยส่วนกลาง
3. เพิ่มอำนาจแก่รัฐในการควบคุมระบบตลาด
4. ขยายการมีส่วนร่วมของประชาชนในการร่วมตัดสินใจทางเศรษฐกิจ
5. ยกเลิกระเบียบกฎหมายทั้งหมดที่ขัดขวางเสรีภาพในการดำเนินกิจกรรม
ทางเศรษฐกิจ
20. ข้อใดกล่าวถึงระบอบเผด็จการคอมมิวนิสต์ได้ถูกต้อง
1. ผู้นำใช้อำนาจควบคุมกิจกรรมทางการเมืองเท่านั้น ประชาชนยังมีสิทธิ เสรีภาพในทรัพย์สิน และการดำเนินชีวิต
2. ผู้นำมีอำนาจเหนือประชาชน ใช้อำนาจในการปกครองประเทศ
3. ผู้นำใช้อำนาจควบคุมกิจกรรมทางการเมืองและการดำเนินชีวิตของประชาชนในทุกด้าน
4.ผู้นำใช้อำนาจในการปกครองประเทศ ประชาชนยังมีสิทธิ เสรีภาพในทรัพย์สิน และการดำเนินชีวิต
21. ระบอบการเมืองการปกครองแบบเผด็จการและแบบประชาธิปไตยมีผลต่อการดำเนินชีวิตที่แตกต่างกันของประชาชนในเรื่องใดมากที่สุด
1. ระดับการศึกษาของประชาชน
2. ฐานะทางเศรษฐกิจของประชาชน
3. ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
4. การมีกฎหมายรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคม
5. ขอบเขตของสิทธิเสรีภาพและการกำหนดชีวิตตนเองของประชาชน
22. รัฐ ก มีรูปแบบและโครงสร้างของรัฐ ดังนี้
- มีรัฐบาลเดียวที่มีอำนาจบริหารกิจการภายในและภายนอกประเทศในภาพรวมโดยเด็ดขาด
- แบ่งการบริหารราชการออกเป็น ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น
- การบริหารส่วนภูมิภาคอยู่ในกำกับของส่วนกลาง มีผู้บริหารมาจากการเลือกตั้งของประชาชน
* ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับรัฐ ก
1. เป็นรัฐเดี่ยวที่เน้นหลักการแบ่งอำนาจ
2. เป็นรัฐเดี่ยวที่เน้นหลักการกระจายอำนาจ
3. เป็นรัฐเดี่ยวที่เน้นหลักการรวมศูนย์อำนาจ
4. เป็นรัฐรวมที่เน้นหลักการแบ่งอำนาจ
5. เป็นรัฐรวมที่เน้นหลักการกระจายอำนาจ
23. ข้อใดเป็นเกณฑ์ในการแบ่งรูปแบบรัฐออกเป็นรัฐเดี่ยว รัฐรวมแบบสมาพันธรัฐ
และรัฐรวมแบบสหพันธรัฐ
1. ประมุขของรัฐ
2. ขนาดพื้นที่ของรัฐ
3. ระบอบการเมืองการปกครองของรัฐ
4. ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของประชาชนภายในรัฐ
5. ความสัมพันธ์ทางอำนาจระหว่างรัฐบาลกลางกับรัฐบาลท้องถิ่น
24. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับอัตลักษณ์และการอยู่ร่วมกันในสังคมแห่งความหลากหลายทางวัฒนธรรม
1. บุคคลควรตระหนักในสิทธิทางวัฒนธรรมของผู้ที่มาจากพื้นเพทางวัฒนธรรมที่แตกต่าง
2. บุคคลควรรักษาอัตลักษณ์ของตนไว้ แม้จะอยู่ร่วมกันในสังคมที่มีความหลากหลายวัฒนธรรม
3. บุคคลควรละทิ้งอัตลักษณ์ที่มีติดตัวเพื่อการหลอมรวมทางวัฒนธรรมให้เกิดความเป็นเอกภาพ
4. บุคคลควรควรให้ความสำคัญกับการเรียนรู้เพื่อการสื่อสารและอยู่ร่วมกันระหว่างผู้ที่มีอัตลักษณ์ที่แตกต่างกัน
5. บุคคลควรให้คุณค่ากับการยอมรับความแตกต่างและเคารพความหลากหลายเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ
25. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับอัตลักษณ์และการอยู่ร่วมกันในสังคมแห่งความหลากหลายทางวัฒนธรรม
1. การหลอมรวมทางวัฒนธรรมสามารถทำให้เกิดได้ทั้งความขัดแย้งและการมีสมานฉันท์ทางสังคม
2. การปรับตัวเพื่อการอยู่ร่วมกันในสังคมที่มีความหลากหลายจำเป็นต้องยอม ละทิ้งอัตลักษณ์เดิมของตน
3. การมีอัตลักษณ์ที่แตกต่างหลากหลายเป็นทุนทางสังคมที่เป็นประโยชน์ในการพัฒนาสังคมพหุวัฒนธรรม
4. การทำความเข้าใจระหว่างวัฒนธรรมจะช่วยเกิดการแลกเปลี่ยนและเรียนรู้เพื่อการอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ
5. การเชิดชูอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของกลุ่มวัฒนธรรมใดวัฒนธรรมหนึ่งแสดงถึงการเลือกปฏิบัติทางวัฒนธรรม
