wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ข้อสอบเพิ่มคะแนน

Total questions: 60

Worksheet time: 5hrs 57mins

Name
Class
Date
1.

1.เมื่อนำลวดตัวนำชนิดเดียวกันขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเท่ากัน แต่มีความยาวมากขึ้นมาต่อในวงจรไฟฟ้า

แทนลวดตัวนำเดิม จะมีปริมาณในวงจรไฟฟ้าเปลี่ยนแปลงตามข้อใด

a)

ความต่างศักย์เพิ่มขึ้น

b)

ความต่างศักย์ลดลง

c)

กระแสไฟฟ้าเพิ่มขึ้น        

d)

ความต้านทานเพิ่มขึ้น

2.

2. เมื่ออุณหภูมิคงที่ ข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง

a)

กระแสไฟฟ้าในตัวนำไฟฟ้าจะแปรผันตรงกับความต่างศักย์

b)

ความต้านทานในตัวนำไฟฟ้าจะแปรผกผันกับความต่างศักย์

c)

พลังงานไฟฟ้าจะแปรผกผันกับกระแสไฟฟ้าที่ไหลในตัวนำไฟฟ้า

d)

ความต้านทานในตัวนำไฟฟ้าจะแปรผันตรงกับกระแสไฟฟ้า

3.

3. อุปกรณ์ไฟฟ้ามีความต้านทาน 20 โอห์ม เมื่อใช้กับความต่างศักย์ 220 โวลต์ จะมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่าน

อุปกรณ์ไฟฟ้านี้กี่แอมแปร์

a)

9.5 แอมแปร์

b)

10.5 แอมแปร์

c)

11 แอมแปร์

d)

12 แอมแปร์

4.

4. พิจารณากราฟความสัมพันธ์ระหว่างความต่างศักย์ไฟฟ้าและกระแสไฟฟ้าของวงจรไฟฟ้า ความต้านทานไฟฟ้าในวงจรนี้มีค่ากี่โอห์ม

a)

2.5 โอห์ม

b)

5 โอห์ม

c)

6 โอห์ม

d)

10 โอห์ม

5.

5. วงจรไฟฟ้าหนึ่งมีตัวต้านทาน 2 ตัว คือ ตัวต้านทานที่มีความต้านทาน 5 โอห์ม และ 10 โอห์ม ถ้าต้องการ

    วัดความต่างศักย์ของตัวต้านทาน 5 โอห์ม ข้อใดต่อโวลต์มิเตอร์ในวงจรได้ถูกต้อง

a)

b)

c)

d)

6.

6. กำหนดให้ตัวต้านทานทุกตัวมีความต้านทานเท่ากัน ถ้าแหล่งกำเนิดไฟฟ้ามีแรงเคลื่อนไฟฟ้าเท่ากัน

วงจรไฟฟ้าในข้อใดมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านมากที่สุด

a)

b)

c)

d)

7.

7. จากแผนภาพวงจรไฟฟ้า ความต่างศักย์คร่อมตัวต้านทาน 6 โอห์ม มีค่ากี่โวลต์ พิจารณาวงจรไฟฟ้า

a)

5 โวลต์                

b)

8 โวลต์                

c)

10 โวลต์                

d)

20 โวลต์                

8.

8. ถ้าต้องการให้มีกระแสไฟฟ้าไหลในวงจร 4 แอมแปร์ จะต้องต่อตัวต้านทาน 3 Ω อีกตัวเข้าไปในวงจร

จะต้องต่อตัวต้านทานอย่างไร พิจารณาวงจรไฟฟ้า

a)

ต่อตัวต้านทาน 3 โอห์ม อนุกรมกับวงจร

b)

ต่อตัวต้านทาน 3 โอห์ม อนุกรมกับตัวต้านทาน 3 โอห์ม

c)

ต่อตัวต้านทาน 3 โอห์ม ขนานกับตัวต้านทาน 2 โอห์ม          

d)

ต่อตัวต้านทาน 3 โอห์ม อนุกรมกับตัวต้านทาน 6 โอห์ม

9.

9.    วงจรไฟฟ้าหนึ่ง ประกอบด้วยเซลล์ไฟฟ้า 1 เซลล์ และมีตัวต้านทาน 4 ตัว คือ A, B, C และ D

โดยตัวต้านทาน A ต่อขนานกับตัวต้านทาน B และ ตัวต้านทาน C และ D ต่ออนุกรมกับวงจร

ข้อใดแสดงแผนภาพวงจรไฟฟ้านี้ได้ถูกต้อง

a)

b)

c)

d)

10.

10. อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในข้อใด ใช้สำหรับเป็นสวิตช์ปิดเปิดวงจรไฟฟ้าและขยายหรือสลับสัญญาณไฟฟ้า

a)

ทรานซิสเตอร์

b)

ตัวเก็บประจุ

c)

ไดโอด

d)

ไดโอดเปล่งแสง

11.

11. ข้อใดแสดงแผนภาพวงจรไฟฟ้าที่ประกอบด้วยแบตเตอรี่ ไดโอด และหลอดไฟฟ้า แล้วทำให้หลอดไฟฟ้า

      สว่างได้

a)

b)

c)

d)

12.

12.  อุปกรณ์ไฟฟ้าในข้อใดใช้พลังงานไฟฟ้าน้อยที่สุด

a)

 ใช้อุปกรณ์ A 2,000 วัตต์ เป็นเวลา 5 นาที             

b)

ใช้อุปกรณ์ B 50 วัตต์ เป็นเวลา 1 ชั่วโมง    

c)

ใช้อุปกรณ์ C 150 วัตต์ เป็นเวลาครึ่งชั่วโมง

d)

ใช้อุปกรณ์ D 1,500 วัตต์ เป็นเวลา 10 นาที

13.

13. บ้านหลังหนึ่งมีการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้า ดังนี้

หลอดไฟ 50 วัตต์ 5 ดวง ใช้งาน 5 ชั่วโมงต่อวัน

               โทรทัศน์ 150 วัตต์ 1 เครื่อง ใช้งาน 2 ชั่วโมงต่อวัน

               ตู้เย็น      200 วัตต์ 1 เครื่อง ใช้งาน 24 ชั่วโมงต่อวัน

               เครื่องปรับอากาศ 2,000 วัตต์ 1 เครื่อง ใช้งาน 10 ชั่วโมงต่อวัน

ถ้าค่าไฟฟ้าผันแปร -11.60 สตางค์ต่อหน่วย และมีค่าบริการรายเดือน 38.22 บาท และค่าไฟฟ้าฐาน

หน่วยละ 2.5 บาท เจ้าของบ้านแห่งนี้จะต้องเสียค่าไฟฟ้าในเดือนเมษายนกี่บาท

a)

1,025.5 บาท

b)

1,518.72 บาท

c)

2,057.36 บาท

d)

2,981.12 บาท

14.

14. ข้อใดเป็นการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าไม่เหมาะสมมากที่สุด

a)

เปิดเครื่องปรับอากาศตลอดทั้งคืน

b)

ถอดปลั๊กโทรทัศน์ทุกครั้งที่ไม่ใช้งาน

c)

รีดชุดที่จะใช้งานด้วยเตารีดไฟฟ้าในตอนเช้าทุกวัน

d)

ไม่นำของร้อนเข้าตู้เย็น

15.

15. ใครใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าได้อย่างเหมาะสม

a)

หญิงนำโจ๊กที่เพิ่งต้มเสร็จเข้าตู้เย็นเพื่อเก็บไว้รับประทานในวันรุ่งขึ้น

b)

หมวยรีดชุดนักเรียนของตนเองและของน้องที่จะใช้ตลอดทั้งอาทิตย์ในคราวเดียวกัน

c)

แมนเปิดวิทยุก่อนนอนแล้วจึงลุกขึ้นมาปิดวิทยุเมื่อถึงเวลาตื่นนอน

d)

ไม้ถอดปลั๊กตู้เย็นทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน

16.

พิจารณาข้อความต่อไปนี้

“ในการสำรวจป่าชายเลนแห่งหนึ่ง พบพืชและสัตว์หลายชนิดดำรงชีวิตร่วมกันในสภาพแวดล้อมที่

   เป็นดินเลน น้ำกร่อย หรือมีน้ำทะเลท่วมถึงสม่ำเสมอ พืชส่วนใหญ่ที่พบเป็นประเภทโกงกาง แสม ลำพูนขึ้นปะปนกัน ส่วนในร่องน้ำและพื้นดินโคลนมีแพลงตอนพืชและสาหร่าย หอย ปู กุ้ง ไส้เดือนทะเล และลูกปลา กระจายอยู่ทั่วไป การศึกษาต่อมาพบว่า การเปลี่ยนแปลงความเค็มของน้ำมีความสำคัญต่อการกระจายของพันธุ์ไม้และสัตว์น้ำในป่าชายเลน”

   จากข้อมูลดังกล่าวเป็นการศึกษาเกี่ยวกับสิ่งใด

a)

ระบบนิเวศ         

b)

ห่วงโซ่อาหาร

c)

สายใยอาหาร

d)

กลุ่มสิ่งมีชีวิต

17.

ข้อใดไม่ได้แสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับที่อยู่อาศัย

a)

หมีขั้วโลกจะอาศัยอยู่ตามถ้ำบริเวณขั้วโลกเหนือ

b)

ไส้เดือนดินมักพบอยู่ตามดินร่วนที่มีความชื้น

c)

หลังฝนตก บริเวณแปลงปลูกผักสวนครัวมักมีคางคกมาอาศัยอยู่

d)

ตาของเหยี่ยวจะมองเห็นชัดแม้อยู่ในระยะไกลมาก

18.

ข้อใดเป็นหน้าที่หลักของราและแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในระบบนิเวศ

a)

เป็นผู้บริโภคจำพวกปรสิต            

b)

ทำให้เกิดการเน่าเปื่อยผุพัง

c)

ทำให้เกิดแก๊สออกซิเจนสู่อากาศ

d)

ทำให้พืชดูดพลังงานแสงได้มากขึ้น

19.

แร้งเป็นมีบทบาทอย่างไรในระบบนิเวศ

a)

 ผู้ผลิต

b)

ผู้บริโภคซากสัตว์

c)

ผู้ย่อยสลายสารอินทรีย์

d)

ผู้บริโภคทั้งพืชและสัตว์

20.

สิ่งมีชีวิต A ได้ประโยชน์จากการอาศัยอยู่ร่วมกับสิ่งมีชีวิต B โดยสิ่งมีชีวิต B ไม่ได้และไม่เสียประโยชน์ ข้อใดเป็นความสัมพันธ์เช่นเดียวกับความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต A และ B

a)

มดดำกับเพลี้ย

b)

โพรโทซัวในลำไส้ปลวก

c)

แบคทีเรียในรากพืชตระกูลถั่ว

d)

กล้วยไม้เกาะอยู่บนต้นไม้ใหญ่

21.

สิ่งมีชีวิตในข้อใดที่มีความสัมพันธ์แตกต่างจากข้ออื่น

a)

เห็บบนตัวสุนัข

b)

เสือกับกวาง       

c)

งูกับกบ

d)

ปลาฉลามกับปลาอื่นๆ

22.

สิ่งมีชีวิตคู่ใดมีความสัมพันธ์แตกต่างจากข้ออื่น

a)

แมลงกับดอกไม้

b)

ความกับนกเอี้ยง

c)

ปูเสฉวนกับดอกไม้ทะเล

d)

ปลาฉลามกับเหาฉลาม

23.

“กาฝากบนต้นไม้ใหญ่ กาฝากเป็นพืชที่อาศัยบนต้นไม้ โดยชอนไชรากเข้าไปดูดน้ำเลี้ยงจากต้นไม้ที่

อาศัยอยู่” จากข้อความเป็นความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตในรูปแบบใด

a)

ภาวะอิงอาศัย

b)

ภาวะล่าเหยื่อ     

c)

ภาวะปรสิต

d)

ภาวะแก่งแย่งแข่งขัน

24.

ข้อใดแสดงโซ่อาหารจากสายใยอาหารที่กำหนดได้ถูกต้อง

a)

หญ้า ® กระต่าย ® สุนัขจิ้งจอก ® สิงโต         

b)

หญ้า ® ยีราฟ ® กระต่าย ® สิงโต

c)

หญ้า ® นก ® ยีราฟ ®สิงโต

d)

หญ้า ® สุนัขจิ้งจอก ® สิงโต ® แร้ง

25.

จากสายใยอาหารที่กำหนด ข้อใดเป็นผู้บริโภคลำดับสุดท้าย

a)

สิงโต

b)

จิ้งจอก

c)

ยีราฟ    

d)

แบคทีเรีย

26.

จากสายใยอาหารที่กำหนด จะเกิดเหตุการณ์ใดขึ้นถ้าสิงโตมีจำนวนลดลง

a)

ยีราฟมีจำนวนลดลง

b)

กระต่ายมีจำนวนลดลง

c)

แร้งมีจำนวนลดลง     

d)

สุนัขจิ้งจอกมีจำนวนเพิ่มขึ้น

27.

ข้อใดแสดงโซ่อาหารจากสายใยอาหารที่กำหนดได้ถูกต้อง

a)

ข้าว ® คน ® ตั๊กแตน ® กบ ® เหยี่ยว           

b)

ข้าว ® วัว ® คน ® เหยี่ยว

c)

ข้าว ® ตั๊กแตน ® กบ ® เหยี่ยว

d)

ข้าว ® ตั๊กแตน ® คน ® วัว

28.

จากสายใยอาหารที่กำหนดให้ ข้อใดเป็นทั้งผู้บริโภคลำดับที่ 1 และผู้บริโภคลำดับสุดท้าย

a)

วัว

b)

 ตั๊กแตน

c)

คน        

d)

เหยี่ยว

29.

จากสายใยอาหารที่กำหนด ข้อใดเป็นเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นเมื่อเหยี่ยวถูกล่าโดยมนุษย์เป็นจำนวนมาก

a)

วัวมีจำนวนลดลง

b)

กบมีจำนวนเพิ่มขึ้น

c)

มนุษย์มีจำนวนลดลง

d)

ตั๊กแตนมีจำนวนเพิ่มขึ้น

30.

ไร่ส้มแห่งหนึ่งมีการฉีดพ่นยาฆ่าแมลง ซึ่งในระบบนิเวศในไร่ส้มมีลำดับโซ่อาหารดังต่อไปนี้

               ส้ม → แมลง → ตั๊กแตน →  นก

ถ้ามนุษย์เราสามารถบริโภคสิ่งมีชีวิตทั้งหมดในโซ่อาหารนี้ เราควรงดบริโภคสิ่งใดเพื่อหลีกเลี่ยงการได้รับสารพิษตกค้างมากที่สุด

a)

ส้ม        

b)

แมลง    

c)

ตั๊กแตน

d)

นก

31.

“ผีเสื้อวางไข่บนใบผักกาด จากนั้นไข่ฟักเป็นหนอนและกินใบผักกาด ไก่มาจิกกินหนอน และงูกินไก่เป็นอาหาร” จากข้อความถ้ามีการฉีดยาฆ่าแมลงในใบผักกาด สัตว์ในข้อใดมีการสะสมปริมาณสารพิษมากที่สุด

a)

งู            

b)

ไก่

c)

ผีเสื้อ    

d)

หนอน

32.

ข้อใดเป็นแนวทางที่ดีที่สุดในการช่วยรักษาสมดุลของระบบนิเวศป่าชายเลน

a)

สนับสนุนการใช้ป่ายชายเลนเป็นสถานที่ท่องเที่ยว

b)

ควบคุมและลดจำนวนการแพร่พันธุ์ของสัตว์ในป่าชายเลน

c)

ฟื้นฟูป่าชายเลนที่เสื่อมสภาพโดยการปลูกป่าเพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าชายเลน

d)

ปิดการท่องเที่ยวป่าชายเลนเพื่อฟื้นฟูและรักษาความสมดุลของระบบนิเวศ

33.

การกระทำของบุคคลในข้อใดเป็นการทำลายสมดุลของระบบนิเวศ

a)

ฟินใช้น้ำจากคลองหลังบ้านรดแปลงผักสวนครัว                 

b)

ตองกำจัดวัชพืชโดยการไถพรวนและการไถกลบ

c)

มีนใช้วิธีปลูกพืชคลุมดินเพื่อช่วยลดปริมาณวัชพืช               

d)

มดใช้ปุ๋ยเคมีเพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรในสวน

34.

ข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง

a)

กระแสไฟฟ้าไหลจากบริเวณที่มีความต้านทานสูงไปหาบริเวณที่มีความต้านทานต่ำ

b)

ลวดตัวนำที่มีความต้านทานสูงจะยอมให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านน้อย

c)

เมื่อบริเวณสองบริเวณมีความต่างศักย์มากจะทำให้กระแสไฟฟ้าไหลได้น้อยลง

d)

ในวงจรไฟฟ้า เมื่อเพิ่มจำนวนแหล่งกำเนิดไฟฟ้าจะทำให้ความต้านทานรวมในวงจรลดลง

35.

เมื่ออุณหภูมิคงที่ ปริมาณกระแสไฟฟ้าในตัวนำไฟฟ้าจะเป็นอย่างไร

a)

แปรผันตรงกับความต้านทาน

b)

แปรผกผันกับพลังงานไฟฟ้า

c)

แปรผกผันกับกำลังไฟฟ้า

d)

แปรผันตรงกับความต่างศักย์

36.

เมื่อนำลวดตัวนำชนิดเดียวกันขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเท่ากัน แต่มีความยาวมากขึ้นมาต่อในวงจรไฟฟ้า

แทนลวดตัวนำเดิม จะมีปริมาณในวงจรไฟฟ้าเปลี่ยนแปลงตามข้อใด

a)

ความต่างศักย์เพิ่มขึ้น

b)

ความต่างศักย์ลดลง

c)

กระแสไฟฟ้าเพิ่มขึ้น

d)

ความต้านทานเพิ่มขึ้น

37.

เมื่ออุณหภูมิคงที่ ข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง

a)

กระแสไฟฟ้าในตัวนำไฟฟ้าจะแปรผันตรงกับความต่างศักย์

b)

ความต้านทานในตัวนำไฟฟ้าจะแปรผกผันกับความต่างศักย์

c)

พลังงานไฟฟ้าจะแปรผกผันกับกระแสไฟฟ้าที่ไหลในตัวนำไฟฟ้า

d)

ความต้านทานในตัวนำไฟฟ้าจะแปรผันตรงกับกระแสไฟฟ้า

38.

อุปกรณ์ไฟฟ้ามีความต้านทาน 20 โอห์ม เมื่อใช้กับความต่างศักย์ 220 โวลต์ จะมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่าน

อุปกรณ์ไฟฟ้านี้กี่แอมแปร์

a)

9.5 แอมแปร์

b)

10.5 แอมแปร์

c)

11 แอมแปร์

d)

12 แอมแปร์

39.

ฉลากของอุปกรณ์ไฟฟ้าระบุไว้ว่า 220 โวลต์ 5 แอมแปร์ ความต้านทานของอุปกรณ์ไฟฟ้านี้เป็นเท่าไร

a)

40 โอห์ม             

b)

44 โอห์ม

c)

47 โอห์ม

d)

55 โอห์ม

40.
a)

2 โอห์ม

b)

5 โอห์ม

c)

7 โอห์ม

d)

10 โอห์ม

41.

จากแผนภาพวงจรไฟฟ้า ข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง

a)

กระแสไฟฟ้าที่ไหลในวงจรมีค่า 10 แอมแปร์

b)

กระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านตัวต้านทาน 10 โอห์ม มากกว่า

                                                                                    กระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านตัวต้านทาน 30 โอห์ม

c)

กระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านตัวต้านทาน 10 โอห์ม มีค่าเท่ากับ

     กระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านตัวต้านทาน 20 โอห์ม

d)

กระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านตัวต้านทาน 20 โอห์ม มีค่าน้อยกว่า

    กระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านตัวต้านทาน 30 โอห์ม

42.

ถ้าต้องการให้มีกระแสไฟฟ้าในวงจร 1 แอมแปร์ โดยการต่อตัวต้านทาน 5 โอห์ม เพิ่มเข้าไปในวงจร

จะต้องต่อตัวต้าน 5 โอห์ม อย่างไร

a)

ต่อตัวต้านทาน 5 โอห์ม อนุกรมกับวงจร

b)

ต่อตัวต้านทาน 5 โอห์ม อนุกรมกับตัวต้านทาน 30 Ω

c)

ต่อตัวต้านทาน 5 โอห์ม ขนานกับตัวต้านทาน 30 Ω

d)

ต่อตัวต้านทาน 5 โอห์ม อนุกรมกับตัวต้านทาน 20 Ω

43.

ข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง

a)

ตัวต้านทาน A ต่อขนานกับตัวต้านทาน B

b)

ตัวต้านทาน B ต่ออนุกรมกับตัวต้านทาน C

c)

ตัวต้านทาน C ต่อขนานกับตัวต้านทาน D

d)

ตัวต้านทาน D ต่อขนานกับตัวต้านทาน B

44.

ตองต้องการทำป้ายไฟกระพริบเพื่อนำไปเชียร์เพื่อนที่เข้าประกวดร้องเพลง ตองควรเลือกใช้อุปกรณ์

      อิเล็กทรอนิกส์ในข้อใด เพื่อสามารถประกอบเป็นข้อความได้

a)

ทรานซิสเตอร์ 

b)

ตัวเก็บประจุ

c)

ไดโอด

d)

ไดโอดเปล่งแสง  

45.

อุปกรณ์ไฟฟ้าในข้อใดใช้พลังงานไฟฟ้ามากที่สุด

a)

ใช้อุปกรณ์ A 2,000 วัตต์ เป็นเวลา 5 นาที

b)

ใช้อุปกรณ์ B 50 วัตต์ เป็นเวลา 1 ชั่วโมง    

c)

ใช้อุปกรณ์ C 150 วัตต์ เป็นเวลาครึ่งชั่วโมง

d)

ใช้อุปกรณ์ D 1,500 วัตต์ เป็นเวลา 10 นาที

46.

ข้อใดเป็นการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าไม่เหมาะสมมากที่สุด

a)

เปิดเครื่องปรับอากาศตลอดทั้งคืน

b)

ถอดปลั๊กโทรทัศน์ทุกครั้งที่ไม่ใช้งาน

c)

รีดชุดที่จะใช้งานด้วยเตารีดไฟฟ้าในตอนเช้าทุกวัน

d)

ไม่นำของร้อนเข้าตู้เย็น

47.

ใครใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าได้อย่างเหมาะสม

a)

หญิงนำโจ๊กที่เพิ่งต้มเสร็จเข้าตู้เย็นเพื่อเก็บไว้รับประทานในวันรุ่งขึ้น

b)

หมวยรีดชุดนักเรียนของตนเองและของน้องที่จะใช้ตลอดทั้งอาทิตย์ในคราวเดียวกัน

c)

แมนเปิดวิทยุก่อนนอนแล้วจึงลุกขึ้นมาปิดวิทยุเมื่อถึงเวลาตื่นนอน

d)

ไม้ถอดปลั๊กตู้เย็นทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน

48.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับพอลิเมอร์

a)

เกิดจากมอนอเมอร์ชนิดเดียวกันหรือต่างชนิดกัน

b)

มีความหนาแน่นสูง

c)

เกิดจากการสังเคราะห์ขึ้นโดยมนุษย์

d)

มอนอเมอร์จะรวมตัวกันด้วยพันธะโลหะ

49.

ต้องการนำพอลิเมอร์มาใส่ของร้อน ควรเลือกใช้พอลิเมอร์ประเภทใด

a)

พอลิไวนิลคลอไรด์          

b)

พอลิเมลามีนฟอร์มาลดิไฮด์

c)

พอลิเอทิลีน        

d)

พอลิสไตรีน

50.

ผลิตภัณฑ์ในข้อใดทำมาจากยางทั้งหมด

a)

ยางล้อรถยนต์  พื้นรองเท้า  ถุงยางอนามัย

b)

สายพานรถ  ผ้าปูที่นอน  ยางลบ

c)

ฟองน้ำ  ฝอยขัดหม้อ  แปรงสีฟัน

d)

ถุงมือทางการแพทย์  ขวดพลาสติก  กระเบื้อง

51.

ข้อใดจัดเป็นเส้นใยที่แตกต่างจากพวกมากที่สุด

a)

 ลินิน

b)

ฝ้าย

c)

ไนลอน

d)

ป่าน

52.

สมบัติของเซรามิกขึ้นอยู่กับข้อใด

a)

การเผา  ความหนาแน่น  ส่วนผสม

b)

การขึ้นรูป  การเผา  อายุของวัตถุดิบ

c)

วัตถุดิบ  โครงสร้าง  อุณหภูมิในการผลิต   

d)

วัตถุดิบ  การขึ้นรูป  การเผาและเคลือบผลิตภัณฑ์

53.

ข้อใดเป็นวัตถุประสงค์ของการทำวัสดุผสม

a)

ลดต้นทุนการผลิต

b)

ทำให้ได้วัสดุที่มีสมบัติตามต้องการ

c)

        เพิ่มปริมาณวัสดุ

d)

ลดการใช้วัสดุจากธรรมชาติ

54.

หากต้องการวัสดุที่มีความแข็งแรงและเหนียว ควรใช้วัสดุผสมในข้อใด

a)

ไฟเบอร์กลาสส์ 

b)

พอลิเมอร์และเส้นใย

c)

คอนกรีตเสริมเหล็ก         

d)

เซรามิกและเส้นใย

55.

บุคคลใดปฏิบัติตนไม่เหมาะสม

a)

อายเลือกซื้ออาหารจากร้านที่ใส่กล่องโฟมแทนถุงพลาสติก

b)

อ้อมใช้กระดาษให้ครบทั้ง 2 หน้าก่อนทิ้ง

c)

อิ๋วแยกขยะก่อนทิ้งตามประเภทของขยะทุกครั้ง

d)

แอมป์ใช้ถุงผ้าแทนการใช้ถุงพลาสติก

56.

ปฏิกิริยาเคมีหนึ่งเกิดจากสารตั้งต้น A และ B ซึ่งมีมวลเท่ากัน เมื่อผสม A และ B ทำให้เกิดผลิตภัณฑ์เป็น

สาร C และ แก๊ส D ข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง

a)

สาร C มีมวลน้อยกว่าสาร A และสาร B

b)

แก๊ส D มีมวลเท่ากับสาร A และสาร B

c)

สาร C มีมวลมากกว่ามวลของสาร A  รวมกับสาร B

d)

สาร C และ แก๊ส D มีมวลรวมกันเท่ากับมวลรวมของสาร A และ B

57.

ปฏิกิริยาเคมีในข้อใดได้ผลิตภัณฑ์เป็นแก๊สที่แตกต่างจากข้ออื่น

a)

ใส่สังกะสีลงในกรดไฮโดรคลอริก

b)

ใส่อะลูมิเนียมลงในโซเดียมไฮดรอกไซด์

c)

ใส่แมกนีเซียมลงในกรดไฮโดรคลอริก

d)

ใส่แคลเซียมคาร์บอเนตลงในกรดซัลฟิวริก

58.

ข้อใดไม่ใช่ปัจจัยที่จะทำให้เหล็กเกิดสนิม

a)

ความชื้น

b)

อากาศ

c)

เหล็ก

d)

 อุณหภูมิ

59.

ปัญหาสิ่งแวดล้อมในข้อใดเกิดจากผลของปฏิกิริยาเคมีน้อยที่สุด

a)

ปัญหาดินเปรี้ยว

b)

ฝนกรด

c)

น้ำท่วม

d)

ปรากฏการณ์เรือนกระจก

60.

นักเรียนไม่ควรนำภาชนะที่ทำจากอะลูมิเนียมมาใส่อาหารประเภทใด

a)

แกงจืดเต้าหู้

b)

แกงส้ม

c)

ข้าวสวย

d)

หมูทอด