wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ชั้นบรรยากาศ

Total questions: 50

Worksheet time: 24mins

Name
Class
Date
1.

บริเวณใดของกาแล็กซีรูปเกลียว (Spiral Galaxy) ที่จะมีดาวอายุน้อยอยู่เป็นจำนวนมากที่สุด

a)

กระเปาะของกาแล็กซี

b)

บริเวณตอนบนของกาแล็กซี

c)

บริเวณแขนของกาแล็กซี

d)

บริเวณตอนบน และแขน ของกาแล็กซี

2.

กาแล็กซีใดอยู่ใกล้กาแล็กซีทางช้างเผือกมากที่สุด

a)

กาแล็กซีแมกเจลเลนใหญ่

b)

กาแล็กซีแมกเจลเลนเล็ก

c)

กาแล็กซี ESO 325-G004

d)

กาแล็กซีแอนโดรเมดา

3.

กาแล็กซีที่มีรูปร่างแบบใดที่นักดาราศาสตร์จะเรียกแทนด้วยสัญลักษณ์ SBO

a)

Elliptical Galaxy

b)

Normal Spiral Galaxy

c)

Lenticular Galaxy

d)

Barred Lenticular Galaxy

4.

ดาราจักรส่วนใหญ่มีเส้นผ่านศูนย์กลางระหว่าง 1,000 ถึง 100,000 (a)  

(เติมหน่วยเป็นภาษาไทย)

5.

ให้ตัวเลขแทนประเภทของหลุมดำดังนี้

1. หลุมดำเชิงควอนตัม

2. หลุมดำจากดาวฤกษ์

3. หลุมดำขนาดกลาง

ข้อใดเรียงลำดับประเภทของหลุมดำจากมากไปน้อยได้ถูกต้อง หากใช้เกณฑ์เป็นมวล

a)

2 > 1 > 3

b)

3 > 2 > 1

c)

2 > 3 > 1

d)

1 > 3 >2

6.

ข้อใดไม่ใช่ดาวบริวารของดาวเสาร์

a)

เอนเซลาดัส (Enceladus)

b)

เทเลสโต (Telesto)

c)

ไดโอนี (Dione)

d)

ยูโีรปา (Europa)

7.

ดาวฤกษ์ที่ใกล้ระบบสุริยะมากที่สุด

a)

Proxima Centauri

(พร็อกซิมาคนครึ่งม้า)

b)

Rigil Kentaurus

(ไรจิลเคนทอรัส)

c)

α-Centauri

(แอลฟาคนครึ่งม้า)

d)

Gamma Virginis

(แกมมาเวอร์จินิส)

8.

การเรียกวัตถุในเอกภพ หรือเทหวัตถุใดๆ ว่าเป็น TNO หมายความว่าวัตถุชนิดนั้นเป็นอย่างไร

a)

เป็นหนึ่งในวัตถุพ้นดาวเนปจูน

b)

เป็นดวงจันทร์บริวารของดาวเสาร์

c)

เป็นวัตถุอื่นๆในแถบดาวเคราะห์แคระที่ไม่ใช่ดาวเคราะห์แคระ

d)

เป็นวัตถุที่อยู่พ้นแถบไคเปอร์

9.

กระแสพลาสมาที่ไหลออกจากดวงอาทิตย์จะแผ่ตัวไปทั่วระบบสุริยะ สร้างโพรงขนาดใหญ่ขึ้นในสสารระหว่างดาว

เราเรียกโพรงขนาดใหญ่นั้นว่าอะไร

a)

เมฆออร์ต (Oort cloud)

b)

ลมสุริยะ (Solar wind)

c)

สุริยมณฑล (Heliosphere)

d)

หลุมดำเชิงควอนตัม (Miniature black hole)

10.

ข้อใดไม่ใช่นิยามของดาวเคราะห์แคระ (Dwarf planets)

a)

อยู่ในวงโคจรรอบดาวฤกษ์ แต่ตัวมันเองไม่ใช่ดาวฤกษ์

b)

ไม่สามารถควบคุมแรงดึงดูดและวงโคจรของสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่รอบวงโคจรของมัน

c)

อาจเป็นดวงจันทร์บริวารหรือไม่ก็ได้

d)

มีมวลพอเพียงที่จะมีแรงโน้มถ่วงของตัวเอง

11.

ดาวเคราะห์น้อยที่ใหญ่ที่สุดที่ถูกค้นพบ โดยจูเซปเป ปีอาซซี (Giuseppe Piazzi) คือดาวดวงใด

a)

พลูโต (Pluto)

b)

อีริส (Iris)

c)

เฮาเมอา (Haumea)

d)

ซีริส (Ceres)

12.

ยานอวกาศของสหรัฐอเมริกาในข้อใดที่ทำให้มนุษยชาติสามารถถ่ายภาพโลกจากอวกาศได้เป็นครั้งแรก

a)

ยานลูนา 1

b)

ยานเอกซ์พลอเรอร์ 6

c)

ยานไพโอเนียร์ 11

d)

ยานวอยเอจเจอร์ 2

13.

ยานอวกาศลำแรกที่ลงจอดบนวัตถุอื่นในระบบสุริยะได้คือยานลำใด

a)

ยานมาริเนอร์ 4

b)

ยานไพโอเนียร์ 10

c)

ยานนิวฮอไรซันส์

d)

ยานลูนา 2

14.

ข้อใดเรียงลำดับชนิดของสเปกตรัมดาวฤกษ์ให้ถูกต้องจากมากไปน้อย โดยมีเกณฑ์คืออุณหภูมิพื้นผิว

a)

F > G > K

b)

A > B > O

c)

M > K > F

d)

O > G > A

15.

ดาวฤกษ์ในข้อใดที่มีชนิดสเปกตรัมเดียวกันกับดวงอาทิตย์ (G)

a)

ดาวหางหงส์

b)

ดาวคาเพลลา

c)

ดาวเซตานายพราน

d)

ดาวบีเทลจุส

16.

ข้อใดไม่ใช่กลุ่มดาวฤดูหนาว (The Winter Constellations)

a)

กลุ่มดาวหมาใหญ่ (Canis Major)

b)

กลุ่มดาวสารถี (Auriga)

c)

กลุ่มดาวนกอินทรี (Aquila)

d)

กลุ่มดาวนายพราน (Orion)

17.

กระสวยอวกาศ (Space Transportation System) ในข้อใดทำหน้าที่ส่งกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลขึ้นสู่วงโคจรในปี พ.ศ. 2533

a)

กระสวยอวกาศดิสคัฟเวอรี (OV-103)

b)

กระสวยอวกาศเอนเทอร์ไพรซ์ (OV-101)

c)

กระสวยอวกาศเอนเดฟเวอร์ (OV-105)

d)

กระสวยอวกาศแอตแลนติส (OV-104)

18.

46.5 ล้านไมล์ เทียบเท่ากับกี่หน่วยดาราศาสตร์ (AU)

a)

0.25 หน่วยดาราศาสตร์

b)

0.5 หน่วยดาราศาสตร์

c)

0.75 หน่วยดาราศาสตร์

d)

1 หน่วยดาราศาสตร์

19.

หน่วยปีแสง (light-year) ใช้สำหรับวัดสิ่งใด

a)

แพรัลแลกซ์ของดาวฤกษ์

b)

ระยะทางระหว่างดาราจักร

c)

ระยะจากโลกถึงดาวฤกษ์

d)

ระยะทางที่แสงเดินทางมาถึงโลกใน 1 วินาที

20.

เดอะบลูมาร์เบิล (The Blue Marble) เป็นภาพถ่ายดาวเคราะห์โลกที่มีชื่อเสียง ซึ่งถูกถ่ายโดยลูกเรือบนยานอวกาศลำใด

a)

อพอลโล 8

b)

อพอลโล 5

c)

อพอลโล 17

d)

อพอลโล 12

21.
บรรยากาศ (atmosphere) หมายถึง  อากาศในที่ต่าง ๆ ทั้งหมดซึ่งเป็นส่วนที่ห่อหุ้มโลกอยู่โดยรอบ 
a)
ใช่
b)
ไม่ใช่
22.
ประมาณน้ำหนักบรรยากาศที่ห่อหุ้มโลกไว้ทั้งหมดคิดเทียบเป็น 1 ในล้านส่วนของน้ำหนักทั้งหมดของโลก
a)
ใช่
b)
ไม่ใช่
23.
จากการศึกษาของนักวิทยาศาสตร์สามารถแบ่งบรรยากาศออกเป็น 5 ชั้น
a)
ใช่
b)
ไม่ใช่
24.
การแบ่งชั้นบรรยากาศตามเกณฑ์สมบัติของแก๊สในบรรยากาศ สามารถแบ่งออกได้เป็น 5 ชั้น
a)
ใช่
b)
ไม่ใช่
25.
การแบ่งชั้นบรรยากาศโดยใช้สมบัติทางอุตุนิยมวิทยาเป็นเกณฑ์มี 5 ชั้น
a)
ใช่
b)
ไม่ใช่
26.
การแบ่งชั้นบรรยากาศโดยใช้อุณหภูมิเป็นเกณฑ์ แบ่งได้ 5 ชั้น 5 ชั้น
a)
ใช่
b)
ไม่ใช่
27.
การแบ่งชั้นบรรยากาศโดยใช้อุณหภูมิเป็นเกณฑ์ ชั้นเอกโซสเฟียร์(Exosphere) อยู่ในระดับความสูงจากผิวโลก 500 km ขึ้นไป
a)
ใช่
b)
ไม่ใช่
28.
การแบ่งชั้นบรรยากาศโดยใช้อุณหภูมิเป็นเกณฑ์ ชั้นที่มีความแปรปรวนมาก เนื่องจากเป็นบริเวณที่ไอน้ำ เมฆ ฝน พายุต่างๆ ฟ้าแลบฟ้าร้องและฟ้าผ่า คือ
a)
โทรโพสเฟียร์
b)
สตราโทสเฟียร์
c)
มีโซสเฟียร์
d)
เทอร์โมสเฟียร์
29.
การแบ่งชั้นบรรยากาศโดยใช้อุณหภูมิเป็นเกณฑ์ ชั้นมีแก๊สโอโซนมาก คือ
a)
โทรโพสเฟียร์
b)
สตราโทสเฟียร์
c)
มีโซสเฟียร์
d)
เทอร์โมสเฟียร์
30.
การแบ่งชั้นบรรยากาศโดยใช้อุณหภูมิเป็นเกณฑ์ ชั้นที่ส่งดาวเทียมขึ้นไปโคจรรอบโลก และมีอุณหภูมิประมาณ -140 ๐คือ
a)
โทรโพสเฟียร์
b)
สตราโทสเฟียร์
c)
มีโซสเฟียร์
d)
เทอร์โมสเฟียร์
31.
การแบ่งชั้นบรรยากาศโดยใช้อุณหภูมิเป็นเกณฑ์ ชั้นนี้สูงจากพื้นดินประมาณ 80-500 กิโลเมตร ดาวตกและอุกาบาตร จะเริ่มลุกไหม้ในบรรยากาศชั้นนี้ คือชั้น
a)
โทรโพสเฟียร์
b)
สตราโทสเฟียร์
c)
มีโซสเฟียร์
d)
เทอร์โมสเฟียร์
32.
การแบ่งชั้นบรรยากาศโดยใช้อุณหภูมิเป็นเกณฑ์ ชั้นนี้สามารถสะท้อนคลื่นวิทยุบางความถี่ได้ เรียกชื่ออีกอย่างหนึ่งว่า ไอโอโนสเฟียร์ (Ionosphere) ชั้นนี้คือชั้น
a)
โทรโพสเฟียร์
b)
สตราโทสเฟียร์
c)
มีโซสเฟียร์
d)
เทอร์โมสเฟียร์
33.
การแบ่งชั้นบรรยากาศโดยใช้อุณหภูมิเป็นเกณฑ์ ชั้นนี้ ไม่มีแรงดึงดูดของโลก ดาวตกและอุกบาตรจะไม่ลุกไหม้ในชั้นนี้ มีแก๊สเบาบางมาก จนไม่ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศ ชั้นนี้คือชั้น
a)
โทรโพสเฟียร์
b)
สตราโทสเฟียร์
c)
มีโซสเฟียร์
d)
เทอร์โมสเฟียร์
34.
การจัดจำแนกชั้นบรรยากาศโดยแก๊สเป็นเกณฑ์ ชั้นบรรยากาศที่อยู่ตั้งแต่ส่วนที่ติดผิวโลกขึ้นไปในอากาศที่ระยะความสูง 10 กิโลเมตร
a)
โทรโพสเฟียร์
b)
สตราโทสเฟียร์
c)
มีโซสเฟียร์
d)
เทอร์โมสเฟียร์
35.
การจัดจำแนกชั้นบรรยากาศโดยแก๊สเป็นเกณฑ์ ชั้นนี้มีส่วนประกอบของอากาศที่สำคัญมากคือ ไอน้ำ โดยทั่วไปจะมีส่วนประกอบของอากาศตามปกติ
a)
โทรโพสเฟียร์
b)
สตราโทสเฟียร์
c)
มีโซสเฟียร์
d)
เทอร์โมสเฟียร์
36.
การจัดจำแนกชั้นบรรยากาศโดยแก๊สเป็นเกณฑ์ ชั้นนี้อยู่ถัดจากบรรยากาศชั้นโทรโพสเฟียร์ขึ้นไปอีก ถึงระยะประมาณ 50-55 กิโลเมตรจากผิวโลก
a)
โทรโพสเฟียร์
b)
โอโซโนสเฟียร์ 
c)
ไอโอโนสเฟียร์ 
d)
เอกโซสเฟียร์ 
37.
การจัดจำแนกชั้นบรรยากาศโดยแก๊สเป็นเกณฑ์ ชั้นนี้จะมีปริมาณของแก๊สโอโซนอยู่มากที่สุด อาจเรียกบรรยากาศชั้นนี้ว่า ชั้นโอโซน
a)
โทรโพสเฟียร์
b)
โอโซโนสเฟียร์ 
c)
ไอโอโนสเฟียร์ 
d)
เอกโซสเฟียร์ 
38.
การจัดจำแนกชั้นบรรยากาศโดยแก๊สเป็นเกณฑ์ ชั้นนี้มีปริมาณอิเล็กตรอนอิสระอยู่เป็นจำนวนมาก
a)
โทรโพสเฟียร์
b)
โอโซโนสเฟียร์ 
c)
ไอโอโนสเฟียร์ 
d)
เอกโซสเฟียร์ 
39.
การจัดจำแนกชั้นบรรยากาศโดยแก๊สเป็นเกณฑ์ ชั้นนี้อยู่สูงสุดถัดจากชั้นบรรยากาศ
a)
โทรโพสเฟียร์
b)
โอโซโนสเฟียร์ 
c)
ไอโอโนสเฟียร์ 
d)
เอกโซสเฟียร์ 
40.
การจัดจำแนกชั้นบรรยากาศโดยแก๊สเป็นเกณฑ์ ชั้นนี้ใช้ส่งสัญญาณวิทยุได้ทั่วโลก
a)
โทรโพสเฟียร์
b)
โอโซโนสเฟียร์ 
c)
ไอโอโนสเฟียร์ 
d)
เอกโซสเฟียร์ 
41.
เราเรียกน้ำหนักของอากาศที่กดทับกันว่า “ความกดอากาศ” (Air pressure) 
a)
ใช่
b)
ไม่ใช่
42.
ความกดอากาศทำให้อากาศมีความหนาแน่น ดังนั้นยิ่งใกล้พื้นผิวโลกอากาศก็ยิ่งมีความหนาแน่นน้อย
a)
ใช่
b)
ไม่ใช่
43.
ความหนาแน่นของอากาศทำให้เรามีออกซิเจนไม่เพียงพอต่อการหายใจ
a)
ใช่
b)
ไม่ใช่
44.
หากเราอยู่สูงขึ้นไปบนยอดเขา เช่น ดอยอินทนนท์ อากาศที่นั่นเบาบางมากจะทำให้เราเหนื่อยง่าย
a)
ใช่
b)
ไม่ใช่
45.
หากเราขึ้นไปอยู่บนยอดเขาเวอเรสต์ ยอดเขาที่สูงที่สุดในโลกบนเทือกเขาหิมาลัย ที่ความสูง 8.5 กิโลเมตร มนุษย์ไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้
a)
ใช่
b)
ไม่ใช่
46.
บนยอดเขาเวอเรสต์ อากาศจะเบาบางมาก แก๊สออกซิเจนไม่พอหายใจ ไอน้ำน้อยเกินไปร่างกายจะสูญเสียน้ำ และอุณหภูมิต่ำเกินกว่าที่ร่างกายจะทนทานได้ 
a)
ใช่
b)
ไม่ใช่
47.
มีโซสเฟียร์: บรรยากาศชั้นกลางมีความหนาแน่นของอากาศพอที่จะสร้างพายุได้
a)
ใช่
b)
ไม่ใช่
48.
เทอร์โมสเฟียร์: บรรยากาศชั้นนอกสุดทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันรังสีแกมมาจากอวกาศ
a)
ใช่
b)
ไม่ใช่
49.
แก๊สโอโซน (Ozone) ทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้รังสีอัลตราไวโอเล็ตทะลุผ่านลงมาทำอันตรายสิ่งมีชีวิตที่อยู่บนพื้นผิวโลก 
a)
ใช่
b)
ไม่ใช่
50.
โทรโพสเฟียร์ ทำให้เกิดวัฏจักรน้ำ มีแก๊สเรือนกระจก
a)
ใช่
b)
ไม่ใช่