Wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

Engineering ceramics

Total questions: 48

Worksheet time: 24mins

Name
Class
Date
1.
กระบวนการใดที่เหมาะสมสําหรับการขึ้นรูปแผ่นโลหะให้เป็นชิ้นงานรูปถ้วย
a)
การหล่อขึ้นรูป (Casting)
b)
การทุบขีนรูป (Forging)
c)
การลากขืนรูป (Deep drawing)
d)
การอัดรีด (Extrusion)
2.
ปฏิกิริยาทีเกิดขึ้นเมื่อผสมซีเมนต์กับนําคือปฏิกิริยาใด
a)
ปฏิกิริยา Hydration
b)
ปฏิกิริยา Oxidation
c)
ปฏิกิริยา Reduction
d)
ปฏิกิริยา Dehydration
3.
การเติมแร่ยิปซัม (Gypsum) ลงในซีเมนต์มีวัตถุประสงค์อย่างไร
a)
เพื่อลดต้นทุนวัตถุดิบ
b)
เพื่อควบคุมเวลาการแข็งตัวของซีเมนต์
c)
เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับซีเมนต์
d)
เพื่อให้ซีเมนต์มีอายุการใช้งานทีนาน น
4.
ทําไมเซรามิกโดยทั่วไปมีสมบัติที่แข็ง (Hard) และเปราะ (Brittle) กว่าโลหะ
a)
การเคลื่อนที่ของ Dislocation เกิดขึ้นในเซรามิกได้ง่ายกว่าโลหะ
b)
เซรามิกทั่วไปยึดกันด้วยพันธะแวนเดอร์วาลส์ แต่โลหะยึดกันด้วยพันธะโลหะ
c)
ในเซรามิก ระนาบอะตอมเกิดการเลื่อน (Slip) ได้บางระนาบเท่านั้น
d)
เซรามิกมีความหนาแน่นสูงกว่าโลหะ
5.
ข้อใดไม่ใช่สมบัติของเซรามิก
a)
เป็นฉนวนทั้งทางความร้อนและไฟฟ้า
b)
ความต้านทานต่อแรงกระแทกตํา
c)
ทนต่อแรงดึงได้ดี
d)
เฉื่อยต่อการเกิดปฏิกิริยาเคมี
6.
ข้อใดไม่ใช่ผลทีเกิดจากการเกิดรูพรุน (Porosity) ในเนื้ออิฐทนไฟ
a)
อิฐทนไฟเป็นฉนวนทางความร้อนทีดีขึ้น
b)
อิฐทนไฟสามารถทนต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิได้ดีขึ้น
c)
อิฐทนไฟมีความต้านทานต่อการผุกร่อนดีขึ้น
d)
อิฐทนไฟมีความแข็งแรงลดลง
7.
วัสดุในข้อใดเหมาะที่จะทําเป็นวัสดุขัดถู (Abrasive material)
a)
เหล็ก
b)
อะลูมินา
c)
พอลิเอทิลีน
d)
ไม้
8.
Glass transition temperature คืออะไร
a)
อุณหภูมิจุดหลอมเหลว (Melting point) ของแก้ว
b)
อุณหภูมิ แก้วมีสภาพการนําไฟฟ้า
c)
อุณหภูมิที่แก้วเปลี่ยนจากสภาพที่มีความหนืดสูงเป็นสภาพที่แข็งและเปราะ
d)
อุณหภูมิที่แก้วกลายเป็นไอ
9.
ข้อใดไม่ใช่เซรามิกวิศวกรรม (Engineering ceramic)
a)
พอร์ซิเลน (Porcelain)
b)
อะลูมินา (Alumina)
c)
ซิลิกอนไนไตรด์ (Silicon nitride)
d)
เซอร์โคเนีย (Zirconia)
10.
เซรามิกลักษณะใดไม่เหมาะสมสําหรับการนํามาใช้ทําเป็นกระดูกเทียม
a)
เซรามิกทีมีสมบัติต้านทานการผุกร่อนที่ดี
b)
เซรามิกทีมีความหนาแน่นสูง
c)
เซรามิกทีมีความแข็งแรงสูง
d)
เซรามิกที่สามารถยึดติดกับเนื้อเยื่อได้ดี
11.
ทําไมปัจจุบันนิยมนําเซรามิกวิศวกรรม เช่น อะลูมินา (Alumina) มาใช้ทําหัว เทียนแทนโลหะ
a)
เซรามิกมีความแข็งแรงมากกว่าโลหะที่อุณหภูมิสูง
b)
เซรามิกเป็นวัสดุเปราะกว่าโลหะ
c)
เซรามิกมีการนําไฟฟ้าที่ดีกว่าโลหะ
d)
เซรามิกมีความหนาแน่นต่ํากว่าโลหะ
12.
ข้อใดกล่าวถูกต้อง
a)
การขึ้นรูปแก้วจะทําขณะที่แก้วมีสภาพเป็นของเหลวที่มีความหนืดสูง
b)
การขึ้นรูปแก้วจะเกิดปฏิกิริยา Sintering
c)
แก้วโดยทั่วไปเป็นของแข็งที่มีผลึก
d)
หลังจากขีนรูปแก้วแล้วต้องนําแก้วไปอบและเผา
13.
การเพิ่มความแข็งแรงให้กับแก้วโดยวิธีเทมเปอร์ (Temper) หรือ Chemical treatment มีหลักการอย่างไร
a)
ทําให้เกิดความเค้นแรงดึงที่ผิวและความเค้นแรงอัดภายในเนื้อแก้ว
b)
ทําให้เกิดความเค้นแรงอัดที่ผิวและความเค้นแรงดึงภายในเนื้อแก้ว
c)
ทําให้เกิดความเค้นแรงอัดในเนื้อแก้ว
d)
ทําให้เกิดความเค้นแรงดึงในเนื้อแก้ว
14.
เซรามิกประเภทใดมีความเหนียว (Toughness) ดีที่สุดที่อุณหภูมิห้อง
a)
ซิลิกอนไนไตรด์ (Silicon nitride)
b)
ซิลิกอนคาร์ไบด์ (Silicon carbide)
c)
อะลูมินา (Alumina)
d)
Partially stabilized zirconia
15.
Glass-ceramic แตกต่างจาก แก้ว (Glass) อย่างไร
a)
แก้วโปร่งใสแต่ Glass-ceramic ไม่โปร่งใส
b)
แก้วไม่นําไฟฟ้า แต่ Glass-ceramic นําไฟฟ้า
c)
แก้วนําความร้อนได้ไม่ดี แต่ Glass-ceramic สามารถนําความร้อนได้
d)
แก้วทนการเปลี่ยนแปลงความร้อน (Thermal shock) ได้ แต่ Glass-ceramic ทนไม่ได้
16.
Pyroelectric ceramic มีสมบัติเด่นในข้อใด
a)
สามารถเปลี่ยนสมบัติทางกลให้เป็นสมบัติไฟฟ้า
b)
สามารถเปลี่ยนสมบัติทางไฟฟ้าให้เป็นสมบัติทางกล
c)
สามารถเปลี่ยนสมบัติทางไฟฟ้าให้เป็นสมบัติทางเคมี
d)
สามารถเปลี่ยนสมบัติทางความร้อนให้เป็นสมบัติทางไฟฟ้า
17.
เซรามิกประเภทแก้วต่างจากเซรามิกโดยทั่วไปอย่างไร
a)
แก้วไม่มีผลึก แต่เซรามิกโดยทั่วไปเป็นโครงสร้างที่มีผลึก (Crystalline)
b)
แก้วสามารถดึงยืดได้ แต่เซรามิกโดยทั่วไปมีสมบัติเปราะ
c)
แก้วทนแรงดึงได้ดี แต่เซรามิกทนแรงอัดได้ดี
d)
แก้วทนทานต่อสารเคมีได้ดี แต่เซรามิกโดยทั่วไปเกิดปฏิกิริยาได้ง่าย
18.
ผลิตภัณฑ์ใดต่อไปนี้ไม่จําเป็นต้องใช้วัสดุเซรามิก
a)
กระสวยอวกาศ
b)
เตาเผา
c)
ลูกถ้วยไฟฟ้า (Electrical insulator)
d)
มีดผ่าตัด
19.
ข้อใดไม่ช่วยทําให้วัสดุที่ผลิตจากอะลูมินา (Alumina) มีสมบัติโปร่งแสง (Translucent) ได้
a)
อะลูมินาทีใช้มีความบริสุทธิ์สูงมาก
b)
เป็นวัสดุผลิกเดียว (Single crystal)
c)
การจัดเรียงตัวของผลึกมีทิศทางใกล้เคียงกันมาก
d)
ขอบเกรน (Grain boundary) มีความหนามาก
20.
กระถางปลูกต้นไม้ โอ่งดิน อิฐมอญ จัดเป็นเซรามิกประเภทใด
a)
Stoneware
b)
Earthenware เครื่องปั้นดินเผา
c)
Porcelain
d)
Bone China
21.
วัสดุทนไฟที่ใช้ในเตาเผาอุณหภูมิสูงมักทําจากวัสดุในข้อใดต่อไปนี้
a)
CaO
b)
Feldspar
c)
Cement
d)
Mullite
22.
วัสดุแบเรียมไททาเนต (BaTiO3) มีโครงผลึกแบบใด
a)
โครงผลึกซีเซียมคลอไรด์
b)
โครงผลึกโซเดียมคลอไรด์
c)
โครงผลึกฟลูออไรด์
d)
โครงผลึกเพอรอฟสไกต์
23.
ข้อใดไม่ใช้วัสดุโครงสร้างซิลิเกต
a)
อะลูมินา
b)
ควอทซ์
c)
ไมก้า
d)
ทัลค์
24.
วัสดุเซรามิกมีพันธะชนิดใด
a)
พันธะโลหะ
b)
พันธะโควาเลนต์
c)
พันธะไอออนิก
d)
พันธะไอออนิกร่วมพันธะโควาเลนต์
25.
ตําหนิแบบใดพบได้เฉพาะในเซรามิกเท่านั้น
a)
ตําหนิแบบช่องว่าง (Vacancy)
b)
ตําหนิแบบดิสโลเคชัน (Dislocation)
c)
ตําหนิแบบชอตกี (Schottky defect)
d)
ตําหนิแบบแทรกช่องว่างระหว่างอะตอม (Interstitial defect)
26.
ข้อใดคือลักษณะของตําหนิแบบชอตกี (Schottky defect)
a)
เกิดการแทรกตัวของแคทไอออน และเกิดช่องว่างของแคทไอออนในโครงสร้าง
b)
เกิดการแทรกตัวของแอนไอออน และเกิดช่องว่างของแอนไอออนในโครงสร้าง
c)
เกิดการแทรกตัวของแอนไอออน และเกิดช่องว่างของแอนไอออนในโครงสร้าง
d)
เกิดช่องว่างของแคทไอออนและแอนไอออนในโครงสร้าง
27.
ทําไมเซรามิกที่มีโครงสร้างคล้ายกับผลึกเดี่ยว (Like a single crystal) ถึงยอม ให้แสงผ่านได้ (Translucent)
a)
เนืองจากภายในเกรนมีการจัดเรียงอะตอมทีเกือบจะอยู่ในทิศทางเดียวกัน
b)
เนื่องจากขอบเกรนมีความหนา
c)
เนืองจากภายในเกรนมีธาตุอืนมาแทรก
d)
เนื่องจากมีช่องว่างเกิดขึ้นภายในเกรน
28.
เซรามิกทั่วไปมีค่าของสมบัติในข้อใดน้อยกว่าของโลหะทั่วไป
a)
Hardness
b)
Thermal insulation
c)
Toughness
d)
Chemical resistance
29.
ผลิตภัณฑ์เซรามิกในข้อใดเหมาะกับการขึ้นรูปโดยการอัด (Pressing)
a)
อ่างล้างหน้า
b)
กระเบืองปูพื้นและผนัง
c)
แจกัน
d)
ถ้วยกาแฟ
30.
ผลิตภัณฑ์เซรามิกในข้อใดเหมาะกับการขึ้นรูปโดยการหล่อแบบ (Slip casting)
a)
อ่างล้างหน้า
b)
กระเบืองปูพื้นและผนัง
c)
โอ่งมังกร
d)
ท่อระบายนํา
31.
ผลิตภัณฑ์เซรามิกในข้อใดเหมาะกับการขึ้นรูปโดยการอัดรีด (Extrusion)
a)
สุขภัณฑ์ในห้องนํา
b)
ถ้วยกาแฟ
c)
กระเบื้องมุงหลังคา
d)
ท่อนําทิ้ง
32.
ข้อใดต่อไปนี้จะไม่เกิดขึ้นเมื่อให้ความร้อนกับเซรามิกในกระบวนการอบแห้ง (Drying)
a)
ตัวนําระหว่างอนุภาคถูกขจัดออก
b)
สารอินทรีย์ถูกขจัดออก
c)
ผลิตภัณฑ์หลังอบมีขนาดใหญ่ขึ้น
d)
ผลิตภัณฑ์หลังอบมีความแข็งแรงตําและเปราะ
33.
ข้อใดต่อไปนี้ไม่เกิดขึ้นในกระบวนการ Sintering
a)
Solid-state diffusion
b)
อนุภาคเกิดการเชือมต่อกันบริเวณที่สัมผัสกับอนุภาคอื่น
c)
เกิดการหลอมละลายเป็นของเหลว
d)
ช่องว่างระหว่างอนุภาคมีขนาดเล็กลง
34.
ในการขึ้นรูปเซรามิกชนิดที่มีดินเป็นองค์ประกอบหลัก (Clay products) โดย วิธีการหล่อแบบ (Slip casting) ใช้วัสดุใดเป็นแบบหล่อ
a)
:ทราย
b)
โลหะ
c)
ยาง
d)
ปูนปลาสเตอร์
35.
ในการผลิตเซรามิกชนิดที่มีดินเป็นองค์ประกอบหลัก (Clay products) ด้วยวิธีการหล่อแบบ (Slip casting) แบบที่ใช้ในการขึ้นรูปควรมีลักษณะอย่างไรและเพราะ เหตุใด
a)
เนื่องจากผลิตภัณฑ์ที่ได้มีการขยายขนาด จึงต้องทําให้แบบมีขนาดเล็กกว่างานจริง
b)
เนื่องจากผลิตภัณฑ์ที่ได้มีจะมีขนาดเท่าเดิม ดังนั้นแบบจะมีขนาดเท่างานจริง
c)
เนื่องจากผลิตภัณฑ์ที่ได้มีการหดตัว จึงต้องทําให้แบบมีขนาดใหญ่กว่างานจริง
d)
ผลิตภัณฑ์ที่ได้อาจจะหดตัวหรือขยายตัวก็ได้ การเผือขนาดแบบแล้วแต่ชนิดของ ผลิตภัณฑ์
36.
กระจก เป็นผลิตภัณฑ์ที่มักจะได้จากการขึ้นรูปแบบใด
a)
การเป่า (Blowing)
b)
การอัด (Pressing)
c)
การดึง (Drawing)
d)
การอัดรีด (Extrusion)
37.
ผลิตภัณฑ์ประเภทใดขึ้นรูปโดยการเป่า (Blowing)
a)
ขวดแก้ว
b)
จานแก้ว
c)
กระจก
d)
เลนส์
38.
ข้อใดไม่ใช่วัตถุประสงค์ในการใช้ดินเป็นวัตถุดิบในเซรามิกดังเดิม (Conventional ceramics)
a)
ดินช่วยในเรืองความเหนียวขณะขึ้นรูปทําให้ขึ้นรูปได้ง่าย
b)
ดินช่วยให้เซรามิกคงรูปอยู่ได้ขณะเผา
c)
ดินช่วยให้เซรามิกมีความหนาแน่นสูง
d)
ดินมีราคาถูก
39.
ในการบดผสมวัตถุดิบสําหรับผลิตเซรามิก ทําไมจึงต้องมีการควบคุมการ กระจายขนาดอนุภาค (Particle size distribution)
a)
เพื่อให้วัตถุดิบหลอมตัวได้ง่าย
b)
เพื่อให้วัตถุดิบสามารถอัดตัวกันเพื่อให้มีช่องว่างน้อยที่สุด
c)
เพื่อให้วัตถุดิบผสมกันได้ดียิ่งขึ้น
d)
เพื่อให้วัตถุดิบไม่เกิดการหดตัวหลังให้ความร้อน
40.
ถ้าต้องการขึ้นรูปท่อเซรามิกที่มีความยาวและมีหน้าตัดเหมือนกันตลอดความ ยาวชิ้นงาน 1 เมตร ควรขึ้นรูปด้วยวิธีใด
a)
การอัด (Pressing)
b)
การอัดรีด (Extrusion)
c)
การฉีด (Injection)
d)
การเป่า (Blowing)
41.
ในกระบวนการอบ ทําไมผลิตภัณฑ์เซรามิกที่ผนังมีความหนามากมีแนวโน้มที่ จะเกิดการแตกได้ง่ายกว่าเซรามิกที่มีผนังบาง
a)
การหดตัวที่ผิว (Surface) กับเนื้อส่วนใน (Interior) มีค่าแตกต่างกัน
b)
ผลิตภัณฑ์ผนังหนาต้องอบที่อุณหภูมิสูงกว่าผลิตภัณฑ์ผนังบาง
c)
นําในเนื้อส่วนใน (Interior) ของผลิตภัณฑ์ผนังหนาสามารถกําจัดออกได้ง่าย
d)
ผลิตภัณฑ์ผนังหนามีความแข็งแรงน้อยกว่าผลิตภัณฑ์ผนังบาง
42.
การเกิดเป็นเนื้อแก้ว (Vitrification) จะทําให้เกิดผลในข้อใด
a)
สัมประสิทธิการขยายตัวเนื่องจากความร้อน (Coefficient of thermal expansion) ต่ำลง
b)
การนําความร้อน (Thermal conductivity) ต่ําลง
c)
การนําไฟฟ้า (Electrical conductivity) ดีขึ้น
d)
การเสียรูป (Warpage) ตําลง
43.
ในเซรามิกแบบดั้งเดิม (Conventional ceramic) การเติม Flux จะมี ประโยชน์ในเรื่องใด
a)
ทําให้ผลิตภัณฑ์เกิดเป็นเนื้อแก้ว
b)
ทําให้การเกิดเป็นเนื้อแก้วสามารถเกิดทีอุณหภูมิต่าลง
c)
ไม่ให้ผลิตภัณฑ์เกิดการหดตัว
d)
ทําให้มีความเปราะน้อยลง
44.
ข้อใดเป็นกระบวนการที่สําคัญที่ใช้ในการทํากระจกนิรภัย (Safety glass) สําหรับกระจกหน้ารถ
a)
Pressing
b)
Drying
c)
Tempering
d)
Blowing
45.
กระบวนการในข้อใดต่อไปนี้ทําให้ชิ้นงานเซรามิกมีความหนาแน่นและความแข็งแรงเพิ่มขึ้นมาก
a)
Drying
b)
Pressing
c)
Casting
d)
Sintering
46.
ขวดเบียร์เป็นผลิตภัณฑ์ที่มักจะได้จากกรรมวิธีการขึ้นรูปใดต่อไปนี
a)
Pressing
b)
Extrusion
c)
Blowing
d)
Casting
47.
กระจกหน้าต่างเป็นผลิตภัณฑ์ที่มักจะได้จากกรรมวิธีการขึ้นรูปใดต่อไปนี
a)
Pressing
b)
Drawing
c)
Blowing
d)
Casting
48.
ข้อใดกล่าวเกี่ยวกับกรรมวิธีทางความร้อนของแก้วไม่ถูกต้อง
a)
การอบอ่อนแก้วทําเพื่อลดปริมาณความเค้นตกค้างของชิ้นงาน
b)
การอบอ่อนแก้วทําได้โดยการให้ความร้อนถึงจุดอ่อนตัวแล้วปล่อยให้เย็นตัวช้าๆ จนถึงอุณหภูมิห้อง
c)
การเพิ่มความแข็งให้กับแก้ว (Glass tempering) ทําได้โดยการให้ความร้อนถึง จุดอ่อนตัว แล้วทําให้เย็นตัวอย่างรวดเร็วโดยการเป่าลม
d)
ชิ้นงานที่เย็นตัวอย่างรวดเร็วจากการเพิ่มความแข็งให้กับแก้ว (Glass tempering) จะทําให้เกิดความเค้นอัดที่ผิวและเกิดความเค้นแรงดึงที่เนื้อภายใน