wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์

Total questions: 15

Worksheet time: 8mins

Name
Class
Date
1.

เป็นความสามารถในการใช้ประสาทสัมผัสอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายๆอย่างรวมกันผ่านอวัยวะรับสัมผัส เช่น ตา หู จมูก ลิ้น ผิวหนัง

a)

การสังเกต (observing)

b)

การจำแนกประเภท (classification)

c)

การลงความเห็น

จากข้อมูล (inferring)

d)

การทดลอง (experimenting)

2.

เป็นความสมามรถในการสร้างข้อสรุปจากคความรู้ ประสบการณ์เดิม หรือข้อมูลที่เคยรวบรวมไว้

a)

การพยากรณ์ (prediction)

b)

การจำแนกประเภท (classification)

c)

การลงความเห็น

จากข้อมูล (inferring)

d)

การจัดกระทำ และการสื่อความหมายข้อมูล (organizing data and communication)

3.

เป็นความสามารถในการแบ่งพวก หรือเรียงลำดับวัตถุหรือสิ่งของ โดยใช้ความเหมือนหรือแตกต่างกันของลักษณะ เป็นเกณฑ์

a)

การจำแนกประเภท (classification)

b)

การตั้งสมมติฐาน (formulating hypotheses)

c)

การคำนวณ

(using numbers)

d)

การกำหนดและควบคุมตัวแปร (identifying and controlling variables)

4.

เป็นความสามารถในการนำข้อมูลที่ได้จากการสังเกต การวัด การทดลอง มาจัดกระทำให้อยู่ในรูปแบบต่างๆ เพื่อสื่อสารให้ผู้อื่นเข้าใจความหมายของข้อมูลนั้นมากขึ้น

a)

การกำหนดนิยามเชิงปฏิบัติการ (defining operationally)

b)

การลงความเห็น

จากข้อมูล (inferring)

c)

การตีความหมายข้อมูลและการลง

ข้อสรุป (interpreting data conclusion)

d)

การจัดกระทำ และการสื่อความหมายข้อมูล (organizing data and communication)

5.

เป็นความสามารถในการสร้าง พัฒนา หรือใช้สิ่งที่ทำขึ้นมาเพื่อเป็นตัวแทนของสิ่งของต่างๆ เช่น วัตถุ กระบวนการ ปรากฏการณ์ เพื่อสื่อสาร บรรยาย อธิบาย เช่น กราฟ สมการ รูปภาพ แผนภูมิ สิ่งประดิษฐ์

a)

การกำหนดและควบคุมตัวแปร (identifying and controlling variables)

b)

การทดลอง (experimenting)

c)

การสร้างแบบจำลอง (Modeling Construction)

d)

การพยากรณ์ (prediction)

6.

เป็นความสามารถในการแปลความหมายข้อมูล เช่น การบรรยาย ลักษณะของข้อมูล การบอกความหมายของข้อมูล หรือการเลือกข้อมูลนำมาใช้เป็นหลักฐาน และสามารถสรุปความสัมพันธ์ของข้อมูลทั้งหมด

a)

การกำหนดนิยามเชิงปฏิบัติการ (defining operationally)

b)

การกำหนดและควบคุมตัวแปร (identifying and controlling variables)

c)

การจัดกระทำ และการสื่อความหมายข้อมูล (organizing data and communication)

d)

การตีความหมายข้อมูลและการลงข้อสรุป (interpreting data conclusion)

7.

เป็นความสามารถในการคาดการณ์ที่จะเกิดขึ้นของปรากฎการณ์ สถานการณ์ การทดลอง จากการสังเกตแบบรูปของหลักฐาน

a)

การคำนวณ

(using numbers)

b)

การตั้งสมมติฐาน (formulating hypotheses)

c)

การทดลอง (experimenting)

d)

การพยากรณ์ (prediction)

8.

?

a)

การทดลอง (experimenting)

b)

การตั้งสมมติฐาน (formulating hypotheses)

c)

การกำหนด

และควบคุมตัวแปร (identifying and controlling variables)

d)

การหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปชกับสเปช และสเปชกับเวลา (space/space relationships and space/time relationships)

9.

เป็นความสามารถในการคาดการณ์เหตุผลหรืออธิบายของสิ่งที่จะเกิดขึ้นก่อนการทดลอง โดยอาศัยการสังเกตความรุ้หรือประสบการณ์เดิมเป็นพื้นฐาน บอกความสัมพันธ์ตัวแปรต้น ตัวแปรตาม

a)

การตั้งสมมติฐาน (formulating hypotheses)

b)

การกำหนดนิยามเชิงปฏิบัติการ (defining operationally)

c)

การกำหนดและควบคุมตัวแปร (identifying and controlling variables)

d)

การพยากรณ์ (prediction)

10.

เป็นความสามารถในการกำหนดตัวแปรต้น ตัวแปรตาม และตัวแปรที่ต้องควบคุมให้คงที่ ให้สอดคล้องกับสมมติฐานของการทดลอง

a)

การกำหนดนิยามเชิงปฏิบัติการ (defining operationally)

b)

การกำหนดและควบคุมตัวแปร (identifying and controlling variables)

c)

การจัดกระทำ และการสื่อความหมายข้อมูล (organizing data and communication)

d)

การตั้งสมมติฐาน (formulating hypotheses)

11.

เป็นความสามารถในการกำหนดความหมาย หรือขอบเขตของตัวแปรตาม ที่อยู่ในสมมติฐานหรือที่เกี่ยวข้องกับการทดลองให้เข้าใจตรงกัน เพื่อให้สังเกตและวัดได้

a)

การสร้างแบบจำลอง (Modeling Construction)

b)

 การวัด (measurement)

c)

การกำหนดนิยามเชิงปฏิบัติการ (defining operationally)

d)

การทดลอง (experimenting)

12.

เป็นความสามารถในการหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปซ

หรือขอบเขตที่วัตถุต่าง ๆ ครอบครอง

a)

การวัด (measurement)

b)

การคำนวณ

(using numbers)

c)

การหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปชกับเวลา (space/time relationships)

d)

การหาความสัมพันธ์

ระหว่างสเปชกับสเปช

(space/space relationships)

13.

เป็นความสามารถในการหาความเกี่ยวข้องสัมพันธ์ระหว่างสเปซหรือขอบเขตที่วัตถุครอบครองเมื่อเวลาผ่านไป

a)

การหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปชกับสเปช (space/space relationships )

b)

การหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปชกับเวลา

(space/time relationships)

c)

การคำนวณ

(using numbers)

d)

การพยากรณ์ (prediction)

14.

เป็นความสามารถในการใช้ความรู้สึกเชิงจำนวน และการคำนวณ เพื่อบรรยายหรือระบุรายละเอียดเชิงปริมาณที่สังเกต วัด หรือทดลอง

a)

การวัด (measurement)

b)

การคำนวณ

(using numbers)

c)

การสังเกต (observation)

d)

การทดลอง (experimenting)

15.

เป็นควาสามารถในการใช้เครื่องมือ ที่มีหน่วยวัดเป็นมาตรฐานหรือไม่เป็นมาตรฐานในการวัดในการวัดปริมาณต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม รวมถึงความสามารถในการหาปริมาณของสิ่งต่าง ๆ จากเครื่องมือที่เลือกใช้ ออกมาเป็นตัวเลขได้อย่างแม่นยำ พร้อมรุบุหน่วยวัดได้อย่างถูกต้อง

a)

การวัด (measurement)

b)

การคำนวณ

(using numbers)

c)

การลงความเห็นจากข้อมูล (inferring)

d)

การกำหนดนิยามเชิงปฏิบัติการ

(defining operationally)