WorksheetsPost-test ปฐมนิเทศ
Total questions: 35
Worksheet time: 18mins
การแทงเข็มเพื่อให้สารน้ำทางหลอดดำส่วนปลาย ข้อใดกล่าว ถูกต้อง
A. เลือกเข็มเล็กสุด สั้นสุด ตามวัตถุประสงค์ การให้สารน้ำ
B. ใช้ Tourniquet แบบแบน และใช้แยกเป็นรายบุคคล เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ
C. ไม่ทดสอบ Medicut โดยการดึง Stylet เข้า-ออก เพราะอาจทำให้หลอดสวนพลาสติกฉีกขาดได้
D. ถูกทุกข้อ
ระดับความรุนแรงของภาวะแทรกซ้อนจากการบริหารสารน้ำทางหลอดเลือดดำส่วนปลาย ข้อใดกล่าว ไม่ถูกต้อง
A. Phlebitis ทุกระดับ ต้องทำ RCA และรายงาน Incident Report
B. ระดับความรุนแรงของ Infiltration เกรด 4 เทียบเท่า Extravasation
C. ตามมาตรฐานของสภาการพยาบาล พยาบาลสามารถฉีด Contrast media ได้
D. Septic Phlebitis และ Clot ถือเป็นภาวะแทรกซ้อนและตัวชี้วัดระดับโรงพยาบาล
การเก็บ Hemoculture ข้อใดกล่าวถูกต้อง
A. การเก็บ Hemoculture ควรเจาะเลือดส่งตรวจขณะที่ผู้ป่วยมีไข้
B. ในกรณีที่ผู้ป่วยมี central venous catheter (CVC) ควรเก็บเลือดจาก CVC 1 specimen ด้วยเสมอ
C. เมื่อแพทย์มีคำสั่งการรักษาให้เจาะเลือด Hemoculture สามารถเก็บตัวอย่างเลือดได้พร้อมกัน แต่ต้องเจาะคนละตำแหน่ง
D. ถูกทุกข้อ
มิลลิ อายุ 18 ปี ได้รับอุบัติเหตุ open fracture ที่ขาขวา On External fixation 7 วันต่อมา วัด V/S T=38.5 0C P= 100 ครั้ง/นาที R= 22 /min BP=110/60 mmHg ตรวจพบว่าแผลรอบ pin มีอาการบวมแดง มี discharge ซึมรอบรู pin จากสถานการณ์ดังกล่าวท่านคิดว่ามิลลิ อยู่ในภาวะใด
A. SIRS
B. Sepsis
C. Severe sepsis
Septic shock
เป้าหมายของการพยาบาลผู้ป่วยในระยะ Septic shock ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง
A. MAP ≤ 55 mmHg
B. ปัสสาวะ > 0.5 cc/kg/hr.
C. ค่า Lactate ในเลือดลดลงจากเดิม
D. CVP 10-16 cmH2O (ในผู้ป่วยที่ไม่ใช้เครื่องช่วยหายใจ)
น.ส.อันโก๊ะ อายุ 22 ปี อายุครรภ์ 28 wks. ให้ประวัติว่า มีอาการปวดเบ่งขณะปัสสาวะ ปวดหลังบริเวณบั้นเอว มีไข้ หนาวสั่น V/S แรกรับ T=38.5 ºC, P=110 bpm, RR= 28/min BP=115/70 mmHg ตรวจ CBC พบ WBC=13,500 cells/mm3 ตรวจปัสสาวะพบ WBC =100 cells/mm3 RBC=25 cells/mm3 ท่านคิดว่า น.ส.อันโก๊ะ อยู่ในภาวะใด
A. SIRS
B. Sepsis
C. Severe sepsis
D. Septic shock
ข้อใด คือความหมายของกระบวนการพยาบาล "ที่ถูกต้องที่สุด"
A. เป็นขั้นตอนการดูแลผู้ป่วยเพื่อให้ปลอดภัย
B. เป็นขั้นตอนที่ทำให้พยาบาลทำงานได้สะดวกมากขึ้น
C. เป็นขั้นตอนการดูแลผู้ป่วยเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ป่วย
D. เป็นขั้นตอนการดูแลที่มีการวางแผนและปฏิบัติเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ป่วยและแก้ไขปัญหา
ข้อใดเป็นประโยชน์ของการบันทึกทางการพยาบาล
A. เพื่อเป็นหลักฐานทางกฎหมาย
B. เป็นข้อมูลเพื่อสื่อสารระหว่างทีมดูแลรักษา
C. เพื่อบอกปัญหาและความต้องการของผู้ป่วย
D. ถูกทุกข้อ
หญิงไทย G1P1A0 หลังคลอด Normal labor 4 ชั่วโมง บ่นหน้ามืด เวียนศีรษะ ตรวจร่างกายแรกรับ พบว่าคลำมดลูกได้ไม่ชัดเจน มี Full bladder และมี bleeding per vagina มากกว่า 500 ml. V/S แรกรับที่หอผู้ป่วย T=36.4 ºC, HR=120 bpm, RR=28 bpm, BP=80/40 mmHg, Hct=20% ท่านคิดว่า Needs / Problem ที่"ไม่ถูกต้อง"ของผู้ป่วยรายนี้ คือข้อใด
A. มีภาวะ Full bladder
B. มีภาวะตกเลือดหลังคลอด
C. ไม่สุขสบายเนื่องจากปวดแผลฝีเย็บ
D. มีภาวะ Hypovolemic shock จากการเสียเลือด
ข้อใดไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้เกิดเม็ดเลือดแดงแตกในหลอดเลือด (Hemolysis) ขณะเจาะเลือด
A. ดึงก้านกระบอกสูบเร็วเกินไป
B. เจาะเลือดในขณะที่ alcohol ไม่แห้ง
C. เติมเลือดมากเกินกว่าปริมาตรที่กำหนดข้างหลอดเลือด
D. ถ่ายเลือดลงในหลอดเลือดโดยไม่ปลดหัวเข็ม และใช้แรงอัดจากกระบอกสูบ
ข้อใดให้ความหมายของมูลฝอยในโรงพยาบาล (Hospital Waste) ได้เหมาะสมที่สุด
A. เป็นมูลฝอยที่เกิดจากการดูแลผู้ป่วย
B. ส่วนมากคือสิ่งที่ปนเปื้อนเชื้อโรคเท่านั้น
C. เกิดจากการสัมผัสสารคัดหลั่งผู้ป่วยและการเพาะเชื้อจากห้องปฏิบัติการณ์
D. อะไรก็ตามที่เกิดจากกระบวนการวินิจฉัย การรักษาพยาบาลและการวิจัยทางคลินิกในโรงพยาบาล
การคัดแยกมูลฝอยในโรงพยาบาล ข้อใดไม่ถูกต้อง
A. ขยะทั่วไปใช้ถุงสีดำ
B. ขยะติดเชื้อใช้ถุงสีแดง
C. ขยะสารเคมีใช้ถุงสีเหลืองหรือสีเทา
D. เข็มฉีดยาที่ใช้กับผู้ป่วยแล้วทิ้งที่ถังแดงเพราะถือว่าติดเชื้อ
เมื่อเลือดผู้ป่วยกระเด็นเข้าตา สิ่งใดควรทำอันดับแรก
A. ล้างตาด้วยน้ำสะอาดให้มากที่สุด
B. ปิดตาไว้แล้วรีบรายงานหัวหน้าเวร
C. รีบไปห้องฉุกเฉินเพื่อล้างตาด้วยน้ำยา NSS
D. รายงานความเสี่ยงในระบบให้เร็วที่สุด เพื่อติดต่อกับงานอาชีวอนามัย
หลักการของการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง คือข้อใด
A. การช่วยยุติชีวิตที่ทุกข์ทรมาน
B. การมุ่งหวังรักษาโรคให้หายขาด
C. การคำนึงถึงคุณภาพชีวิตที่เหลืออยู่
D. การยืดระยะเวลาสุดท้ายให้นานที่สุด
การบอกข่าวร้าย เช่น การที่โรคไม่ตอบสนองต่อการรักษาเข้าสู่ระยะท้าย ควรจะบอกเมื่อใด
A. ผู้ป่วยซักถาม
B. ผู้ป่วยและญาติซักถาม
C. ผู้ป่วยมีอาการทรุดหนักลง
D. การรักษาไม่ได้ผลมีแนวโน้มว่าอาการผู้ป่วยจะแย่ลง
เป้าหมายสูงสุดของการดูแลผู้ป่วยระยะท้ายที่ใกล้เสียชีวิตคือ “การตายดี (good death)” ตรงกับข้อใด
A. ได้เสียชีวิตที่บ้าน
B. ได้เห็นผ้าเหลืองก่อนตาย
C. ได้อยู่ท่ามกลางญาติอันเป็นที่รัก
D. ได้รับการตอบสนองตามความต้องการก่อนเสียชีวิต
ข้อใดคือปัจจัยที่ส่งผลต่อความเข้ากันของยา
A. ชนิดของสารน้ำที่ใช้
B. ความเข้มข้นของยาภายหลังผสม
C. สภาพความเป็นกรด-ด่าง และสภาวะในการเก็บรักษายา
D. ถูกทุกข้อ
ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเรื่องการบริหารยา
A. การบริหารยาอย่างเหมาะสม ได้แก่ ให้ยาตรงเวลา ให้ยาถูกวิธี และให้ยาถูกหลัก Aseptic technique
B. ยาที่มีความสี่ยงสูง ภายหลังให้ยาต้องบันทึกสัญญาณชีพ ตรวจสอบปริมาณที่ได้รับ และการรั่วออกนอกหลอดเลือดทุก 2 ชั่วโมง
C. การบริหารยาความเสี่ยงสูง ให้คัดลอก ชื่อผู้ป่วย ชื่อยา ความแรง ปริมาณยาที่ผสม และอัตราเร็วในการให้ยาลงในสติ๊กเกอร์
D. การบริหารยาต้องตรวจสอบชนิดของยากับใบ MAR และ Doctor's order sheet ทุกครั้ง
Levophed 4:100 ข้อใดคืออัตราส่วนที่ถูกต้อง
A. Levophed 4 mg ในสารน้ำ 96 ml
B. Levophed 0.4 mg ในสารน้ำ 99.6 ml
C. Levophed 40 mg ในสารน้ำ 100 ml
D. ผิดทุกข้อที่กล่าวมา
ข้อใดไม่ใช่ความเสี่ยง
A. พยาบาล พบซองยาของผู้ป่วยไก่ อยู่ในลิ้นชักยาของผู้ป่วยไข่
B. พยาบาล ตรวจทานคำสั่งการรักษาพบคำสั่งการรักษาให้ยาที่ผู้ป่วยมีประวัติการแพ้
C. ผู้ป่วยมีพยาธิสภาพที่ขาขวา แต่ในใบSet ผ่าตัดระบุขาซ้าย ดีนะยังไม่ทันได้บันทึกในระบบ
D. ร.พ.กอไก่ ขอส่งต่อผู้ป่วยศัลยกรรมมา ร.พ.ขอไข่ แต่เตียงศัลยกรรมเต็ม พยาบาลจึงตอบปฏิเสธ
ข้อใดไม่ใช่อันตรายขั้นรุนแรง (Sentinel Event)
A. ผู้ป่วยได้รับเลือดผิดหมู่
B. ส่งบุตรให้มารดาผิดคน
C. เกิดเหตุเพลิงไหม้ใน รพ.
D. ระบบ IT ล่ม ใช้งานไม่ได้เพียงชั่วคราว
ข้อใดไม่ถูกต้อง
A. เรื่องของความเสี่ยง ควรคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ป่วยเท่านั้น
B. ทะเบียนความเสี่ยงของหน่วยงานควรรวบรวมสรุปทุก 6 และ 12 เดือนเพื่อติดตามแนวโน้มและความถี่ของการเกิด
C. ความเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยต้องวิเคราะห์หาสาเหตุที่เกิดขึ้น เพื่อหาแนวทางป้องกัน ลดความรุนแรง หรือป้องกันการเกิดซ้ำ
D. A. และ B. เท่านั้นที่ถูกต้อง
เมื่อพบคนหมดสติ เรียกไม่ตอบสนอง..ลำดับขั้นตอนการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน "โดยบุคลากรทางการแพทย์" ที่ถูกต้อง คือข้อใด
1. กดหน้าอก 30 ครั้ง + ช่วยหายใจ 2 ครั้ง
2. คลำชีพจรว่ามีชีพจรชัดเจนหรือไม่ ร่วมกับมองดูว่าหายใจหรือไม่
3. ตะโกนขอความช่วยเหลือจากบริเวณใกล้เคียง หรือ โทรเรียก 1669 ผ่านโทรศัพท์มือถือ (ถ้ามี)
4. รีบนำเครื่อง AED มาใช้ (ถ้ามีในบริเวณใกล้เคียง)
5. ตรวจดูความปลอดภัยของสถานที่เกิดเหตุ
A. 5 --> 3 --> 2 --> 4 --> 1
B. 5 --> 2 --> 3 --> 4 --> 1
C. 5 --> 3 --> 4 --> 2 --> 1
D. 3 --> 5 --> 2 --> 4 --> 1
ขั้นตอนที่ถูกต้องในการใช้เครื่อง AED คือข้อใด
1. แปะแผ่น AED ที่ทรวงอกคนไข้
2. เปิดเครื่อง AED.
3. รอคำสั่งช็อกไฟฟ้าจากเครื่อง AED
4. กดปุ่มช็อกไฟฟ้าที่เครื่อง AED
A. 2 --> 1 --> 3 --> 4
B. 1 --> 2 --> 3 --> 4
C. 2 --> 3 --> 1 --> 4
D. 1 --> 3 --> 2 --> 4
ในขณะทำ CPR ควรเปลี่ยนผู้ทำหน้าที่กดหน้าอกบ่อยแค่ไหน
A. ทุกๆ 1 รอบของการกดหน้าอกและช่วยหายใจ
B. ทุกๆ 3 รอบของการกดหน้าอกและช่วยหายใจ
C. ทุกๆ 5 รอบของการกดหน้าอกและช่วยหายใจ
D. ทุกๆ 7 รอบของการกดหน้าอกและช่วยหายใจ
ในกรณีที่มีผู้ทำการ CPR 2 คน การช่วยหายใจด้วยการบีบ mask with bag ขณะ CPR คนไข้ที่ยังไม่ได้ใส่ ET-tube ข้อใดถูกต้อง
A. บีบ bag 2 ครั้งทุกๆรอบที่กดหน้าอกครบ 15 ครั้ง โดยไม่ต้องหยุดกดหน้าอกขณะบีบ bag
B. บีบ bag 2 ครั้งทุกๆรอบที่กดหน้าอกครบ 15 ครั้ง โดยต้องหยุดกดหน้าอกขณะบีบ bag
C. บีบ bag 2 ครั้งทุกๆรอบที่กดหน้าอกครบ 30 ครั้ง โดยไม่ต้องหยุดกดหน้าอกขณะบีบ bag
D. บีบ bag 2 ครั้งทุกๆรอบที่กดหน้าอกครบ 30 ครั้ง โดยต้องหยุดกดหน้าอกขณะบีบ bag
ในการ CPR การตรวจคลำชีพจร ว่ามีชีพจรชัดเจนหรือไม่ ควรทำภายในเวลาเท่าไร
A. 10 วินาที
B. 20 วินาที
C. 30 วินาที
D. 60 วินาที
จากสถานการณ์ผู้ป่วยชาย อายุ 58 ปี
17.00น. แขนขาด้านขวาอ่อนแรง 10 นาทีกลับมาเป็นปกติ
05.00น. ตื่นขึ้นมาเข้าห้องน้ำได้ปกติ
07.00น. ญาติปลุกไม่พูด พบว่าแขนขาด้านขวาอ่อนแรงจึงมาโรงพยาบาล
จงบอก Onset ของผู้ป่วยรายนี้
A. 05.00 น.
B. 06.00 น.
C. 07.00 น.
D. 17.00 น.
ผู้ป่วยหญิงอายุ 60 ปี ขณะกินข้าวเช้าตอน 08.00 น. รู้สึกลิ้นแข็งกินน้ำแล้วน้ำไหลหกมุมปากแต่มีแรงแขนขาปกติไม่ชา 09.00น. รู้สึกเริ่มชาแขนขาซ้าย 10.00 น. มีอาการแขนขาซ้ายอ่อนแรง พูดไม่ชัดมากขึ้น ญาติจึงนำส่ง รพ. จงบอก onset ของผู้ป่วยรายนี้
A. 08.00 น.
B. 09.00 น.
C. 10.00 น.
D. ไม่สามารถบอกได้ชัดเจน
ขนาดยาและการบริหารยา rt-PA สำหรับผู้ป่วย acute ischemic stroke ที่ถูกต้อง คือข้อใด
A. 0.6 mg/kg แบ่งเป็น Bolus dose 10% push in 1 min และ Infusion dose 90% drip in 1 hr.
B. 0.7 mg/kg แบ่งเป็น Bolus dose 10% push in 1 min และ Infusion dose 90% drip in 1 hr.
C. 0.8 mg/kg แบ่งเป็น Bolus dose 10% push in 1 min และ Infusion dose 90% drip in 1 hr.
D. 0.9 mg/kg แบ่งเป็น Bolus dose 10% push in 1 min และ Infusion dose 90% drip in 1 hr.
ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับ TIA
A. ไม่ควรจำเป็นต้อง admit
B. มีความเสี่ยงที่จะเป็น stroke สูงกว่าคนทั่วไปภายใน 7 วัน
C. ตรวจร่างกายหรือ imaging ปกติ ไม่พบส่วนที่สมองมีการตาย
D. ผู้ป่วยที่มีอาการของเส้นเลือดสมองเพียงชั่วคราว และกลับมาหายเป็นปกติได้เอง
การเจาะ Sample confirm ข้อใดกล่าวถูกต้อง
A. ใส่ capillary tube ชนิดแถบแดง 1 หลอด
B. เจาะเลือดจากหลอดเลือดดำใส่ EDTA Tube 6 ml
C. เก็บตัวอย่างเลือดคนละครั้งกับตัวอย่างเลือดที่ใช้ส่งสำหรับจองเลือดครั้งแรก
D. ติดสติ๊กเกอร์ชื่อ-นามสกุล HN. VN. วัน เดือน ปีเกิด ผู้ป่วย ไม่ระบุชื่อผู้เจาะ
การขนส่งเลือดและส่วนประกอบของเลือดในข้อใดที่ต้องใช้ ice pack ทั้งหมด
A. PRC และ LPPC
B. LPRC และ FFP
C. LPPC และ LD.PRC
D. PRC และ Cryoprecipitate
ข้อใดถูก
A. การถามชื่อ สกุล ของผู้ป่วยควรใช้คำถามปลายปิด เช่น “ คุณชื่อนายโลหิต เก่งรักษา ใช่มั้ยคะ”
B. พยาบาล 2 คนตรวจสอบความถูกต้องของถุงเลือด แต่ในภาวะรีบด่วนสามารถตรวจสอบคนเดียวได้
C. เมื่อตรวจสอบพบว่าหมายเลขถุงเลือดไม่ตรงกับใบจองเลือด แต่หมู่เลือด และชื่อถูกต้อง สามารถนำไปให้ผู้ป่วยได้ เนื่องจากถูกหมู่ ถูกคน ถูกชนิด
D. ผู้ป่วยแจ้งหมู่เลือดไม่ตรงกับถุงเลือดที่กำลังจะให้ แต่ชื่อ สกุล,HN,ชนิด,หมายเลขถุง ทุกอย่างถูกต้อง ไม่สามารถให้เลือดได้ ต้องตรวจสอบซ้ำกับธนาคารเลือด
วิธีปฏิบัติในผู้ป่วยมีปฏิกิริยาอันไม่พึงประสงค์ Acute hemolytic transfusion reaction ข้อใดไม่ถูกต้อง
A. หยุดให้เลือดทันที ตรวจวัดสัญญาณชีพ รายงานแพทย์เพื่อให้การรักษา
B. หยุดให้เลือดและเก็บถุงเลือดไว้ให้ต่อได้ในภายหลังเมื่ออาการดีขึ้น
C. ส่งเลือดที่เจาะใหม่ พร้อมทั้งเลือดที่ให้ผู้ป่วยและใบคล้องเลือดคืนให้งานธนาคารเลือด
D. ตรวจสอบดูว่ามีความผิดพลาดใดเกิดขึ้นหรือไม่ ได้แก่ ตรวจยูนิตของเลือด ใบคล้องเลือด
