NEW
Font size
WorksheetsNeurological and Musculoskeletal System
Total questions: 26
Worksheet time: 15mins
0. การซักประวัติอาการสำคัญที่นำมาโรงพยาบาลของโรคในระบบกระดูก กลเรมเนื้อเเละข้อ ในข้อใดสำคัญน้อยที่สุด
A. สอบถามอาการ ลักษณะ ตำแหน่งของปวด บวม เเดงเเละชา
B. ดูความผิดปกติ ได้เเก่ สังเกตว่ามีกระดูกสันหลังคดหรือโก่งค่อม หลังแอ่น ขาโก่งหรือปูดออก เดินแล้วมีปลายเท้าปัดเข้า
หรือปัดออก
C. สอบถามประวัติครอบครัว
D. สังเกตการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ เช่น เดินกะเผลก อ่อนเเรง
1. บุคคลในข้อใดมีความเสี่ยงหรือมีโอกาสในการเป็นโรคปวดกล้ามเนื้อหลัง
A. นางสาวเเนนชอบรับประทานอาหารรสจัด อาหารสุกๆ ดิบๆ
B. นาวสาวเบญมักออกกำลังกายด้วยการวิ่งเหยาะรอบหมู่บ้านทุกเช้า
C. นางสาวฟ้ามีอาชีพเป็นนางเเบบต้องใส่รองเท้าส้นสูงในการถ่ายเเบบทุดวัน
D. นางสาวเมนอนพักผ่อนหลังรับประทานอาหารทุกเที่ยงเป็นเวลา 30-60 นาที
2. ข้อใดเป็นอาการสำคัญที่เด่นชัดที่สุดในผู้ป่วยที่เป็นโรคปวดกล้ามเนื้อหลัง
A. มีอาการปวดหลังตรงกระเบนเหน็บ ร้าวลงมาตรงเเขนเเละขา
B. ปวดหลังรุนเเรง ร่วมกับมีไข้สูง
C. ปวดหลังร้าวลงเอว นอนหงายราบไม่ได้
D. ปวดตรงกลางหลังหรือกระเบนเหน็บ ปวดมากขึ้นเมื่อไอ จามหรือเอี้ยวตัว
3. ข้อใดไม่ใช่วิธีการรักษาโรคปวดกล้ามเนื้อหลังที่ถูกต้อง
A. ถ้ามีอาการปวดมาก ให้ใช้เท้าพาดบนเก้าอี้ให้เข่างอเป็นมุมฉาก
B. เปลี่ยนที่นอนเป็นเเบบนุ่มเเละมีสปริง
C. นวดด้วยยาหม่องหรือใช้น้ำอุ่นจัดในการประคบเมื่อมีอาการปวด
D. พยายามลดน้ำหนักให้มีค่า BMI อยู่ที่ 18.5-24
4. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่สาเหตุของข้อเสื่อม
A. ภาวะอ้วนหรือน้ำหนักตัวที่มากเกินทำให้เกิดข้อเสื่อมได้เร็วขึ้น
B. ข้อเข่าเสื่อมเกิดจากแคลเซี่ยมในกระดูกลดลง
C. เคยได้รับอุบัติเหตุบริเวณเข่า เช่น ข้อเข่าเคลื่อนหลุด
D. ต้นเป็นนักวิ่งเเข่งประจำจังหวัด ทำให้ต้องซ้อมวิ่งทุกวัน
5. ข้อใดผิดเกี่ยวกับลักษณะอาการของโรคข้อเสื่อม
A. มีอาการปวดเข่าเวลาเคลื่อนไหว
B. มีอาการปวดสะโพก อาจปวดร้าวไปที่ขาหนีบ ก้น หรือเข่า เวลายืนหรือเดินนาน ๆ
C. เคลื่อนไหวข้อเข่าจะมีเสียงดัง กรอบแกรบ
D. ข้อเท้าบวม เเดง ร้อนเเละช้ำเขียว
6. ข้อใดผิดเกี่ยวกับวิธีการดูแลตัวเองเมื่อเป็นโรคข้อเสื่อม
A. ยายส้มโอนั่งบนเก้าอี้เเทนการนั่งขัดสมาธิหรือพับเพียบเมื่อไปทำบุญที่วัด
B. ป้าเเตงโมบริหารกล้ามเนื้อเข่าตามวิธีที่หลานสาวสอนอย่างสม่ำเสมอ
C. ลุงละมุดมีประวัติเป็นโรคข้อเข่าเสื่อม วิ่งขึ้นบันได้เพื่อไปรับโทรศัพท์อย่างรวดเร็ว
D. ตาลำไยบอกให้ลูกสาวซื้อไม้เท้าให้เพื่อช่วยในการเดิน
7. นายมะขามหวานเล่นฟุตบอลกับเพื่อนที่สนาม ขณะวิ่งเกิดสะดุดเชือกรองตนเองเเละข้อเท้าพลิก มีอาการบวม เเดง ร้อน พบรอบเขียวคล้ำ เเละฟกช้ำสามารถวินิจฉัยเป็นโรคอะไรได้บ้าง
A. Sprain
B. Achilles Tendinitis
C. Gout
D. Rheumatoid arthritis
8. เมื่อข้อเเพลง/ข้อเคล็ด อาการที่น่าเป็นกังวลเเละควรส่งโรงพยาบาลเพื่อตรวจวินิจฉัยต่อไปคือข้อใด?
A. มีอาการบวมเป็นๆ หายๆ เป็นเวลา 2-3 เดือน
B. กดเจ็บบริเวณข้อเท้า
C. มีลักษณะเขียวคล้ำและฟกช้ำ เเละค่อยๆ จางลง
D. ปวดหรือบวมมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ดีขค้นใน 1 อาทิตย์
9. การปฐมพยาบาลเบื้องต้นเป็นอันดับเเรกเมื่อได้รับบาดเจ็บบริเวณหรือข้อเท้าเคล็ด/แพลง (sprain) คือข้อใด?
A. ประคบด้วยน้ำอุ่นจัดๆ หรือเเช่น้ำอุ่นจัดๆ ในระยะ 48 ชั่วโมงเเรก
B. ประคบด้วยน้ำอุ่นจัดๆ หรือเเช่น้ำอุ่นจัดๆ ภายหลัง 48 ชั่วโมงไปแล้ว
C. ให้ยาพาราเซตามอลเพื่อลดปวด
D. นำส่งโรงพยาบาลทันทีพายใน 24 ชั่วโมง
10. Febrile Convulsion มีอาการ และอาการแสดงอย่างไรบ้าง?
A. ปวดตื้อๆ บริเวณบ่าไหล่ขณะมีไข้สูง
B. เกร็ง กระตุกทั้งตัวและหมดสติหลังมีไข้สูง
C. เห็นภาพหลอน หูแว่วขณะมีไข้สูง
D. ปวดหัวตุ๊บๆ ในเบ้าตาทั้ง2ข้างขณะมีไข้สูง
11. สิ่งใดเป็นสาเหตุของ Febrile Convulsion ?
A. การติดเชื้อในสมอง
B. โรคซึมเศร้าเรื้อรัง
C. บาดเจ็บบริเวณศีรษะ
D. ติดเชื้อในส่วนต่างๆในร่างกายที่ไม่ใช่สมอง
12. ข้อใดเป็นการรักษาเบื้องต้นลำดับแรกสำหรับ Febrile Convulsion?
A. รีบเช็ดตัวด้วยผ้าชุบน้ำเย็นจัด
B. ให้ยา paracetamol ทันที
C. ให้ยา Anticonvulsant ทันที
D. รีบถอดเสื้อผ้า และเช็ดตัวด้วยน้ำอุณหภูมิห้องทันที
13. ผู้ป่วยรายใดที่เป็น Epilepsy?
A. รินรดาปวดหัวเรื้อรังจนต้องสะดุ้งตื่นตอนเช้า เป็นมามากกว่า 3 เดือน
B. รัชชานนท์มีอาการเกร็ง กระตุกทั้งตัว หมดสติเป็นเวลา 20นาที
C. จักรพงษ์มีอาการปวดหัวรุนแรง และคลื่นไส้อาเจียน
D. วิศวะมีอาการบ้านหมุน คลื่นไส้อาเจียนรุนแรง
14. หากด.ญ กีกี้ อายุ 10 ปี ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น Epilepsy ท่านคิดว่าสิ่งใดอาจเป็นสาเหตุ?
A. คุณแม่ของกีกี้เป็นโรคลมชักเช่นเดียวกัน
B. กีกี้เคยประสบอุบัติเหตุจนขาหัก
C. กีกี้มีประวัติแพ้นมวัว
D. กีกี้รู้สึกกดดันตนเองที่เรียนไม่ดี
15. การรักษาเบื้องต้น และคำแนะนำสำหรับผู้ป่วย Epilepsy คือข้อใด?
A. หากมีอาการชักให้จัดท่านอนตะแคงตัวทันที
B. แนะนำให้ผู้ป่วยค่อยๆลุกเมื่อตื่นนอน
C. รีบเอาช้อนเข้าปากขณะผู้ป่วยชักเพื่อป้องกันการกัดลิ้น
D. หากผู้ป่วยยังไม่หายชัก 15 นาที ควรรีบให้ยา Diazepam 5-10 mg IV
16. หากผู้ป่วยมีอาการนำคือ อาการชัก การซักประวัติ และตรวจร่างกายใดควรทำน้อยที่สุด?
A. สอบถามประวัติการชักที่ผ่านมา
B. สิ่งกระตุ้น/ยับยั้งอาการชัก
C. ตรวจ Light reflexion ของ pupil
D. สอบถามเรื่องสัมพันธภาพกับคนในครอบครัว
17. อาการวิงเวียน(Vertigo) เกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง?
A. ความผิดปกติของหูชั้นในหรือระบบสมองที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทรงตัว
B. เกิดความผิดปกติของระบบไหลเวียนโลหิต เช่น โลหิตจาง
C. เกิดจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ เมารถ หรือเมาเรือ
D. ถูกทุกข้อ
18. ลักษณะอาการของอาการวิงเวียน(Vertigo) ได้แก่อะไรบ้าง?
A. เวียนศีรษะแบบหมุน เอียง หรือโคลงเคลง
B. คลื่นไส้ อาเจียน
C. หูอื้อ สูญเสียการได้ยิน
D. ถูกทุกข้อที่กล่าวมา
19. วิธีการป้องกันและรักษาอาการวิงเวียน(Vertigo) ที่ถูกต้อง
A. ออกกำลังกายในลักษณะก้มเงยคอ
B. ดื่มชาเพื่อผ่อนคลายความเครียด
C. รักษาตามสาเหตุหรือไปพบแพทย์
D. ฟังเพลงสนุกๆ ด้วยระดับเสียงที่ 90 เดซิเบลเพื่อผ่อนคลายความเครียด
20. สาเหตุของการเกิดไมเกรน(Migraine) คือข้อใด?
A. การรับประทานอาหารที่มีรสจืด
B. อยู่ในที่บริเวณแสงจ้าหรือแสงแฟลช
C. รับประทานช็อกโกแลต
D. นอนวันละ 7-9 ชั่วโมง
21. อาการของไมเกรน(Migraine) ได้แก่อะไรบ้าง?
A. ปวดขมับหรือที่เบ้าตาข้างใดข้างหนึ่ง หรือ 2 ข้าง
B. อาจมีอาการตาพร่า ตาลาย
C. ปวดแบบตุบๆ เข้ากับจังหวะการเต้นของหัวใจ
D. ถูกทุกข้อที่กล่าวมา
22.ใครปฏิบัติตัวได้เหมาะสมเมื่อเกิดปวดไมเกรน(Migraine)?
A. แนนหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีการสูบบุหรี่
B. ฟ้าดื่มกาแฟมากยิ่งขึ้น
C. เมย์นอนพักผ่อน 6-7 ชั่วโมง
D. เบนซ์ออกกำลังกาย 3 วัน/สัปดาห์ วันละ 10 นาที/วัน
23. ข้อใดไม่ใช่สาเหตุของการเกิดอาการปวดศีรษะจากความเครียด(Tension Headache)
A. อยู่ในพื้นที่ที่ๆมีการเปลี่ยนแปลงอากาศฉียบพลัน
B. ทำงานหนักมากจนเกินไป
C. ไม่สามารถจัดการกับความเครียดได้
D. พักผ่อนไม่เพียงพอ
24. ใครที่มีอาการของปวดศีรษะจากความเครียด(Tension Headache)
A. เบนมีอาการปวดศีรษะเมื่อเจอกับเรื่องเครียดๆ
B. เลนท์มีอาการปวดศีรษะเมื่อจ้องแสงไฟนานๆ
C. ซัยนี่ปวดตรงบริเวณต้นคอ ปวดศีรษะคล้ายถูกเข็มรัด
D. น้ำปวดศีรษะตื้อๆ นอนพักแล้วอาการไม่ดีขึ้น
25. ข้อใดเป็นการดูแลรักษาและป้องกันการเกิดอาการปวดศีรษะจากความเครียด(Tension Headache) ที่ไม่เหมาะสม
A. นอนหลับพักผ่อน 7-9 ชั่วโมง
B. เก็บความรู้สึกไว้ภายในใจ
C. หาวิธีการจัดการกับความเครียด เช่น การทำสมาธิ ทำงานอดิเรก
D. ทายาหม่องพร้อมกับนวดบริเวณต้นคอหรือขมับ
