wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

แบบฝึกหัด cell และการลำเลียงสารผ่านเซลล์

Total questions: 158

Worksheet time: 1hrs 20mins

Name
Class
Date
1.

สิ่งใดที่พบในเซลล์สัตว์แต่ไม่พบในเซลล์พืช

a)

ผนังเซลล์

b)

เยื่อหุ้มเซลล์

c)

นิวเคลียส

d)

เซนทริโอล

2.

โครงสร้างที่ควบคุมการทำงานของเซลล์

a)

mitochondrion

b)

nucleus

c)

vacuole

d)

cell wall

3.

DNA สามารถพบได้ในโครงสร้างใดของเซลล์ Prokaryote

a)

nucleus

b)

chloroplast

c)

mitochondria

d)

cytoplasm

4.

หน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด คือ

a)

atom

b)

molecule

c)

cell

d)

organism

5.

โครงสร้างที่ทำหน้าที่สร้างพลังงานแก่เซลล์

a)

chloroplast

b)

mitochondria

c)

nucleus

d)

vacuole

6.

โครงสร้างที่ช่วยปกป้องและทำให้เซลล์พืชคงรูปร่างอยู่ได้

a)

cell wall

b)

cell membrane

c)

cytoplasm

d)

cytoskeleton

7.

โครงสร้างที่ทำหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนที่ของสารผ่านเข้าออกเซลล์

a)

nucleus

b)

cell wall

c)

cytoplasm

d)

cell membrane

8.

คำกล่าวนี้ถูกหรือผิด "ทั้งเซลล์พืชและเซลล์สัตว์มี cell membrane"

a)

True

b)

False

9.

คำกล่าวนี้ถูกหรือผิด "สิ่งมีชีวิตทุกชนิดประกอบด้วยเซลล์ตั้งแต่ 2 เซลล์ขึ้นไป"

a)

True

b)

False

10.

lysosome ทำหน้าที่

a)

สังเคราะห์โปรตีน

b)

ทำลายของเสียในเซลล์

c)

เก็บข้อมูลสารพันธุกรรม

d)

เก็บสะสมสาร

11.

โครงสร้างที่พบเฉพาะเซลล์พืช ไม่พบในเซลล์สัตว์

a)

cell membrane

b)

mitocondria

c)

golgi body

d)

cell wall

12.

โครงสร้างที่ทำหน้าที่สังเคราะห์โปรตีนเพื่อใช้ภายในเซลล์

a)

RER

b)

SER

c)

Ribosome

d)

nucleus

13.

ออร์แกเนลล์ใดที่มีจำนวนเยื่อหุ้ม 2 ชั้น

a)

ribosome

b)

centriole

c)

vacuole

d)

mitochondria

14.

นักวิทยาศาสตร์ท่านใดเรียกเซลล์เป็นคนแรก

a)

นิวตัน

b)

อริสโตเติล

c)

โรเบิร์ต ฮุค

d)

กาลิเลโอ

15.

บริเวณที่เป็นที่อยู่ของออร์แกเนลล์ต่างๆคือส่วนใดของเซล์

a)

นิวเคลียส

b)

เยื่อหุ้มเซลล์

c)

ผนังเซลล์

d)

ไซโทพลาซึม

16.

เซลล์ใดที่เมื่อโตเต็มวัยเเล้วนิวเคลียสจะหายไป

a)

เซลล์เม็ดเลือดเเดงของคน

b)

เซลล์เม็ดเลือดขาวของคน

c)

เซลล์ประสาท

d)

เซลล์กล้ามเนื้อลาย

17.

ส่วนประกอบใดที่ทำให้เซลล์พืชมีลักษณะเป็นทรงเหลี่ยมเเข็งเเรงกว่าเซลล์สัตว์

a)

ผนังเซลล์

b)

แวคิวโอล

c)

เยื่อหุ้มเซลล์

d)

ไมโทคอนเดรีย

18.

จากรูป คือเซลล์ของสิ่งมีชีวิตใด

a)

เซลล์พืช

b)

เซลล์สัตว์

c)

เชื้อรา

d)

ไฮดรา

19.

ข้อใดมีสมบัติเป็นเยื่อเลือกผ่าน

a)

ไซโทพลาสซึม

b)

เยื่อหุ้มเซลล์

c)

คลอโรพลาสต์

d)

แวคิวโอล

20.

ใครคือผู้ตั้งทฤษฎีเซลล์

a)

เทโอดอร์ ชวันน์

b)

หลุยส์ ปาสเตอร์

c)

โรเบิร์ต ฮุก

d)

ชาลส์ ดาร์วิน

21.

การดูภาพครั้งแรกของกล้องจุลทรรศน์ควรเริ่มใช้เลนส์วัตถุกำลังขยายเท่าใดก่อน

a)

100x

b)

10x

c)

40x

d)

4x

22.

ออร์แกเนลล์ที่เห็นคืออะไร

a)

ร่างแหเอนโดพลาซึม

b)

ไรโบโซม

c)

คลอโรพลาสต์

d)

กอลจิบอดี

23.

ข้อใดคือรงควัตถุสีเขียวที่สามารถพบอยู่ภายในเม็ดเลือดคลอโรพลาสต์

a)

เซลลูโลส

b)

แคโรทีนอยด์

c)

คลอโรฟิลล์

d)

โครโมโซม

24.

เพราะเหตุใดจึงกล่าวว่าเซลล์เป็นหน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต

a)

เป็นสิ่งแรกที่ศึกษาพบ

b)

เนื้อเยื่อของสิ่งมีชีวิตทุกชนิดประกอบด้วยเซลล์

c)

สิ่งมีชีวิต 1 ชนิดมี 1 เซลล์

d)

เพราะเป็นหน่วยโครงสร้างที่ใหญ่ที่สุดของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด

25.

ส่วนใดของกล้องใช้หมุนเพื่อปรับภาพให้เห็นชัดเจนขึ้น

a)

ปุ่มปรับภาพหยาบ

b)

ปุ่มปรับภาพละเอียด

c)

คอนเดนเซอร์

d)

แท่นวางสไลด์

26.

จานหมุน ใช้หมุนเมื่อต้องการเปลี่ยนกำลังขยายของเลนส์ใกล้ตา

a)

True

b)

False

27.

เซลล์ในภาพ คือ เซลล์ของพืช

a)

True

b)

False

28.

ข้อใดอธิบายหน้าที่ของผนังเซลล์ได้ถูกต้อง

a)

ช่วยให้เซลล์คงรูปอยู่ได้

b)

เป็นแหล่งสะสมพลังงานให้แก่เซลล์

c)

ควบคุมการทำงานของเซลล์

d)

ช่วยในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง

29.

ข้อใดอธิบายหน้าที่ของเยื่อหุ้มเซลล์ได้ถูกต้อง

a)

ช่วยให้เซลล์คงรูปอยู่ได้

b)

เป็นแหล่งสะสมพลังงานให้แก่เซลล์

c)

ควบคุมการทำงานของเซลล์

d)

ควบคุมการเข้าและออกของแร่ธาตุในเซลล์

30.

ถ้าเลนส์ใกล้วัตถุกำลังขยาย 4x 10x 50x นักเรียนควรเลือกใช้เลนส์ขนาดใดก่อน

a)

50X

b)

10X

c)

4X

d)

สามารถใช้เลนส์ขนาดใดก่อนก็ได้

31.

ข้อใดจัดระบบร่างกาย ได้ถูกต้อง

a)

เซลล์ -> เนื้อเยื่อ -> อวัยวะ -> ระบบอวัยวะ

b)

เซลล์ -> ระบบอวัยวะ -> อวัยวะ -> เนื้อเยื่อ

c)

ระบบอวัยวะ -> เซลล์ -> อวัยวะ -> เนื้อเยื่อ

d)

ระบบอวัยวะ -> เนื้อเยื่อ -> เซลล์ -> อวัยวะ

32.

นักวิทยาศาสตร์ผู้ค้นพบเซลล์จากการศึกษาไม้คอร์ก คือข้อใด

a)

กาลิเลโอ

b)

อริสโตเติล

c)

รอเบิร์ต ฮุก

d)

ชาร์ล ดาร์วิน

33.

กล้องจุลทรรศน์ที่เลนส์ใกล้ตา และเลนส์ใกล้วัตถุมีกำลังขยายเป็น 10 และ 40 เท่าตามลำดับ เมื่อใช้ส่องดูเซลล์พืชจะเห็นใหญ่ขึ้นเป็นกี่เท่าของเซลล์เดิม

a)

4 เท่า

b)

30 เท่า

c)

50 เท่า

d)

400 เท่า

34.

หน้าที่สำคัญของเยื่อหุ้มเซลล์คืออะไร

a)

คัดเลือกสารผ่านเข้า-ออกเซลล์

b)

เป็นแหล่งสะสมพลังงาน

c)

ย่อยโปรตีน

d)

ป้องกันอันตรายจากสารแปลกปลอมที่จะเข้าสู่เซลล์

35.

เราจะพบเม็ดแป้งได้ที่ใด

a)

เซลล์สัตว์

b)

เซลล์พืช

c)

ทั้งเซลล์สัตว์และเซลล์พืช

d)

ไม่พบในที่ใดเลย

36.

สิ่งที่เราสามรถพบได้ในเซลล์พืช แต่ ไม่สามารถพบได้เซลล์สัตว์คือ

a)

cell membrane , chloroplast

b)

cell wall , chloroplast

c)

cell wall , vacuole

d)

cell wall , cell membrane

37.

ไวรัสจัดเป็นสิ่งมีชีวิตทั้งๆ ที่ไวรัสไม่เป็นเซลล์ เหตุผลที่จัดไวรัสเป็นสิ่งมีชีวิตคือ

a)

สืบพันธุ์ได้

b)

ปรับตัวได้

c)

กินอาหารได้

d)

สร้างอาหารได้

38.

เยื่อหุ้มเซลล์มีส่วนประกอบที่สำคัญ คือข้อใด

a)

เซลลูโลสและซูเบอริน

b)

โปรตีนและเซลลูโลส

c)

ไขมันและเซลลูโลส

d)

โปรตีนและไขมัน

39.

ออร์แกเนลล์ที่ทำหน้าที่ทำลายสิ่งแปลกปลอมจากภายนอกคือออร์แกเนลล์ใด

a)

ไรโบโซม

b)

ไลโซโซม

c)

ไมโทคอนเดรีย

d)

ไมโครโซม

40.

กล้องจุลทรรศน์ มีคุณสมบัติอย่างไร

a)

ใช้มองวัตถุได้ชัดเจนมากขึ้น

b)

ใช้ส่องดูสิ่งที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น

c)

ใช้มองดูสิ่งที่อยู่ไกล ๆ

d)

ใช้ส่องสิ่งที่ไม่มีชีวิตให้มีขนาดใหญ่ขึ้น

41.

ส่วนประกอบที่สำคัญของเซลล์ที่ทำหน้าที่ควบคุมการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมจากบรรพบุรุษไปสู่ลูกหลานคือส่วนใด

a)

นิวเคลียส

b)

เยื่อหุ้มเซลล์

c)

ผนังเซลล์

d)

ไซโทพลาซึม

42.

ผนังเซลล์ประกอบด้วยสารใดเป็นหลักสำคัญ

a)

ไขมัน

b)

เซลลูโลส

c)

โปรตีน

d)

คาร์โบไฮเดรต

43.

ส่วนประกอบที่ทุกเซลล์จะต้องมี คือข้อใด

a)

นิวเคลียส

b)

เยื่อหุ้มเซลล์

c)

คลอโรพลาสต์

d)

เซนตริโอล

44.

เซลล์พืชและเซลล์สัตว์มีลักษณะแตกต่างกันอย่างไร

a)

เซลล์พืชมีลักษณะกลมรี ส่วนเซลล์สัตว์มีลีกษณะเป็นเหลี่ยม

b)

เซลล์พืชมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยม ส่วนเซลล์สัตว์เป็นทรงกลม

c)

เซลล์พืชและเซลล์สัตว์มีลักษณะเหมือนกันมาก

d)

เซลล์พืชและเซลล์สัตว์มีลักษณะรูปร่างนิวเคลียสที่แตกต่างกัน

45.

กำลังขยายของกล้องจุลทรรศน์หาได้จากอะไร

a)

เลนส์ใกล้ตา

b)

เลนส์ใกล้วัตถุ

c)

เลนส์ใกล้ตาXเลนส์ใกล้วัตถุ

d)

ถูกทั้ง 3 ข้อ

46.

โครงสร้างพื้นฐานของเซลล์มีอะไรบ้าง

a)

ผนังเซลล์ เยื่อหุ้มเซลล์

b)

เยื่อหุ้มเซลล์ ไซโทพลาสซึม

c)

ไซโทพลาสซึม นิวเคลียส

d)

เยื่อหุ้มเซลล์ ไซโทพลาสซึม นิวเคลียส

47.

ข้อใดผิดเกี่ยวกับโครงสร้างของพืช

a)

โดยปกติเซลล์พืชทุกเซลล์ต้องมี Primary cell wall

b)

เซลล์พืชบางเซลล์เมื่อโตเต็มที่ไม่จำเป็นต้องมี Nucleus

c)

เซลล์พืชที่ตายแล้วจะไม่พบเยื่อหุ้มเซลล์ แต่ยังคงมีผนังเซลล์

d)

ผนังหรือชั้นที่อยู่ระหว่างกลางของเซลล์ คือ เยื่อหุ้มเซลล์

48.

แวคิวโอลมีหน้าที่อะไร

a)

ควบคุมการผ่านเข้าออกของสาร

b)

เป็นแหล่งพลังงานเซลล์

c)

ควบคุมการทำงานของเซลล์

d)

เป็นถุงบรรจุน้ำและสารต่างๆ

49.

ออร์แกเนลล์ในภาพคืออะไร

a)

นิวเคลียส

b)

ไมโทคอนเดรีย

c)

ผนังเซลล์

d)

เยื่อหุ้มเซลล์

50.

ออร์แกเนลล์ในภาพคืออะไร

a)

นิวเคลียส

b)

ไมโทคอนเดรีย

c)

ผนังเซลล์

d)

คลอโรพลาสต์

51.

ออร์แกเนลล์ใดที่ภายในมีสารพันธุกรรม

a)

แวคิวโอล

b)

นิวเคลียส

c)

ไมโทคอนเดรีย

d)

ผนังเซลล์

52.

จงบอกหน้าที่ของออร์กาเนลล์นี้

a)

ให้พลังงานแก่เซลล์

b)

สังเคราะห์ด้วยแสง

c)

สังเคราะห์โปรตีน

d)

ส่งสารออกนอกเซลล์

53.

จากภาพบริเวณส่วนที่เป็นสีชมพู คือ...

a)

ไมโทคอนเดรีย

b)

นิวคลิโอลัส

c)

แวคิวโอล

d)

ไซโทพลาซึม

54.

โครงสร้างขนาดใหญ่สีขาวที่ปรากฎในภาพ ทำหน้าที่ใด

a)

ควบคุมการสร้างสารพันธุกรรม

b)

เก็บน้ำและสารอื่นๆภายในเซลล์

c)

เก็บพลังงานเพื่อใช้ภายในเซลล์

d)

สลาย/ทำลายเซลล์ที่ตายแล้ว

55.

จากภาพออร์แกเนลล์นี้ทำหน้าที่ใด

a)

บรรจุโปรตีนเพื่อส่งออกภายนอกเซลล์

b)

ปล่อยเอนไซม์เพื่อย่อยสิ่งแปลกปลอม

c)

สังเคราะห์เอนไซม์ให้เซลล์

d)

สังเคราะห์โปรตีน

56.

โครงสร้างลักษณะค่อนข้างกลม(สีชมพู)ในภาพ คือ

a)

ribosome

b)

mitochondria

c)

chloroplast

d)

nucleus

57.

โครงสร้างดังกล่าวมีหน้าที่เปรียบได้กับข้อใดต่อไปนี้

a)

ยามรักษาการ

b)

รถขนขยะ

c)

โรงไฟฟ้า

d)

ผู้อำนวยการ

58.

โครงสร้าง F คือ

a)

cell membrane

b)

cell wall

c)

cytoplasm

d)

cytoskeleton

59.

โครงสร้างพื้นฐานของเซลล์ประกอบด้วย

หมายเลขใดต่อไปนี้

1.นิวเคลียส 2.ไซโทพลาซึม

3.ผนังเซลล์ 4.ไมโทคอนเดรีย

5.เยื่อหุ้มเซลล์ 6.ไรโบโซม

a)

1, 2 และ 3

b)

1, 2 และ 5

c)

2, 3 และ 4

d)

2, 3 และ 6

60.

ข้อใดกล่าวได้ถูกต้องเกี่ยวกับเซลล์สัตว์

a)

มีผนังเซลล์และเยื่อหุ้มเซลล์

b)

มีผนังเซลล์และคลอโรพลาสต์

c)

มีนิวเคลียสแต่ไม่มีคลอโรพลาสต์

d)

มีเยื่อหุ้มเซลล์แต่ไม่มีไซโทพลาสซึม

61.

ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับเอนโดพลาสมิกเรติคูลัม

a)

ชนิดผิวขรุขระจะสังเคราะห์โปรตีนชนิดผิวเรียบจะสังเคราะห์ไขมัน

b)

ชนิดผิวเรียบสร้างโปรตีนชนิดขรุขระสร้างสเตอรอยด์

c)

ชนิดผิวขรุขระเท่านั้นที่ทำหน้าที่ลำเลียงสาร

d)

ทั้ง 2 ชนิดทำหน้าที่เหมือนกันแต่ชนิดผิวเรียบทำได้ดีกว่าและเร็วกว่า

62.

1. ข้อใดเรียงลำดับขั้นตอนการใช้กล้องจุลทรรศน์ได้อย่างถูกวิธี

1. นำสไลด์ที่ต้องการจะศึกษาวางบนแท่นวางวัตถุ

2. มองผ่านเลนส์ใกล้ตาพร้อมกับหมุนปุ่มปรับภาพหยาบช้าๆ

3. เมื่อต้องการเก็บกล้องจุลทรรศน์ หมุนเลนส์ใกล้วัตถุที่มีกำลังขยายต่ำสุดให้อยู่ตรงกลางแท่นวางวัตถุ เลื่อนแท่นวางวัตถุให้อยู่ที่ตำแหน่งต่ำสุด เก็บสไลด์ตัวอย่าง

4. ถ้าต้องการขยายภาพให้มีขนาดใหญ่ขึ้นให้หมุนจานหมุนเพื่อเลื่อนเลนส์ใกล้วัตถุที่มีกำลังขยายสูงขึ้นมาแทนที่

5. ตรวจสอบให้เลนส์ใกล้วัตถุกำลังขยายต่ำสุดอยู่ตรงกับลำกล้อง และแท่นวางวัตถุอยู่ตำแหน่งต่ำสุด ปรับความเข้มของแสง

a)

ก. 1 2 3 4 5

b)

ข. 1 2 4 3 5

c)

ค. 5 1 3 2 4

d)

ง. 5 1 2 4 3

63.

2. เมื่อสังเกตวัตถุด้วยกล้องจุลทรรศน์ใช้แสงโดยใช้เลนส์ใกล้ตากำลังขยาย 10 เท่า (10X) พร้อมกับใช้ เลนส์ใกล้วัตถุกำลังขยาย 4 เท่า (4X) ภาพที่เห็นจะมีขนาดเป็นกี่เท่าของวัตถุจริง

a)

ภาพที่เห็นมีขนาดใหญ่เป็น 4 เท่าของวัตถุ

b)

ภาพที่เห็นมีขนาดใหญ่เป็น 40 เท่าของวัตถุ

c)

ภาพที่เห็นมีขนาดใหญ่เป็น 400 เท่าของวัตถุ

d)

ภาพที่เห็นมีขนาดใหญ่เป็น 4000 เท่าของวัตถุ

64.

7. การจัดระบบของสิ่งมีชีวิตในข้อใด เรียงลำดับจากเล็กไปใหญ่ได้ถูกต้อง

a)

เซลล์ เนื้อเยื่อ อวัยวะ ระบบอวัยวะ สิ่งมีชีวิต

b)

ระบบอวัยวะ อวัยวะ สิ่งมีชีวิต เนื้อเยื่อ เซลล์

c)

เซลล์ สิ่งมีชีวิต อวัยวะ เนื้อเยื่อ ระบบอวัยวะ

d)

อวัยวะ เซลล์ เนื้อเยื่อ สิ่งมีชีวิต ระบบอวัยวะ

65.

ส่วนประกอบใดของกล้องจุลทรรศน์ที่ทำหน้าที่ปรับปริมาณแสงให้พอเหมาะ

a)

แหล่งกำเนิดแสง

b)

ไดอะแฟรม

c)

ปุ่มปรับภาพหยาบ

d)

แขนกล้อง

66.

พลังงานที่ไมโทรคอนเดรียสร้างขึ้นอยู่ในรุปของสารใด

a)

DNA

b)

DHA

c)

RNA

d)

ATP

67.

เซลล์ชนิดใดทำหน้าที่ลำเลียงออกซิเจน

a)

เซลล์เม็ดเลือดขาว

b)

เซลล์เม็ดเลือดแดง

c)

พลาสมา

d)

เกร็ดเลือด

68.

ข้อใดต่อไปนี้เป็นสารพันธุกรรม

a)

โปรตีน

b)

แวคิวโอล

c)

RNA

d)

DNA

69.

ข้อใดต่อไปนี้กล่าวถูกต้อง

a)

แวคิวโอลในเซลล์พืชและเซลล์สัตว์มีขนาดเท่ากัน

b)

แวคิวโอลของเซลล์สัตว์มีขนาดเล็กกว่าเซลล์พืช

c)

แวคิวโอลของเซลล์สัตว์มีขนาดใหญ่กว่าเซลล์พืช

d)

ไม่มีข้อใดกล่าวถูกต้อง

70.

โครงสร้างใดทำให้ร่างแหเอนโดพลาซึมทั้งสองชนิดมีความแตกต่างกัน

a)

โครมาทิน

b)

ไรโบโซม

c)

นิวคลีโอลัส

d)

คลอโรพลาสต์

71.

การทำงานของออร์แกเนลล์ใดของเซลล์เปรียบได้กับโรงงานทำลายขยะ

a)

ไลโซโซม

b)

ไรโบโซม

c)

ไมโทรคอนเดรีย

d)

คลอโรพลาสต์

72.

เซลล์ชนิดใดเป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า เซลล์สามารถอยู่ได้โดยปราศจากนิวเคลียส

a)

เซลล์อสุจิ

b)

เซลล์เม็ดเลือดขาว

c)

เซลล์ประสาท

d)

เซลล์เม็ดเลือดแดง

73.

ส่วนประกอบของเซลล์ชนิดใดไม่ได้อยู่ในไซโทพลาสซึม

a)

กอลจิบอดี

b)

ผนังเซลล์

c)

ไรโบโซม

d)

ไมโทรคอนเดรีย

74.

เซลล์ที่ใช้พลังงานสูงจะมีสิ่งใดมาก

a)

ไมโทคอนเดรีย

b)

ไลโซโซม

c)

ไรโบโซม

d)

นิวเคลียส

75.

เรียงจากเล็กไปใหญ่

a)

Ribosome, Nucleus, Cell, Organ, Tissue, Organ system, Body

b)

Nucleus, Ribosome, Cell, Tissue, Organ, Organ system, Body

c)

Ribosome, Nucleus, Cell, Tissue, Body, Organ, Organ system

d)

Ribosome, Nucleus, Cell, Tissue, Organ system, Organism

76.

กล้องจุลทรรศน์นี้มีกำลังขยายอยู่เท่าไร ถ้าเลนส์รวมแสง = 4X เลนส์ใกล้ตา = 15X เลนส์ใกล้วัตถุ = 40X(ใส่เฉพาะตัวเลข)

(a)  

77.

นิวคลีโอลัสสังเคราะห์สิ่งใด

a)

DNA(Deoxyribonucleic Acid)

b)

DNA(Deoxyriboleic Base)

c)

RNA(Ribonucleic Base)

d)

RNA(Ribonucleic Acid)

78.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับเซลล์

a)

มีขนาดเล็กไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาแปล่า ต้องมองด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน

b)

เป็นหน่วยที่เล็กที่สุดของสิ่งมีชีวิต ประกอบด้วย Organism ขนาดเล็ก

c)

เป็นหน่วยที่เล็กที่สุดของสิ่งมีชีวิต ประกอบด้วย Organelles ขนาดเล็ก

d)

เป็นหน่วยที่เล็กที่สุดของสิ่งมีชีวิตประกอบด้วยนิวเคลียสของอะตอม

79.

ออร์แกเนลล์ใดไม่มีเยื่อหุ้ม

a)

ไรโบโซม

b)

ไมโทคอนเดรีย

c)

กอลจิ บอดี

d)

ร่างแหเอนโดพลาสซึม

80.
กระบวนการที่อนุญาตให้น้ำผ่านเยื่อหุ้มเซลล์จากความเข้มข้นสูงไปต่ำเท่านั้น
a)
ไมโอซิส
b)
การหายใจ
c)
การแพร่กระจาย
d)
ออสโมซิส
81.
การเคลื่อนที่ของโมเลกุลจากบริเวณที่มีความเข้มข้นสูงไปยังบริเวณที่มีความเข้มข้นต่ำ
a)
ออสโมซิส
b)
การหายใจ
c)
การแพร่กระจาย
d)
การขนส่งที่ใช้งานอยู่
82.

จากภาพการลำเลียงสารต่อไปนี้ เป็นการลำเลียงสารแบบใด และพบในเซลล์ชนิดใด

a)

Exocytosis, ตับอ่อน

b)

Exocytosis,ปลายเซลล์ประสาท

c)

Endocytosis,เซลล์เม็ดเลือดขาว

d)

Exocytosis,พบได้ทั้งตับอ่อนและปลายเซลล์ประสาท

83.

ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่การแพร่ของสาร

a)

การพ่นยาฆ่าแมลง

b)

การแช่ผักในถังน้ำของแม่ค้า

c)

การระเหิดของลูกเหม็นดับกลิ่น

d)

การฉีดน้ำหอมปรับอากาศ

84.

จากแผนการลำเลียงสารดังกล่าวเป็นแบบใด และพบในกระบวนการใด

a)

Exocytosis ,การหลั่งเอนไซม์จากเยื่อบุผนังกระเพาะอาหาร

b)

Receptor mediated, การนำคลอเรสเตอรอลเข้าสู่เซลล์ตับ

c)

Endocytosis,การดูดซึมไขมันที่วิลลัสในลำไส้เล็ก

d)

ExocytosisและReceptor mediated ,การหลั่งเอนไซม์จากเยื่อบุผนังกระเพาะอาหาร

85.

ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับการแพร่แบบฟาซิลิเทต

a)

อาศัยพลังงานในรูป ATP

b)

ลำเลียงสารโดยไม่ผ่านเยื้อหุ้มเซลล์

c)

อาศัยโปรตีนที่แทรกอยู่ในเยื่อหุ้มเซลล์

d)

สารถูกลำเลียงจากบริเวณความเข้มข้นต่ำไปสูง

86.

ข้อใดไม่ถูกต้อง

a)

Isotonic คือ สารละลายที่มีความเข้นข้นเท่ากับภายในเซลล์

เกิดภาวะสมดุลของการออสโมซิส

b)

Hypertonic คือสารละลายที่มีความเข้มข้นมากกว่าภายในเซลล์ทำให้สารแพร่เข้าสู่เซลล์ จนเกิดภาวะเซลล์แตก

c)

Hypotonic คือสารละลายที่มีความเข้มข้นน้อยกว่าภายในเซลล์ทำให้น้ำเกิดการออสโมซิสออกนอกเซลล์ จนเกิดภาวะเซลล์เหี่ยว

d)

ถูกทุกข้อ

87.

ภาวะการเกิดเซลล์ออกโมซิสภาวะใดไม่เกิดกับเซลล์พืช

a)

ภาวะสมดุล

b)

ภาวะเซลล์เหี่ยว

c)

ภาวะเซลล์แตก

d)

ภาวะเซลล์เต่ง

88.

ภาวะสมดุลของการแพร่ ( diffusion equilibrium ) หมายถึง

a)

ภาวะที่ไม่เกิดการแพร่อีกแล้ว

b)

ภาวะที่การแพร่มีทิศทางเดียวเท่านั้น

c)

ภาวะที่สารทุกชนิดมีโมเลกุลเท่านั้น

d)

ภาวะที่มีการเคลื่อนที่ของสารเข้าหรือออกจำนวนเท่าๆกัน

89.

การลำเลียงสารออกจากเซลล์โดยการสร้างเวสิเคิล(vesicle)มีความสัมพันธ์กับข้อใด

a)

เอนโดไซโทซิส(endocytosis)

b)

ฟาโกไซโทซิส(phagocytosis)

c)

เอกโซไซโทซิส(exocytosis)

d)

พิโนไซโทซิส(pinocytosis)

90.

4. สิ่งใดไม่มีคุณสมบัติเป็นเยื่อเลือกผ่าน

a)

กระดาษ

b)

ถุงเซลโลเฟน

c)

เยื่อหุ้มเซลล์

d)

เยื่อหุ้มไข่

91.

5. ปัจจัยใดที่มีผลต่อการออสโมซิส

a)

การละลายได้ดีของสาร

b)

ความชื้น

c)

ขนาดอนุภาคของสาร

d)

ความเข้มข้นของสาร

92.

ข้อใดคือลักษณะของการแพร่

a)

การเคลื่อนที่ของอนุภาคจากบริเวณที่มีความเข้มข้นสูง ไปยังบริเวณที่มีความเข้มข้นต่ำ

b)

การเคลื่อนที่ของอนุภาคจากบริเวณที่มีความเข้มข้นต่ำ ไปยังบริเวณที่มีความเข้มข้นสูง

c)

การเคลื่อนที่ของน้ำจากบริเวณที่มีความเข้มข้นสูง ไปยังบริเวณที่มีความเข้มข้นต่ำ

d)

การเคลื่อนที่ของน้ำจากบริเวณที่มีความเข้มข้นต่ำ ไปยังบริเวณที่มีความเข้มข้นสูง

93.

การแพร่จะหยุดลงเมื่อไหร่

a)

เมื่อความเข้มข้นของสารที่เข้มข้นต่ำกว่าตกกระกอน

b)

เมื่อความเข้มข้นของสารที่เข้มข้นสูงกว่าระเหย

c)

เมื่อความเข้มข้นของสารที่เข้มขึ้นต่ำกว่าระเหย

d)

เมื่อความเข้มข้นของสารทั้งสองเท่ากัน

94.

อนุภาคของสารต้องมีลักษณะอย่างไร เกิดการแพร่จึงจะเกิดได้เร็ว

a)

ใหญ่

b)

กลาง

c)

เล็ก

d)

ไม่มีข้อถูก

95.

สารจะแพร่ได้ดีที่สุดในตัวกลางชนิดใด

a)

แก๊ส

b)

ของเหลว

c)

ของแข็ง

d)

แก๊ส และของเหลว

96.

การแลกเปลี่ยนแก๊สในถุงลมปอด (หรือการหายใจเข้าออก) คือ ลักษณะการลำเลียงสารในข้อใด

a)

การออสโมซิส

b)

การแพร่

c)

เอนโดไซโทซิส

d)

เอกโซไซโทซิส

97.

ข้อใดไม่ใช่ผลจากการแพร่

a)

ได้กลิ่นธูปจากวัด

b)

ได้กลิ่นหอมของดอกไม้ในสวน

c)

การแช่ผักที่เหี่ยว

d)

การแลกเปลี่ยนแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์

98.

ข้อใดคือความหมายของการออสโมซิส

a)

การแพร่ของน้ำจากสารละลายเจือจางสู่สารละลายเข้มข้น ผ่านเยื่อเลือกผ่าน

b)

การแพร่ของน้ำจากสารละลายเข้มข้นสู่สารละลายเจือจาง ผ่านเยื่อเลือกผ่าน

c)

การแพร่ของน้ำจากสารละลายเข้มข้นสู่สารละลายเจือจางกว่า

d)

การแพร่ของน้ำจากสารละลายเจือจางสู่สารละลายเข้มข้นกว่า

99.

ในการนำสารเข้าออกเซลล์ของสิ่งมีชีวิตด้วยการออสโมซิส สิ่งใดทำหน้าที่เป็นเยื่อเลือกผ่าน

a)

ผนังเซลล์

b)

เยื่อหุ้มเซลล์

c)

คลอโรพลาสต์

d)

แวคิวโอล

100.

เมื่อนำเซลล์ไปแช่สารละลายไอโซโทนิก เซลล์จะมีลักษณะอย่างไร

a)

เซลล์เหี่ยว

b)

เซลล์เต่ง

c)

เซลล์ละลาย

d)

เซลล์ไม่มีการเปลี่ยนแปลง

101.

ถ้าสารละลายภายนอกเซลล์มีความเข้มข้นมากกว่าสารละลายภายในเซลล์ เซลล์จะมีลักษณะเป็นอย่างไร

a)

เซลล์หดหรือเหี่ยว

b)

เซลล์เต่งหรือแตก

c)

เซลล์ไม่มีการเปลี่ยนแปลง

d)

เซลล์ละลายหายไป

102.

ข้อใดคือความหมายของการแพร่แบบออสโมซิส

a)

การแพร่ของน้ำจากบริเวณที่มีน้ำมากสู่บริเวณที่มีน้ำน้อยผ่านเยื่อเลือกผ่าน

b)

การแพร่ของโมเลกุลของสารละลายเข้มข้นสู่สารละลายเจือจาง ผ่านเยื่อเลือกผ่าน

c)

การแพร่ของโมเลกุลจากสารละลายเข้มข้นสู่สารละลายเจือจางกว่า

d)

การแพร่ของน้ำจากบริเวณที่มีน้ำน้อยสู่บริเวณที่มีน้ำมากผ่านเยื่อเลือกผ่าน

103.

เพราะเหตุใดเซลล์พืชจึงไม่แตก เมื่อมีน้ำออสโมซิสเข้าไปในเซลล์จำนวนมาก

a)

เซลล์พืชมีแวคิวโอลรับน้ำอยู่มาก

b)

เซลล์พืชมีความยืดหยุ่นสูง

c)

เซลล์พืชมีผนังเซลล์ห่อหุ้มอยู่โดยรอบ

d)

เซลล์พืชมีเยื่อหุ้มเซลล์ที่เหนียว

104.

เมื่อนำเซลล์สัตว์ไปแช่ในสารละลาย Hypotonic solution เป็นเวลานาน ๆ สภาพของเซลล์สัตว์จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร

a)

เซลล์แตก

b)

เซลล์เหี่ยว

c)

เซลล์หดตัว

d)

เซลล์ไม่มีการเปลี่ยนแปลง

105.

ถ้าต้องการให้เซลล์ว่านกาบหอยที่เหี่ยวกลับมาอยู่ในสภาพปกติตลอดไป ควรปฏิบัติอย่างไร

a)

นำไปแช่สารละลาย 10% NaCl

b)

นำไปแช่ในน้ำประปา

c)

นำไปแช่ในน้ำเชื่อม

d)

นำไปแช่สารละลาย 0.85% NaCl

106.

เมื่อหยดสารละลาย 10 % NaCl ลงบนเซลล์ว่านกาบหอย ผนังเซลล์จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร

a)

เซลล์แตก

b)

เซลล์เหี่ยว

c)

เซลล์เต่ง

d)

เซลล์ไม่เปลี่ยนแปลง

107.

สารละลาย เข้มข้น 0.85 % NaCl จัดเป็นสารละลายประเภทใด

a)

สารละลาย Non polar

b)

สารละลาย Hypotonic solution

c)

สารละลาย Hypertonic solution

d)

สารละลาย Isotonic solution

108.

เมื่อใส่ชิ้นส่วนของมันฝรั่งลงไปในสารละลาย 10% NaCl จะเกิดปรากฏการณ์ใด

a)

plasmoptysis

b)

diffusion

c)

turgor pressure

d)

plasmolysis

109.

ถ้าน้ำออสโมซิสออกจากเซลล์มันฝรั่ง จะส่งผลให้น้ำหนักเป็นอย่างไร

a)

น้ำหนักมากขึ้น

b)

น้ำหนักเท่าเดิม

c)

น้ำหนักลดลง

d)

น้ำหนักขึ้น ๆ ลง ๆ

110.

ถ้าต้องการให้เซลล์เม็ดเลือดแดงแตก นักเรียนจะต้องหยดเลือดลงในภาชนะบรรจุสารละลายข้อใด

a)

น้ำประปา

b)

10% NaCl

c)

0.85% NaCl

d)

น้ำเกลือล้างแผล

111.

เมื่อเซลล์พืชอยู่ในสารละลายHypertonic solution เซลล์จะมีลักษณะ

a)

เซลล์ปกติ

b)

เซลล์เหี่ยว

c)

เซลล์เต่ง

d)

เซลล์แตก

112.

เมื่อเซลล์สัตว์อยู่ในสารละลายแบบ Hypotonic solution เซลล์จะมีลักษณะ

a)

เซลล์เหี่ยว

b)

เซลล์ปกติ

c)

เซลล์แตก

d)

เซลล์เต่ง

113.

ข้อใดแตกต่างจากข้ออื่น

a)

simple diffusion

b)

osmosis

c)

facilitate diffusion

d)

active transport

e)

endocytosis

114.

การลำเลียงสารจากที่มีความเข้มข้นต่ำไปสูง โดยใช้ ATP จัดเป็นการลำเลียงสารแบบใด

a)

Simple diffusion

b)

Phagocytosis

c)

Active transport

d)

Facilitate diffusion

e)

Receptor mediated endocytosis

115.

ข้อใดเป็นความเหมือนของการลำเลียงสารแบบ Active transport และ Facilitate diffusion

a)

มี carrier protein

b)

มี channel protein

c)

ความเข้มข้นจาก [low] ----> [high]

d)

มีการขนส่ง Ca2+ ในการหดตัวของกล้ามเนื้อเหมือนกัน

e)

มีการขนส่ง HCO3- เหมือนกัน

116.

การลำเลียงสารที่เกิดการเว้าเข้าไปในเซลล์ของ membrane เช่น การดูดซึมสารของเซลล์ที่ท่อของหน่วยไต จัดเป็นการลำเลียงสารแบบใด

a)

Phagocytosis

b)

Pinocytosis

c)

Exocytosis

d)

osmosis

e)

Facilitate diffusion

117.

การแลกเปลี่ยน gasของ Red blood cells จัดเป็นการลำเลียงแบบใด

a)

Facilitate diffusion

b)

Simple diffusion

c)

Endocytosis

d)

Exocytosis

e)

Pinocytosis

118.

การยื่นส่วนของ membrane ออกไปโอบล้อมสารคล้ายกับการกินของแข็งเข้าไปจัดเป็นการลำเลียงสารแบบใด

a)

Receptor mediated endocytosis

b)

Pinocytosis

c)

Phagocytosis

d)

Exocytosis

e)

Active transport

119.

การขนส่งแร่ธาตุจากดินเข้าสู่รากของต้นไม้ เป็นการลำเลียงสารแบบใด

a)

Simple diffusion

b)

Active transport

c)

Facilitate diffusion

d)

Phagocytosis

e)

Exocytosis

120.

ข้อใดเป็นการลำเลียงสารแบบ Active transport

a)

การแลกเปลี่ยน gas ของ Red blood cells

b)

การกินของ amoeba

c)

Na+-K+ pump ในเซลล์ประสาท

d)

การดูดซึมสารของเซลล์ที่ท่อของหน่วยไต

e)

การล้าเลียง LDL เข้าสู่เซลล์

121.

ภาพ A เป็นการลำเลียงสารแบบใด

a)

Simple diffusion

b)

Facilitate diffusion

c)

osmosis

d)

Active transport

e)

Exocytosis

122.

ภาพ B เป็นการลำเลียงสารแบบใด

a)

Simple diffusion

b)

Active transport

c)

Facilitate diffusion

d)

Exocytosis

e)

Endocytosis

123.

ภาพ C เป็นการลำเลียงสารแบบใด

a)

Simple diffusion

b)

Facilitate diffusion

c)

Active transport

d)

Endocytosis

e)

Exocytosis

124.

จากภาพ A เป็นความเข้มข้นของสารที่อยู่ในสภาวะใด

a)

น้ำภายนอกเท่ากับน้ำภายในเซลล์

b)

น้ำภายนอกน้อยกว่าน้ำภายในเซลล์

c)

ความเข้มข้นภายนอกเท่ากับความเข้มข้นภายในเซลล์

d)

ความเข้มข้นภายนอกมากกว่าความเข้มข้นภายในเซลล์

e)

ความเข้มข้นภายนอกน้อยกว่าความเข้มข้นภายในเซลล์

125.

จากภาพ B เป็นความเข้มข้นของสารในสภาวะใด

a)

ความเข้มข้นภายนอกและภายในเซลล์เท่ากัน (isotonic solution)

b)

ความเข้มข้นภายนอกและภายในเซลล์เท่ากัน (hypotonic solution)

c)

ความเข้มข้นภายนอกเซลล์มากกว่าความเข้มข้นภายในเซลล์ (hypotonic solution)

d)

ความเข้มข้นภายนอกเซลล์มากกว่าความเข้มข้นภายในเซลล์ (hypertonic solution)

e)

ความเข้มข้นภายนอกเซลล์น้อยกว่าความเข้มข้นภายในเซลล์ (hypertonic solution)

126.

ภาพ C มีสภาวะของความเข้มข้นตรงกับข้อใด

a)

ความเข้มข้นภายนอกเซลล์มากกว่าความเข้มข้นภายในเซลล์ (hypertonic solution)

b)

ความเข้มข้นภายนอกเซลล์เท่ากับความเข้มข้นภายในเซลล์ (isotonic solution)

c)

ความเข้มข้นภายนอกเซลล์มากกว่าความเข้มข้นภายในเซลล์ (hypotonic solution)

d)

ความเข้มข้นภายนอกเซลล์น้อยกว่าความเข้มข้นภายในเซลล์ (hypotonic solution)

e)

ความเข้มข้นภายนอกเซลล์น้อยกว่าความเข้มข้นภายในเซลล์ (hypertonic solution)

127.

เมื่อน้ำเข้าสู่เซลล์พืชมากจะเกิดผลกับพืชอย่างไร และมีความเข้มข้นของสารอยู่ในสภาวะใด

a)

เซลล์แตก hypotonic solution

b)

เซลล์แตก hypertonic solution

c)

เซลล์เต่ง isotonic solution

d)

เซลล์เต่ง hypertonic solution

e)

เซลล์เต่ง hypotonic solution

128.

จากภาพเป็นการลำเลียงสารเข้า - ออกเซลล์รูปแบบใด

a)

Osmosis

b)

Simple Diffusion

c)

Pinocytosis

d)

Receptor

129.

จากภาพเป็นการลำเลียงสารเข้า - ออกเซลล์รูปแบบใด

a)

Pinocytosis

b)

Phagocytosis

c)

Receptor

d)

Exocytosis

130.

จากภาพเป็นการลำเลียงสารเข้า - ออกเซลล์รูปแบบใด

a)

Exocytosis

b)

Phagocytosis

c)

Pinocytosis

d)

Receptor

131.

จากภาพเป็นการลำเลียงสารเข้า - ออกเซลล์รูปแบบใด

a)

Phagocytosis

b)

Pinocytosis

c)

Exocytosis

d)

Active Transport

132.

จากภาพเป็นการลำเลียงสารเข้า - ออกเซลล์รูปแบบใด

a)

Active Transport

b)

Facilitated Diffusion

c)

Passive Transport

d)

Osmosis

133.

จากภาพเป็นการลำเลียงสารเข้า - ออกเซลล์รูปแบบใด

a)

Endocytosis

b)

Active Transport

c)

Simple Diffusion

d)

Osmosis

134.

จากภาพเป็นการลำเลียงสารเข้า - ออกเซลล์รูปแบบใด

a)

Simple Diffusion

b)

Osmosis

c)

Active Transport

d)

Facilitated Diffusion

135.

ข้อใดไม่ใช่ Active Transport

a)

Endocytosis

b)

Osmosis

c)

Protein Pumps

d)

Exocytosis

136.

ข้อใดจัดเป็นการขนส่งสารจากที่ที่ มีความเข้มข้น น้อยไปหามาก

a)

Diffusion

b)

Facilitated Diffusion

c)

Protein Pumps

d)

Osmosis

137.

Phagocytosis คือ

a)

cell motility

b)

cell drinking

c)

cell migration

d)

cell eating

138.

อวัยวะใดของมนุษย์ที่ช่วยควบคุมแรงดันออสโมติกของร่างกาย

a)

หัวใจ

b)

ตับ

c)

ไต

d)

ปอด

139.

สารโครงร่างของเซลล์ใดมีขนาดเล็กที่สุด

a)

Microfilaments

b)

Intermediate filaments

c)

Microtubules

d)

Tubulin fiber

140.

สารโครงร่างของเซลล์ใดทำหน้าที่หลักในการเคลื่อนที่ของออแกเนลล์

a)

Microtubules

b)

Intermediate Filaments

c)

Microfilaments

d)

Actin filament

141.

สารโครงร่างของเซลล์ใดทำหน้าที่หลักในการยึดเกาะออแกเนลล์ให้อยู่กับที่

a)

Microtubules

b)

Intermediate Filaments

c)

Microfilaments

d)

Myosin filaments

142.

Amoeboid movement เกิดจากการทำงานของเส้นใยใด

a)

Microtubules

b)

Intermediate filaments

c)

Microfilaments

d)

Keratin fiber

143.

ข้อใดไม่ใช่ Active Transport

a)

Endocytosis

b)

Osmosis

c)

Protein Pumps

d)

Exocytosis

144.

ข้อใดจัดเป็นการขนส่งสารจากที่ที่ มีความเข้มข้น น้อยไปหามาก

a)

Diffusion

b)

Facilitated Diffusion

c)

Protein Pumps

d)

Osmosis

145.

Phagocytosis คือ

a)

cell motility

b)

cell drinking

c)

cell migration

d)

cell eating

146.

จากภาพ เป็นการลำเลียงสารผ่านเข้าออกเซลล์รูปแบบใด

a)

ออสโมซิส

b)

การแพร่แบบธรรมดา

c)

แอคทีฟทรานสปอร์ต

d)

ฟาโกไซโทซิส

147.

ส่วนประกอบใดของเซลล์ ที่มีคุณสมบัติเป็นเยื่อเลือกผ่าน เพื่อเลือกสารที่จะผ่านเข้าและออกจากเซลล์

a)

เยื่อหุ้มเซลล์

b)

ไมโทคอนเดรีย

c)

กอลจิคอมเพล้กซ์

d)

แวคิวโอล

148.

จากภาพ สารชนิดใดเป็นองค์ประกอบส่วนใหญ่

a)

ฟอสโฟลิพิด

b)

โปรตีน

c)

ไกลโคโปรตีน

d)

คลอเรสเตอรอล

149.

จากภาพ ข้อใดเป็นการแพร่แบบฟาซิลิเทต

a)

A และ B

b)

B และ C

c)

B และ D

d)

C และ D

150.

ข้อใดผิด

a)

เป็นชั้นฟอสโฟลิพิด 2 ชั้น ด้านกลมๆคือด้านที่ชอบน้ำ

b)

เป็นโครงสร้างส่วนห่อหุ้มของเซลล์

c)

ลักษณะส่วนห่อหุ้มของออร์แกแนลล์ในเซลล์

d)

พบได้เฉพาะเซลล์พืช

151.

ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับการแพร่แบบฟาซิลิเทต

a)

อาศัยพลังงานในรูป ATP

b)

ลำเลียงสารโดยไม่ผ่านเยื้อหุ้มเซลล์

c)

อาศัยโปรตีนที่แทรกอยู่ในเยื่อหุ้มเซลล์

d)

สารถูกลำเลียงจากบริเวณความเข้มข้นต่ำไปสูง

152.

ภาวะสมดุลของการแพร่ ( diffusion equilibrium ) หมายถึง

a)

ภาวะที่ไม่เกิดการแพร่อีกแล้ว

b)

ภาวะที่การแพร่มีทิศทางเดียวเท่านั้น

c)

ภาวะที่สารทุกชนิดมีโมเลกุลเท่านั้น

d)

ภาวะที่มีการเคลื่อนที่ของสารเข้าหรือออกจำนวนเท่าๆกัน

153.

การลำเลียงสารออกจากเซลล์โดยการสร้างเวสิเคิลเรียกว่าอะไร

a)

เอกโซไซโทซิส

b)

เอนโดไซโทซิส

154.

พืชใช้วิธีการใดในการลำเลียงน้ำเข้าสู่เซลล์ราก

a)

การแพร่แบบธรรมดา

b)

ออสโมซิส

c)

การแพร่แบบฟาซิลิเทต

d)

การลำเลียงแบบใช้พลังงาน Active Transport

155.

การหลั่งไฮโดรเจนไอออนจากเซลล์บุผิวของกระเพาะอาหารเข้าสู่กระเพาะอาหาร

a)

การแพร่แบบธรรมดา

b)

ออสโมซิส

c)

การแพร่แบบฟาซิลิเทต

d)

แอกทีฟทรานสปอร์ต (Active transport)

156.

การแลกเปลี่ยนแก๊ส O2 และ CO2 เป็นการลำเลียงสารแบบใด

a)

การแพร่แบบธรรมดา

b)

ออสโมซิส

c)

การแพร่แบบฟาซิลิเทต

d)

แอกทีฟทรานสปอร์ต (Active transport)

157.

ข้อใดคือการลำเลียงสารแบบแอกทีฟทรานสปอร์ต (Active transport)

a)
b)
c)
d)
158.

จากภาพ เป็นการลำเลียงสารแบบใด

a)

การแพร่แบบธรรมดา (simple diffusion)

b)

ออสโมซิส (Osmosis)

c)

การแพร่แบบฟาซิลิเทต (Facilitated diffusion)

d)

แอกทีฟทรานสปอร์ต (Active transport)