wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

Cell Transport M.4

Total questions: 40

Worksheet time: 20mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดแตกต่างจากข้ออื่น

a)

simple diffusion

b)

osmosis

c)

facilitate diffusion

d)

active transport

e)

endocytosis

2.

การลำเลียงสารจากที่มีความเข้มข้นต่ำไปสูง โดยใช้ ATP จัดเป็นการลำเลียงสารแบบใด

a)

Simple diffusion

b)

Phagocytosis

c)

Active transport

d)

Facilitate diffusion

e)

Receptor mediated endocytosis

3.

ข้อใดเป็นความเหมือนของการลำเลียงสารแบบ Active transport และ Facilitate diffusion

a)

มี carrier protein

b)

มี channel protein

c)

ความเข้มข้นจาก [low] ----> [high]

d)

มีการขนส่ง Ca2+ ในการหดตัวของกล้ามเนื้อเหมือนกัน

e)

มีการขนส่ง HCO3- เหมือนกัน

4.

การลำเลียงสารที่เกิดการเว้าเข้าไปในเซลล์ของ membrane เช่น การดูดซึมสารของเซลล์ที่ท่อของหน่วยไต จัดเป็นการลำเลียงสารแบบใด

a)

Phagocytosis

b)

Pinocytosis

c)

Exocytosis 

d)

osmosis

e)

Facilitate diffusion

5.

การแลกเปลี่ยน gasของ Red blood cells จัดเป็นการลำเลียงแบบใด

a)

Facilitate diffusion

b)

Simple diffusion

c)

Endocytosis

d)

Exocytosis

e)

Pinocytosis

6.

การยื่นส่วนของ membrane ออกไปโอบล้อมสารคล้ายกับการกินของแข็งเข้าไปจัดเป็นการลำเลียงสารแบบใด

a)

Receptor mediated endocytosis

b)

Pinocytosis

c)

Phagocytosis

d)

Exocytosis

e)

Active transport

7.

การนำสารเข้าแบบสร้างถุง และอาศัยตัวรับ เช่น การลำเลียง LDL เข้าสู่เซลล์

a)

Active transport

b)

Exocytosis

c)

Pinocytosis

d)

Receptor mediated endocytosis

e)

Phagocytosis

8.

การขนส่งแร่ธาตุจากดินเข้าสู่รากของต้นไม้ เป็นการลำเลียงสารแบบใด

a)

Simple diffusion

b)

Active transport

c)

Facilitate diffusion

d)

Phagocytosis

e)

Exocytosis

9.

ข้อใดเป็นการลำเลียงสารแบบ Active transport

a)

การแลกเปลี่ยน gas ของ Red blood cells

b)

การกินของ amoeba

c)

Na+, -K+ pump ในเซลล์ประสาท

d)

การดูดซึมสารของเซลล์ที่ท่อของหน่วยไต

e)

การลำเลียง LDL เข้าสู่เซลล์

10.

การหลั่งน้ำตา จัดเป็นการลำเลียงสารแบบใด

a)

Phagocytosis

b)

Exocytosis

c)

Pinocytosis

d)

Receptor mediated endocytosis

e)

Endocytosis

11.

จากภาพ A จัดเป็นการลำเลียงสารแบบใด

a)

Exocytosis

b)

Phagocytosis

c)

Pinocytosis

d)

Receptor mediated endocytosis

e)

Facilitate diffusion

12.

จากภาพ B เป็นการลำเลียงสารรูปแบบใด

a)

Active transport

b)

Phagocytosis

c)

Pinocytosis

d)

Receptor mediated endocytosis

e)

Exocytosis

13.

จากภาพ C เป็นการลำเลียงสารแบบใด

a)

Facilitate diffusion

b)

Exocytosis

c)

Phagocytosis

d)

Pinocytosis

e)

Receptor mediated endocytosis

14.

ภาพ A เป็นการลำเลียงสารแบบใด

a)

Simple diffusion

b)

Facilitate diffusion

c)

osmosis

d)

Active transport

e)

Exocytosis

15.

ภาพ B เป็นการลำเลียงสารแบบใด

a)

Simple diffusion

b)

Active transport

c)

Facilitate diffusion

d)

Exocytosis

e)

Endocytosis

16.

ภาพ C เป็นการลำเลียงสารแบบใด

a)

Simple diffusion

b)

Facilitate diffusion

c)

Active transport

d)

Endocytosis

e)

Exocytosis

17.

จากภาพ A เป็นความเข้มข้นของสารที่อยู่ในสภาวะใด

a)

น้ำภายนอกเท่ากับน้ำภายในเซลล์

b)

น้ำภายนอกน้อยกว่าน้ำภายในเซลล์

c)

ความเข้มข้นภายนอกเท่ากับความเข้มข้นภายในเซลล์

d)

ความเข้มข้นภายนอกมากกว่าความเข้มข้นภายในเซลล์

e)

ความเข้มข้นภายนอกน้อยกว่าความเข้มข้นภายในเซลล์

18.

จากภาพ B เป็นความเข้มข้นของสารในสภาวะใด

a)

ความเข้มข้นภายนอกและภายในเซลล์เท่ากัน (isotonic solution)

b)

ความเข้มข้นภายนอกและภายในเซลล์เท่ากัน (hypotonic solution)

c)

ความเข้มข้นภายนอกเซลล์มากกว่าความเข้มข้นภายในเซลล์

d)

ความเข้มข้นภายนอกเซลล์มากกว่าความเข้มข้นภายในเซลล์ (hypertonic solution)

e)

ความเข้มข้นภายนอกเซลล์น้อยกว่าความเข้มข้นภายในเซลล์ (hypertonic solution)

19.

ภาพ C มีสภาวะของความเข้มข้นตรงกับข้อใด

a)

ความเข้มข้นภายนอกเซลล์มากกว่าความเข้มข้นภายในเซลล์ (hypertonic solution)

b)

ความเข้มข้นภายนอกเซลล์เท่ากับความเข้มข้นภายในเซลล์ (isotonic solution)

c)

ความเข้มข้นภายนอกเซลล์มากกว่าความเข้มข้นภายในเซลล์ (hypotonic solution)

d)

ความเข้มข้นภายนอกเซลล์น้อยกว่าความเข้มข้นภายในเซลล์ (hypotonic solution)

e)

ความเข้มข้นภายนอกเซลล์น้อยกว่าความเข้มข้นภายในเซลล์ (hypertonic solution)

20.

เมื่อน้ำเข้าสู่เซลล์พืชมากจะเกิดผลกับพืชอย่างไร และมีความเข้มข้นของสารอยู่ในสภาวะใด

a)

เซลล์แตก hypotonic solution

b)

เซลล์แตก hypertonic solution

c)

เซลล์เต่ง isotonic solution

d)

เซลล์เต่ง hypertonic solution

e)

เซลล์เต่ง hypotonic solution

21.

ปัจจัยข้อใดไม่มีผลต่อการแพร่ของอนุภาคของสารผ่านเยื่อเลือกผ่าน

a)

อุณหภูมิของสาร

b)

ขนาดของอนุภาคของสาร

c)

ชนิดของเยื่อเลือกผ่านที่กั้นอยู่ระหว่างสารทั้งสองสาร

d)

ความแตกต่างระหว่างความเข้มข้นของอนุภาคของสารสองบริเวณ

22.

การทำลายเชื้อโรคของเซลล์เม็ดเลือดขาว ใช้วิธีการที่เรียกว่าอะไร

a)

Receptor-mediated endocytosis

b)

Pinocytosis

c)

Phagocytosis

d)

Ion Pump

23.

ข้อใดเป็นการลำเลียง Active Transportation

a)

การนำสารเข้าสู่เซลล์หน่วยไต

b)

การดูดซึมอาหารเซลล์เยื่อบุลำไส้

c)

Ion Pump

d)

ถูกทุกข้อ

24.

การกินอาหารของอมีบา เรียกว่าอะไร

a)

ออสโมซิส

b)

พิโนไซโตซิส

c)

การแพร่

d)

ฟาโกไซโตซิส

25.

การแพร่ของสารผ่านเยื่อหุ้มเซลล์บริเวณของที่มีความเข้มข้นของตัวถูกละลายสูงไปสู่บริเวณความเข้มของตัวถูกละลายต่ำกว่า คือข้อใด

a)

Facilitated Diffusion

b)

Osmosis

c)

Ion Pump

d)

Simple Diffusion

26.

อัตราความเร็วของสารผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ขึ้นอยู่กับสิ่งใด

a)

สมบัติในการละลายลิพิด

b)

ขนาดและน้ำหนักโมเลกุลของสารหรืออิออน

c)

ความสามารถของสารที่มีประจุและแตกตัวเป็นอิออน

d)

ถูกทุกข้อ

27.

สารที่ผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ได้ดี ควรต้องมีคุณสมบัติอย่างไร

a)

ละลายคาร์โบไฮเดรตได้ดี

b)

ละลายไขมันได้ดี

c)

ละลายโปรตีนได้ดี

d)

ละลายในแอลกอฮอล์ได้ดี

28.

ข้อใดกล่าวถึงขบวนการส่งผ่านโมเลกุลของน้ำผ่านเยื่อหุ้มเซลล์

a)

ออสโมซิส

b)

active transport

c)

การแพร่แบบมีตัวนำ

d)

การกรอง

29.

ขบวนการใดเป็นขบวนการเคลื่อนย้ายโมเลกุลขนาดใหญ่

a)

phagocytosis

b)

pinocytosis

c)

exocytosis

d)

ถูกทั้งหมด

30.

ขบวนการส่งผ่านโมเลกุลชนิดใดมีการใช้พลังงาน ATP

a)

ออสโมซิส

b)

active transport

c)

การแพร่แบบมีตัวนำ

d)

การกรอง

31.

การแพร่แตกต่างกับการออสโมซิสอย่างไร

a)

การแพร่เป็นกระบวนการเคลื่อนที่ของน้ำ

b)

การแพร่เป็นกระบวนการเคลื่อนที่ของสาร

c)

การออสโมซิสเป็นการเคลื่อนที่น้ำและสาร

d)

การออสโมซิสเป็นการเคลื่อนที่ของสาร

32.

ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่การแพร่ของสาร

a)

การพ่นยาฆ่าแมลง

b)

การฉีดน้ำหอมปรับอากาศ

c)

การละลายของน้ำตาลในน้ำ

d)

การแช่ผักในถังน้ำของแม่ค้า

33.

การลำเลียงสารแบบใดไม่ผ่านเยื่อหุ้มเซลล์

a)

การแพร่

b)

แอกทีฟทรานสปอร์ต

c)

การลำเลียงสารขนาดใหญ่

d)

การลำเลียงแบบใช้พลังงาน

34.

ข้อความใดต่อไปนี้เป็นความจริง

a)

การแพร่เกิดขึ้นในตัวกลางที่เป็นของเหลวไม่ได้

b)

การออสโมซิสเป็นการแพร่อย่างหนึ่งของน้ำ

c)

สารต่าง ๆ จะผ่านเข้าออกเซลล์โดยวิธีการแพร่ไม่ได้

d)

การแพร่เกิดขึ้นในตัวกลางที่เป็นก๊าซเท่านั้น

35.

สารไม่สามารถแพร่ในตัวกลางชนิดใด

a)

ก๊าซออกซิเจน

b)

น้ำร้อน

c)

แก้วและเหล็ก

d)

วุ้นที่ต้มแล้วทิ้งไว้ให้เย็น

36.

ในสัตว์ชั้นต่ำพวกไส้เดือนดิน พยาธิตัวแบน ผนังลำตัวเปียกชื้นอยู่เสมอ ทำให้ออกซิเจนเข้าสู่ร่างกาย ได้โดยวิธีใด

a)

การซึมซับ

b)

การละลาย

c)

การออสโมซิส

d)

การแพร่

37.

ในการนำสารเข้าออกเซลล์ของสิ่งมีชีวิตด้วยการออสโมซิส สิ่งใดทำหน้าที่เป็นเยื่อเลือกผ่าน

a)

ผนังเซลล์

b)

เยื่อหุ้มเซลล์

c)

แวคิวโอล

d)

นิวเคลียส

38.

เพราะเหตุใด เมื่อนำเซลล์เม็ดเลือดแดง ซึ่งเป็นเซลล์สัตว์ แช่ในน้ำกลั่น จึงเกิดการออสโมซิสน้ำเข้าสู่เซลล์มากจนทำให้เซลล์แตกได้

a)

เพราะเซลล์เม็ดเลือดแดงไม่มีนิวเคลียส

b)

เพราะเซลล์เม็ดเลือดแดงไม่มีคลอโรพลาสต์

c)

เพราะเซลล์เม็ดเลือดแดง ไม่มีผนังเซลล์

d)

เพราะเซลล์เม็ดเลือดแดงไม่มีเยื่อหุ้มเซลล์

39.

ความเข้มข้นของสารละลายภายในเซลล์สูงกว่าภายนอกเซลล์ น้ำจึงออสโมซิสเข้ามาในเซลล์ ทำให้เซลล์แตกหรือเซลล์เต่ง ข้อความนี้สัมพันธ์กับข้อใด

a)

Hypotonic solution

b)

Hypertonic solution

c)

Isotonic solution

d)

Plasmolysis

40.

สถาณการณ์ใดเป็นผลมาจากการแพร่

a)

สวมเสื้อผ้าคลุมร่างกายให้อบอุ่น

b)

ได้กลิ่นหอมของดอกไม้ในสวน

c)

ใช้พัดโบกไปมา เพื่อให้เหงื่อแห้ง 

d)

น้ำค้างระเหยจากบริเวณยอดหญ้า