Font size
Worksheetsงานบำรุงรักษารถยนต์
Total questions: 160
Worksheet time: 1hrs 20mins
1. ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของการบำรุงรักษารถยนต์
ก. มีความปลอดภัยในการขับขี่
ข. รถยนต์มีอายุการใช้งานยาวนาน
ค. ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง
ง. รถยนต์มีแรงม้าสูงขึ้น
2. จากรูปกุญแจสตาร์ต เลข 4 หมายถึงอะไร
ก. ปุ่มสตาร์ตเครื่องยนต์
ข. ปุ่มปิดประตูรถยนต์
ค. ปุ่มเปิดประตูรถยนต์
ง. ปุ่มสัญญาณกันขโมย
ขณะบิดกุญแจสตาร์ตไปที่ตำแหน่ง “ON” จะพบสัญญาณอะไร
ก. ไฟสัญญาณขับเคลื่อน 4 ล้อ
ข. ไฟเตือนน้ำในกรองดักน้ำ
ค. สัญญาณแสดงไฟสูง
ง. ไฟเตือนระบบไฟชาร์จ
จากรูป เป็นการตรวจสอบเกี่ยวกับอะไร
ก. ระดับน้ำหม้อพักน้ำ
ข. ระดับน้ำมันเกียร์
ค. ระดับน้ำฉีดล้างกระจก
ง. ระดับน้ำมันเบรก
การบำรุงรักษารถยนต์ สัญลักษณ์ R หมายถึงอะไร
ก. เปลี่ยน ถ่าย หรือหล่อลื่น
ข. ตรวจสอบหรือแก้ไข
ค. ตรวจเช็คหรือปรับแต่ง
ง. กวนขันให้แน่นตามค่ากำหนด
จากรูป คือสัญญาณอะไร
ก. ไฟเตือนน้ำหล่อเย็น
ข. ไฟเตือนแรงดันน้ำมันเครื่อง
ค. ไฟเตือนหัวเผา
ง. ไฟเตือนน้ำในกรองดักน้ำ
ข้อใดเป็นการตรวจสอบภายนอกรถยนต์
ก. ตรวจแรงดันลมยาง
ข. ตรวจสอบพัดลม
ค. ตรวจสอบระดับน้ำมันพวงมาลัย
ง. ตรวจสอบกันชนหน้า
ข้อใดเป็นการตรวจสอบภายในห้องเครื่องยนต์
ก. ระดับน้ำมันเบรก ความดันลมยาง
ข. ระดับน้ำกรดแบตเตอรี่ น้ำมันเกียร์
ค. ระดับน้ำมันเครื่อง น้ำมันเบรก
ง. ระดับน้ำมันเกียร์ น้ำมันเฟืองท้าย
การบำรุงรักษารถยนต์เน้นความสำคัญเกี่ยวกับอะไร
ก. การบำรุงรักษาตามระยะทาง ระยะเวลา
ข. การบำรุงรักษาตามคู่มือ
ค. การมีความรู้ความสามารถ
ง. ความสวยงาม
การบำรุงรักษารถยนต์ควรปฏิบัติอย่างไร
ก. ตรวจบำรุงรักษาเมื่อจำเป็น
ข. บำรุงรักษาตามคู่มือการใช้รถยนต์
ค. บำรุงรักษาตามพนักงานขายผลิตภัณฑ์
ง. บำรุงรักษาที่ศูนย์บริการเท่านั้น
การใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงรักษารถยนต์ให้ปลอดภัยได้ตามข้อใด
ก. ศึกษาสลากข้างภาชนะก่อนใช้เสมอ
ข. ใช้ผลิตภัณฑ์ในขณะรถยนต์ร้อน
ค. สัมผัสสารเคมีโดยตรง
ง. เลือกขนาดพอเหมาะ
การขจัดคราบโคลนบริเวณตัวถังรถ ควรใช้ผลิตภัณฑ์ใด
ก. น้ำยาเช็ดกระจก
ข. น้ำยาขัดหยาบ
ค. แชมพู
ง. น้ำมันเบรก
ผลิตภัณฑ์ใดใช้น้ำมันแร่พื้นฐานเป็นส่วนประกอบหลัก
ก. น้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์
ข. น้ำมันเบรก น้ำยาเคลือบกระจก
ค. น้ำมันเบรก น้ำมันเครื่อง
ง. น้ำมันเบรก น้ำยาเช็ดกระจก
จากรูปลูกหมาก สามารถหล่อลื่นด้วยสารใด
ก. น้ำยาเคลือบสี
ข. จาระบี
ค. น้ำมันเครื่อง
ง. น้ำมันเกียร์
ผลิตภัณฑ์ใดที่ใช้กับพวงมาลัยเพาเวอร์
ก. น้ำมันเฟืองท้าย
ข. น้ำมันเครื่อง
ค. น้ำมันเกียร์
ง. น้ำมันเกียร์อัตโนมัติ
ผลิตภัณฑ์ใดที่มีสารเคมีเป็นอันตรายต่อสีรถยนต์รุนแรง
ก. น้ำมันเบรก น้ำยาเช็ดกระจก
ข. น้ำมันเครื่อง น้ำยาเคลือบกระจก
ค. แชมพูล้างรถ น้ำมันเบรก
ง. น้ำยาเคลือบเบาะ น้ำยาขัดสี
การล้างสีรถยนต์ควรใช้ผลิตภัณฑ์ใด
ก. น้ำยาเคลือบกระจก
ข. แชมพูโฟม
ค. น้ำยาขัดสีรถยนต์
ง. น้ำยาทาล้อดำ
การบำรุงรักษารถยนต์ใดควรกระทำทุก 3 เดือน
ก. การล้างห้องเครื่อง
ข. การเปลี่ยนน้ำหล่อเย็น
ค. การเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง
ง. เติมลมยาง
จากรูปของผลิตภัณฑ์ไม่สามารถใช้บำรุงรักษาอุปกรณ์ใด
ก. เฟืองท้าย
ข. เกียร์อัตโนมัติ
ค. เครื่องยนต์
ง. ระบบเบรก
ผลิตภัณฑ์ใดที่ใช้ในการบำรุงรักษาเครื่องยนต์
ก. น้ำมันเกียร์ น้ำมันเบรก
ข. น้ำมันเครื่องยนต์ น้ำมันเฟืองท้าย
ค. น้ำมันเบรก น้ำยาขจัดคราบสกปรก
ง. น้ำยาขจัดคราบสกปรก น้ำมันเครื่องยนต์
อากาศบริสุทธิ์เกิดจากชิ้นส่วนใด
ก. ปะเก็น
ข. ฝาครอบ
ค. ไส้กรองอากาศ
ง. เรือนหม้อกรองอากาศ
หม้อกรองอากาศแบบแห้งบำรุงรักษาด้วยวิธีใด
ก. เป่าด้วยลม
ข. ชโลมด้วยน้ำมันเครื่อง
ค. ล้างด้วยน้ำยาเคมี
ง. ผ้าชุบน้ำเช็ดรอบ ๆ หม้อกรองอากาศ
กรองอากาศทำหน้าที่กรองฝุ่นละอองแล้วยังสามารถทำหน้าที่อะไร
ก. ลดอุณหภูมิเครื่องยนต์
ข. เก็บเสียงดังจากการคายไอเสีย
ค. ลดเสียงดังจากการดูดอากาศของเครื่องยนต์
ง. ระบายความร้อนในระบบหล่อเย็น
ไส้กรองอากาศแบบแห้งมีอายุการใช้งานเท่าไร
ก. 5,000 กม.
ข. 20,000 กม.
ค. 40,000 กม.
ง. 80,000 กม.
ถ้าหากไส้กรองอากาศอุดตันจะเกิดผลต่อเครื่องยนต์อย่างไร
ก. เครื่องยนต์มีเสียงดัง
ข. เครื่องยนต์เกิดความร้อนจัด
ค. เครื่องยนต์กำลังตก
ง. เครื่องยนต์มีควันไอเสียสีขาว
กรองอากาศแบบเปียกทำความสะอาดอย่างไร
ก. ใช้เคาะกับอุ้งมือเบา ๆ
ข. ล้างด้วยน้ำมันเบนซินแล้วเป่าลมให้แห้ง
ค. ล้างด้วยน้ำสะอาด
ง. ใช้ลมเป่าจากด้านในออกด้านนอก
ก๊าซใดเกิดจากไส้กรองอากาศอุดตัน
ก. ก๊าซไฮโดรเจน
ข. ก๊าซออกซิเจน
ค. ก๊าซมีเทน
ง. คาร์บอนมอนอกไซด์
มีวิธีการตรวจการรั่วของระบบไอเสียอย่างไร
ก. ใช้ผ้าปิดปลายท่อไอเสีย
ข. ใช้แรงลมเป่าปลายท่อไอเสีย
ค. ใช้วิธีพิสูจน์กลิ่นจากไอเสีย
ง. เร่งเครื่องยนต์แล้วดูการรั่วตามรอยต่อ
แก๊สพิษจากการสันดาปเชื้อเพลิงสามารถควบคุมได้อย่างไร
ก. ใช้ตัวฟอกอากาศ
ข. ใช้น้ำมันไร้สารตะกั่ว
ค. เติมหัวเชื้อน้ำมันเบนซิน
ง. เปลี่ยนไส้กรองอากาศบ่อยขึ้น
ไส้กรองอากาศแบบล้างได้มีอายุการใช้งานตามข้อใด
ก. 40,000 กิโลเมตร หรือ 6 เดือน
ข. 80,000 กิโลเมตร หรือ 24 เดือน
ค. 100,000 กิโลเมตรหรือ 48 เดือน
ง. 150,000 กิโลเมตร หรือ 48 เดือน
ปริมาณไฟในแบตเตอรี่ 100% มีความสัมพันธ์กับข้อใด
ก. น้ำกรดมีความถ่วงจำเพาะ 1.180
ข. น้ำกรดมีความข้นสูง
ค. มีไฟน้อยกว่า 9 โวลต์
ง. แบตเตอรี่มีไฟประจุเต็ม
แรงเคลื่อนไฟฟ้าตกค่อมมีอาการอย่างไร
ก. ความจุแบตเตอรี่เพิ่มขึ้น
ข. ขั้วใดขั้วหนึ่งร้อนมาก
ค. มีน้ำกรดซึมที่ขั้วแบตเตอรี่
ง. สตาร์ตรถติดง่าย
ถอดแบตเตอรี่ให้ปลอดภัยอย่างไร
ก. ขยับขั้วแบตเตอรี่แรง ๆ แล้วดึงออก
ข. ใช้เครื่องมือดูดขั้วแบตเตอรี่เสมอ
ค. ถอดขั้วบวกก่อน
ง. ถอดขั้วลบก่อน
การติดตั้งแบตเตอรี่ให้ปลอดภัยต้องติดตั้งตามข้อใด
ก. ติดตั้งขั้วบวกก่อน
ข. ถอดขั้วลบก่อน
ค. ใส่เหล็กรัดให้แข็งแรง
ง. ติดตั้งแบตเตอรี่มีแอมแปร์เพิ่มขึ้น 40 – 50 แอมป์
เมื่อแบตเตอรี่มีแรงดันไฟฟ้า 9 โวลต์ ควรปฏิบัติอย่างไร
ก. เปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่
ข. ติดเครื่องยนต์ไว้ไม่น้อยกว่า 30 นาที
ค. ประจุไฟใหม่
ง. เปลี่ยนเจนเนอร์เรเตอร์ใหม่
การบำรุงรักษาแบตเตอรี่ข้อใดกล่าวถูกต้อง
ก. เติมน้ำกลั่นให้ได้ระดับ MIN
ข. เติมน้ำเปล่าให้ได้ระดับ MAX
ค. เติมน้ำกรดเข้มข้นให้ได้ระดับ MAX
ง. ล้างขั้วแบตเตอรี่ด้วยน้ำอุ่น
การทดสอบแบตเตอรี่ในรถยนต์เพื่อวัตถุประสงค์
ก. หาความหนาแน่นน้ำกรด
ข. ทดสอบการลัดวงจรของแบตเตอรี่
ค. ตรวจสอบการรั่วของกระแสไฟฟ้า
ง. เครื่องยนต์สตาร์ตติดยาก
มาตรฐานความถ่วงจำเพาะของน้ำกรดแบตเตอรี่
ก. 1.250
ข. 1.220
ค. 1.180
ง. 1.000
ข้อควรระวังขณะประจุแบตเตอรี่
ก. เติมน้ำกลั่นก่อนประจุไฟแบตเตอรี่
ข. ห้ามดื่มน้ำใกล้แบตเตอรี่
ค. ห้ามมีประกายไฟใกล้แบตเตอรี่
ง. ห้ามเดินผ่านบริเวณนั้น
การวัดความถ่วงจำเพาะของน้ำกรดแต่ละครั้งควรทิ้งระยะห่างกันเท่าไร
ก. 10 นาที
ข. 15 นาที
ค. 20 นาที
ง. 30 นาที
ก่อนทำการถอดหัวเทียนควรปฏิบัติสิ่งใดก่อน
ก. ติดเครื่องยนต์ให้ร้อน
ข. ถอดสายหัวเทียนออก
ค. ทำความสะอาดรอบ ๆ ช่องหัวเทียน
ง. ทำเครื่องหมายที่สายหัวเทียนแต่ละสูบ
การถอดสายหัวเทียนที่ถูกต้องควรปฏิบัติอย่างไร
ก. ใช้คีมปากขยายจับดึงออก
ข. จับปลายสายหัวเทียนแล้วดึง
ค. จับออกบริเวณสายหัวเทียนแล้วดึงออก
ง. จับที่ปลั๊กสายหัวเทียนแล้วดึงออกแต่ละสูบ
การประกอบหัวเทียนข้อใดกล่าวถูกต้อง
ก. ใช้มือขันให้สุดเกลียวแล้วใช้ประแจขันให้แน่น
ข. ใช้คีมปากขยายจับหัวเทียนขันให้แน่นแต่ละสูบ
ค. ใช้ประแจลมขันหัวเทียนให้แน่นตามค่าที่บริษัทกำหนด
ง. ใช้ประแจแรงบิดค่อย ๆ ขันหัวเทียนเข้าแต่ละสูบจนครบสูบ
หัวเทียนร้อนใช้กับรถยนต์ที่วิ่งในสภาพใด
ก. การจราจรติดขัด
ข. ระยะทางสั้น ๆ เป็นประจำ
ค. ใช้วิ่งระยะทางไกลเป็นประจำ
ง. รถวิ่งด้วยความเร็วรอบสูงเป็นประจำ
หัวเทียนเย็นใช้กับรถยนต์ที่วิ่งในสภาพใด
ก. การจราจรติดขัด
ข. ใช้วิ่งที่ความเร็วรอบต่ำ ๆ
ค. ระยะทางสั้น ๆ เป็นประจำ
ง. รถวิ่งด้วยความเร็วรอบสูงและระยะทางไกลเป็นประจำ
ข้อใดกล่าวถูกต้องเมื่อเครื่องยนต์มีสภาพการทำงานปกติ
ก. แกนและเขี้ยวหัวเทียนมีสีแดง
ข. แกนและเขี้ยวหัวเทียนมีสีน้ำตาลอ่อน
ค. มีคราบน้ำมันเครื่องเกาะที่เขี้ยวหัวเทียน
ง. แกนและเขี้ยวหัวเทียนมีเขม่าสีดำเข้มเกาะติดแน่น
เขี้ยวหัวเทียนเปียกด้วยน้ำมันเครื่องเกิดจากสาเหตุใด
ก. เครื่องยนต์ร้อนจัด
ข. มีน้ำปนน้ำมันเครื่อง
ค. ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงคุณภาพต่ำ
ง. ลูกสูบและแหวนลูกสูบหลวม
เมื่อใช้หัวเทียนผิดเบอร์มีผลต่อเครื่องยนต์อย่างไร
ก. เครื่องยนต์ร้อนจัด
ข. เครื่องยนต์สตาร์ตติดยาก
ค. เครื่องยนต์สิ้นเปลืองน้ำมันเครื่อง
ง. เครื่องยนต์สิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง
ระยะห่างเขี้ยวหัวเทียนมากเกินไปมีผลต่อเครื่องยนต์อย่างไร
ก. อัตราเร่งเครื่องยนต์ดีขึ้น
ข. เหมาะสำหรับวิ่งในระยะทางไกล
ค. การเผาไหม้ไอดีมีประสิทธิภาพขึ้น
ง. เกิดประกายไฟจุดระเบิดไม่เพียงพอ
การเลือกใช้หัวเทียนให้เหมาะสมกับสภาพการใช้งานของรถยนต์สามารถใช้ข้อมูลอะไร
ก. ขนาดและความโตของหัวเทียน
ข. ขนาดความยาวแกนและเขี้ยวหัวเทียน
ค. ดูเบอร์และขนาดความยาวของกระเบื้องเคลือบแกนหัวเทียน
ง. ความละเอียดเกลียวและความยาวของกระเบื้องหุ้มแกนหัวเทียน
ข้อใดไม่ใช่คุณภาพน้ำหล่อเย็นหม้อน้ำรถยนต์
ก. ป้องกันการเกิดสนิม ตะกรัน การกัดกร่อน
ข. เพิ่มจุดเดือดของน้ำในหม้อน้ำรถยนต์
ค. ช่วยระบายความร้อนของหม้อน้ำรถยนต์
ง. ช่วยหล่อลื่นชื้นส่วนของเครื่องยนต์
น้ำหล่อเย็นควรเปลี่ยนเมื่อใด
ก. เมื่อวิ่งรถยนต์เลยระยะรันอิน
ข. เมื่อรถยนต์ใช้งานเป็นเวลา 1 ปี
ค. ใช้งานเป็นระยะทาง 40,000 กิโลเมตร
ง. เมื่อรถยนต์วิ่งได้ระยะทาง 100,000 กิโลเมตร
เทอร์โมสตัท (Thermostat) ผิดปกติสังเกตจากอะไร
ก. สังเกตฟองอากาศที่หม้อน้ำ
ข. เมื่อจับท่อน้ำบนและท่อน้ำล่างจะมีความร้อนไม่เท่ากัน
ค. มาตรวัดอุณหภูมิชี้ตำแหน่งกลางของมาตรวัด
ง. ระดับน้ำที่หม้อพักน้ำสูงกว่าระดับ FULL
อุปกรณ์ใดทำหน้าที่ดูดและอัดน้ำหล่อเย็นให้ไหลเวียนในระบบระบายความร้อน
ก. เครื่องควบคุมอุณหภูมิ
ข. พัดลมหม้อน้ำ
ค. หม้อน้ำ
ง. ปั๊มน้ำ
เมื่อถ่ายน้ำหล่อเย็นจะต้องเติมน้ำที่หม้อพักน้ำให้ได้ระดับใด
ก. ครึ่งหม้อพักน้ำ
ข. ให้เต็มหม้อพักน้ำ
ค. ระดับเครื่องหมาย FULL
ง. ระดับเครื่องหมาย LOW
อุณหภูมิปกติของเครื่องยนต์มีระดับอุณหภูมิเท่าไร
ก. 60–65 องศาเซนเซียส
ข. 65–75 องศาเซนเซียส
ค. 76–80 องศาเซนเซียส
ง. 80–95 องศาเซนเซียส
หม้อน้ำนอกจากทำหน้าที่เก็บน้ำแล้วยังทำหน้าที่อะไร
ก. ดูดอากาศ
ข. ถ่ายเทความร้อน
ค. เปิด–ปิดน้ำหล่อเย็น
ง. ดันน้ำให้หมุนเวียนในระบบ
กะบังลมที่หม้อน้ำทำหน้าที่อะไร
ก. บังคับทิศทางลม
ข. ควบคุมอุณหภูมิเครื่องยนต์
ค. ป้องกันน้ำกระเซนเข้าเครื่องยนต์
ง. ป้องกันสิ่งแปลกปลอมตีใบพัดลม
สายพานเครื่องยนต์มีระยะหย่อนมากจะเกิดผลเสียต่อรถยนต์อย่างไร
ก. เครื่องยนต์สตาร์ตติดง่ายเพราะไม่มีความฝืด
ข. เครื่องยนต์ร้อนจัดเพราะปั๊มน้ำไม่ทำงาน
ค. เครื่องยนต์เดินเบาไม่ได้
ง. รถยนต์สิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงมากกว่าปกติ
หม้อน้ำรถยนต์ควรเติมด้วยน้ำชนิดใด
ก. น้ำฝน
ข. น้ำกลั่น
ค. น้ำสะอาด
ง. น้ำประปา
เปลี่ยนน้ำมันเครื่องยนต์ใหม่ควรเติมน้ำมันเครื่องในปริมาณใด
ก. ต่ำกว่าระดับ L
ข. ระดับขีด L
ค. ระดับขีด F
ง. ระหว่างขีด F กับ ขีด L
ระยะใดเหมาะสมกับการเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง
ก. 2,000 กิโลเมตรแรก
ข. 3,500 กิโลเมตร
ค. 4,500 กิโลเมตร
ง. 5,000 กิโลเมตร
น้ำมันหล่อลื่นที่เหมาะสมกับเครื่องยนต์คือข้อใด
ก. SAE 5W–40
ข. SAE 20W–90
ค. SAE 90
ง. SAE 140
เครื่องยนต์ใช้การหล่อลื่นแบบใด
ก. หมุนเวียน
ข. กำลังดัน
ค. กาลักน้ำ
ง. วิดสาด
การถ่ายน้ำมันเครื่องทุกครั้งควรเปลี่ยนชิ้นส่วนใด
ก. ปลั๊กถ่ายน้ำมันเครื่อง
ข. ไส้กรองน้ำมันเครื่อง
ค. แหวนรองปลั๊กถ่ายน้ำมันเครื่อง
ง. ไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิง
ทดสอบการรั่วของน้ำมันเครื่องต้องติดเครื่องยนต์นานเท่าไร
ก. 3–5 นาที
ข. 5–10 นาที
ค. 10–15 นาที
ง. 15–20 นาที
ข้อใดเป็นมาตรฐานน้ำมันหล่อลื่นสำหรับเครื่องยนต์แก๊สโซลีน
ก. CD, SF
ข. SG, CE
ค. CD, CF–4
ง. SC, SF
สัญลักษณ์ SAE มีชื่อเต็มว่าอย่างไร
ก. The American Petroleum Institute
ข. The American Society of Lubrication Engineers
ค. The Society of Automotive Engineers
ง. The Standard Automotive Engineers
ข้อใดคือสาเหตุที่ต้องเปลี่ยนน้ำมันหล่อลื่น
ก. น้ำมันหล่อลื่นมีสิ่งสกปรกเจือปนมาก
ข. น้ำมันพร่อง
ค. น้ำมันใสผิดปกติ
ง. เมื่อควันไอเสียมีสีดำ
ขั้นตอนแรกในการเปลี่ยนน้ำมันหล่อลื่นคือข้อใด
ก. เติมน้ำมันหล่อลื่น
ข. ตรวจการรั่วซึม
ค. ถ่ายน้ำมันหล่อลื่น
ง. เปลี่ยนไส้กรอง
ระดับน้ำมันเชื้อเพลิงรถยนต์สามารถตรวจสอบจากอุปกรณ์ใด
ก. ไฟสัญญาณเตือน
ข. เปิดฝาถังน้ำมันเชื้อเพลิง
ค. มาตรวัดที่หน้าปัด
ง. เหล็กวัดระดับ
เชื้อเพลิงทางเลือกในภาวะโลกปัจจุบันคือข้อใด
ก. น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว
ข. น้ำมันแก๊สโซลีน
ค. น้ำมันเตา
ง น้ำมันดีโซฮอล
อุปกรณ์ใดมีหน้าที่ป้องกันความเสียหายแก่หัวฉีดเครื่องยนต์
ก. ไส้กรองน้ำมันเครื่อง
ข. ไส้กรองอากาศ
ค. ไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิง
ง. ไส้กรองเครื่องปรับอากาศ
ไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิงดีเซลควรเปลี่ยนที่ระยะทางเท่าไร
ก. 10,000 กม.
ข. 40,000 กม.
ค. 50,000 กม.
ง. 100,000 กม.
ไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิงแก๊สโซลีนควรสอบที่ระยะทางเท่าไร
ก. 20,000 กม.
ข. 40,000 กม.
ค. 80,000 กม.
ง. 100,000 กม.
เมื่อสัญญาณดังรูปสว่างตลอดควรทำอย่างไร
ก. เครื่องยนต์ทำงานปกติ
ข. ตรวจสอบหาสาเหตุ
ค. ถ่ายน้ำออกจากไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิง
ง. มีสิ่งแปลกปลอมในระบบน้ำมันเชื้อเพลิง
เมื่อไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิงเสื่อมสภาพควรแก้ไขอย่างไร
ก. ถอดล้างทำความสะอาดใหม่
ข. ล้างถังน้ำมันเชื้อเพลิง
ค. เปลี่ยนไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิงพร้อมปะเก็นใหม่
ง. เปลี่ยนชุดกรองน้ำมันเชื้อเพลิงใหม่
กรองดักน้ำในเครื่องยนต์ดีเซลควรเปลี่ยนถ้าจำเป็นที่ระยะทางใด
ก. 10,000 กม.
ข. 40,000 กม.
ค. 80,000 กม.
ง. 100,000 กม.
ไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิงแก๊สโวลีนมีอายุการใช้งานนานเท่าไร
ก. 1 ปี
ข. 2 ปี
ค. 3 ปี
ง. 4 ปี
เมื่อใช้มือขันไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิงจนแนบบ่ารับแล้วควรขันเพิ่มให้แน่นเข้าไปอีกกี่รอบ
ก. 3/4 รอบ
ข. 1/2 รอบ
ค. 1 รอบ
ง. 2 รอบ
ข้อใดเป็นมาตรฐานความหนืดของน้ำมันเกียร์
ก. SAE และ API
ข. 85W–140 และ 75W–90
ค. API และ CF–4
ง. DOT3
มาตรฐานน้ำมันเกียร์อัตโนมัติตรงกับข้อใด
ก. D3 และ SAE
ข. SAE 140 และ DOT 4
ค. DEXRON–II
ง. I–DSI
ขณะจอดรถควรเลื่อนคันเกียร์ไปที่ตำแหน่งใด
ก. D1 หรือ L
ข. N หรือ D
ค. R หรือ P
ง. P หรือ N
การบำรุงรักษาเกียร์ข้อใดกล่าวถูกต้อง
ก. จอดรถยนต์เอียงข้างเล็กน้อย
ข. จอดรถยนต์ได้ระดับไม่เอียงข้างใดข้างหนึ่ง
ค. ใช้ไฮโดรมิเตอร์วัดความถ่วงจำเพาะ
ง. ใช้น้ำมัน DOT 5
น้ำมันเกียร์อัตโนมัติควรตรวจเปลี่ยนตามระยะเวลาใด
ก. 6 เดือน
ข. 12 เดือน
ค. 24 เดือน
ง. 48 เดือน
การคลายปลั๊กเติมและถ่ายน้ำมันเกียร์
ก. หมุนทวนเข็มนาฬิกา
ข. หมุนตามเข็มนาฬิกา
ค. ปลั๊กเติมหมุนทวนและปลั๊กถ่ายหมุนตามเข็มนาฬิกา
ง. ผิดทุกข้อ
น้ำมันเกียร์ธรรมดาควรตรวจเปลี่ยนตามระยะทางใด
ก. 2,000 กม.
ข. 10,000 กม.
ค. 20,000 กม.
ง. 40,000 กม.
ตรวจระดับน้ำมันเกียร์ข้อใดกล่าวถูกต้อง
ก. ระดับจากช่องเติมไม่น้อยกว่า 5 มม.
ข. ระดับจากช่องเติมไม่เกิน 6 มม.
ค. ระดับจากช่องเติมไม่เกิน 7 มม.
ง. ระดับจากช่องเติมไม่เกิน 10 มม.
เครื่องมือตรวจน้ำมันเกียร์ธรรมดา
ก. ไฮโดรมิเตอร์
ข. นิ้วมือ
ค. เหล็กวัด
ง. ฟุตเหล็ก
เครื่องมือตรวจน้ำมันเกียร์อัตโนมัติ
ก. ไฮโดรมิเตอร์
ข. นิ้วมือ
ค. เหล็กวัด
ง. ฟุตเหล็ก
เฟืองท้ายรถยนต์ทำหน้าที่อะไร
ก. ตัดต่อกำลังงานของเครื่องยนต์
ข. ควบคุมทิศทางการแล่นของรถยนต์
ค. ลดอัตราทดเฟืองเพื่อเพิ่มกำลังขับ
ง. ช่วยในการหยุดและออกรถ
ข้อใดเป็นมาตรฐานความหนืดของน้ำมันเฟืองท้าย
ก. SAE 80W–90
ข. SAE 30 และ SAE 50W
ค. API และ CF–4
ง. SAE 5W–30
ข้อใดเป็นมาตรฐานการใช้งานของน้ำมันเฟืองท้าย
ก. GL–5 และ DOT–5
ข. GL–6 และ SAE 70W–140
ค. DOT–5 และ SAE 90
ง. GL–1 ถึง GL–6
การบำรุงรักษาเกียร์ข้อใดกล่าวถูกต้อง
ก. จอดรถยนต์เอียงข้างเล็กน้อย
ข. จอดรถยนต์ได้ระดับไม่เอียงข้างใดข้างหนึ่ง
ค. ใช้ไฮโดรมิเตอร์วัดความถ่วงจำเพาะ
ง. ใช้น้ำมัน DOT 5
น้ำมันเฟืองท้ายมีลักษณะใดที่ต้องเปลี่ยนใหม่
ก. สีขาวขุ่น
ข. น้ำมันไม่ได้ระดับตามคู่มือ
ค. มีสีเดิม
ง. เมื่อรถยนต์ถูกใช้งานครบ 4 ปี
ข้อใดคือการคลายปลั๊กเติมและถ่ายน้ำมันเฟืองท้าย
ก. หมุนทวนเข็มนาฬิกาทั้งปลั๊กเติมและปลั๊กถ่าย
ข. หมุนตามเข็มนาฬิกา
ค. ปลั๊กเติมหมุนทวนและปลั๊กถ่ายหมุนตามเข็มนาฬิกา
ง. ปลั๊กถ่ายทวนเข็มปลั๊กเติมตามเข็มนาฬิกา
ควรตรวจคุณภาพน้ำมันเฟืองท้ายเมื่อใด
ก. เมื่อใช้รถที่ระยะทาง 1,000 กม. แรก
ข. เมื่อใช้รถที่ระยะทาง 10,000 กม.
ค. เมื่อใช้รถที่ระยะทาง 15,000 กม.
ง. เมื่อใช้รถที่ระยะทาง 20,000 กม.
ข้อใดคือเครื่องมือตรวจน้ำมันเฟืองท้าย
ก. ไฮโดรมิเตอร์
ข. นิ้วมือ
ค. เหล็กวัด
ง. ฟุตเหล็ก
ระดับน้ำมันเฟืองท้ายไม่ควรต่ำกว่าระดับ
ก. ไม่เกิน 5 มม.
ข. ไม่เกิน 7 มม.
ค. ไม่เกิน 9 มม.
ง. ไม่เกิน 11 มม.
เปลี่ยนน้ำมันเฟืองท้ายข้อใดกล่าวถูกต้อง
ก. เมื่อใช้รถยนต์ได้ 20,000 กิโลเมตร
ข. เมื่อใช้รถยนต์ได้ 40,000 กิโลเมตร
ค. เมื่อรถยนต์มีอายุการใช้งานครบ 1 ปี
ง. เมื่อระดับน้ำมันเฟืองท้ายอยู่ที่ระดับต่ำกว่าขอบช่องเติมน้ำมัน
น้ำมันเบรกใช้มาตรฐานใด
ก. DOT 3, DOT4
ข. SAE 5 W–40, API CF–4
ค. GL–5, 85W–90
ง. ATF, DEXRON III
การเปลี่ยนน้ำมันเบรกข้อใดถูกต้อง
ก. เมื่อใช้รถยนต์ได้ 20,000 กิโลเมตร
ข. ถอดปั๊มเบรกล่างออก
ค. ดูดน้ำมันที่กระบอกเบรกออก
ง. คลายสกรูแม่ปั๊มเบรกออก
ระดับน้ำมันเบรกปกติควรอยู่ที่ระดับใด
ก. ระดับ MAX
ข. ระดับ MIN
ค. สูงกว่าระดับ MAX
ง. ระหว่าง MAX กับ MIN
การดึงเบรกมือจะเกิดการล็อกที่ล้อใด
ก. ล้อหน้าทั้งสองข้าง
ข. ล้อหลังทั้งสองข้าง
ค. ล้อหน้าทั้งสองข้าง
ง. ล้อทั้ง 4 ข้างจะถูกล็อก
รถยนต์ใช้น้ำมันเบรกของบริษัทบางจาก DOT3 ปรากฏว่าน้ำมันเบรกพร่องควรเติมน้ำมันมาตรฐานใด
ก. ปตท. DOT 3
ข. บางจาก DOT 4
ค. เอสโซ่ DOT2
ง. เซลล์ DOT4
น้ำมันเบรกควรเปลี่ยนที่ระยะใด
ก. ระยะทาง 6,000 กม. หรือ 6 เดือน
ข. ระยะทาง 10,000 กม. หรือ 12 เดือน
ค. ระยะทาง 20,000 กม. หรือ 12 เดือน
ง. ระยะทาง 40,000 กม. หรือ 24 เดือน
ระยะฟรีแป้นเหยียบเบรกสามารถปรับได้ที่จุดใด
ก. ปรับที่ปั๊มเบรกล่าง
ข. สกรูปรับที่ฐานแป้นเหยียบเบรก
ค. ก้านดันแม่ปั๊มเบรก
ง. ลูกสูบแม่ปั๊มเบรก
การไล่ลมเบรกข้อใดกล่าวถูกต้อง
ก. ไล่จากล้อหน้าซ้ายและล้อหลังซ้าย
ข. ไล่ล้อหลังทั้งสองข้างและไล่ล้อหน้าสองข้าง
ค. ไล่จากล้อไกลสุดไปยังล้อใกล้สุด
ง. ไล่จากล้อที่ใกล้สุดไปยังล้อไกลสุด
แป้นเหยียบเบรกมีค่าความสูงจากพื้นเท่าไร
ก. 115 –135 มม.
ข. 125 –140 มม.
ค. 135 –145 มม.
ง. 155 –160 มม.
แป้นเหยียบเบรกเมื่อกดด้วยมือมีระยะฟรีเท่าไร
.
ก. 1 ถึง 5 มม
ข. 3 ถึง 6 มม.
ค. 5 ถึง 9 มม.
ง. 10 ถึง 15 มม.
น้ำมันคลัตช์ใช้มาตรฐานใด
ก. DOT 3, DOT4
ข. SAE 5 W–40, API CF–4
ค. GL–5, 85W–90
ง. ATF, DEXRON III
การเปลี่ยนน้ำมันคลัตช์ข้อใดถูกต้อง
ก. คลายสกรูเพื่อไล่ลมให้น้ำมันคลัชต์ไหลออก
ข. ถอดปั๊มคลัตช์ล่างออก
ค. ดูดน้ำมันที่กระบอกคลัตช์ออก
ง. คลายสกรูแม่ปั๊มคลัตช์ออก
ระดับน้ำมันคลัตช์ปกติควรอยู่ที่ระดับใด
ก. ระดับ MAX
ข. ระดับ MIN
ค. สูงกว่าระดับ MAX
ง. ระหว่าง MAX กับ MIN
เมื่อเหยียบคลัตช์จะเกิดผลอย่างไร
ก. รถยนต์มีกำลังเพิ่มขึ้น
ข. กำลังงานกลจากเครื่องยนต์ถูกตัด
ค. ไม่มีผลต่อเครื่องยนต์
ง. ล้อรถยนต์จะหมุนฟรี
รถยนต์ใช้น้ำมันคลัตช์ของบริษัทบางจาก DOT3 ปรากฏว่าน้ำมันคลัตช์พร่องควรเติมน้ำมันเกรดใด
ก. ปตท. DOT 3
ข. บางจาก DOT 4
ค. เอสโซ่ DOT2
ง. เซลล์ DOT4
น้ำมันคลัตช์ควรเปลี่ยนที่ระยะใด
ก. ระยะทาง 6,000 กม. หรือ 6 เดือน
ข. ระยะทาง 10,000 กม. หรือ 12 เดือน
ค. ระยะทาง 20,000 กม. หรือ 12 เดือน
ง. ระยะทาง 40,000 กม. หรือ 48 เดือน
ระยะฟรีแป้นเหยียบคลัตช์สามารถปรับได้ที่จุดใด
ก. ปรับที่สปริงแป้นเหยียบคลัตช์
ข. สกรูปรับที่ฐานแป้นเหยียบคลัตช์
ค. ก้านดันแม่ปั๊มคลัตช์
ง. ปั๊มคลัตช์ล่าง
การไล่ลมเบรกข้อใดกล่าวถูกต้อง
ก. ไล่จากล้อหน้าซ้ายและล้อหลังซ้าย
ข. ไล่ล้อหลังทั้งสองข้างและไล่ล้อหน้าสองข้าง
ค. ไล่จากล้อไกลสุดไปยังล้อใกล้สุด
ง. ไล่จากล้อที่ใกล้สุดไปยังล้อไกลสุด
แป้นเหยียบคลัตช์มีความสูงจากพื้นเท่าไร
ก. 135– 145 มม.
ข. 140– 150 มม.
ค. 155– 160 มม.
ง. 160– 185 มม.
แป้นเหยียบคลัตช์มีระยะฟรีอิสระเท่าไร
ก. 11 มม. ถึง 15 มม.
ข. 15 มม. ถึง 25 มม.
ค. 20 มม. ถึง 35 มม.
ง. 30 มม. ถึง 45 มม.
การบำรุงรักษาเพลาและลูกหมากหมายถึงข้อใด
ก. หลีกเลี่ยงการขับขี่รถยนต์บนถนนขรุขระ
ข. การตรวจเปลี่ยนชิ้นส่วนเมื่อจำเป็น
ค. การล้างอัดฉีดเป็นประจำทุกสัปดาห์
ง. การทำความสะอาดและหล่อลื่นตามระยะเวลา
จากคู่มือการใช้รถยนต์ตัวอักษร R หมายถึงอะไร
ก. ตรวจเช็คหรือปรับตั้งถ้าจำเป็น
ข. เปลี่ยน ถ่าย หรือหล่อลื่น
ค. ตรวจสอบและแก้ไขหรือเปลี่ยนถ้าจำเป็น
ง. ทำการหล่อลื่น
3. จากรูป ปีกนกคือหมายเลขอะไร
ก. หมายเลข 1 และ 2
ข. หมายเลข 3 และ 6
ค. หมายเลข 4 และ 1
ง. หมายเลข 4 และ 2
การบำรุงรักษาเพลาและลูกหมากควรใช้สารหล่อลื่นชนิดใด
ก. จาระบี
ข. น้ำมันเครื่อง
ค. น้ำมันหล่อลื่นอเนกประสงค์
ง. น้ำมันเบรก
ชิ้นส่วนใดเป็นส่วนประกอบของข้อต่ออ่อนเพลากลางรถยนต์
ก. ลูกปืนกลม
ข. ลูกปืนเรียว
ค. ลูกปืนเข็ม
ง. ลูกปืนครึ่งวงกลม
การตรวจข้อต่อเลื่อนควรมีระยะคลอนไม่เกินค่าใด
ก. 0.1 มิลลิเมตร
ข. 0.2 มิลลิเมตร
ค. 0.3 มิลลิเมตร
ง. 0.5 มิลลิเมตร
จากรูปภาพชิ้นส่วนใดบำรุงรักษาด้วยการอัดจาระบีตามระยะเวลา
ก. หมายเลข 2 และ 4
ข. หมายเลข 3 และ 2
ค. หมายเลข 4 และ 3
ง. หมายเลข 4 และ 1
เพลากลางรถยนต์ควรทำการหล่อลื่นเมื่อใด
ก. ทุกระยะ 1,000 กม. หรือ ทุก 3 เดือน
ข. ทุกระยะ 5,000 กม. หรือ ทุก 6 เดือน
ค. ทุกระยะ 10,000 กม. หรือ ทุก 6 เดือน
ง. ทุกระยะ 20,000 กม. หรือ ทุก 24 เดือน
ลูกหมากที่ผลิตจากวัสดุชนิดใดไม่จำเป็นต้องอัดจาระบีใหม่
ก. โลหะเหล็กคาร์บอนสูง
ข. วัสดุเรซิน
ค. โลหะเหล็กหล่อ
ง. โลหะผสม
เพลาและลูกหมากสามารถตรวจเช็คด้วยเครื่องมือใด
ก. ไมโครมิเตอร์
ข. หูฟัง
ค. เหล็กงัดยาง
ง. ประสาทสัมผัส
ยางรถยนต์สามารถแบ่งออกได้กี่ประเภท
ก. 2 ประเภท
ข. 4 ประเภท
ค. 6 ประเภท
ง. 8 ประเภท
ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของดอกยางรถยนต์
ก. หนึ่งทิศทาง
ข. สองทิศทาง
ค. สมมาตรกัน
ง. ไม่สมมาตรกัน
จากรูปยางรถยนต์สึกหรอเกิดจากสาเหตุใด
ก. ลมยางอ่อน
ข. ลมยางแข็งไป
ค. ลมยางพอดี
ง. ยางขัดเงา
จากสัญลักษณ์ของยาง 295 /50 R19 86 H ยางรถยนต์เส้นนี้มีหน้ายางกว้างเท่าไร
ก. 19 มม.
ข. 50 มม.
ค. 86 มม.
ง. 295 มม.
จากสัญลักษณ์ยางรถยนต์ 215/55 Z R 17 ยางรถยนต์นี้ใช้กับล้อรถขนาดเท่าไร
ก. 17 นิ้ว
ข. 21.5 นิ้ว
ค. 55 มม.
ง. 215 มม.
จากรูปยางหลังรถยนต์มีแรงดันเท่าไร
ก. 22.0 Ib
ข. 23.0 Ib
ค. 30 lb
ง. 33 Ib
จากรูป จุดสีเหลืองของยางรถยนต์หมายถึงอะไร
ก. ยางใหม่แกะกล่อง
ข. ผ่านการตรวจ QC
ค. ตำแหน่งหนักสุด
ง. ตำแหน่งเบาสุด
จากสัญลักษณ์ของยางรถยนต์ 4 5 0 1 2 ยางรถยนต์เส้นนี้ผลิตเมื่อปี พ.ศ. ใด
ก. 2512
ข. 2545
ค. 2555
ง. 2556
ยางรถยนต์ใช้ส่วนใดสัมผัสกับพื้นผิวของถนน
ก. ไหล่ยาง
ข. ชอบยาง
ค. แก้มยาง
ง. หน้ายาง
จากรูปการสลับยางรถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อ ตรงกับข้อใด
ข้อใดไม่ใช่คุณสมบัติของสายพานเครื่องยนต์
ก. ทนต่อแรงฉุดที่สูงได้
ข. ยืดหยุ่นได้ดี
ค. เป็นตัวนำไฟฟ้า
ง. ทนต่อปฏิกิริยาทางเคมีของน้ำมัน
การบำรุงรักษาสายพานเครื่องยนต์ข้อใดกล่าวถูกต้อง
ก. ชโลมด้วยน้ำมันหล่อลื่น
ข. ทำความสะอาดและปรับความตึงสายพานตามค่ากำหนด
ค. ทาด้วยจาระบี
ง. เปลี่ยนสายพานบ่อย ๆ ครั้ง
สายพานหย่อนเกิดจากสาเหตุใด
ก. สายพานคุณภาพต่ำ
ข. สายพานหด
ค. แรงฉุดจากเครื่องยนต์
ง. การยืดและการสึกหรอของสายพาน
สายพานสึกหรอมากดูได้จากอะไร
ก. สายพานลื่น
ข. สายพานหย่อน
ค. ท้องสายพานสัมผัสกับร่องพูลเลย์
ง. สายพานมีขนาดเล็กลง
ระยะหย่อนของสายพานข้อใดกล่าวถูกต้อง
ก. 5 มม. – 8 มม.
ข. 10 มม. – 15 มม.
ค. 19 มม. – 25 มม.
ง. 21 มม. – 35 มม.
เปลี่ยนสายพานเครื่องยนต์จากสาเหตุใด
ก. สายพานหย่อน
ข. สายพานมีคราบสิ่งสกปรก
ค. สายพานยืดมาก
ง. สายพานหมดอายุ
การเปลี่ยนสายพานควรคำนึงถึงข้อใด
ก. รุ่นและราคาแพง
ข. รุ่นและความยาววงนอกเท่าเดิม
ค. รุ่นและความยาววงในเท่าเดิม
ง. ไม่มีข้อกำหนดใช้ขนาดใดก็ได้
ถ้าสายพานเครื่องยนต์หย่อนจะเกิดผลต่อเครื่องยนต์อย่างไร
ก. เครื่องยนต์ทำงานปกติ
ข. อัตราเร่งเครื่องยนต์ดีขึ้น
ค. เครื่องยนต์ร้อนจัด
ง. สตาร์ทเครื่องยนต์ติดง่าย
สายพานที่ดีสามารถใช้งานที่อุณหภูมิต่ำสุดได้เท่าไร
ก. -30oC/-22oF
ข. -40oC/-40oF
ค. 1oC/33.8oF
ง. 5oC/41oF
สายพานเครื่องยนต์แบบร่องตัววีสึกหรอมากจะมีลักษณะอย่างไร
ก. มีขนาดเล็กลง
ข. สายพานยืด
ค. สายพานลื่น
ง. ท้องสายพานสัมผัสกับร่องพูลเล่ย์
การตรวจบริการล้างรถยนต์ควรปฏิบัติตามข้อใดก่อน
ก. ทำความสะอาดห้องโดยสาร
ข. ตรวจสอบสภาพภายนอก
ค. เลือกผลิตภัณฑ์ล้างรถยนต์
ง. ล้างห้องเครื่องยนต์
หลักการบำรุงรักษาสีรถยนต์ข้อใดกล่าวถูกต้อง
ก. จอดรถยนต์ชิดขอบถนนสาธารณะ
ข. จอดรถยนต์ใต้ร่มไม้ใหญ่
ค. จอดรถยนต์บริเวณลานกว้าง
ง. จอดรถยนต์ในที่มีหลังคาอากาศถ่ายเทสะดวก
ข้อใดไม่ควรปฏิบัติในการล้างรถ
ก. ใช้รถบริเวณมีละอองน้ำทะเล
ข. มีโคลนเกาะผิวรถ
ค. บริเวณที่มีแสงแดดจ้า
ง. ล้างรถตอนเย็น
การล้างรถยนต์ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ใด
ก. น้ำยาซักผ้า
ข. แชมพูล้างรถ
ค. ยาสระผม
ง. น้ำยาล้างจาน
การบริการล้างรถควรปฏิบัติอย่างไร
ก. ล้างซุ้มล้อก่อนและฉีดน้ำบริเวณด้านข้างก่อน
ข. ฉีดน้ำส่วนหลังคาและเช็ดถูซุ้มล้อก่อน
ค. ฉีดแชมพูโฟมและฉีดน้ำล้างให้สะอาด
ง. ฉีดน้ำให้ทั่ว เคลือบกระจก ฉีดโฟมล้างทั่วคันรถ
การเคลือบสีรถยนต์ควรเริ่มต้นตามข้อใดก่อน
ก. ขัดลบขนแมวก่อน
ข. เคลือบสีแล้วล้างด้วยแชมพูล้างรถ
ค. ล้างให้สะอาดและเช็ดพอหมาด
ง. ล้างให้สะอาดและจอดกลางแดด 10 นาที
การขัดสีรถยนต์ข้อใดกล่าวถูกต้อง
ก. ฉีดน้ำพรมเป็นฝอยละอองแล้วขัดด้วยน้ำยาทันที
ข. ขัดรอบ ๆ คันรถไปพร้อมกัน
ค. ทำความสะอาดพื้นที่ผิวก่อนขัดสีเสมอ
ง. แบ่งพื้นที่ในการขัดสีรถยนต์
การบำรุงรักษาสีรถยนต์ให้สะอาดควรทำการล้างบ่อยเท่าไร
ก. 2 วัน ต่อครั้ง
ข. สัปดาห์ละ 1 ครั้ง
ค. เดือนละ 1 ครั้ง
ง. ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม
การเช็ดทำความสะอาดรถยนต์ควรปฏิบัติอย่างไร
ก. เช็ดถูแนวขนานยื่นจนสุดแขน
ข. เช็ดถูจากด้านล่างขึ้นด่านบนเสมอ
ค. เช็ดถูกลับไป–มา
ง. เช็ดถูเป็นวงกลม
การทาน้ำยาเคลือบสีรถควรทิ้งไว้เป็นเวลานานเท่าใดจึงเช็ดออก
ก. 3–5 นาที
ข. 5–10 นาที
ค. 15–30 นาที
ง. 25–45 นาที
