wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

แบบฝึกหัด เรื่อง โครงสร้างและการลำเลียงของพืช🌿

Total questions: 40

Worksheet time: 1hrs 20mins

Name
Class
Date
1.

ภาพ A และ B เป็นภาพของโครงสร้างส่วนใดของพืช

a)

A รากพืชใบเลี้ยงคู่ B รากพืชใบเลี้ยงเดี่ยว

b)

A ลำต้นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว B ลำต้นพืชใบเลี้ยงคู่

c)

A ลำต้นพืชใบเลี้ยงคู่ B ลำต้นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว

d)

A รากพืชใบเลี้ยงเดี่ยว B รากพืชใบเลี้ยงคู่

e)

A ลำต้นพืชใบเลี้ยงคู่ B รากพืชใบเลี้ยงคู่

2.

ธาตุในข้อใด ไม่ใช่ macronutrient

a)

P

b)

Mg

c)

K

d)

Ca

e)

Cu

3.

รากพืชบริเวณที่ทำหน้าที่ดูดซึมสารจากดินเพื่อลำเลียงไปยังส่วนต่าง ๆ ของลำต้นมีการจัดลำดับชั้นเนื้อเยื่อภายในที่ถูกต้องคือข้อใด

a)

ขนราก – คอร์เทกซ์ – เอนโดเดอร์มิส – เพริไซเคิล – วาสคิวลาร์บันเดิล – พิธ

b)

เอพิเดอร์มิส – คอร์เทกซ์ - เวสเซลล์เมมเบอร์ - ซีฟทิวบ์เมมเบอร์-พิธ

c)

ขนราก – เวสเซลเมมเบอร์ – ไซเลมพาเรงคิมา – ไซเลมไฟเบอร์ – คอมพาเนียนเซลล์ –ซีฟทิวบ์เมมเบอร์

d)

เทรคีด – เวสเซลเมมเบอร์ – ไซเลมพาเรงคิมา – ไซเลมไฟเบอร์ – คอมพาเนียนเซลล์ – ซีฟทิวบ์เมมเบอร์

e)

พิธ - เอนโดเดอร์มิส – เพริไซเคิล – วาสคิวลาร์บันเดิล – พิธ

4.

อาหารที่พืชสร้างขึ้นจากกระบวนการสังเคราะห์ด้วยเเสงมักจะนำไปสะสมไว้ที่เซลล์ชนิดใด

a)

fiber

b)

companion cell

c)

parenchyma

d)

sclerenchyma

e)

sieve tube

5.

หมายเลข 1 เป็นภาพของโครงสร้างส่วนใดของพืช

a)

Epidermis cell

b)

Mesophyll Epidermis cell

c)

Upper epidermis

d)

Spongy parenchyma

e)

Palisade parenchyma

6.

เมื่อความชื้นสัมพัทธ์ในอากาสสูงจะทำให้เห็นพืชคายน้ำออกมาในรูปของหยดน้ำ หยดน้ำที่ออกมาเป็นปรากฎการณ์ที่ เรียกว่า กัตเตชัน นั้นเกิดในบริเวณใด

a)

cuticle

b)

apoplast

c)

stoma

d)

hydathodes

e)

lenticel

7.

จงพิจารณาข้อความต่อไปนี้

A. พืชใบเลี้ยงคู่โดยทั่วไปจะมีการเจริญทุติยภูมิ (secondary growth) เพียงอย่างเดียว

B. พืชใบเลี้ยงเดี่ยวโดยส่วนใหญ่จะมีการเจริญแบบปฐมภูมิ (primary growth) เพียงอย่างเดียว ยกเว้นเช่น จันทน์ผา

C. เนื้อเยื่อเจริญระหว่างข้อเป็นเนื้อเยื่อที่พบเฉพาะในพืชใบเลี้ยงเดี่ยวเท่านั้น

ข้อความใดต่อไปนี้ข้อใดกล่าวถูกต้อง

a)

A B และ C

b)

ไม่มีข้อใดถูกต้อง

c)

B และ C

d)

A และ B

e)

A และ C

8.

การที่ต้นทุเรียนมีขนาดความกว้างของลำต้นใหญ่กว่าต้นหมาก มีอายุเท่ากัน และ ปลูกอยู่บริเวณใกล้ ๆ กัน เพราะเหตุใด

a)

ต้นทุเรียนมีแคมเบียม ต้นหมากไม่มีแคมเบียม

b)

เซลล์ของต้นทุเรียนแบ่งตัวได้รวดเร็วกว่าเซลล์ของต้นหมาก

c)

ต้นทุเรียนไม่มีแคมเบียม ต้นหมากมีแคมเบียม

d)

ต้นทุเรียนมีการเรียงตัวของกลุ่มท่อลำเลียงเป็นระเบียบมากกว่าต้นหมาก

e)

จำนวนกลุ่มท่อลำเลียงของต้นทุเรียนมีมากกว่าต้นหมาก

9.

ภาพ A และ B เป็นภาพของโครงสร้างส่วนใดของพืช

a)

A รากพืชใบเลี้ยงคู่ B รากพืชใบเลี้ยงเดี่ยว

b)

A ลำต้นพืชใบเลี้ยงคู่ B ลำต้นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว

c)

A ลำต้นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว B ลำต้นพืชใบเลี้ยงคู่

d)

A รากพืชใบเลี้ยงเดี่ยว B รากพืชใบเลี้ยงคู่

e)

A ลำต้นพืชใบเลี้ยงคู่ B รากพืชใบเลี้ยงคู่

10.

พืช A และ B เจริญเติบโตในสภาพแวดล้อมที่ต่างกัน คือ ทะเลทรายและป่าดิบชื้น โดยพืชแต่ละชนิด มีลักษณะใบต่างกันดังนี้

● พืช A ใบมีการลดรูปให้มีขนาดเล็ก มีสารเคลือบที่ผิวใบหนาและมีจำนวนปากใบน้อย

● พืช B ใบมีขนาดใหญ่ มีสารเคลือบที่ผิวใบบาง และมีจำนวนปากใบมาก

ผลการศึกษาอัตราการคายน้ำของพืช 2 ชนิดในช่วงเวลาหนึ่ง เป็นดังกราฟ

จากข้อมูล ข้อใดระบุกราฟอัตราการคายน้ำของพืชและลักษณะพื้นที่ที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืชดังกล่าวได้ถูกต้อง

a)

กราฟที่ 2 แสดงอัตราการคายน้ำของพืช A ซึ่งเจริญได้ดีในพื้นที่ทะเลทราย

b)

กราฟที่ 1 แสดงอัตราการคายน้ำของพืช A ซึ่งเจริญได้ดีในพื้นที่ทะเลทราย

c)

กราฟที่ 2 แสดงอัตราการคายน้ำของพืช B ซึ่งเจริญได้ดีในพื้นที่ป่าดิบชื้น

d)

กราฟที่ 1 แสดงอัตราการคายน้ำของพืช B ซึ่งเจริญได้ดีในพื้นที่ทะเลทราย

e)

กราฟที่ 2 แสดงอัตราการคายน้ำของพืช A ซึ่งเจริญได้ดีในพื้นที่ป่าดิบชื้น

11.

ข้อใดกล่าว ไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับการลำเลียงอาหารของพืช

a)

อัตราการลำเลียงอาหารจะเพิ่มขึ้นเมื่อเพิ่มระดับอุณหภูมิ

b)

อาหารสามารถลำเลียงได้จากยอดไปสู่รากและจากรากไปสู่ยอด

c)

หากเนื้อเยื่อโฟลเอ็มถูกทำลายการลำเลียงอาหารจะหยุดลง

d)

อาหารที่ลำเลียงผ่านท่อโฟลเอ็มส่วนใหญ่เป็นแป้ง

e)

แรงดันเต่งในซีฟทิวป์จะผลักดันให้อาหารเคลื่อนที่จากเซลล์ต้นทางไปยังเซลล์ปลายทาง

12.

การใช้ปุ๋ยเคมีมากเกินไปอาจทำให้พืชตายได้เพราะเหตุใด

a)

รากเน่า

b)

รากขาดน้ำ

c)

รากไม่เจริญเติบโต

d)

รากอวบน้ำ

e)

รากแห้ง

13.

ถ้าตัดต้นไม้ยืนต้นตามขวางซึ่งมีอายุ 1 ปี พบว่ามีเนื้อเยื่อชนิดต่าง ๆ เรียงลำดับจากชั้นในสุดออกมาด้านนอก ข้อใดเรียงลำดับได้ถูกต้อง

a)

โฟลเอ็ม ไซเลม โฟลเอ็ม

b)

ไซเลม โฟลเอ็ม ไซเลม

c)

โฟลเอ็ม แคมเบียม ไซเลม

d)

ไซเลม แคมเบียม โฟลเอ็ม

e)

ไซเลม โฟลเอ็ม แคมเบียม

14.

อาการใบเหลืองเกิดจากการขาดธาตุอาหารในข้อใดเป็นหลัก

a)

Mo

b)

P

c)

K

d)

S

e)

Mg

15.

ในชั้น ไซเลม ช่องที่เห็นใหญ่ที่สุด คือ

a)

ไฟเบอร์

b)

เทรคีต

c)

ซีฟทิวบ์

d)

เวสเซล

e)

พาเรงคิมา

16.

เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ได้ตอกตะปูลงบนต้นลำไยขนาดใหญ่ต้นหนึ่งที่ระดับสูงจากพื้น 1 เมตร ในปัจจุบัน ตะปูนั้นจะอยู่ที่ตำแหน่งใด และต้นไม้มีลักษฯะอย่างไร

a)

ตำแหน่งเดิม ต้นไม้สูงขึ้นและลำต้นกว้างขึ้น

b)

ตำแหน่งเดิม ต้นไม้สูงขึ้นแต่ลำต้นกว้างเท่าเดิม

c)

ตำแหน่งสูงกว่าเดิม ต้นไม้สูงขึ้นและลำต้นกว้างขึ้น

d)

ตำแหน่งสูงกว่าเดิม ต้นไม้สูงขึ้นแต่ลำต้นกว้างเท่าเดิม

e)

ข้อมูลไม่เพียงพอ จึงไม่สามารถสรุปได้

17.

ข้อใดถูกต้องที่สุด

a)

รากแขนงเกอดจากผิวด้านนอกของเซลล์ที่ยืดยาวออกมา

b)

ส่วนที่อยู่ปลายสุดของรากพืชเป็นเนื้อเยื่อเจริญ

c)

เทรคีตจัดเป็นส่วนหนึ่งของเนื้อเยื่อไซเล็ม

d)

ขนรากเจริญมาจากเพอริไซเคิล

e)

พืชใบเลี้ยงเดี่ยวทุกชนิดไม่มีแคมเบียม

18.

การจัดเรียงตัวของเนื้อเยื่อชนิดใดในใบที่มีผลต่ออัตราการสังเคราะห์ด้วยแสง

a)

Palisade cell, stoma

b)

Spongy cell, stoma

c)

Vascular bundle, palisade cell

d)

Palisade cell, spongy cell

e)

Vascular bundle, stoma

19.

ข้อใดไม่ถูกต้องในเรื่องการลำเลียงในพืช

a)

ขนาดของท่อไซเล็มใหญ่กว่าท่อโฟลเอ็ม

b)

ไม่มีท่อไซเล็มและท่อโฟลเอ็มในขนรากที่ดูดน้ำ

c)

พืชลำเลียงน้ำทางท่อไซเล็ม และลำเลียงซูโครสทางท่อโฟลเอ็ม

d)

พืชลำเลียงแป้งที่สร้างจากใบไปสะสมที่ราก และลำเลียงน้ำตาลไปใช้ที่ยอดทางท่อโฟลเอ็ม

e)

เมื่อศึกษาเซลล์เนื้อเยื่อท่อลำเลียงด้วยสีย้อมซาฟรานิน ไซเล็มจะติดสีแดง

20.

เมื่อทดลองปลูกต้นมะเขือเทศในสารละลายเป็นเวลา 3 เดือน พบว่าใบอ่อนหงิกงอ ต้นผลมีรอยบุ๋ม และมีสีดำ แสดงว่าต้นมะเขือเทศนี้ขาดสารอาหารชนิดใด

a)

คลอรีน

b)

แคลเซียม

c)

ฟอสฟอรัส

d)

โพแทสเซียม

e)

ไอโอดีน

21.

พืชในข้อใดที่ทุกชนิดมีรากพิเศษ​ (adventitious root)​

a)

มะพร้าว​ แสม​ มังคุด

b)

ถั่วเขียว​ มันเทศ​ โกงกาง

c)

มะม่วงกิ่งตอน​ แพงพวยน้ำ​ ข้าวโพด

d)

มะละกอ​ มันแกว​ ลำพู

e)

มะม่วงเพาะเมล็ด มันสำปะหลัง กล้วยไม้

22.

ข้อใดไม่ใช่รากสะสมอาหาร

a)

มันฝรั่ง

b)

มันสำปะหลัง

c)

กระชาย

d)

แคร์รอต

e)

หัวไชเท้า

23.

เซลล์ส่วนใดของพืชที่มีลิกนิน (lignin) เป็นส่วนประกอบ

a)

เปลือกไมั, กระพี้ไม้

b)

เอนโดเดอร์มิส, เนื้อไม้

c)

เนื้อเยื่อชั้นผิวของใบ, เอ็มบริโอ

d)

เอนโดเดอร์มิส, เพอริไซเคิล

e)

เปลือกไม้, เนื้อเยื่อชั้นผิวของใบ

24.

ในการทดลองเรื่องอัตราการคายน้ำด้วยชุดการทดลอง ดังภาพ โดยเปรียบเทียบชุดการทดลองที่ทำในห้องปฏิบัติการกับชุดการทดลองที่ตั้งไว้กลางแจ้งที่มีแสงแดด ผลการทดลองมีลักษณะอย่างไร

a)

b)

c)

d)

e)

25.

การลำเลียงในข้อใดผ่านเยื่อหุ้มเซลล์น้อยที่สุด

a)

การเคลื่อนที่ของน้ำในดินเข้าสู่ xylem ทาง apoplast pathway

b)

การเคลื่อนที่ของน้ำในดินเข้าสู่ xylem ทาง symplast pathway

c)

การเคลื่อนที่ของน้ำใน xylem จากรากไปยังใบ

d)

การเคลื่อนที่ของน้ำตาลจากใบไปสู่รากผ่าน phloem

e)

การเคลื่อนที่ของน้ำตาลจาก phloem เข้าสู่ผล

26.

ค่าชลศักย์ (water potential) ที่ตำแหน่งใดน้อยที่สุด

a)

รากพืช

b)

ไซเล็มบริเวณราก

c)

ไซเล็มบริเวณลำต้น

d)

ใบพืช

e)

อากาศภายนอก

27.

ในการตรวจสอบหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ของคดีหนึ่งพบเศษวัสดุบางอย่าง เมื่อนักนิติวิทยาศาสตร์นำไปตัด x-section และศึกษาภายใต้กล้องจุลทรรศน์ พบว่าลักษณะดังภาพ หลักฐานนี้น่าจะมาจากสิ่งใด

a)

รากของพืช

b)

ขนของสัตว์

c)

ลำต้นของพืช

d)

ใบของพืช

e)

กระดูกของสัตว์

28.

ในช่วงเวลากลางวัน หลังจากฝนตกหนัก ท้องฟ้าปลอดโปร่งแต่ความชื้นในอากาศสูง ความดันเต่งในเซลล์คุมจะเป็นอย่างไร ปากใบจะเปิดหรือปิด และอัตราการคายน้ำของต้นมะม่วงจะเป็นอย่างไร (ตามลำดับ)

a)

สูง / เปิด / สูง

b)

ต่ำ / ปิด / ต่ำ

c)

สูง / เปิด / ต่ำ

d)

ต่ำ / ปิด / สูง

e)

ต่ำ / เปิด / ต่ำ

29.

เซลล์ใดมีความสามารถพัฒนาไปเป็นเซลล์ที่ลูกศรชี้ในรูปได้มากที่สุด

a)

Fiber

b)

Sclereid

c)

Companion cell

d)

Parenchyma cell

e)

Collenchyma cell

30.

การเติบโตปฐมภูมิเกิดจากการแบ่ง

เซลล์ของเนื้อเยื่อบริเวณใด

ก. เนื้อเยื่อเจริญด้านข้าง

ข. เนื้อเยื่อเจริญเหนือข้อ

ค. เนื้อเยื่อเจริญปลายยอด

ง. เนื้อเยื่อเจริญปลายราก

a)

ก และ ข

b)

ค และ ง

c)

ก ข และ ค

d)

ข ค และ ง

e)

ก ข ค และ ง

31.

ข้อใดไม่ใช่สมบัติของเนื้อเยื่อคอลเลงคิมา

a)

เป็นเซลล์มีชีวิต

b)

พบในบริเวณลำต้น ก้านใบ และแผ่นใบ

c)

มักพบในบริเวณอวัยวะของพืชที่ไม่เจริญ

d)

มีผนังเซลล์ปฐมภูมิบางสม่ำเสมอไม่

เท่ากัน

e)

ช่วยสร้างความแข็งแรงให้แก่พืช

32.

ข้อใดจับคู่เนื้อเยื่อกับหน้าที่ได้ถูกต้อง

a)

ไซเล็ม – ลำเลียงน้ำและอาหาร

b)

คอร์ก – ป้องกันเนื้อเยื่อภายใน

c)

โฟลเอ็ม – ลำเลียงน้ำและธาตุอาหาร

d)

เอพิเดอร์มิส – เพิ่มความแข็งแรงแก่พืช

e)

พาเรงคิมา - ป้องกันการระเหยของน้ำ

ที่อยู่ในเซลล์

33.

จากลักษณะต่อไปนี้ “เซลล์มีรูปร่าง

ยาวคล้ายทรงกระบอก หัวท้ายเซลล์เรียวแหลม

ผนังเซลล์มีทั้งส่วนที่เป็นผนังหนาจากการมีสาร

ลิกนินสะสมและส่วนที่บาง พบได้ในโครงสร้างของ

พืช” เป็นลักษณะของเซลล์ใด

a)

Fiber

b)

Sclereid

c)

Vessel

d)

Sieve tube

e)

Tracheid

34.

ข้อใดเรียงลำดับการเติบโตทุติยภูมิ

ของรากพืชจากชั้นนอกไปชั้นในได้ถูกต้อง

a)

วาสคิวลาร์แคมเบียม ไซเล็มปฐมภูมิ

ไซเล็มทุติยภูมิ

b)

วาสคิวลาร์แคมเบียม ไซเล็มทุติยภูมิ

ไซเล็มปฐมภูมิ

c)

วาสคิวลาร์แคมเบียม โฟลเอ็มปฐมภูมิ

ไซเล็มทุติยภูมิ

d)

วาสคิวลาร์แคมเบียม โฟลเอ็มปฐมภูมิ

โฟลเอ็มทุติยภูมิ

e)

วาสคิวลาร์แคมเบียม โฟลเอ็มทุติยภูมิ

โฟลเอ็มปฐมภูมิ

35.

ข้อใดเรียงลำดับการเติบโตทุติยภูมิ

ของรากพืชจากชั้นนอกไปชั้นในได้ถูกต้อง

a)

ไซเล็มปฐมภูมิ ไซเล็มทุติยภูมิ

วาสคิวลาร์แคมเบียม

b)

ไซเล็มทุติยภูมิ ไซเล็มปฐมภูมิ

วาสคิวลาร์แคมเบียม

c)

โฟลเอ็มปฐมภูมิ โฟลเอ็มทุติยภูมิ

วาสคิวลาร์แคมเบียม

d)

วาสคิวลาร์แคมเบียม โฟลเอ็มปฐมภูมิ

โฟลเอ็มทุติยภูมิ

e)

โฟลเอ็มทุติยภูมิ โฟลเอ็มปฐมภูมิ

วาสคิวลาร์แคมเบียม

36.

บริเวณใดของรากพืชทำให้พืชชอน

ไชเข้าหาน้ำและธาตุอาหารได้สะดวกมากขึ้น

a)

บริเวณหมวกราก

b)

บริเวณที่มีการแบ่งเซลล์

c)

บริเวณที่เซลล์เจริญเต็มที่

d)

บริเวณเซลล์มีการขยายขนาดตามยาว

e)

บริเวณเซลล์เปลี่ยนแปลงไปทำหน้าที่

37.

โครงสร้างในข้อใดไม่พบในลำต้น

a)

สตีล

b)

โฟลเอ็ม

c)

คอร์เท็กซ์

d)

เอพิเดอร์มิส

e)

เอนโดเดอร์มิส

38.

เนื้อเยื่อลำเลียงน้ำและธาตุอาหารที่

อยู่ในลำต้นพืชใบเลี้ยงคู่มีลักษณะอย่างไร

a)

เรียงตัวเป็นแฉก

b)

เรียงตัวกระจัดกระจาย

c)

เรียงตัวเป็นแนววงกลม

d)

เรียงตัวเป็นสี่เหลี่ยม

e)

เรียงตัวเป็นกระจุกอยู่กลางลำต้น

39.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง

a)

บัวสายมีปากใบอยู่ด้านบนสุดของใบ

เท่านั้น

b)

ด้านบนของใบมีชั้นคิวทิเคิลช่วยลดการ

สูญเสียน้ำ

c)

สาหร่ายหางกระรอกจะมีปากใบอยู่

โดยรอบใบเท่า ๆ กัน

d)

เซลล์เอพิเดอร์มิสบนใบพืชทั่วไปไม่มี

คลอโรพลาสต์ยกเว้นเซลล์คุม

e)

ปากใบของพืชทั่วไปนั้นพบที่ด้านล่าง

ของใบ (ท้องใบ) มากกว่าด้านบนของใบ (หลังใบ)

40.

จากภาพ A ควรเป็นเนื้อเยื่ออะไร และเป็นโครงสร้างของพืชชนิดใด ตามลำดับ

a)

Xylem / รากพืชใบเลี้ยงคู่

b)

Phloem / รากพืชใบเลี้ยงเดี่ยว

c)

Xylem / ลำต้นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว

d)

Phloem / ลำต้นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว

e)

Phloem / ลำต้นพืชใบเลี้ยงคู่