Wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

Plant tissues

Total questions: 20

Worksheet time: 10mins

Name
Class
Date
1.

การแบ่งเซลล์ของเซลล์ในเนื้อเยื่อใดมีผลทำให้เถาตำลึงมีความยาวเพิ่มขึ้น

ก. เนื้อเยื่อเจริญใต้ข้อ ข. เนื้อเยื่อเจริญเหนือข้อ

ค. เนื้อเยื่อเจริญด้านข้าง ง. เนื้อเยื่อเจริญส่วนปลาย

a)

ก. และ ข.

b)

ข. และ ค.

c)

ข. และ ง.

d)

ค. และ ง.

2.

ต้นข้าวเมื่อถูกน้ำท่วมจะพยายามชูลำต้นไว้เหนือน้ำ ความสูงของลำต้นที่เพิ่มขึ้นเกิดจากการแบ่งเซลล์ของ

เนื้อเยื่อชนิดใด

ก. เนื้อเยื่อเจริญที่ปลายยอด (apical meristem)

ข. เนื้อเยื่อเจริญระหว่างข้อ (intercalary meristem)

ค. เนื้อเยื่อเจริญด้านข้าง (lateral meristem)

ง. โพรเมอริสเสต็ม (promeristem)

a)

ก. และ ข.

b)

ข. และ ค.

c)

ค. และ ง.

d)

ก. และ ง.

3.

ข้อใดไม่ใช่รากสะสมอาหาร

a)

มันเทศ

b)

แครอท

c)

มันแกว

d)

มันฝรั่ง

4.

โครงสร้างในรูปพบในส่วนใดของพืช และเป็นของพืชชนิดใด

a)

ลำต้นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว

b)

ลำต้นพืชใบเลี้ยงคู่

c)

รากพืชใบเลี้ยงเดี่ยว

d)

รากพืชใบเลี้ยงคู่

5.

เนื้อเยื่อไซเลม

ประกอบด้วยเซลล์ชนิดใดบ้าง

a)

คอมพาเนียนเซลล์กับเทรคีด

b)

เทรคีดกับเวสเซล

c)

เวสเซลเมมเบอร์กับซีฟทิวบ์เมมเบอร์

d)

ซีฟทิวบ์เมมเบอร์กับคอมพาเนียนเซลล์

6.

จากภาพ ข้อใดคือโครงสร้างภายในของลำต้น

a)

A และ B

b)

B และ C

c)

C และ D

d)

A และ D

7.

ถ้านักเรียนทดลองควั่นต้นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว

และทิ้งไว้นาน ๆ ผลจะเป็นอย่างไร

a)

พืชจะตายเพราะรากขาดอาหาร

b)

พืชจะตายเพราะน้ำไม่ถูกลำเลียง

c)

พืชจะยังคงมีชีวิตอยู่เพราะท่อลำเลียงกระจายอยู่ทั่วไป

d)

โอกาสรอดและตายมีเท่ากันเพราะท่อลำเลียง

บางส่วนถูกทำลาย

8.

10. จากภาพ Phloem บริเวณ D หมายถึงข้อใด

a)

Sieve tube member

b)

Companion cell

c)

Sieve plate

d)

Phloem fiber

9.

7.ข้อใดเป็นลักษณะของเนื้อเยื่อพาเรงคิมา

a)

เป็นเซลล์ที่ไม่มีชีวิต

b)

ผนังเซลล์บางสม่ำเสมอกัน

c)

มักพบบริเวณก้านใบและเส้นใบ

d)

ช่วยสร้างความแข็งแรงให้กับโครงสร้างพืช

10.

เนื้อเยื่อพืช (Plant tissue) สามารถจำแนกได้กี่ประเภท อะไรบ้าง

a)

2 ประเภท คือ ไซเล็ม โฟลเอ็ม

b)

2 ประเภท คือ เนื้อเยื่อเจริญ เนื้อเยื่อถาวร

c)

2 ประเภท คือ ซีฟทิวบ์เมมเบอร์ คอมพาเนียน

d)

3 ประเภท คือ เนื้อเยื่อเจริญส่วนปลาย เนื้อเยื่อเจริญด้านข้าง เนื้อเยื่อเจริญเหนือข้อ

11.

เนื้อเยื่อถาวร ที่ทำหน้าที่ในการสะสมอาหารให้กับหัวเผือก หัวมัน แห้ว คือส่วนใด

a)

เอพิเดอร์มิส

b)

คอลเลงคิมา

c)

พาเรงคิมา

d)

สเกลอเรงคิมา

12.

จากภาพ คือส่วนใดของเนื้อเยื่อพืช

a)

เอพิเดอร์มิส

b)

ไซเล็ม

c)

เวสเซลเมมเบอร์

d)

คอลเลงคิมา

13.

จากภาพ คือเนื้อเยื่อส่วนใดของลำต้นพืชใบเลี้ยงคู่

a)

พาเรงคิมา

b)

โฟลเอ็ม

c)

ไซเล็ม

d)

คอลเลงคิมา

14.

จากภาพเป็นโครงสร้างส่วนใดของพืช

a)

รากใบเลี้ยงเดี่ยว

b)

รากใบเลี้ยงคู่

c)

ลำต้นใบเลี้ยงเดี่ยว

d)

ลำต้นใบเลี้ยงคู่

e)

ใบพืช C4

15.

จากภาพเป็นโครงสร้างส่วนใดของพืช

a)

รากใบเลี้ยงเดี่ยว

b)

รากใบเลี้ยงคู่

c)

ลำต้นใบเลี้ยงเดี่ยว

d)

ลำต้นใบเลี้ยงคู่

e)

ใบพืช C3

16.

จากภาพคือโครงสร้างส่วนใดของลำต้น

a)

รากใบเลี้ยงคู่

b)

ลำต้นใบเลี้ยงคู่

c)

รากใบเลี้ยงเดี่ยว

d)

ลำต้นใบเลี้ยงเดี่ยว

e)

ใบเลี้ยงคู่

17.

จากภาพ คือส่วนใดของพืช

a)

รากพืชใบเลี้ยงเดี่ยว

b)

รากพืชใบเลี้ยงคู่

c)

ลำต้นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว

d)

ลำต้นพืชใบเลี้ยงคู่

18.

จากภาพ คือส่วนใดของพืช

a)

รากพืชใบเลี้ยงเดี่ยว

b)

รากพืชใบเลี้ยงคู่

c)

ลำต้นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว

d)

ลำต้นพืชใบเลี้ยงคู่

19.

ไซเลมทำหน้าที่อะไร

a)

ลำเลียงน้ำและแร่ธาตุ

b)

ลำเลียงอาหาร

c)

ลำเลียงทั้งน้ำและอาหาร

d)

เป็นท่อตันไม่ลำเลียงสารใด

20.

โฟลเอมทำหน้าที่อะไร

a)

ลำเลียงน้ำและแร่ธาตุ

b)

ลำเลียงอาหาร

c)

ลำเลียงเฉพาะน้ำ

d)

ไม่มีการลำเลียงสารใด