wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

แบบทดสอบมะเร็งท่อน้ำดีและลำไส้

Total questions: 20

Worksheet time: 3600secs

Name
Class
Date
1.

ข้อใดไม่ใช่ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่

a)

การมีประวัติบุคคลในครอบครัวเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่

b)

การเจ็บป่วยด้วยโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง

c)

ผู้ที่มีอายุน้อยกว่า 50 ปี

d)

การรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง

2.

ข้อใดเป็นอาการของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่

a)

อุจจาระมีขนาดใหญ่ขึ้น

b)

น้ำหนักเพิ่มขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ

c)

รับประทานอาหารมากกว่าปกติ

d)

อาการจุกเสียด แน่น หรือปวดท้องบ่อย ๆ

3.

   การตรวจหาเลือดในอุจจาระ เพื่อตรวจหามะเร็งลำไส้ใหญ่ ต้องตรวจกี่ครั้งต่อปี

a)

1 ครั้งต่อปี

b)

2 ครั้งต่อปี

c)

3 ครั้งต่อปี

d)

4 ครั้งต่อปี

4.

   ข้อใดไม่ใช่วิธีการรักษาโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่

a)

การผ่าตัดลำไส้ใหญ่ทิ้งทั้งหมด

b)

การรักษาด้วยยาเคมีบำบัด

c)

การผ่าตัด

d)

การฉายแสง

5.

  ข้อใดเป็นวิธีการป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่

a)

รับประทานอาหารที่มีไขมันสูง

b)

รับประทานอาหารที่สุกจนไหม้เกรียม

c)

ตรวจสุขภาพประจำปี

d)

ดื่มแอลกอฮอล์ และสูบบุหรี่

6.

ข้อใดเป็นสาเหตุโดยตรงที่ทำให้เป็นโรคพยาธิใบไม้ตับ

a)

เชื้อรา 

b)

ไวรัส

c)

เชื้อแบคทีเรีย

d)

หนอนพยาธิ (ปรสิตหนอนพยาธิ)

7.

   ไข่พยาธิใบไม้ตับจะปนออกมากับสิ่งใดของผู้ป่วย

a)

น้ำลาย

b)

อุจจาระ

c)

ปัสสาวะ 

d)

น้ำมูกและเสมหะ

8.

ช่องทางใดที่ทำให้เชื้อโรคพยาธิใบไม้ตับเข้าสู่ร่างกาย

a)

กินผัก ผลไม้ดิบ 

b)

กินเนื้อหมู เนื้อวัวดิบ 

c)

ไม่ใส่รองเท้าเวลาออกนอกบ้าน 

d)

กินเนื้อปลาน้ำจืดเกล็ดขาวโดยไม่ปรุงให้สุกด้วยความร้อน

9.

ข้อใดเป็นอาการที่เกิดจากการเป็นโรคพยาธิใบไม้ตับหรือมะเร็งท่อน้ำดีในระยะรุนแรง

a)

ขาดสารอาหาร

b)

เกิดโรคติดต่อร้ายแรง

c)

ตับโต ตัวเหลือง ตาเหลือง ท้องโต

d)

มีไข้ ท้องเสีย อาเจียน

10.

พยาธิใบไม้ตับตัวเต็มวัยอาศัยอยู่ในอวัยวะใดของคน 

a)

ปอด

b)

ท่อน้ำดีบริเวณขั้วตับ

c)

ม้าม

d)

ไต

11.

โรคที่เกิดจากพยาธิใบไม้ตับสามารถพัฒนากลายเป็นโรคใดได้

a)

มะเร็งท่อน้ำดี 

b)

มะเร็งลำไส้ใหญ่

c)

โรคเท้าช้าง

d)

โรคมือ เท้า ปาก

12.

พฤติกรรมการบริโภคอาหารแบบใดที่ก่อให้เกิดโรคพยาธิใบไม้ตับ 

a)

แดงชอบกินก้อยปลาดิบ

b)

เขียวกินแกงหอยขม

c)

ดำกินผักสดเป็นประจำ 

d)

ขาวชอบดื่มสุราเป็นประจำ

13.

ประเภทอาหารที่มีความเสี่ยงต่อการติดโรคพยาธิใบไม้ตับมากที่สุดคือข้อใด 

a)

ปลาร้าบอง ปลาร้าดิบ ส้มปลาน้อย 

b)

ก้อยปลาดิบ 

c)

ส้มปลาน้อย ส้มตำใส่ปลาร้าดิบ  

d)

ปลาส้มดิบ

14.

ข้อใดเป็นพฤติกรรมการบริโภคที่เหมาะสมที่สุด

a)

การกินกุ้งดิบ หอยดิบ  

b)

การชิมปลาดิบเพียงเล็กน้อย  

c)

การทำให้ ปลาร้า ปลาส้ม สุกด้วยความร้อนก่อนรับป

d)

การรับประทาน ปลาส้มดิบ จะมีรสชาติดี ถูกปาก

15.

อาหารใดที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคพยาธิใบไม้ตับมากที่สุด 

a)

ส้มปลานึ่ง 

b)

แจ่วบองผัด 

c)

ก้อยปลาใส่มดแดง 

d)

ถูกทุกข้อ

16.

  อาหารในข้อใดเป็นอาหารที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคพยาธิใบไม้ตับทุกชนิด 

a)

ก้อยปลา หม่ำปลา ปลาส้ม  

b)

ปลาจ่อม หม่าปลา ต้มปลา 

c)

ปลาหมกไฟ ปลาทอด ลาบปลา 

d)

ปลาส้ม ลาบปลา ปลาหมกไฟ

17.

ถ้าเคยกินอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ เป็นประจำแต่เลิกกินมาแล้วประมาณ 1 ปีจะทราบได้อย่างไร

a)

ตรวจอุจจาระ 

b)

ตรวจปัสสาวะ 

c)

ซื้อยาถ่ายพยาธิมากินเอง 

d)

สังเกตสีผิวจะคล้ำขึ้น

18.

ข้อใดเป็นความเชื่อผิด ๆ ของการเลือกรับประทานเมนูอาหารปลาดิบ 

a)

กินสุกร้อนทำให้วิตามินหมดไป ทำให้ไม่แข็งแรง 

b)

รสชาติอร่อย หวาน ไม่เสียรสชาติ 

c)

ความเชื่อว่าเหล้าจะทำให้เนื้อปลาสุก และฆ่าตัวพยาธิได้ 

d)

ถูกทุกข้อ

19.

ข้อใดเป็นพฤติกรรมการบริโภคที่เกิดจากความเชื่อที่ผิด ๆ 

a)

ก. การกินก้อยปลาที่ทำให้สุกโดยผ่านความร้อน 

b)

ข. การกินก้อยปลาที่ทำให้สุกโดยขยำผสมกับมดแดง 

c)

ค. การกินก้อยปลาที่ทำให้สุกโดยบีบมะนาวหรือมะกรูดใส่ลงไป 

d)

ง. ข้อ ข และ ค ถูก

20.

การสร้างความตระหนักในการป้องกันตนเองและชุมชนจากพยาธิใบไม้ตับ

และมะเร็งท่อน้ำดีเป็นบทบาทหน้าที่ของใคร

a)

อสม

b)

กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน

c)

เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน

d)

ทุกคนในชุมชน