Worksheetsอิเหนา ตอน ศึกกะหมังกุหนิง by ครูเบสท์ ไทยวิสุทธิ์
Total questions: 21
Worksheet time: 24mins
Name
Class
Date
1.
1. บทละคร เรื่อง “อิเหนา” ตอน ศึกกะหมังกุหนิง เป็นบทพระราชนิพนธ์ของใคร
a)
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
b)
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
c)
พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
d)
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
2.
2. ข้อใดเป็นลักษณะคำประพันธ์เรื่อง “อิเหนา” ตอน ศึกกะหมังกุหนิง
a)
กลอนสุภาพ
b)
โคลงสี่สุภาพ
c)
กลอนบทละคร
d)
อินทรวิเชียรฉันท์ 11
3.
3. เรื่อง “อิเหนา” ได้เค้าเรื่องมาจากนิทานชวาที่มีชื่อว่าอะไร
a)
นิทานมงกฎ
b)
นิทานกุณฑล
c)
นิทานปันหยี
d)
นิทานอิเหนา
4.
4. วรรณคดีสโมสร ยกย่องเรื่อง อิเหนา ให้เป็นยอดวรรณคดีประเภทใด
a)
ประเภทบทละครรำ
b)
ประเภทบทละครพูด
c)
ประเภทบทละครร้อง
d)
ประเภทบทละครพูดคำฉันท์
5.
5. คำขึ้นต้นบทในข้อใด ใช้เมื่อกล่าวถึงผู้มียศศักดิ์หรือผู้เป็นใหญ่
a)
บัดนั้น
b)
เมื่อนั้น
c)
ฟังพาที
d)
มาจะกล่าวบทไป
6.
6. เรื่อง อิเหนา ตอน ศึกกะหมังกุหนิง ให้ข้อคิดเกี่ยวกับความรักตรงกับข้อใดมากที่สุด
a)
รักต้องสู้
b)
รักนี้มีแต่ให้
c)
สุดห้ามใจรัก
d)
รักลูกให้ถูกทาง
7.
7. เรื่องราวใน “อิเหนา” ตอน ศึกกะหมังกุหนิง เกิดขึ้นเพราะใคร
a)
อิเหนา
b)
บุษบา
c)
จรกา
d)
วิหยาสะกำ
8.
8. คำประพันธ์นี้เป็นคำพูดของใคร
a)
บุษบา
b)
จินตะหราวาตี
c)
มาหยารัศมี
d)
สการะวาตี
9.
9. คำประพันธ์นี้ปรากฏรสวรรณคดีไทยชนิดใด
a)
เสาวรจนี
b)
นารีปราโมทย์
c)
พิโรธวาทัง
d)
สัลลาปังคพิสัย
10.
10. คำว่า “สามเวียงชัย” หมายถึงเมืองใด
a)
กุเรปัน กาหลัง หมันหยา
b)
กุเรปัน ปักมาหงัน กาหลัง
c)
กุเรปัน กาหลัง สิงหัดส่าหรี
d)
กุเรปัน สิงหัดส่าหรี หมันหยา
11.
11. ท้าวกะหมังกุหนิงยกทัพไปตีเมืองดาหาเพราะเหตุใด
a)
เพื่อต้องการเข้าครอบครองเมืองดาหา
b)
มีความแค้นกับท้าวดาหามาแต่หนหลัง
c)
เพื่อต้องการแสดงแสนยานุภาพของตน
d)
เพื่อต้องการช่วงชิงบุษบาให้วิหยาสะกำ
12.
12. ความสัมพันธ์ในข้อใดต่างจากข้ออื่น
a)
ระเด่นมนตรี : สการะวาตี
b)
ท้าวกุเรปัน : กะหรัดตะปาตี
c)
ท้าวหมันหยา : จินตะหราวาตี
d)
ท้าวกะหมังกุหนิง : วิหยาสะกำ
13.
13. ศัพท์ในข้อใดต่างจากข้ออื่น
a)
ดะหมัง
b)
ตำมะหงง
c)
กิดาหยัน
d)
ปัจจามิตร
14.
14. จากคำประพันธ์ข้างต้น “แกล้งให้แต่งตัวไว้ยั่วชาย” ในจดหมายที่ท้าวกุเรปันส่งถึงท้าวหมันหยา หมายถึงใคร
a)
บุษบา
b)
จินตะหราวาตี
c)
มาหยารัศมี
d)
สการะวาตี
15.
15. จากคำประพันธ์ข้างต้น สะท้อนให้เห็นคุณค่าด้านสังคมและวัฒนธรรมเรื่องใด
a)
แต่งกายสีมงคลตามวัน
b)
ยกทัพตามตำราพิชัยสงคราม
c)
ความเชื่อเรื่องบุพเพสันนิวาส
d)
ดูดวงชะตาตามตำราพรหมชาติ
16.
16. “ตระเวนไพรร่อนร้องตะเวนไพร เหมือนเวรใดให้นิราศเสน่หา” จากคำประพันธ์ข้างต้น สะท้อนให้เห็นคุณค่าด้านสังคมและวัฒนธรรมเรื่องใด
a)
ความเชื่อเรื่องกรรม
b)
ยกทัพตามตำราพิชัยสงคราม
c)
ความเชื่อเรื่องบุพเพสันนิวาส
d)
ดูดวงชะตาตามตำราพรหมชาติ
17.
17. “พอได้ศุภฤกษ์ก็ลั่นฆ้อง ประโคมคึกกึกก้องท้องสนาม” จากคำประพันธ์ข้างต้น สะท้อนให้เห็นคุณค่าด้านสังคมและวัฒนธรรมเรื่องใด
a)
การตัดไม้ข่มนาม
b)
การเลือกอาวุธที่ใช้รบ
c)
ความเชื่อเรื่องบุพเพสันนิวาส
d)
ความเชื่อเรื่องเวลาที่คาดว่าจะให้ผลดี
18.
18. “...เราเป็นเมืองน้อยกระจิหริด ดังหิ่งห้อยจะแข่งแสงอาทิตย์...” จากคำประพันธ์ข้างต้น สะท้อนให้เห็นคุณค่าด้านวรรณศิลป์เพราะใช้ภาพพจน์ชนิดใด
a)
อุปมา
b)
อุปลักษณ์
c)
อติพจน์
d)
บุคลาธิษฐาน
19.
19. จากคำประพันธ์ข้างต้น สะท้อนให้เห็นคุณค่าด้านวรรณศิลป์เพราะใช้ภาพพจน์ชนิดใด
a)
อุปมา
b)
อุปลักษณ์
c)
อติพจน์
d)
บุคลาธิษฐาน
20.
20. จากคำประพันธ์ข้างต้น สะท้อนให้เห็นคุณค่าด้านวรรณศิลป์แบบใด
a)
การใช้คำพ้อง
b)
การใช้คำถาม
c)
การใช้ภาพพจน์
d)
การเล่นเสียงสัมผัส
21.
21. ครูผู้สอน "ชื่อจริง" ว่าอะไร
(a)
100 %
