wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

แบบทดสอบ การแต่งคำประพันธ์

Total questions: 20

Worksheet time: 13mins

Name
Class
Date
1.

ร้อยกรอง หมายถึงอะไร

a)

คำประพันธ์ที่แต่งขึ้นโดยผู้เชี่ยวชาญ

b)

คำประพันธ์ที่แต่งขึ้นตามแบบฉันทลักษณ์

c)

คำประพันธ์ที่แต่งขึ้นตามหลักภาษา

d)

คำประพันธ์ที่เรียบเรียงใหม่ ให้เกิดความไพเราะน่าสนใจ

2.

"ร้อยกรอง หมายถึง โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน ซึ่งมีถ้อยคำที่นำมาประกอบประพันธ์กัน มีขนาดมาตรา เสียงสูงต่ำ หนักเบาและสั้นยาวตามรูปแบบที่กำหนดไว้"เป็นคำกล่าวของใคร

a)

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน

b)

นิตยา กาญจนวรรณ

c)

พระยาอนุมานราชธน

d)

สิทธา พินิจภูวดล

3.

"ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว" เป็นร้อยกรองที่เกิดขึ้นในสมัยใด

a)

ร้อยกรองสมัยสุโขทัย

b)

ร้อยกรองสมัยอยุธยา

c)

ร้อยกรองสมัยธนบุรี

d)

ร้อยกรองสมัยรัตนโกสินทร์

4.

ร้อยกรองประเภทใดที่ไทยรับมาจากอินเดีย

a)

กลอน

b)

โคลง

c)

กาพย์

d)

ฉันท์

5.

กวีที่ได้รับการยกย่องในยุคแห่งการเริ่มต้นคือใคร

a)

จิตร ภูมิศักดิ์

b)

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

c)

ครูเทพ เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี

d)

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

6.

การชมความงาม อาจจะชมตัวละคร สถานที่ที่สร้างขึ้นหรือชมธรรมชาติ เป็นลีลาการประพันธ์รูปแบบใด

a)

เสาวรจนี

b)

นารีปราโมทย์

c)

พิโรธวาทัง

d)

สัลลาปังคพิสัย

7.

สมัยรัชกาลใดกล่าวได้ว่าเป็นยุคทองของวรรณคดีไทย

a)

สมัยรัชกาลที่ 4

b)

สมัยรัชกาลที่ 3

c)

สมัยรัชกาลที่ 2

d)

สมัยรัชกาลที่ 1

8.

ทรัพย์ - ซ้อน เป็นสัมผัสประเภทใด

a)

สัมผัสนอก

b)

สัมผัสใน

c)

สัมผัสสระ

d)

สัมผัสอักษร

9.

อัพภูตรส คือรสอะไร

a)

รสแห่งความงาม

b)

รสแห่งความตื่นเต้น ประหลาดใจ

c)

รสแห่งความเศร้าโศก

d)

รสแห่งความหวาดกลัว

10.

ร้อยกรองในสมัยใดที่ไม่มีรูปแบบและฉันทลักษณ์ที่ตายตัว

a)

ร้อยกรองสมัยสุโขทัย

b)

ร้อยกรองสมัยอยุธยา

c)

ร้อยกรองสมัยธนบุรี

d)

ร้อยกรองสมัยรัตนโกสินทร์

11.

ข้อใดใช้โวหารภาพพจน์แบบสัทพจน์

a)

สัตว์ในน้ำจำแพ้แก่ผีเสื้อ

b)

เสียน้ำใจในอารมณ์ไม่สมประดี

c)

ฟังสำเนียงเสียงคลื่นดังครื้นโครม

d)

ผีเสื้อบินเย้าหยอกกับดอกไม้

12.

"แก้มน้องนางนั้นแดงกว่าใคร ใจพี่จมแทบพสุธา" เป็นการใช้ภาพพจน์แบบใด

a)

อุปมา

b)

อธิพจน์

c)

บุคลาธิษฐาน

d)

ปฏิทรรศน์

13.

ข้อใดเป็นรสของวรรณคดีสันสกฤต

a)

เสาวรจนี

b)

กรุณารส

c)

พิโรธวาทัง

d)

สัลลาปังคพิสัย

14.

ข้อใดไม่ใช่โวหารภาพพจน์ชนิดอธิพจน์

a)

ร้อนตับจะแตก

b)

เหนื่อยสายตัวแทบขาด

c)

คอยฉันสักอึดใจเดียวเท่านั้น

d)

หลอกหลอนหัวใจฉัน

15.

ข้อใดไม่ใช่คุณค่าของร้อยกรองที่มีต่อผู้แต่ง

a)

เพื่อเล่าเรื่องราว

b)

เพื่อใช้แสดงคติชีวิต

c)

เพื่อใช้เป็นบทขับร้อง

d)

เพื่อความเพลิดเพลิน

16.

สมัยรัชกาลใดที่รูปแบบการแต่งร้อยแก้วแบบตะวันตกเริ่มเข้ามามีบทบาทสำคัญ

a)

รัชกาลที่ 3

b)

รัชกาลที่ 4

c)

รัชกาลที่ 5

d)

รัชกาลที่ 6

17.

สัมผัสที่บังคับให้คล้องจองระหว่างวรรคหนึ่งกับอีกวรรคหนึ่ง คือสัมผัสประเภทใด

a)

สัมผัสนอก

b)

สัมผัสใน

c)

สัมผัสสระ

d)

สัมผัสอักษร

18.

ข้อใดไม่ใช่หลักการสังเกต คำครุ

a)

เป็นพยางค์ที่ใช้พยัญชนะตัวเดียว

b)

เป็นพยางค์ที่ประสมด้วยสระ อำ ไอ ใอ เอา

c)

เป็นพยางค์ที่มีเสียงตัวสะกด

d)

เป็นพยางค์ที่ประสมด้วยสระเสียงยาวในแม่ ก กา

19.

คำที่ใช้สำหรับลงท้ายบทหรือท้ายบาทในบทร้อยกรองประเภทโคลง และร่าย คือข้อใด

a)

คำเอก

b)

คำเป็น

c)

คำสร้อย

d)

คำนำ

20.

"เป็นความเงียบที่ดังที่สุดในใจฉัน" ใช้ภาพพจน์แบบใด

a)

อุปมา

b)

อุปลักษณ์

c)

บุคลาธิษฐาน

d)

ปฏิทรรศน์