wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ข้อสอบกลางภาค 1/2566 ภาษาไทย(พื้นฐาน) ท 31101 ม.4

Total questions: 30

Worksheet time: 16mins

Name
Class
Date
1.

1) ข้อใดเป็นการเขียนอวยพร

a)

ก.จงเชื่อในความดี

b)

ข.ขอให้มีความสุข

c)

ค.ซ่าโดนใจ

d)

ง.จงทำดี

2.

2) การเขียนเรียงความเรื่อง “กล้วยพันธุ์ไม้สารพัดประโยชน์” โครงเรื่องข้อใดจำเป็นน้อยที่สุด

a)

ก.ลักษณะของกล้วย

b)

ข.ประเภทของกล้วย

c)

ค.ประโยชน์ของกล้วย

d)

ง.ความเชื่อเกี่ยวกับกล้วย

3.

3)  ข้อใดที่ต้องเขียนให้สอดคล้องกับจุดประสงค์ของโครงงาน

a)

ก.ข้อเสนอแนะ

b)

ข.ที่มาของโครงงาน

c)

ค.สรุปและอภิปรายผล

d)

ง.ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

4.

4)  หากมีข้อมูลเกี่ยวกับอาชีพของคนในท้องถิ่น ควรเลือกจัดทำโครงงานประเภทใด

a)

ก.ทฤษฎี    

b)

 ข.สำรวจ  

c)

   

ค.ทดลอง 

d)

ง. ประดิษฐ์

5.

5)  บุคคลใดมีมารยาทในการเขียนที่ไม่เหมาะสม

a)

ก.สุมิตราใช้ถ้อยคำที่สุภาพ ไพเราะในการเขียนสื่อสาร

b)

ข.แก้วตาเขียนสื่อสารโดยใช้ถ้อยคำสุภาพ เหมาะสมกับระดับของผู้อ่าน

c)

ค.สมปรารถนาค้นคว้าข้อมูลอย่างรอบด้านและหลากหลายก่อนลงมือเขียน

d)

ง.ลีลาศึกษางานเขียนของผู้อื่น แล้วลงมือเขียนโดยคัดลอกข้อความนั้นๆ มา เพื่อแสดงหลักฐานการค้นคว้า

6.

6) ข้อควรปฏิบัติในการเขียนโต้แย้งตรงกับข้อใด

a)

ก.การจับใจความสำคัญ            

b)

ข.การใช้ภาษาในการถ่ายทอด

c)

ค.การกำหนดขอบเขตประเด็น     

d)

ง.แสดงข้อบกพร่องทรรศนะของอีกฝ่าย

7.

7)  บุคคลใดให้ข้อมูลสำหรับการเขียนแนะนำตนเองได้เหมาะสมน้อยที่สุด

a)

ก.วราภรณ์บอกชื่อ-นามสกุล ชื่อเล่น อายุ ของตนเองให้เพื่อนๆ ฟัง

b)

ข.ไมตรีบอกอุปนิสัยส่วนตัวและงานอดิเรกที่ชอบทำหากมีเวลาว่าง

c)

ค.นวียาบอกสถานภาพทางเศรษฐกิจของครอบครัวที่ประสบผลสำเร็จ จากธุรกิจส่งออก

d)

ง.ปฐมพงษ์บอกอาชีพของบิดา มารดา และสาเหตุที่ต้องย้ายจากโรงเรียนเดิม

8.

8)อ่านข้อความต่อไปนี้ แล้วระบุว่าเป็นการเขียนที่มีวัตถุประสงค์อย่างไร

    “มะรุมจอมพลัง คนเรารู้จักใช้มะรุมเป็นยารักษาโรคผิวหนัง โรคทางเดินหายใจ โรคระบบทางเดินอาหาร และโรคภัยไข้เจ็บอื่นๆ มานานหลายร้อยปีแล้ว อีกทั้งปัจจุบันยังได้รับการกล่าวขวัญถึงว่า อาจเป็นทางออกหนึ่งในการรับมือกับความอดอยากและภาวะทุพโภชนาการ พืชทนแล้งที่เติบโตเร็วในอัตราสูงถึง 3.6 เมตรต่อปี ชนิดนี้มีใบอุดมไปด้วยวิตามินและเกลือแร่”

a)

ก.การเขียนโน้มน้าวให้เชื่อ

b)

ข.การเขียนเพื่อให้ความบันเทิง

c)

ค.การเขียนเพื่อให้ความรู้ 

d)

ง.การเขียนเพื่อชี้แจง

9.

9)  ข้อใดมีความเกี่ยวข้องกับศิลปะการเขียนเรียงความน้อยที่สุด

a)

ก.การเลือกใช้ถ้อยคำเพื่อสร้างลีลาการเขียนของตนเอง

b)

ข.การเขียนข้อความในแต่ละส่วนให้มีความสัมพันธ์สอดคล้องกัน

c)

ค.การเลือกใช้ถ้อยคำที่มีความกระชับ ชัดเจน สื่อความตรงไปตรงมา

d)

ง.ควรวางโครงเรื่องเพื่อให้การจัดลำดับความคิดในการนำเสนอเป็นไปโดยสมบูรณ์

10.

10)  การอ่านในข้อใดที่ไม่ควรใช้หลักการย่อความ

a)

ก.การอ่านโฆษณาจากหนังสือพิมพ์          

b)

ข.การอ่านสารคดีเชิงท่องเที่ยวจากจุลสาร

c)

ค.การอ่านบทความเชิงอนุรักษ์จากนิตยสาร

d)

     ง.การอ่านขั้นตอนการประดิษฐ์จากนิตยสารรายปักษ์

11.

11) บุคคลใดต่อไปนี้ใช้วิธีการอ่านเพื่อย่อความได้ถูกต้อง

a)

ก. บุปผาใช้วิธีการอ่านไปย่อไปเพื่อความรวดเร็ว

b)

ข. มาลีอ่านเฉพาะย่อหน้าสุดท้ายเพื่อให้จับใจความสำคัญได้

c)

ค. นารีอ่านเนื้อเรื่องให้เข้าใจโดยตลอดจนจบก่อนลงมือย่อความ

d)

ง. ช่อผกาอ่านเฉพาะหัวข้อใหญ่แล้วนำมาเรียบเรียงเป็นใจความสำคัญ

12.

12)  ข้อใดจัดเป็นจดหมายกิจธุระ

a)

ก.จดหมายถึงไก่เพื่อนรัก

b)

ข.จดหมายถึงพ่อและแม่

c)

ค.จดหมายขอความช่วยเหลือจากคุณป้า

d)

ง.จดหมายสอบถามการรับสมัครนักเรียนฝึกงาน

13.

13)  ระยะของการปฏิบัติโครงงานที่มีความเหมาะสมและถูกต้องตรงกับข้อใด

a)

ก.ขั้นออกแบบ ขั้นลงมือ และรายงานผล ขั้นติดตามผล

b)

ข.ขั้นออกแบบและเขียนเค้าโครง ขั้นลงมือ ขั้นรายงานผล

c)

ค.ขั้นออกแบบ ขั้นเขียนเค้าโครง ขั้นลงมือ ขั้นแก้ปัญหา ขั้นรายงานผล

d)

ง.ขั้นออกแบบ ขั้นเขียนเค้าโครง ขั้นลงมือ และแก้ปัญหา ขั้นรายงานผล

14.

14)  ข้อใดไม่ใช่วิธีที่เหมาะสมสำหรับการสืบค้นข้อมูล เพื่อนำมาทำรายงานและโครงงานเชิงวิชาการ

a)

ก.อ่านหนังสือ   

b)

ข.การสำรวจ

c)

ค.การสร้างแบบสอบถาม

d)

ง.การตัดต่อจากข้อมูลของผู้อื่น

15.

15) ข้อใดกล่าวถึงลักษณะสำคัญของการเขียนวิเคราะห์วิจารณ์ได้ถูกต้องที่สุด

a)

ก.เป็นกระบวนการเขียนเพื่อแสดงความรู้ของผู้เขียน

b)

ข.เป็นกระบวนการเขียนเพื่อทำให้ผู้อ่านเกิดอารมณ์ความรู้สึกคล้อยตาม

c)

ค.เป็นกระบวนการเรียบเรียงเนื้อหาสาระที่ได้จากการศึกษาในประเด็นหนึ่งๆ

d)

ง.เป็นกระบวนการเขียนเพื่อแสดงความคิดเห็น โดยชี้ให้เห็นทั้งข้อดี และข้อด้อย

16.

16)  พฤติกรรมการแสดงความคิดเห็นของบุคคลที่กำหนดให้ต่อไปนี้ ใครแสดงความคิดเห็นได้เหมาะสมที่สุด

a)

ก.พรแสดงความคิดเห็นในเรื่องส่วนตัวของกุ้ง

b)

ข.หน่อยแสดงความคิดเห็นต่อความเชื่อของน้อย

c)

ค.นิดแสดงความคิดเห็นโดยยึดเหตุผลของตนเองเป็นใหญ่

d)

ง.แป้งแสดงความคิดเห็นต่อข่าวอาชญากรรมที่อ่านจากหนังสือพิมพ์

17.

17) พาดหัวข่าวในข้อใดใช้ภาษาเพื่อการแสดงความคิดเห็น

a)

ก.รอนนี่ ชาน พ่อพระ นักอสังหาฯ

b)

ข.เชียงราย…ตกหนัก คร่าชีวิตหญิงชรา 76

c)

ค.ด้วยคะแนน 2 ต่อ 1 เชต วอลเล่ย์บอลสาวไทย  

d)

ง.ถึงไทยแล้ว…โรคมือ เท้า ปาก สธ.หาทางป้องกัน

18.

18)  บุคคลใดต่อไปนี้มีลักษณะของผู้ฟังและดูที่ดี

a)

ก.มาลีจะตั้งจุดมุ่งหมายก่อนการฟังและดูทุกครั้ง

b)

ข.สมพิศไม่ชอบผู้ดำเนินรายการท่านนี้จึงไม่รับชมรายการ

c)

ค.สมปองฟังสมชายซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกล่าวหาสมศรี แล้วเชื่อทันที

d)

ง.สมพงศ์ไม่ได้จดบันทึกการฟังบรรยายของวิทยากรเพราะคิดว่าตนเองมีความจำที่ดี

19.

19)  พิจารณาพฤติกรรมของบุคคลที่กำหนดให้ อนุมานว่าบุคคลใดน่าจะประสบผลสำเร็จในการฟังมากที่สุด

a)

ก.กุ๊กเสียบหูฟังข้างหนึ่งเพื่อฟังเพลงจากคลื่นวิทยุขณะฟังอภิปราย

b)

ข.กรณ์สนทนากับกันต์เกี่ยวกับประเด็นการอภิปรายที่พึ่งผ่านไปขณะฟัง

c)

ค.ไก่ฟังการอภิปรายอย่างตั้งใจแต่ไม่สามารถจับใจความสำคัญของเรื่องได้

d)

ง.แก้วบันทึกเสียงของผู้อภิปรายขณะฟังการอภิปราย แล้วนำไปเปิดฟังอีกครั้งหนึ่งที่บ้าน เพื่อสรุป 

   สาระสำคัญลงในแบบบันทึกการฟัง

20.

20)  ข้อใดกล่าวถึงลักษณะของการพูดที่ดีได้ถูกต้องสมบูรณ์ที่สุด

a)

ก.พูดแล้วขัดแย้ง

b)

ข.พูดโดยใช้อารมณ์

c)

ค.พูดแล้วผู้ฟังมีความสุข  

d)

ง.พูดแล้วบรรลุวัตถุประสงค์

21.

21)  สถานการณ์ใดแสดงว่าบุคคลผู้นั้นปราศจากแนวทางการฟังเพื่อจับใจความสำคัญ

a)

ก.นารีหาข้อมูลเตรียมพร้อมเพื่อฟังการสัมมนาประชาคมอาเซียน

b)

ข.สมยศจดบันทึกสาระสำคัญที่ได้จากการฟังสัมมนาเรื่องประชาคมอาเซียน

c)

ค.ขณะที่ฟังการสัมมนาประชาคมอาเซียน มนตรีหันไปสนทนากับสนธยาเกี่ยวกับประเด็นที่เพิ่งผ่านไป

d)

ง.ขณะที่ฟังการสัมมนาประชาคมอาเซียน อรทัยคิดตั้งคำถามกับตนเองเกี่ยวกับเรื่องที่ฟัง

22.

22)  บุคคลในข้อใดมีความสามารถในการควบคุมอารมณ์ของตนในขณะที่พูด

a)

ก.โดมไม่เสียดสีผู้อื่น

b)

ข.ดอนยิ้มแย้มแจ่มใสทักทายผู้ฟัง

c)

ค.โด่งไม่นำเรื่องของผู้อื่นมาเปิดเผย

d)

      ง.ดอมไม่โต้ตอบเมื่อมีผู้ทักท้วงในขณะที่พูด

23.

23)  ลักษณะสำคัญของการพูดอภิปรายตรงกับข้อใด

a)

ก.การพูดแสดงความคิดเห็น

b)

ข.การพูดเพื่อวางแผนปฏิบัติงาน

c)

ค.การพูดเพื่อเผยแพร่ความคิดเห็น 

d)

ง.การพูดแลกเปลี่ยนความรู้ความคิด

24.

24)  ข้อใดกล่าวถึงลักษณะของการโต้วาทีที่ดีได้ถูกต้อง

a)

ก.ให้ความรู้

b)

ข.ให้ความเพลิดเพลิน

c)

ค.ให้ความรู้และความบันเทิง

d)

ง.ให้ความสามารถในการคิดวิเคราะห์

25.

25)  พฤติกรรมในข้อใดควรกระทำเมื่อต้องพูดรายงานเชิงวิชาการ

a)

ก.ประมวลใช้ถ้อยคำที่แฝงมุกตลกขบขัน

b)

ข.ปรานีใช้ถ้อยคำแสดงความเป็นกันเองกับผู้ฟัง

c)

ค.ประไพใช้ถ้อยคำเพื่อเร้าอารมณ์ความรู้สึกของผู้ฟัง

d)

ง.ประพิศใช้ถ้อยคำที่เป็นทางการกระชับเข้าใจง่าย

26.

26) ประโยคใดมีเสียงพยัญชนะควบกล้ำมากที่สุด

a)

       ก.อย่าเล่นสนุกสนานครื้นเครงบนซากปรักหักพัง

b)

ข.ครอบครัวนี้รวมพลังสู้ผีพรายในนิทานปรัมปรา

c)

        ค.เหล่าวัวควายเดินกินน้ำบริเวณหนองน้ำใกล้ทุ่งนา    

d)

ง.นกปรอดสีขาวบินปร๋อบนท้องฟ้าเวลายามเย็น

27.

27)  คำในข้อใดมีเสียงวรรณยุกต์ตรงกับคำว่า “น้ำแข็ง” ทั้งสองคำ

a)

ก.ปลาเค็ม น้ำใจ

b)

ข.น้ำปลา ม้าน้ำ

c)

ค.น้าสาว  ล้างขา

d)

ง.ปลาทู ไหมฝัน

28.

28) คำประสมในข้อใดประกอบขึ้นจากคำชนิดเดียวกันทุกคำ

a)

ก.น้ำปลา ไก่ชน น้ำแข็ง

b)

ข.ตาขาว มดแดง ดอกฟ้า

c)

ค.บัตรเติมเงิน แปรงสีฟัน ใบขับขี่      

d)

ง.ปากนกกระจอก รถไฟฟ้า เด็กหลอดแก้ว

29.

29)  คำซ้อนในข้อใดมีวิธีการประกอบรูปคำเหมือนกัน

a)

ก.อ้วนพี ดูแล รุ่งริ่ง

b)

ข.ยากง่าย เสื่อสาด จิตใจ

c)

ค.จิตใจ บ้านเรือน เสื่อสาด

d)

ง.บ้านเรือน ถ้วยชาม ถากถาง

30.

30) รูปประโยคใดแตกต่างจากข้ออื่น

a)

ก.สมพลเป็นคนซุ่มซ่ามมักเดินชนสิ่งของต่าง ๆ อยู่เป็นประจำ

b)

ข.สมภพฟังเรื่องที่สมเกียรติเล่าแล้วหัวเราะจนน้ำหูน้ำตาไหล

c)

 ค.สมชายมักถูกหัวหน้างานตำหนิติเตียนเสมอเรื่องเวลาเข้างาน

d)

ง.สมสมรจัดข้าวของที่กระจัดกระจายอยู่เต็มพื้นห้องให้เรียบร้อย