wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

วิธีการทางประวัติศาสตร์

Total questions: 30

Worksheet time: 15mins

Name
Class
Date
1.

การรวบรวมหลักฐานมีความสัมพันธ์กับการกำหนดหัวเรื่องอย่างไร

a)

 ไม่มีความสัมพันธ์กัน

b)

ช่วยทำให้หัวเรื่องสั้นและกระชับขึ้น

c)

จะกำหนดหัวเรื่องจากหลักฐานที่รวบรวมได้

d)

รวบรวมหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับหัวเรื่องที่มีการกำหนดประเด็นในการศึกษา

2.

หลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษรมีความสำคัญอย่างไรในการศึกษาประวัติศาสตร์

a)

 เป็นหลักฐานหลักที่ให้ข้อมูลทางประวัติศาสตร์

b)

เป็นหลักฐานที่ให้ข้อมูลซึ่งเข้าใจง่ายกว่าหลักฐานอื่น

c)

เป็นหลักฐานที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก สะดวกในการรวบรวม

d)

เป็นหลักฐานที่น่าเชื่อถือที่สุด เมื่อเทียบกับหลักฐานที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร

3.

 เพราะเหตุใดจึงควรรวบรวมข้อมูลจากหลักฐานชั้นรองก่อน

a)

รวบรวมข้อมูลได้สะดวกรวดเร็วกว่า

b)

ไม่ต้องเสียเวลาในการตีความข้อมูล

c)

ผ่านการพิจารณาความน่าเชื่อถือมาแล้ว

d)

ให้ข้อมูลเบื้องต้นที่เข้าใจง่ายกว่าหลักฐานชั้นต้น

4.

นักเรียนควรทำอย่างไรหากพบความขัดแย้งของข้อมูลจากหลักฐานต่างชิ้นกัน

a)

ถือว่าเป็นข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อถือทั้งคู่

b)

 ตรวจสอบเปรียบเทียบกับหลักฐานอื่นต่อไป

c)

ถือว่าข้อมูลถูกต้องแต่ต่างกันที่ความเห็นของผู้สร้าง

d)

สรุปว่าหลักฐานที่คันพบครั้งแรกน่าจะเชื่อถือได้มากที่สุด

5.

ข้อใดเป็นหลักฐานชั้นต้น

a)

สารานุกรมเรื่อง "การเลิกทาสสมัยรัชกาลที่ ๕"

b)

หนังสือเรื่อง "สถาบันกษัตริย์ในกฎมณเทียรบาล"

c)

ปริญญานิพนธ์เรื่อง "การปฏิรูปการทหารในสมัยรัชกาลที่ ๕"

d)

ภาพถ่าย "วัดเบญจมบพิตร" เมื่อแรกสร้างสมัยรัชกาลที่ ๕ ในสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ

6.

เพราะเหตุใดเราจึงต้องนำข้อมูลมาจัดหมวดหมู่

a)

สะดวกในการนำเสนอข้อมูล

b)

เพื่อเก็บข้อมูลให้เป็นระเบียบ

c)

สะดวกในการพิจารณาข้อมูล

d)

เพื่อความน่าเชื่อถือของข้อมูล

7.

เพราะเหตุใดจึงกล่าวว่าการวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูลในวิธีการทางประวัติศาสตร์เป็นสิ่งสำคัญที่สุด

a)

เป็นการตรวจสอบข้อเท็จจริงของหลักฐานที่หามาได้

b)

เป็นการตรวจสอบหลักฐานหรือข้อมูลให้น่าเชื่อถือมากขึ้น

c)

เป็นการตรวจสอบข้อมูลว่าให้ความรู้ทางประวัติศาสตร์หรือไม่

d)

เป็นการนำข้อมูลทั้งหมดมาแยกแยะ เรียบเรียงอย่างเป็นระบบ

8.

ข้อความในศิลาจารึกที่ว่า "ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว" หมายความว่า สุโขทัยมีความอุดมสมบูรณ์ดี

ข้อความนี้จัดอยู่ในขั้นตอนใดของวิธีการทางประวัติศาสตร์

a)

การกำหนดหัวเรื่อง

b)

การรวบรวมหลักฐาน

c)

การศึกษาข้อมูล

d)

การสังเคราะห์ข้อมูล

9.

การศึกษาเหตุการณ์ที่มีผลกระทบในปัจจุบันมีผลดีอย่างไร

a)

ทราบที่มาของเหตุการณ์ในปัจจุบัน

b)

ช่วยคลายความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในอดีต

c)

 เข้าใจสถานการณ์ในปัจจุบันมากยิ่งขึ้น

d)

ใช้เป็นบทเรียนในอดีตแก้ไขปัญหาในปัจจุบัน

10.

ข้อใดเป็นประโยชน์ของการวิเคราะห์และสังเคราะห์เรื่องราวเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์

a)

การตีความหลักฐานได้สมบูรณ์

b)

การสรุปผลการศึกษาอย่างมีเหตุผล

c)

การตัดสินใจเลือกเชื่อถือข้อมูลฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

d)

การวิเคราะห์และสังเคราะห์ตามประเด็นที่ศึกษา

11.

ขั้นตอนใดของวิธีการทางประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญที่สุดต่อการเขียนผลงานทางประวัติศาสตร์ให้สมบูรณ์

a)

การรวบรวมหลักฐาน

b)

การเรียบเรียงหรือการนำเสนอ

c)

การประเมินคุณค่าของหลักฐาน

d)

ทุกขั้นตอนมีความสำคัญเท่าเทียมกัน

12.

เพราะเหตุใดจึงต้องใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์ในการศึกษาประวัติศาสตร์

a)

เพื่อจะได้เป็นนักประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียง

b)

เพื่อเปรียบเทียบผลการศึกษาในสาขาวิชาต่างๆ

c)

เพื่อค้นหาความจริงจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์

d)

เพื่อหาจุดประสงค์ของผู้สร้างหลักฐานทางประวัติศาสตร์

13.

บุคคลใดมีคุณลักษณะพื้นฐานของนักประวัติศาสตร์ที่ดี

a)

กล้ามีความเชื่อมั่นในตนเองสูง

b)

แก้วมีนิสัยลำเอียง เข้าข้างแต่คนที่ตนรัก

c)

เก่งเชื่อที่คนอื่นพูดโดยไม่ไตร่ตรองให้ดีก่อน

d)

ก้องมีความละเอียดรอบคอบและเปิดใจกว้างรับฟังความเห็นที่แตกต่าง

14.

การศึกษาเรื่องราวทางประวัติศาสตร์จะมีความถูกต้องสมบูรณ์มากเป็นเพราะเหตุใด

a)

รัฐบาลให้การสนับสนุน

b)

ประชาชนให้ความสนใจ

c)

มีหลักฐานในการค้นคว้ามาก

d)

นักประวัติศาสตร์มีความสามารถ

15.

ขั้นตอนแรกของวิธีการทางประวัติศาสตร์คือข้อใด

a)

การสันนิษฐาน

b)

การลงประชามติ

c)

การรวบรวมข้อมูล

d)

การกำหนดหัวเรื่อง

16.

การศึกษาประวัติศาสตร์จากหลักฐานชั้นรองมีข้อดีอย่างไร

a)

ให้ข้อมูลที่เชื่อถือได้แน่นอน

b)

ไม่ต้องนำมาวิเคราะห์ตีความ

c)

เป็นแนวทางในการศึกษาเบื้องต้น

d)

ไม่ต้องเหนื่อยในการค้นหาหลักฐาน

17.

เราควรใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์ในการศึกษาประวัติศาสตร์ตามข้อใด

a)

เรื่องที่เราให้ความสนใจ

b)

เรื่องที่ผู้อื่นศึกษาไว้แล้ว

c)

เรื่องที่ลึกลับเหนือธรรมชาติ

d)

เรื่องที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่น

18.

การตรวจสอบหลักฐานว่าเป็นของจริงหรือของปลอม จัดเป็นขั้นตอนใดของวิธีการทางประวัติศาสตร์

a)

การรวบรวมหลักฐาน

b)

การกำหนดหัวเรื่องที่จะศึกษา

c)

การประเมินคุณค่าของหลักฐาน

d)

การวิเคราะห์ สังเคราะห์ และจัดหมวดหมู่ข้อมูล

19.

การพิจารณาความน่าเชื่อถือของหลักฐานควรดูจากสิ่งใด

a)

ข้อมูลจากหลักฐาน

b)

จำนวนหลักฐานที่พบ

c)

ความสมบูรณ์ของหลักฐาน

d)

ความน่าเชื่อถือของผู้สร้างหลักฐาน

20.

การศึกษาเรื่องราวของมนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์ควรศึกษาจากหลักฐานใด

a)

ศิลาจารึก

b)

หลักฐานทางโบราณคดี

c)

พระราชพงศาวดาร

d)

บันทึกของชาวต่างชาติ

21.

เพราะเหตุใดนักประวัติศาสตร์จึงตีความข้อมูลจากหลักฐานชิ้นเดียวกันแตกต่างกัน

a)

มีความเชื่อต่างกัน

b)

มีความสนใจต่างกัน

c)

มีจุดประสงค์ที่ต่างกัน

d)

มีความรู้ความสามารถต่างกัน

22.

หากนักเรียนพบความขัดแย้งของข้อมูลจากหลักฐานต่างประเภทกันควรทำอย่างไร

a)

ถือว่าเป็นข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อถือทั้งคู่

b)

ตรวจสอบเปรียบเทียบกับหลักฐานอื่นต่อไป

c)

ถือว่าข้อมูลถูกต้องแต่ต่างกันที่ความเห็นของผู้สร้าง

d)

ตรวจสอบดูว่าหลักฐานใดสร้างก่อนย่อมมีความน่าเชื่อถือมากกว่า

23.

ความรู้ใหม่ทางประวัติศาสตร์ที่ผ่านการศึกษาค้นคว้าตีความแล้วสามารถเปลี่ยนแปลงได้หรือไม่

a)

ได้ ขึ้นอยู่กับนักประวัติศาสตร์

b)

ไม่ได้ เพราะจะทำให้คนสับสน

c)

ไม่ได้ เพราะผ่านการวิเคราะห์ตีความมาอย่างดีแล้ว

d)

ได้ ขึ้นอยู่กับข้อมูลหลักฐานที่อาจมีการค้นพบเพิ่มเติมในภายหลัว

24.

ในการศึกษาประวัติศาสตร์สมัยสุโขทัยควรศึกษาจากแหล่งข้อมูลใด

a)

ตำนานมูลศาสนา

b)

จดหมายเหตุลาลูแบร์

c)

ศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงมหาราช

d)

จดหมายเหตุฟาน ฟลีต หรือวัน วลิต

25.

ข้อความในศิลาจารึกว่า "...เจ้าเมืองบ่เอาจกอบในไพร่ลูทาง..." หมายความว่า เจ้าเมืองไม่เก็บภาษีผ่านทาง ข้อความนี้จัดอยู่ในขั้นตอนใด

a)

การรวบรวมหลักฐาน

b)

การเรียบเรียงหรือการนำเสนอ

c)

การประเมินคุณค่าของหลักฐาน

d)

การวิเคราะห์ สังเคราะห์ และจัดหมวดหมู่ข้อมูล

26.

ในการนำตำนานมาใช้เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ผู้ศึกษาควรใช้วิธีการใดจึงจะได้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือมากที่สุด

a)

นำมาใช้กล่าวอ้างได้เลย

b)

ควรนำหลักฐานอื่นมาใช้ศึกษาประกอบ

c)

ตำนานเป็นเรื่องอิทธิปาฏิหาริย์ นำมาใช้เป็นหลักฐานไม่ได้

d)

ควรนำตำนานมาประชาพิจารณ์เพื่อประเมินความน่าเชื่อถือก่อน

27.

หลักฐานประเภทใดที่บันทึกเรื่องราวในอดีตภายใต้การอุปถัมภ์ของราชสำนัก

a)

พงศาวดาร

b)

ตำนาน

c)

จดหมายเหตุ

d)

บันทึกของชาวต่างชาติ

28.

ข้อใดคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้มีการบิดเบือนข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์

a)

ข้อมูลขัดแย้งกัน

b)

อคติของผู้ศึกษา

c)

ข้อมูลไม่สมบูรณ์

d)

ความยาวนานของเวลา

29.

หากผลการศึกษาประวัติศาสตร์ของเรามีความแตกต่างจากข้อมูลประวัติศาสตร์ที่มีอยู่เดิมจะต้องทำอย่างไร

a)

แสดงข้อมูลหลักฐานมาสนับสนุน

b)

กลับไปศึกษาใหม่อีกครั้งเพื่อความแน่ใจ

c)

ปรับผลการศึกษาให้สอดคล้องกับข้อมูลที่มีอยู่เดิม

d)

นำเสนอผลการศึกษาโดยไม่สนใจข้อมูลที่มีอยู่เดิม

30.

หลักฐานทางประวัติศาสตร์ข้อใดอยู่ต่างสมัยจากข้ออื่น

a)

วัดพระศรีสรรเพชญ์

b)

จดหมายเหตุลาลูแบร์

c)

พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท

d)

พระราชพงศาวดารกรุงเก่าฉบับหลวงประเสริฐ