wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ทบทวนความรู้ เรื่อง อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี

Total questions: 41

Worksheet time: 44mins

Name
Class
Date
1.

อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีเป็นสัดส่วนโดยตรงกับอะไร

a)

เปอร์เซ็นต์ในการชนกันของอนุภาคที่เป็นผลสำเร็จ

b)

อุณหภูมิ

c)

ความถี่ในการชนกันของอนุภาค

d)

พลังงานศักย์

2.

4. ทิศทางการชนในภาพใดแสดงถึงการชนที่มีความเหมาะสม

a)
b)
3.

พลังงานก่อกัมมันต์ (Activation Energy) คืออะไร

a)

พลังงานที่น้อยที่สุดที่จะทำให้อิเล็กตรอนหลุดออก

b)

พลังงานที่น้อยที่สุดที่จะทำให้อะตอมหลุดออก

c)

พลังงานที่น้อยที่สุดที่จะทำให้การชนกันแล้วไม่เกิดปฏิกิริยาเคมี

d)

พลังงานจำนวนน้อยที่สุดที่เกิดจากการชนของอนุภาคของสารตั้งต้นแล้วทำปฏิกิริยาเคมี

4.

การที่มีพลังก่อกัมมันต์สูงจะมีผลอย่างไรกับปฏิกิริยาเคมี

a)

ปฏิกิริยาเคมีจะเกิดได้ช้า

b)

ปฏิกิริยาเคมีจะเกิดได้เร็ว

c)

ปฏิกิริยาเคมีจะเกิดการสมดุล

d)

จะเป็นฏิกิริยาดูดความร้อน

5.

ปฏิกิริยาเคมีจะเกิดได้เร็วสัมพันธ์กันอย่างไรกับพลังงานก่อกัมมันต์

a)

จะเกิดพลังงานจลน์สูง

b)

จะเกิดพลังงานจลน์ต่ำ

c)

จะเกิดพลังงานก่อกัมมันต์ต่ำ

d)

จะเกิดพลังงานก่อกัมมันต์สูง

6.

จากภาพด้านบนภาพใดคือภาพที่แสดงถึงปฎิกิริยาคายความร้อน

a)

b)

c)

ถูกทั้ง ก และ ข

d)

ไม่มีข้อใดถูก

7.

ถ้าสารผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นมีพลังงานสูงกว่าสารตั้งต้น (สารผลิตภัณฑ์เสถียรกว่าสารตั้งต้น) จะทำให้เกิดสิ่งใด

a)

ปฏิกิริยาดูดความร้อน

b)

ปฏิกิริยาคายความร้อน

c)

ปฏิกิริยาการแทนที่

d)

ปฏิกิริยาการเติม

8.

หากค่าพลังงานของปฏิกิริยา(∆E) มีค่าเป็นลบจะเป็นปฏิกิริยาแบบใด

a)

จะเป็นปฏิกิริยาคายพลังงาน

b)

จะเป็นปฏิกิริยาดูดพลังงาน

c)

จะเป็นปฏิกิริยาการเผาไหม้

d)

จะเป็นปฏิกิริยาการเติม

9.

สถานะที่อนุภาคชนกันแล้วมีการจัดเรียงตัวกันที่เหมาะสมและมีพลังงานศักย์มากพอที่จะทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ได้ คือข้อใด

a)

สถานะของสาร

b)

สภาวะสมดุล

c)

สถานะแทรนซิชัน

d)

สภาวะแข่งขัน

10.

กราฟใดมีพลังงานก๋อกัมมันต์มากกว่ากัน

a)

b)

11.

ในระหว่างที่สารตั้งต้นเปลี่ยนเป็นสารผลิตภัณฑ์นั้นจะเกิดสิ่งใดขึ้น

a)

สารประกอบเชิงซ้อน

b)

สารกึ่งผลิตภัณฑ์

c)

สารละลาย

d)

สารประกอบเชิงซ้อนกัมมันต์

12.

จากภาพเป็นปฏิกิริยาดูดหรือคายพลังงาน

a)

ดูดพลังงาน

b)

คายพลังงาน

13.

จากภาพหากเกิดปฏิกิริยาย้อนกลับ จะเป็นปฏิกิริยาดูดหรือคายพลังงาน

a)

ดูดพลังงาน

b)

คายพลังงาน

14.

ตัวหน่วงมีผลอย่างไรในปฏิกิรยา

a)

เพิ่มผลิตภัณฑ์

b)

ลดผลิตภัณฑ์

c)

เร่งอัตราการเกิดปฏิกิริยา

d)

ลดอัตราการเกิดปฏิกิริยา

15.

ตัวเร่งปฏิกิริยามีผลอย่างไรในปฏิกิรยา

a)

เพิ่มผลิตภัณฑ์

b)

ลดผลิตภัณฑ์

c)

เร่งอัตราการเกิดปฏิกิริยา

d)

ลดอัตราการเกิดปฏิกิริยา

16.

การกระทำในข้อใดไม่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี

a)

การนำเนื้อหมูแช่ในช่องแช่แข็ง

b)

ใช้แคลเซียมคาร์ไบด์ช่วยในการบ่มมะม่วง

c)

การเคี้ยวยาลดกรดชนิดเม็ดให้ละเอียดก่อนกลืน

d)

การเปลี่ยนขนาดภาชนะที่บรรจุสารละลายที่ทำปฏิกิริยา

17.

เมื่อนำชิ้นสังกะสีใส่ในสารละลายกรดไฮโดรคลอริก วิธีทำให้ปฏิกิริยาเกิดเร็วขึ้นโดยไม่เพิ่มปริมาณสังกะสีและกรดต่อไปนี้

ก. ใช้แท่งแก้วคนให้ทั่ว

ข. ใช้ผงสังกะสีน้ำหนักเท่ากันแทนชิ้นสังกะสี

ค. ให้ความร้อน

ง. เติมน้ำกลั่นลงไปเท่าตัว ข้อใดถูก

ข้อใดถูกต้อง

a)

ก., ข. และ ค. เท่านั้น

b)

ข., ค. และ ง. เท่านั้น

c)

ก., ค. และ ง. เท่านั้น

d)

ก., ข., ค. และ ง.

18.

ข้อใดถูกตามทฤษฎีจลน์

a)

ทุกครั้งที่สารตั้งต้นชนกันในทิศทางที่เหมาะสม จะเกิดสารผลิตภัณฑ์

b)

การสลายตัวของสารเชิงซ้อนกัมมันต์อาจได้สารตั้งต้นหรือสารผลิตภัณฑ์

c)

สารเชิงซ้อนกัมมันต์ที่เกิดขึ้นระหว่างปฏิกิริยามีพลังงานต่ำกว่าสารตั้งต้นและสารผลิตภัณฑ์

d)

การเกิดสารเชิงซ้อนกัมมันต์ปฏิกิริยาจะคายพลังงานออกมาซึ่งเรียกพลังงานนี้ว่าพลังงานก่อกัมมันต์

19.

จากปฏิกิริยาต่อไปนี้ A + B -----> C + D พบว่าความสัมพันธ์ระหว่างพลังงานกับการดำเนินไปของปฏิกิริยาเป็นไป ดังรูป ข้อใดถูก

a)

ปฏิกิริยานี้เป็นกระบวนการคายความร้อน

b)

ผลิตภัณฑ์มีความเสถียรน้อยกว่าสารตั้งต้น

c)

พลังงานก่อกัมมันต์ของปฏิกิริยามีค่าเท่ากับ x + y

d)

เมื่อมีการเติมตัวเร่งลงในปฏิกิริยาจะทำให้ค่า y ลดลง

20.

X (s) + Y (aq) ------> Z (g) เป็นปฏิกิริยาดูดความร้อนอัตราเร็วของ ปฏิกิริยานี้เพิ่มขึ้นเมื่อ

ก. เพิ่มอุณหภูมิเพราะจำนวนโมเลกุลที่มีพลังงานจลน์สูงมีมากขึ้น

ข. เติมตัวเร่งปฏิกิริยาเพราะทำให้ปฏิกิริยาสารผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้น

ค. เพิ่มอุณหภูมิเพราะทำให้สารตั้งต้นขยายตัวมีพื้นที่ผิวเพิ่มขึ้น

ง. บด X ให้มีขนาดเล็กลงหรือเป็นผง และเพิ่มปริมาณ Y

ข้อใดถูกต้อง

a)

ก และ ข

b)

ข และ ค

c)

ค และ ง

d)

ก และ ง

21.

ปฏิกิริยา A (s) + B (aq) ------> C (aq) + D (g) เป็นปฏิกิริยาคายความร้อน อัตราการเกิดปฏิกิริยาจะเพิ่มขึ้นเมื่อใด

a)

ลดขนาดของ A เพิ่มความเข้มข้นของ B ลดอุณหภูมิ

b)

ลดปริมาณของ A เพิ่มความเข้มข้นของ B ลดอุณหภูมิ

c)

ลดขนาดของ A เติมตัวเร่งปฏิกิริยา เพิ่มอุณหภูมิ

d)

เพิ่มขนาดของ A ลดความดัน เพิ่มอุณหภูมิ

22.

ข้อสรุปใดต่อไปนี้ผิด

a)

ตัวเร่งปฏิกิริยาทำให้พลังงานก่อกัมมันต์เพิ่มขึ้น

b)

เมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้นอัตราการเกิดปฏิกิริยาจะเพิ่มขึ้น

c)

โมเลกุลชนกันทุกครั้งต้องเกิดปฏิกิริยา หากมีพลังงานก่อกัมมันต์เพียงพอ

d)

ถ้าพลังงานของสารตั้งต้นมากกว่าสารผลิตภัณฑ์ ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นจะเป็นปฏิกิริยาคายความร้อน

23.

ข้อใดเป็นข้อความที่ไม่ถูกต้อง

a)

ในการเกิดปฏิกิริยาเคมีสารตั้งต้นต้องชนกันถูกทิศทาง

b)

โมเลกุลที่มาชนกันแล้วเกิดปฏิกิริยา คือโมเลกุลที่มีพลังงานต่ำๆ

c)

ปฏิกิริยาที่มี Ea ต่ำจะมีอัตราการเกิดปฏิกิริยาสูงกว่าปฏิกิริยาที่มี Ea สูง

d)

Ea เป็นค่าเฉพาะของปฏิกิริยาหนึ่งๆ

24.

การเพิ่มอุณหภูมิมีผลทำให้อัตราการเกิดปฏิกิริยาเร็วขึ้น เพราะเหตุใด

1. ทำให้อนุภาคของสารตั้งต้นชนกันบ่อยครั้งขึ้น

2.ทำให้พลังงานก่อกัมมันต์ของสารตั้งต้นลดลง

3. ทำให้อนุภาคที่มีพลังงานสูงเพิ่มขึ้น

a)

1 เท่านั้น

b)

3 เท่านั้น

c)

1 และ 2

d)

1 และ 3

25.

ปัจจัยที่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีในข้อใด ช่วยลดพลังงานก่อกัมมันต์ (Ea)

a)

ความเข้มข้นของสารตั้งต้น

b)

อุณหภูมิ

c)

พื้นที่ผิว

d)

ตัวเร่งปฏิกิริยา

26.

a)

0.5 cm3/s

b)

0.15 cm3/s

c)

0.05 cm3/s

d)

0.11 cm3/s

27.

อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี หมายถึง?

a)

ความเร็วของการเพิ่มปริมาณสารตั้งต้น แต่ปริมาณผลิตภัณฑ์ลดลง ในหนึ่งหน่วยเวลา

b)

ความเร็วของการลดปริมาณสารตั้งต้น และผลิตภัณฑ์ ในหนึ่งหน่วยเวลา

c)

ความเร็วของการเพิ่มปริมาณสารตั้งต้น และปริมาณผลิตภัณฑ์ ในหนึ่งหน่วยเวลา

d)

ความเร็วของการลดปริมาณสารตั้งต้น แต่ปริมาณผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้น ในหนึ่งหน่วยเวลา

28.

ถ้า A เป็นผลิตภัณฑ์ และ B เป็นสารตั้งต้น เมื่อเกิดปฏิกิริยา A และ B จะเปลี่ยนแปลงอย่างไร

a)

A ลด , B เพิ่ม

b)

A ลด , B ลด

c)

A เพิ่ม , B ลด

d)

A เพิ่ม , B เพิ่ม

29.

หากนักเรียนทำการใส่ชิ้นสังกะสีลงในสารละลายกรดไฮโดรคลอริก นักเรียนจะมีการวัดอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีอย่างไร ?

a)

วัดจากความเข้มข้นของกรดที่เพิ่มขึ้น

b)

วัดจากสีที่เกิดขึ้น

c)

วัดจากความดันของแก๊สไฮโดรเจนที่เกิดขึ้น

d)

ไม่สามารถวัดได้

30.

ข้อใดเกิดปฏิกิริยาเคมี

a)

น้ำตาลละลายน้ำ

b)

การเผาไหม้

c)

น้ำกลายเป็นไอ

d)

การเกิดเมฆตามธรรมชาติ

31.

ในทางเคมี สาร Reactant แปลว่าอะไร

a)

สารตั้งต้น

b)

สารผลิตภัณฑ์

c)

ตัวเร่งปฏิกิริยา

d)

ตัวหน่วงปฏิกิริยา

32.

ในทางเคมีสาร Product แปลว่าอะไร

a)

สารตั้งต้น

b)

สารผลิตภัณฑ์

c)

ตัวเร่งปฏิกิริยา

d)

ตัวหน่วงปฏิกิริยา

33.

a)

4.2 cm3/s

b)

0.084 cm3/s

c)

50 cm3/s

d)

11.90 cm3/s

34.

ใส่แท่งโลหพสังกะสีรูปทรงกลม 1 ลูกบาศก์เซนติเมตร ลงในกรดไฮโดรคลอริกเข้มข้น 0.1 โมล/ลิตร 20 ลูกบาศก์เซนติเมตร แล้วเขย่าเบา ๆ ถ้าเพิ่มสิ่งต่อปนี้เป็นสองเท่า อะไรจะทำให้อัตราเร็วของการเกิดแก๊สไฮโดรเจนเพิ่มมากที่สุด

a)

พื้นที่ผิวของ Zn

b)

ปริมาตรของ HCl

c)

ปริมาตรของ Zn

d)

ความเข้มข้นของ HCl

35.

ในการศึกษาอัตราการเกิดปฏิกิริยาระหว่างหินปูนที่มากเกินพอกับกรด HCl ที่มีความเข้มข้น 0.1 โมล/ลิตร ปริมาณ 20 ลูกบาศก์เซนติเมตร ที่ 20oC ถ้าเปลี่ยนความเข้มข้นของกรดเป็น 0.5 โมล/ลิตร ในปริมาณและอุณหภูมิเท่าเดิม ข้อความใดถูกต้องที่สุด

a)

อัตราการเกิดปฏิกิริยาคงที่

b)

อัตราการเกิดปฏิกิริยาลดลง

c)

อัตราการเกิดปฏิกิริยาเร็วขึ้น

d)

ข้อมูลไม่เพียงพอที่จะหาคำตอบ

36.

มีปฏิกิริยาระหว่างของแข็งกับแก๊สชนิดหนึ่งซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ถ้าต้องการทดให้อัตราของการเกิดปฏิกิริยาเพิ่มขึ้น จะต้องทำให้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร

a)

ลดความดันของแก๊ส

b)

ลดอุณหภูมิลง

c)

ลดขนาดของของแข็งลง

d)

รักษาความดันให้คงที่

37.

ในการศึกษาปฏิกิริยาเคมีโดยทั่วไปมักต้องการให้ปฏิกิริยาเกิดขึ้นเร็ว ดังนั้นเวลาทำการทดลองจึงมักกระทำตามข้อใด

a)

อุ่นให้ร้อนเพื่อเพิ่มอุณหภูมิ

b)

ใช้สารละลายที่มีความเข้มข้นสูง

c)

ใช้วิธีคนอย่างสม่ำเสมอ

d)

ถูกทุกข้อ

38.

การเพิ่มความเข้มข้นของสารตั้งต้น ช่วยทำให้ปฏิกิริยาเกิดเร็วขึ้น และยังทำให้ปริมาณผลิตภัณฑ์มีมากขึ้นด้วย เพราะเหตุผลในข้อใด

a)

เกิดปฏิกิริยาผันกลับได้

b)

เกิดภาวะสมดุล

c)

ปริมาณสารตั้งต้นมีเท่าเดิม

d)

ปริมาณสารตั้งต้นมีมากขึ้น

39.

พื้นที่ผิว อุณหภูมิสารตั้งต้น และตัวเร่งปฏิกิริยา ช่วยทำให้ปฏิกิริยาเกิดเร็วขึ้นแต่ไม่เพิ่มปริมาณผลิตภัณฑ์ เพราะเหตุผลข้อใด

a)

เกิดปฏิกิริยาผันกลับได้

b)

เกิดภาวะสมดุล

c)

ปริมาณสารตั้งต้นมีเท่าเดิม

d)

ปริมาณสารตั้งต้นมีมากขึ้น

40.

ข้อสังเกตใดที่แสดงว่ามีการเกิดปฏิกิริยาเคมี

a)

การเกิดตะกอน

b)

การเกิดฟองแก๊ส

c)

สีของสารละลายเปลี่ยน

d)

ถูกทุกข้อ

41.

ใส่แท่งโลหะสังกะสีรูปทรงกลม 1 cm3 ลงในกรดไฮโดรคลอริกเข้มข้น 0.1 โมล/ลิตร 20 cm3 แล้วเขย่าเบา ๆ ถ้าเพิ่มสิ่งต่อไปนี้เป็นสองเท่า อะไรจะทำให้อัตราเร็วของการเกิดก๊าซไฮโดรเจนเพิ่มมากที่สุด

a)

พื้นที่ผิวของ Zn

b)

ปริมาตรของ Zn

c)

ปริมาตรของ HCl

d)

ความเข้มข้นของ HCl