wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

20001-1004 [Midterm]

Total questions: 40

Worksheet time: 1hrs 20mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดไม่ถือว่าเป็นลูกจ้างตามกฎหมายแรงงาน

a)

ข้าราชการ

b)

พนักงานโรงแรม

c)

วิศวกรของบริษัท

d)

พนักงานบัญชีของบริษัท

2.

ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของสัญญาจ้างแรงงาน

a)

เป็นสัญญาที่ไม่มีแบบ

b)

เป็นสัญญาต่างตอบแทน

c)

คำนวณค่าจ้างตามระยะเวลาการทำงาน

d)

คุณสมบัติของคู่สัญญาไม่เป็นสาระสำคัญ

3.

สัญญาจ้างแรงงานจะต้องทำอย่างไรจึงจะสมบูรณ์ตามกฎหมาย

a)

ทำเป็นหนังสือ

b)

มีหลักฐานเป็นหนังสือ

c)

ตกลงกันด้วยวาจาก็ได้

d)

จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่

4.

ข้อใดเป็นสัญญาจ้างแรงงาน

a)

แดงจ้างดำว่าความเป็นเงิน 50,000 บาท

b)

ขาวจ้างน้ำตาลพ่นสีรถยนต์เป็นเงิน 40,000 บาท

c)

ฟ้าจ้างน้ำเงินตัดชุดราตรี 1 ชุดเป็นเงิน 20,000 บาท

d)

ม่วงทำงานในโรงงานได้ค่าจ้างเดือนละ 15,000 บาท

5.

ถ้าในสัญญาจ้างแรงงานไม่ได้กำหนดเวลาการจ่ายสินจ้างไว้และไม่อาจกำหนดได้โดยจารีตประเพณี ดังนี้จะต้องจ่ายสินจ้างกันเมื่อใด

a)

จ่ายก่อนทำงาน

b)

จ่ายขณะทำงาน

c)

จ่ายเมื่อทำงานนั้นแล้วเสร็จ

d)

จ่ายเมื่อทำงานนั้นแล้วเสร็จครึ่งหนึ่ง

6.

นายจ้างต้องรับผิดร่วมกับลูกจ้างในผลแห่งอะไรซึ่งลูกจ้างได้ทำไปในทางการที่จ้าง

a)

สัญญา

b)

ละเมิด

c)

นิติกรรม

d)

ลาภมิควรได้

7.

ถ้าระยะเวลาที่ได้ตกลงว่าจ้างกันนั้นสิ้นสุดลงแล้ว ลูกจ้างยังคงทำงานอยู่ต่อไปอีก นายจ้างรู้แล้ว   ไม่ทักท้วง เช่นนี้ถือว่ามีผลอย่างไร

a)

สัญญาจ้างเป็นโมฆะ

b)

สัญญาจ้างเป็นโมฆียะ

c)

คู่สัญญาได้ทำสัญญาจ้างกันใหม่

d)

ลูกจ้างกระทำความผิดอย่างร้ายแรง

8.

ถ้าในสัญญาจ้างแรงงานไม่ได้กำหนดว่าจ้างกันนานเท่าใด คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งจะบอกเลิกสัญญาได้ในกรณีใด

a)

บอกเลิกสัญญาไม่ได้

b)

บอกเลิกสัญญาได้ทันที

c)

ต้องบอกกล่าวให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 6 เดือน

d)

ต้องบอกกล่าวให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบล่วงหน้า 1 ช่วงระยะเวลาการจ่ายค่าจ้าง

9.

โดยทั่วไปแล้วสัญญาจ้างแรงงานระงับไปเมื่อใด

a)

ลูกจ้างป่วย

b)

ลูกจ้างตาย

c)

นายจ้างป่วย

d)

นายจ้างตาย

10.

นายจ้างจ้างลูกจ้างมาทำงานในโรงงานของตน ไม่ได้กำหนดว่าจ้างกันนานเท่าใด โดยจ่ายค่าจ้างกันทุก ๆ เดือน เมื่อนายจ้างต้องการเลิกจ้าง ต้องบอกกล่าวให้ลูกจ้างทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่ากี่เดือน

a)

1 เดือน

b)

2 เดือน

c)

3 เดือน

d)

4 เดือน

11.

สัญญาจ้างแรงงานเป็น (a)   สองฝ่าย คือ มีฝ่ายลูกจ้างและฝ่ายนายจ้าง

12.

ถ้าตามพฤติการณ์ไม่อาจจะคาดหมายได้ว่างานนั้นจะพึงทำให้เปล่าแล้ว ย่อมถือเป็นปริยายว่า นายจ้างมีคำมั่นจะให้ (a)  

13.

นายจ้างต้องร่วมกันรับผิดกับลูกจ้างในผลแห่ง (a)   ซึ่งลูกจ้างได้กระทำไปในทางการที่จ้างนั้น

14.

พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน มิให้ใช้บังคับแก่อะไร

a)

บริษัทจำกัด

b)

ห้างหุ้นส่วนสามัญ

c)

โรงงานผลิตน้ำปลา

d)

ราชการส่วนท้องถิ่น

15.

ผู้ซึ่งตกลงรับลูกจ้างเข้าทำงานโดยจ่ายค่าจ้างให้ คือข้อใด

a)

ลูกจ้าง

b)

นายจ้าง

c)

ผู้รับจ้าง

d)

สัญญาจ้าง

16.

นายจ้างจะให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลาในวันทำงานได้หรือไม่

a)

ได้

b)

ไม่ได้

c)

ได้ โดยต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้างก่อน

d)

ไม่ได้ แม้จะได้รับความยินยอมจากลูกจ้างแล้วก็ตาม

17.

ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันมาแล้วครบ 1 ปี  มีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีได้กี่วันใน 1 ปีทำงาน

a)

ไม่น้อยกว่า 3 วัน

b)

ไม่น้อยกว่า 4 วัน

c)

ไม่น้อยกว่า 5 วัน

d)

ไม่น้อยกว่า 6 วัน

18.

งานตามข้อใดที่ลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงสามารถทำได้

a)

งานตัดเย็บเสื้อผ้า

b)

งานผลิตวัตถุไวไฟ

c)

งานก่อสร้างที่ต้องทำในถ้ำ

d)

งานเหมืองแร่ที่ต้องทำในอุโมงค์

19.

ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2541) ออกตามความในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ให้งานทุกประเภทมีเวลาทำงานปกติวันหนึ่งไม่เกินกี่ชั่วโมง

a)

6  ชั่วโมง

b)

7  ชั่วโมง

c)

8  ชั่วโมง

d)

9  ชั่วโมง

20.

งานที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและความปลอดภัยของลูกจ้าง ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2541) ออกตามความในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ได้แก่งานอะไร

a)

งานเชื่อมโลหะ

b)

งานขนส่งวัตถุอันตราย

c)

งานเกี่ยวกับกัมมันตภาพรังสี

d)

งานในกิจการโรงแรม

21.

ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2541) ออกตามความในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ชั่วโมงทำงานในวันหยุด เมื่อรวมกันแล้วสัปดาห์หนึ่งต้องไม่เกินกี่ชั่วโมง

a)

12  ชั่วโมง

b)

24  ชั่วโมง

c)

36  ชั่วโมง

d)

48 ชั่วโมง

22.

ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2541) ออกตามความในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 งานที่มีลักษณะหรือสภาพของงานที่นายจ้างอาจให้ลูกจ้างหยุดทำงานในวันหยุดตามประเพณี ได้แก่งานอะไร

a)

งานในสำนักพิมพ์

b)

งานในสถานมหรสพ

c)

งานในสถานพยาบาล

d)

งานในร้านขายอาหาร

23.

เวลาทำงานปกติของลูกจ้าง สัปดาห์หนึ่งต้องไม่เกิน (a)   ชั่วโมง

24.

ในวันที่มีการทำงาน ให้นายจ้างจัดให้ลูกจ้างมีเวลาพักระหว่างการทำงานวันหนึ่งไม่น้อยกว่า 1

ชั่วโมง หลังจากที่ลูกจ้างทำงานมาแล้วไม่เกิน (a)   ชั่วโมง

25.

ห้ามมิให้นายจ้างรับเด็กอายุต่ำกว่า (a)   ปี เป็นลูกจ้าง

26.

ลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงได้ลาเพื่อคลอดบุตร นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างให้ตลอดระยะเวลาที่ลา แต่ต้อง

ไม่เกิน (a)   วัน

27.

พระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ. 2537 ใช้บังคับแก่อะไร

a)

รัฐวิสาหกิจ

b)

โรงงานผลิตรถยนต์

c)

ราชการส่วนกลาง เฉพาะข้าราชการหรือลูกจ้างประจำ

d)

ราชการส่วนภูมิภาค เฉพาะข้าราชการหรือลูกจ้างประจำ

28.

เงินที่จ่ายเป็นค่าทดแทน ค่ารักษาพยาบาล ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพในการทำงาน และค่าทำศพ เรียกว่าอะไร

a)

ค่าจ้าง

b)

ค่าทดแทน

c)

เงินทดแทน

d)

ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพในการทำงาน

29.

ผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ. 2537 คือใคร

a)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

b)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

c)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

d)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

30.

เมื่อลูกจ้างประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยจนถึงแก่ความตายหรือสูญหาย ให้นายจ้างจ่ายค่าทำศพแก่ผู้จัดการศพของลูกจ้างเป็นจำนวนกี่เท่าของอัตราสูงสุดของอัตราค่าจ้างขั้นต่ำรายวัน ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน

a)

10 เท่า

b)

20 เท่า

c)

30 เท่า

d)

ตามอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง

31.

เมื่อลูกจ้างประสบอันตราย หรือเจ็บป่วย หรือสูญหาย ให้นายจ้างจ่ายค่าทดแทนเป็นรายเดือนให้แก่ลูกจ้างหรือผู้มีสิทธิร้อยละเท่าใดของค่าจ้างรายเดือน สำหรับกรณีที่ลูกจ้างต้องสูญเสียสมรรถภาพในการทำงานของร่างกาย โดยจ่ายตามระยะเวลาที่ต้องจ่ายให้ ตามที่กระทรวงแรงงานประกาศกำหนด แต่ต้องไม่เกิน 10 ปี

a)

ร้อยละ 60

b)

ร้อยละ 70

c)

ร้อยละ 80

d)

ร้อยละ 90

32.

เมื่อลูกจ้างประสบอันตราย หรือเจ็บป่วย หรือสูญหาย ให้นายจ้างจ่ายค่าทดแทนเป็นรายเดือนให้แก่ลูกจ้างหรือผู้มีสิทธิร้อยละ 70 ของค่าจ้างรายเดือน สำหรับกรณีที่ลูกจ้างทุพพลภาพ โดยจ่ายตามประเภทของการทุพพลภาพ และตามระยะเวลาที่กระทรวงแรงงานประกาศกำหนด แต่ต้องไม่เกินกี่ปี

a)

5 ปี

b)

10 ปี

c)

15 ปี

d)

20 ปี

33.

เมื่อลูกจ้างประสบอันตราย หรือเจ็บป่วย หรือสูญหาย ให้นายจ้างจ่ายค่าทดแทนเป็นรายเดือนให้แก่ลูกจ้างหรือผู้มีสิทธิ ร้อยละ 70 ของค่าจ้างรายเดือน สำหรับกรณีที่ลูกจ้างถึงแก่ความตายหรือสูญหายมีกำหนดกี่ปี

a)

4 ปี

b)

6 ปี

c)

8 ปี

d)

10 ปี

34.

ให้บุตรของลูกจ้างซึ่งเกิดภายในกี่วัน นับแต่วันที่ลูกจ้างถึงแก่ความตายหรือวันที่เกิดเหตุสูญหาย มีสิทธิได้รับเงินทดแทนนับแต่วันคลอด

a)

210 วัน

b)

260 วัน

c)

310 วัน

d)

365 วัน

35.

กระทรวงแรงงานมีอำนาจจัดสรรเงินกองทุนไม่เกินร้อยละเท่าใดของดอกผลของกองทุน เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการบำบัดรักษา และส่งเสริมการฟื้นฟูสมรรถภาพในการทำงานของลูกจ้าง และเป็นค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมหรือป้องกันเกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงาน

a)

ร้อยละ 22

b)

ร้อยละ 23

c)

ร้อยละ 24

d)

ร้อยละ 25

36.

ผู้ที่ทำหน้าที่เสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีเกี่ยวกับนโยบายการบริหารกองทุนและการจ่ายเงินทดแทน คือใคร

a)

ลูกจ้าง

b)

นายจ้าง

c)

ผู้ประสบอันตราย

d)

คณะกรรมการกองทุนเงินทดแทน

37.

ในกรณีที่ลูกจ้างประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยจนถึงแก่ความตายโดยไม่มีผู้จัดการศพ ให้ (a)   จัดการศพของลูกจ้างไปพลางก่อน จนกว่าผู้มีสิทธิตามมาตรา 20 จะมาขอเป็นผู้จัดการศพ

38.

เมื่อลูกจ้างประสบอันตราย หรือเจ็บป่วย หรือสูญหาย ให้นายจ้างจ่ายค่า (a)   เป็นรายเดือนให้แก่ลูกจ้างหรือผู้มีสิทธิตามมาตรา 20 แล้วแต่กรณี

39.

การรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน และการจัดหาผลประโยชน์ของกองทุนเงินทดแทนให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด โดยความเห็นชอบของกระทรวง (a)  

40.

ให้กระทรวงแรงงานประกาศกำหนดชนิดของ (a)   ซึ่งเกิดขึ้นตามลักษณะหรือสภาพของงานหรือเนื่องจากการทำงาน