wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ข้อสอบกลางภาค ปี 66

Total questions: 40

Worksheet time: 20mins

Name
Class
Date
1.

วัตถุประสงค์ในการศึกษาทางเศรษฐศาสตร์เพื่อควบคุมสถานการณ์ทางเศรษฐกิจให้เป็นไปตามที่ต้องการ เป็นการศึกษาเศรษฐศาสตร์ในแนวทางใด

a)

เศรษฐศาสตร์วิเคราะห์

b)

เศรษฐศาสตร์นโยบาย

c)

เศรษฐศาสตร์การเงิน

d)

เศรษฐศาสตร์การคลัง

e)

เศรษฐศาสตร์จุลภาค

2.

วิธีการศึกษาทางเศรษฐศาสตร์มีกี่วิธี อะไรบ้าง

a)

2 วิธี คือ วิธีการหาจากเหตุ และวิธีการหาเหตุจากผล

b)

2 วิธี คือ วิธีสังเกตจากประวัติศาสตร์ และวิธีการศึกษาจากสภาพปัจจุบัน

c)

3 วิธี คือ วิธีสังเกตจากประวัติศาสตร์ วิธีหาผลจากเหตุ และวิธีหาเหตุจากผล

d)

3 วิธี คือ วิธีศึกษาสภาพปัจจุบัน วิธีหาผลจากเหตุ และวิธีหาเหตุจากผล

e)

4 วิธี คือ ประสบการณ์ ประวัติศาสตร์ วิธีหาผลจากเหตุ และวิธีหาเหตุจากผล

3.

ปัญหาข้อใดเป็นปัญหาทางด้านเศรษฐศาสตร์จุลภาค

a)

ปัญหาความยากจน

b)

ปัญหาการว่างงาน

c)

เนื้อหมูขาดตลาด

d)

ปัญหาภาวะเงินเฟ้อ

e)

การขาดดุลการค้าและดุลการชำระเงิน

4.

เนื้อหาสาระเรื่องใดต่อไปนี้ที่จัดอยู่ในเศรษฐศาสตร์มหภาค

a)

พฤติกรรมของหน่วยผลิต

b)

การศึกษารายได้ประชาชาติ

c)

อุปสงค์ในการซื้อเนื้อสัตว์

d)

ความต้องการซื้อรถยนต์

e)

การผูกขาดในหน่วยผลิตต่าง ๆ

5.

ปัญหาพื้นฐานข้อใดในทางเศรษฐกิจที่ทุกระบบเศรษฐกิจจะต้องเผชิญ

a)

ผลิตอะไร ผลิตอย่างไร และผลิตเพื่อใคร

b)

ผลิตอะไร ผลิตจำนวนเท่าใด และผลิตอย่างไร

c)

ผลิตอะไร ผลิตจำนวนเท่าใด และผลิตเพื่อใคร

d)

ผลิตอะไร ผลิตอย่างไร และผลิตจำนวนเท่าใด

e)

ผลิตเพื่อใคร ผลิตจำนวนเท่าใด และผลิตเพื่ออะไร

6.

ปัญหาพื้นฐานทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นเนื่องจากสาเหตุใด

a)

ประชากรยากจน

b)

การผูกขาดทางเศรษฐกิจ

c)

ความต้องการของมนุษย์มีจำกัด

d)

การนำสินค้าเข้ามากกว่าการส่งสินค้าออก

e)

ทรัพยากรมีไม่เพียงพอกับความต้องการของมนุษย์

7.

ประโยชน์ของการเรียนวิชาเศรษฐศาสตร์คืออะไร

a)

ทำให้เจ้าของธุรกิจร่ำรวย

b)

ทำให้เศรษฐกิจไม่ตกต่ำ

c)

ทำให้บ้านเมืองมีความสงบ

d)

ทำให้บุคคลในสังคมเข้าใจระบบเศรษฐกิจมากขึ้น

e)

ทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการได้ถูกต้อง

8.

เมื่อราคาสินค้าสูงขึ้น ผู้บริโภคจะซื้อสินค้ามาบริโภคในจำนวนที่น้อยลง แต่ถ้าราคาสินค้าลดลง ผู้บริโภคจะซื้อสินค้าเพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นถึงข้อใด

a)

กฎของอุปสงค์

b)

กฎของอุปทาน

c)

กฎว่าด้วยการมีจำกัด

d)

กฎว่าด้วยการลดน้อยถอยลง

e)

กฎว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงการผลิตหน่วยสุดท้าย

9.

เมื่อราคาสินค้าสูงขึ้นผู้ผลิตเต็มใจที่จะผลิตสินค้าออกขายมากขึ้น แต่ถ้าราคาสินค้าลดลงผู้ผลิตจะผลิตสินค้าออกขายลดลง แสดงให้เห็นในข้อใด

a)

กฎของอุปสงค์

b)

กฎของอุปทาน

c)

กฎว่าด้วยการมีจำกัด

d)

กฎว่าด้วยการลดน้อยถอยลง

e)

กฎว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงการผลิตหน่วยสุดท้าย

10.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการแบ่งชนิดของอุปสงค์

a)

2 ชนิด คือ อุปสงค์ต่อรายได้ และอุปสงค์ต่อปัจจัยการผลิต

b)

2 ชนิด คือ อุปสงค์ต่อราคา แะลอุปสงค์ต่อรายได้

c)

2 ชนิด คือ อุปสงค์ต่อราคา และอุปสงค์ต่อราคาสินค้าชนิดอื่น

d)

3 ชนิด คือ อุปสงค์ต่อราคา อุปสงค์ต่อรายได้ และอุปสงค์ต่อราคาสินค้าชนิดอื่น

e)

3 ชนิด คือ อุปสงค์ต่อราคา อุปสงค์ต่อค่าใช้จ่าย และอุปสงค์ต่อราคาสินค้าชนิดอื่น

11.

ตัวกำหนดโดยตรงของอุปสงค์และอุปทานของสินค้าชนิดใดชนิดหนึ่งคือข้อใด

a)

เป้าหมายของผู้ผลิตสินค้าชนิดนั้น

b)

เทคโนโลยีที่นำมาใช้ในการผลิตสินค้าชนิดนั้น

c)

จำนวนผู้ผลิตที่ผลิตสินค้าชนิดนั้นออกขาย

d)

ราคาสินค้าชนิดนั้น

e)

ราคาของสินค้าชนิดอื่น

12.

การที่เส้นอุปสงค์เคลื่อนย้ายไปทางขวามือทั้งเส้นอาจเกิดจากข้อใด

a)

ต้นทุนการผลิตลดลง

b)

เทคโนโลยีที่นำมาใช้ในการผลิตสินค้าดีขึ้น

c)

จำนวนผู้ผลิตที่ผลิตสินค้าชนิดนั้นเพิ่มขึั้น

d)

จำนวนผู้บริโภคเพิ่มขึ้น

e)

ราคาปัจจัยการผลิตลดลง

13.

รัฐบาลได้ประกาศให้ประชาชน "บริโภคอาหารประเภทปลาจะให้โปรตีน และมีไขมันต่ำกว่าการบริโภคเนื้อสัตว์ประเภทเนื้อหมูและเนื้อวัว" ผลจะเป็นอย่างไร

a)

เส้นอุปสงค์ของเนื้อปลาจะเคลื่อนย้ายไปทางซ้ายมือทั้งเส้น

b)

เส้นอุปสงค์ของเนื้อปลาจะเคลื่อนย้ายไปทางขวามือทั้งเส้น

c)

เส้นอุปสงค์ของเนื้อหมูจะเคลื่อนย้ายไปทางขวามือทั้งเส้น

d)

เส้นอุปสงค์ของเนื้อวัวจะเคลื่อนย้ายไปทางขวามือทั้งเส้น

e)

เส้นอุปสงค์ของเนื้อหมูจะเคลื่อนย้ายไปทางขวามือ

14.

สินค้าใดต่อไปนี้มีค่าความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคา Ed = 0

a)

โลงศพ

b)

เสื้อผ้า

c)

เครื่องจักร

d)

วัตถุโบราณ

e)

อาหารและเครื่องดื่ม

15.

สินค้าข้อใดต่อไปนี้มีค่าความยืนหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคา Ed < 1

a)

อาหารและเครื่องดื่ม

b)

เครื่องสำอาง

c)

เครื่องประดับ

d)

รถยนต์

e)

สุราต่างประเทศ

16.

ปัจจัยใดที่กำหนดค่าความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคา

a)

สินค้าอื่นที่ทดแทนกันได้

b)

การเปลี่ยนแปลงปัจจัยการผลิต

c)

เทคโนโลยีการผลิต

d)

ต้นทุนส่วนเพิ่ม

e)

ฤดูกาลในการผลิต

17.

สินค้าใดต่อไปนี้มีค่าความยืดหยุ่นของอุปทานต่อราคา Es < 1

a)

สินค้าเกษตร

b)

สินค้าฟุ่มเฟือย

c)

สินค้าด้อยคุณภาพ

d)

สินค้าอุตสาหกรรม

e)

สินค้าจำเป็นต่อการดำรงชีพ

18.

การกำหนดราคาขั้นสูง รัฐบาลมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือใคร

a)

ผู้ผลิต

b)

ผู้บริโภค

c)

เกษตรกร

d)

ผู้ที่อาศัยอยู่ในชนบท

e)

ผู้ที่อาศัยอยู่ในเมือง

19.

เส้นอุปทานที่มีค่าความยืดหยุ่นต่อราคาเท่ากับศูนย์ จะมีลักษณะอย่างไร

a)

เส้นตรงขนานแกนนอน

b)

เส้นตรงขนานแกนตั้ง

c)

เส้นที่ทอดลงจากซ้ายไปขวา

d)

เส้นที่ทอดขึ้นจากซ้ายไปขวา

e)

เส้นที่ออกจากจุดกำเนิดทำมุม 45

20.

สินค้าใดต่อไปนี้เมื่อลดราคาสินค้าแล้ว จะทำให้ผู้ผลิตมีรายรับเพิ่มขึ้น

a)

เครื่องดื่ม

b)

เครื่องจักร

c)

ข้าวราดแกง

d)

กระเป๋าแฟชั่น

e)

อาหารแห้ง

21.

สินค้าเกษตรมีค่าความยืดหยุ่นของอุปทานต่อราคาเท่ากับข้อใด

a)

Es = 0

b)

Es = 1

c)

Es > 1

d)

Es < 1

e)

0 > Es > 1

22.

สินค้าใดต่อไปนี้มีค่าความยืดหยุ่นของอุปทานต่อราคา Es เท่ากับศูนย์

a)

เครื่องเพชร

b)

วัตถุโบราณ

c)

ยารักษาโรค

d)

เครื่องนุ่งห่ม

e)

รถยนต์

23.

ถ้าสินค้า A ไม่ว่าราคาจะสูงขึ้นหรือลดลง ปรากฎว่าไม่มีผลทำให้ปริมาณซื้อเปลี่ยนแปลงแต่ประการใด แสดงว่าสินค้า A มีความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคาประเภทใด

a)

อุปสงค์มีความยืดหยุ่นสมบูรณ์

b)

อุปสงค์มีความยืดหยุ่นมาก

c)

อุปสงค์มีความยืดหยุ่นคงที่

d)

อุปสงค์มีความยืดหยุ่นน้อย

e)

อุปสงค์ไม่มีความยืดหยุ่นเลย

24.

ถ้าสินค้า A ไม่ว่าราคาจะสูงขึ้นหรือลดลง ปรากฎว่าไม่มีผลทำให้ปริมาณซื้อเปลี่ยนแปลงแต่ประการใด แสดงว่าสินค้า A มีความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคาประเภทใด

a)

อุปสงค์มีความยืดหยุ่นสมบูรณ์

b)

อุปสงค์มีความยืดหยุ่นมาก

c)

อุปสงค์มีความยืดหยุ่นคงที่

d)

อุปสงค์มีความยืดหยุ่นน้อย

e)

อุปสงค์ไม่มีความยืดหยุ่นเลย

25.

ถ้าสินค้า A เมื่อผู้ผลิตขึ้นราคาเพียงนิดเดียว ผู้บริโภคจะไม่ซื้อสินค้าจากผู้ผลิตคนนั้นเลย แสดงว่าสินค้า A มีความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคาประเภทใด

a)

อุปสงค์มีความยืดหยุ่นสมบูรณ์

b)

อุปสงค์มีความยืดหยุ่นมาก

c)

อุปสงค์มีความยืดหยุ่นคงที่

d)

อุปสงค์มีความยืดหยุ่นน้อย

e)

อุปสงค์ไม่มีความยืดหยุ่นเลย

26.

ถ้าสินค้า A เมื่อผู้ผลิตขึ้นราคาเพียงนิดเดียว ผู้บริโภคจะไม่ซื้อสินค้าจากผู้ผลิตคนนั้นเลย แสดงว่าสินค้า A มีความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคาประเภทใด

a)

อุปสงค์มีความยืดหยุ่นสมบูรณ์

b)

อุปสงค์มีความยืดหยุ่นมาก

c)

อุปสงค์มีความยืดหยุ่นคงที่

d)

อุปสงค์มีความยืดหยุ่นน้อย

e)

อุปสงค์ไม่มีความยืดหยุ่นเลย

27.

ถ้าสินค้า A เมื่อราคาเปลี่ยนแปลงไป 1% มีผลทำให้ปริมาณซื้อเปลี่ยนแปลงไป 0.5% แสดงว่าสินค้ามีความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคาประเภทใด

a)

อุปสงค์มีความยืดหยุ่นสมบูรณ์

b)

อุปสงค์มีความยืดหยุ่นมาก

c)

อุปสงค์มีความยืดหยุ่นคงที่

d)

อุปสงค์มีความยืดหยุ่นน้อย

e)

อุปสงค์ไม่มีความยืดหยุ่นเลย

28.

ถ้าสินค้า A เมื่อราคาเปลี่ยนแปลงไป 1% มีผลทำให้ปริมาณซื้อเปลี่ยนแปลงไป 0.5% แสดงว่าสินค้ามีความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคาประเภทใด

a)

อุปสงค์มีความยืดหยุ่นสมบูรณ์

b)

อุปสงค์มีความยืดหยุ่นมาก

c)

อุปสงค์มีความยืดหยุ่นคงที่

d)

อุปสงค์มีความยืดหยุ่นน้อย

e)

อุปสงค์ไม่มีความยืดหยุ่นเลย

29.

ถ้าสินค้า A เมื่อราคาเปลี่ยนแปลงไป 1% มีผลทำให้ปริมาณซื้อเปลี่ยนแปลงไป 2% แสดงว่าสินค้ามีความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคาประเภทใด

a)

อุปสงค์มีความยืดหยุ่นสมบูรณ์

b)

อุปสงค์มีความยืดหยุ่นมาก

c)

อุปสงค์มีความยืดหยุ่นคงที่

d)

อุปสงค์มีความยืดหยุ่นน้อย

e)

อุปสงค์ไม่มีความยืดหยุ่นเลย

30.

ถ้าสินค้า A เมื่อราคาเปลี่ยนแปลงไป 1% มีผลทำให้ปริมาณซื้อเปลี่ยนแปลงไป 2% แสดงว่าสินค้ามีความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคาประเภทใด

a)

อุปสงค์มีความยืดหยุ่นสมบูรณ์

b)

อุปสงค์มีความยืดหยุ่นมาก

c)

อุปสงค์มีความยืดหยุ่นคงที่

d)

อุปสงค์มีความยืดหยุ่นน้อย

e)

อุปสงค์ไม่มีความยืดหยุ่นเลย

31.

ถ้าสินค้า A เมื่อราคาเปลี่ยนแปลงไป 1% มีผลทำให้ปริมาณซื้อเปลี่ยนแปลงไป 1% แสดงว่าสินค้ามีความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคาประเภทใด

a)

อุปสงค์มีความยืดหยุ่นสมบูรณ์

b)

อุปสงค์มีความยืดหยุ่นมาก

c)

อุปสงค์มีความยืดหยุ่นคงที่

d)

อุปสงค์มีความยืดหยุ่นน้อย

e)

อุปสงค์ไม่มีความยืดหยุ่นเลย

32.

ข้อใดคือข้อสมมติของทฤษฎีอรรถประโยชน์

a)

ความพอใจของผู้บริโภคนับหน่วยไม่ได้

b)

สินค้าและบริการแบ่งเป็นหน่วยย่อย ๆ ไม่ได้

c)

อรรถประโยชน์หน่วยสุดท้ายจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อบริโภคมากขึ้น

d)

ความพอใจในการบริโภคสินค้าแต่ละชนิดเป็นอิสระต่อกัน

e)

ผู้บริโภคไม่สามารถแสวงหาความพอใจสูงสุดได้

33.

กฎการลดน้อยถอยลงของอรรถประโยชน์หน่วยสุดท้ายเป็นความสัมพันธ์ในข้อใด

a)

ปริมาณสินค้ากับความพึงพอใจ

b)

ราคาสินค้ากับความพึงพอใจ

c)

ราคาสินค้ากับปริมาณเสนอขาย

d)

ราคาสินค้ากับปริมาณซื้อสินค้า

e)

ราคาสินค้าและบริการที่ทดแทนกันได้

34.

เส้นงบประมาณมีลักษณะอย่างไร

a)

เส้นตรง

b)

เส้นตรงตั้งฉากกับแกนนอน

c)

เส้นตรงตั้งฉากกับแกนตั้ง

d)

เส้นโค้งเว้าเข้าหาจุดกำเนิด

e)

เส้นโค้งเว้าออกจากจุดกำเนิด

35.

อรรถประโยชน์รวมมีค่าเท่ากับอรรถประโยชน์เพิ่มในกรณีใดอย่างไร

a)

เมื่อ MU มีค่าเป็นบวก

b)

เมื่อ MU มีค่าเท่ากับศูนย์

c)

เมื่อ MU มีค่ามากกว่าหนึ่ง

d)

เมื่อผู้บริโภคซื้อสินค้ามากกว่าหนึ่งหน่วย

e)

ผู้บริโภคเลือกซื้อสินค้าหน่วยที่หนึ่ง

36.

เส้นความพอใจเท่ากันแต่ละเส้นตัดกันได้

a)

ถูกต้อง

b)

ไม่ถูกต้อง

37.

ความพอใจที่ผู้บริโภคได้รับจากการบริโภคสินค้าและบริการ ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง เรียกว่า อรรถประโยชน์

a)

ถูกต้อง

b)

ไม่ถูกต้อง

38.

สินค้าอุปโภคบริโภคเป็นสินค้าที่สามารถใช้ทดแทนกันได้แต่ไม่สมบูรณ์นัก

a)

ถูกต้อง

b)

ไม่ถูกต้อง

39.

ผู้บริโภคจะเลือกซื้อสินค้าโดยได้รับความพอใจมากที่สุดและได้รับประโยชน์สูงสุดแต่ภายใต้งบประมาณที่มีอยู่

a)

ถูกต้อง

b)

ไม่ถูกต้อง

40.

ความพอใจที่ผู้บริโภคได้รับจากการบริโภคสินค้าและบริการ ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง เรียกว่าอรรถประโยชน์

a)

ถูกต้อง

b)

ไม่ถูกต้อง