Wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ระบบการจัดการสุขภาพ #2

Total questions: 20

Worksheet time: 10mins

Name
Class
Date
1.

ผลกระทบต่อสุขภาพ (Health Effect) ด้านความร้อน ข้อใดที่มีผลกระทบถึงขั้นเสียชีวิตได้

a)

ลมแดด (Heat Stroke)

b)

ตะคริวจากความร้อน

c)

ผดผื่นตามผิวหนัง

d)

อ่อนเพลียจากความร้อน

2.

ผลกระทบต่อสุขภาพ (Health Effect) ด้านสารเคมี ผู้ปฏิบัติงานสามารถป้องกันได้อย่างไร

a)

ศึกษา SDS - สวมใส่หน้ากากกรองสารเคมี ถุงมือหรือชุดกันสารเคมี เสมอเมื่อมีการสัมผัส

b)

ใช้ปากดูดสารเคมีแทนลูกยาง

c)

แบ่งบรรจุสารเคมีใส่ภาชนะที่เป็นบรรจุภัณฑ์ที่ไม่มีฉลาก 

d)

นำเครื่องดื่มและอาหารมาเก็บหรือรับประทานในบริเวณทำงานกับสารเคมี

3.

National Fire Protection Association (NFPA) ช่องสีน้ำเงินแสดงข้อมูลอะไร

a)

อันตรายต่อสุขภาพ

b)

อันตรายจากไฟ

c)

การทำปฏิกิริยา

d)

Specific hazardous

4.

National Fire Protection Association (NFPA) ช่องสีแดงแสดงข้อมูลอะไร

a)

อันตรายต่อสุขภาพ

b)

อันตรายจากไฟ

c)

การทำปฏิกิริยา

d)

Specific hazardous

5.

National Fire Protection Association (NFPA) ช่องสีเหลืองแสดงข้อมูลอะไร

a)

อันตรายต่อสุขภาพ

b)

อันตรายจากไฟ

c)

การทำปฏิกิริยา

d)

Specific hazardous

6.

National Fire Protection Association (NFPA) ช่องสีขาวแสดงข้อมูลอะไร

a)

อันตรายต่อสุขภาพ

b)

อันตรายจากไฟ

c)

การทำปฏิกิริยา

d)

Specific hazardous

ความพิเศษเฉพาะ

7.

การประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพ การประเมินโอกาส หมายถึงอะไร

a)

ความถี่ในการสัมผัส

b)

จำนวนวันลาพักร้อน

c)

ความถี่ในการมอง

d)

ไม่มีข้อถูก

8.

การประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพ การประเมินความรุนแรง ข้อใดถูกต้องที่สุด

a)

ระดับความเจ็บป่วยที่เป็นไปได้

b)

ระดับความเจ็บป่วยที่เป็นไปได้สูงสุดที่อาจเกิดขึ้นในกรณีที่ไม่มีมาตรการป้องกันอันตราย

c)

ความเป็นไปได้ของผลกระทบจากการสัมผัสอันตราย

d)

ไม่มีข้อถูก

9.

ข้อใด ไม่ใช่ หลักการการควบคุม (Hierarchy of Control) ความเสี่ยง

a)

การกำจัดความเสี่ยง

b)

การแทนทีความเสี่ยง เช่น เปลี่ยนสารเคมีที่รุนแรงน้อยกว่าแทนสารเคมีที่รุนแรงมาก

c)

การควบคุมด้านวิศวกรรม เช่น การออกแบบพื้นที่ การสร้างห้องกั้นเสียง

d)

การไม่มาทำงาน ลดการสัมผัสอันตราย

10.

ข้อใดเป็นการควบคุมความเสี่ยงที่ดีที่สุด

a)

การกำจัดความเสี่ยง

b)

การแทนทีความเสี่ยง เช่น เปลี่ยนสารเคมีที่รุนแรงน้อยกว่าแทนสารเคมีที่รุนแรงมาก

c)

การควบคุมด้านวิศวกรรม เช่น การออกแบบพื้นที่ การสร้างห้องกั้นเสียง

d)

การสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล

11.

ข้อใดเป็นการควบคุมความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพน้อยที่สุด

a)

การกำจัดความเสี่ยง

b)

การแทนทีความเสี่ยง เช่น เปลี่ยนสารเคมีที่รุนแรงน้อยกว่าแทนสารเคมีที่รุนแรงมาก

c)

การควบคุมด้านวิศวกรรม เช่น การออกแบบพื้นที่ การสร้างห้องกั้นเสียง

d)

การสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล

12.

ข้อใดเป็นตัวอย่างการควบคุมป้องกันอันตรายจากเสียงดัง

a)

ติดตั้งฉากกั้น ห้องครอบเสียง

b)

การตรวจวัดระดับเสียงดัง

c)

การสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันอันตรายจากเสียงดัง เช่น ที่อุดหูหรือ ear plug

d)

ถูกทุกข้อ

13.

ค่าควบคุมระดับเสียงในพื้นที่การทำงานตามกฎหมาย ไม่เกินมาตรฐานที่เท่าไหร่

a)

110 dB(A)

b)

90 dB(A)

c)

85 dB(A)

d)

80 dB(A)

14.

การตรวจวัดสภาพแวดล้อมในการทำงานตามรอบที่กฎหมายกำหนด คือกี่รอบ

a)

อย่างน้อย 1 ครั้ง/ปี

b)

อย่างน้อย 2 ครั้ง/ปี

c)

อย่างน้อย 5 ครั้ง/ปี

d)

อย่างน้อย 10 ครั้ง/ปี

15.

การตรวจสุขภาพจะต้องตรวเมื่อไร

a)

ตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงาน

b)

ตรวจสุขภาพประจำปี

c)

ตรวจสุขภาพหลังจากเกิดอุบัติเหตุนอกงาน

d)

ตรวจสุขภาพเมื่อเป็น H1N1

16.

เมื่อได้รับผลการตรวจสุขภาพ ผู้ปฏิบัติงานควรดำเนินการอย่างไรที่ดีที่สุด

a)

ไปรับรายงานผลการตรวจสุขภาพกับหัวหน้าแผนก

b)

ไปรับรายงานผลการตรวจสุขภาพกับแพทย์อาชีวเวชศาสตร์

c)

ไปรับรายงานผลการตรวจสุขภาพกับแพทย์อายุรกรรม

d)

ไปรับรายงานผลการตรวจสุขภาพกับพยาบาลประจำโรงงาน

17.

ข้อใด คือผลหรือปัจจัย ต่อโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อม

a)

ปัจจัยจากการทำงานหรือสิ่งแวดล้อมการทำงาน

b)

ปัจจัยจากการเสื่อมตามวัย/ พฤติกรรม

c)

โรคทั่วไป (เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง เก๊าท์ เป็นต้น)

d)

ถูกทุกข้อ

18.

โรคจากการประกอบอาชีพ (Occupational disease) หมายถึง ?

a)

โรคหรืออาการผิดปกติที่เกิดขึ้นจากหรือเป็นผล เนื่องมาจากการทำงานหรือการประกอบอาชีพ

b)

โรคหรืออาการผิดปกติที่เกิดขึ้นจากหรือเป็นผล เนื่องมาจากการใช้ชีวิต

c)

โรคหรืออาการผิดปกติที่เกิดขึ้นจากหรือเป็นผล เนื่องมาจากการรับประทานอาหาร

d)

ถูกทุกข้อ

19.

โรคจากภาวะอับอากาศ จากงานที่อับอากาศ หมายถึง

a)

ปริมาณออกซิเจนในสถานที่อับอากาศนั้นน้อยกว่า 19.5 Vol.% หรือมากกว่า 23.5 Vol.%

b)

ปริมาณออกซิเจนในสถานที่อับอากาศนั้นน้อยกว่า 18 Vol.% หรือมากกว่า 20 Vol.%

c)

ปริมาณออกซิเจนในสถานที่อับอากาศนั้นน้อยกว่า 20 Vol.% หรือมากกว่า 23 Vol.%

d)

ปริมาณออกซิเจนในสถานที่อับอากาศนั้นน้อยกว่า 19 Vol.% หรือมากกว่า 21 Vol.%

20.

ธรรมชาติการเกิดโรคจากการทำงาน คือข้อใด

a)

ผู้ปฏิบัติงาน

b)

สภาพแวดล้อมในการทำงาน

c)

สิ่งคุกคาม (Health Hazards)

d)

ถูกทุกข้อ