wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ปฏิกิริยาเคมี

Total questions: 34

Worksheet time: 24mins

Name
Class
Date
1.

เราเรียกสารสองชนิดที่เข้าทำปฏิกิริยากัน

ว่าอะไร

a)

ผลิตภัณฑ์

b)

สารตั้งต้น

c)

ตัวเร่งปฏิกิริยา

d)

สารกำหนดปริมาณ

2.

ข้อสังเกตใดไม่แสดงว่ามีการเกิดปฏิกิริยาเคมี

a)

การเกิดตะกอน

b)

การเกิดฟองแก๊ส

c)

สีของสารละลายเปลี่ยน

d)

การละลาย

3.

สารคู่ใดทำปฏิกิริยากันแล้ว มีฟองแก๊สเกิดขึ้น

a)

โพแทสเซียมไอโอไดด์ + สารละลายเลด(II)ไนเตรต

b)

น้ำส้มสายชู + ผงฟู

c)

สารละลายด่างทับทิม + HCl

d)

สารละลายโซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอร์เนต + กรดซิตริก

4.

ข้อใดไม่มีปฏิกิริยาเคมีเกิดขึ้น

a)

การเกิดประกายไฟของดอกไม้ไฟ

b)

น้ำแข็งหลอมเหว

c)

การเกิดฟองแก๊สของยาลดกรด

d)

มะม่วงสุก

5.

ข้อเป็นสมบัติทางเคมีของสารทั้งหมด

a)

การติดไฟ การนำไฟฟ้า

b)

ความเป็นกรดเบส การละลายน้ำ

c)

จุดเดือด ความหนาแน่น

d)

การทำปฏิกิริยากับน้ำ การผุกร่อน

6.

ประโยคสัญลักษณ์ที่แทนปกิกิริยาเคมี แสดงการทำปฏิกิริยาของสารตั้งต้นและเกิดผลิตภัณฑ์เรียกว่าอะไร

a)

กฏทรงมวล

b)

การอนุรักษ์พลังงาน

c)

การดุลสมการเคมี

d)

สมการเคมี

7.

สิ่งต่างๆที่เราต้องการศึกษา เรียกว่า

a)

สิ่งแวดล้อม

b)

ธรรมชาติ

c)

ระบบ

d)

สสาร

8.

สิ่งต่างๆที่อยู่นอกเหนือจากสิ่งที่เราต้องการศึกษา เรียกว่า

a)

สิ่งแวดล้อม

b)

ธรรมชาติ

c)

ระบบ

d)

สสาร

9.

มีการถ่ายเถมวลและพลังงานให้กับสิ่งแวดล้อม เป็นระบบแบบใด

a)

ระบบเปิด

b)

ระบบปิด

c)

ระบบผสม

d)

ระบบคู่

10.

การหายใจ การเผาไหม้ของเชื้อเพลง เป็นระบบแบบใด

a)

ระบบเปิด

b)

ระบบปิด

c)

ระบบผสม

d)

ระบบคู่

11.

ข้อใดเป็นปฏิกิริยาคายความร้อน

a)

การสังเคราะห์แสง

b)

การระเหย

c)

การละลายแอมโมเนียมคลอไรด์ในน้ำ

d)

การเผาไหม้ของเชื้อเพลง

12.

ข้อใดเป็น ผลิตภัณฑ์ที่ได้จาก ปฏิกิริยาสะเทิน

a)

เกลือของโลหะ + น้ำ

b)

เกลือของโลหะ + แก๊สไฮโดรเจน

c)

เกลือของโลหะ + แก๊สออกซิเจน

d)

เกลือของโลหะ + แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์

13.

จากภาพ เป็นกราฟการดำเนินไปของปฏิกิริยาใด

a)

ปฏิกิริยาเข้าสู่สมดุล

b)

ปฏิกิริยาดูดความร้อน

c)

ปฏิกิริยาดูดความร้อน

d)

ปฏิกิริยาแบบปิด

14.

จากภาพเป็นปฏิกิริยาใด

a)

การเผาไหม้แบบสมบูรณ์

b)

การสะเทิน

c)

การเกิดสนิมเหล็ก

d)

การเผาไหม้แบบไม่สมบูรณ์

15.

ในการศึกษาปฏิกิริยาเคมีโดยทั่วไปมักต้องการให้ปฏิกิริยาเกิดขึ้นเร็ว ดังนั้นขณะทำการทดลองควรทำอย่างไร

a)

อุ่นให้ร้อนเพื่อเพิ่มอุณหภูมิ

b)

ใช้สารละลายมีความเข้มข้นสูง

c)

ใช้วิธีคนอย่างสม่ำเสมอ

d)

ถูกทุกข้อ

16.

ปฏิกิริยาการสลายตัวของโซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอเนต ก่อให้เกิดสิ่งใดต่อไปนี้

a)

ทำให้เกิดฝนกรด

b)

ใช้ในการดับไฟป่า

c)

ใช้ฟอกสีผมและฆ่าเชื้อโรค

d)

ใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตปูนซีเมนต์

17.

แก๊สซัลเฟอร์ไดออกไซด์(SO2)ถูกปล่อยออกจากโรงงานอุตสาหกรรมจำนวนมาก

a)

ก่อให้เกิดหมอกควัน

b)

ทำให้เกิดฝนกรด

c)

ทำให้เกิดสนิม

d)

สามารถใช้ฆ่าเชื้อโรค

18.

ปฏิกิริยาการสลายตัวของ

ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์(H2O2) จะได้แก๊สชนิดใดต่อไปนี้

a)

แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์(CO2)

b)

แก๊สไนโตรเจน(N2)

c)

แก๊สออกซิเจน(O2)

d)

แก๊สซัลเฟอร์ไดออกไซด์(SO2)

19.

ปฏิกิริยาสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช ใช้สารใดเป็นสารตั้งต้นในการเกิดปฏิกิริยา

a)

น้ำ(H2O) และ แก๊สออกซิเจน(O2)

b)

น้ำ(H2O) และ แสงแดด

c)

แสงแดด และ คลอโรฟิลล์

d)

น้ำ(H2O) และ แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์(CO2)

20.

ข้อใดเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสนิมเหล็ก

a)

น้ำหรือความชื้น กับแก๊สออกซิเจน

b)

แก๊สไนโตรเจน กับ น้ำหรือความชื้น

c)

แก๊สออกซิเจน กับ แสดงแดด

d)

แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์และน้ำหรือความชื้น

21.

อัตราการเกิดปฏิกิริยา คือข้อใด

a)

อัตราซึ่งสารตั้งต้น (reactant) ทำปฏิกิริยาไปต่อหน่วยเวลา (t)

b)

อัตราซึ่งสารผลิตภัณฑ์ (product) เกิดขึ้นจากปฏิกิริยาต่อหน่วยเวลา (t)

c)

อัตราซึ่งสารตั้งต้น (reactant) เกิดขึ้นจากปฏิกิริยาต่อหน่วยเวลา (t)

d)

อัตราซึ่งสารสารผลิตภัณฑ์ (product) เกิดขึ้นจากปฏิกิริยาต่อหน่วยเวลา (t)

22.

ปัจจัยในข้อใด ที่ทำให้อัตราการเกิดปฏิกิริยาช้าลง

a)

ตัวเร่งปฏิกิริยา

b)

อุณหภูมิ

c)

ตัวหน่วงปฏิกิริยา

d)

พื้นที่ผิวสัมผัส

23.

Zn(s) +2HCl(aq) → ZnCl2 (aq) + H2(g)

จากสมการเคมีที่กำหนดให้ข้างต้น สารชนิดใดมีสถานะเป็นของแข็ง

a)

Zn

b)

HCl

c)

ZnCl2

d)

H2

24.

แก๊สโพรเพน(C3H8) เกิดปฏิกิริยาการเผาไหม้กับแก๊สออกซิเจน(O2)ในอากาศ เกิดเป็นแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์(CO2)และไอน้ำ(H2O) และความร้อน

a)

C3H8(g) + O2(g) → CO2(g) + H2O(g) + ความร้อน

b)

C3H8(g) + O2(g) → CO2(g) + H2O(g)

c)

C3H8(s) + O2(g) → CO2(g) + H2O(l) + ความร้อน

d)

C3H8(g) + O2(g) → CO2(g) + H2O(l)

25.

ปัจจัยใดต่อไปนี้มีผลทำให้อัตราการเกิดปฏิกิริยาลดลง

a)

การใช้สารในลักษณะที่เป็นก้อนแทนสารที่เป็นผง

b)

การเติมตัวเร่งปฏิกิริยา

c)

การเพิ่มอุณหภูมิ

d)

การเพิ่มความเข้มข้นของสารตั้งต้น

26.

จากสมการที่กำหนดให้ต่อไปนี้

Al (s) + NaOH(aq) → Na3AlO3 (aq) + H2(g)

เมื่อทำการดุลสมการแล้วจำนวนโมลของ Al จะเป็นเท่าใด

a)

2

b)

3

c)

4

d)

5

27.

การเผาไหม้แบบสมบูรณ์จะเกิดขึ้นเมื่อใด

และได้แก๊สชนิดใดเป็นสารผลิตภัณฑ์

a)

เมื่อมีออกซิเจนเพียงพอ

ได้แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์

b)

เมื่อมีออกซิเจนไม่เพียงพอ

ได้แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์

c)

เมื่อมีออกซิเจนเพียงพอ

ได้แก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์

d)

เมื่อมีออกซิเจนไม่เพียงพอ

ได้แก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์

28.

จากสมการ A + B ------> C ชั่งสาร A และ B ก่อนเริ่มปฏิกิริยามวลรวมกันเท่ากับ 15 กรัม หากสมการดังกล่าวอยู่ในระบบปิด และเป็นไปตามกฎทรงมวล สาร C จะหนักกี่กรัม

a)

20 กรัม

b)

15 กรัม

c)

10 กรัม

d)

5 กรัม

29.

สาร Z คือสารใด ถ้านำสาร Z มาทำปฏิกิริยากับกรด ได้ผลิตภัณฑ์เป็นเกลือ และน้ำ

a)

สารประกอบไฮโดรคาร์บอน

b)

แคลเซียมคาร์บอเนต

c)

เบส

d)

โลหะ

30.

จากสมการ A + B ------> C ชั่งสาร A ก่อนเริ่มปฏิกิริยามวลรวมกันเท่ากับ 4 กรัม และสาร C หลังเกิดปฏิกิริยามีมวลเท่ากับ 20 กรัม หากสมการดังกล่าวอยู่ในระบบปิด และเป็นไปตามกฎทรงมวล สาร B จะหนักกี่กรัม

a)

24 กรัม

b)

16 กรัม

c)

5 กรัม

d)

4 กรัม

31.

จากรูปข้อใดถูกต้อง

a)

ทำให้สิ่งแวดล้อมมีอุณหภูมิลดลง

b)

สารตั้งต้นมีพลังงานมากกว่าสารผลิตภัณฑ์

c)

จับภาชนะแล้วรู้สึกร้อน

d)

ระบบถ่ายเทพลังงานให้สิ่งแวดล้อม

32.

การเกิดหินงอก หินย้อย เกิดจากปฏิกิริยาข้อใด?

a)

ปฏิกิริยาของกรดกับสารประกอบคาร์บอเนต

b)

ปฏิกิริยาของกรดกับเบส

c)

ปฏิกิริยาของเบสกับโลหะ

d)

ปฏิกิริยาของกรดกับโลหะ

33.

ก. การเผาไหม้ของเชื้อเพลิง

ข. เทโซเดียมไฮดรอกไซด์ลงในน้ำแล้วอุณหภูมิสูงขึ้นกว่าเดิม

ค. เทสาร A รวมกับสาร B ได้สาร C เมื่อจับดูรู้สึกเย็นกว่าเดิม

ข้อใดเป็นปฏิกิริยาเคมีแบบดูดความร้อน

a)

ข้อ ก

   

b)

    ข้อ ข

   

c)

   ข้อ ค

   

d)

ข้อ ก และ ข

34.

ข้อใดต่อไปนี้เป็นข้อเสียที่เกิดจากปฏิกิริยาเคมีในชีวิตประจำวัน

A. การเกิดหินงอกหินย้อย  B. การเกิดฝนกรด  C. การเกิดสนิมของโลหะ

a)

ข้อ A และ B

   

b)

      ข้อ B และ C

   

c)

ข้อ A และ C

   

d)

  ทั้งข้อ A B และ C