wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ม.6 ชีวะ (4)

Total questions: 45

Worksheet time: 26mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดเป็นพฤติกรรมแบบโอเรียนเตชัน (Orientation)

a)

การชักใยของแมงมุม

b)

การร้องเตือนภัยของกระรอกดิน

c)

สุนัขเดินเข้าหาจานอาหารที่ผู้เลี้ยงวางไว้

d)

ปลาว่ายน้ำโดยที่ลำตัวตั้งฉากกับแสงอาทิตย์

2.

การรำแพนหางของนกยูงในระหว่างการเกี้ยวพาราสี (Courtship) เป็นลักษณะพฤติกรรมในข้อใด

a)

แทกซิส (Taxis)

b)

การฝังใจ (Imprinting)

c)

รีเฟล็กซ์ต่อเนื่อง (Chain of reflexes)

d)

การลองผิดลองถูก (Trial and error)

3.

ในงานประกวดสุนัข เมื่อเจ้าของดีดนิ้วเป็นจังหวะ 3 ครั้งติด สุนัขก็จะยกขาหน้าขึ้นมา และทุกครั้งที่สุนัขทำได้ถูกต้อง เจ้าของก็จะเอามือลูบหัว จากข้อมูลข้างต้น สุนัขน่าจะแสดงพฤติกรรมใดออกมา

a)

โอเรียนเตชัน (Orientation)

b)

การฝังใจ (Imprinting)

c)

รีเฟล็กซ์ต่อเนื่อง (Chain of reflexes)

d)

การเรียนรู้แบบมีเงื่อนไข (Conditioned response)

4.

หลังจากการใช้ชีวิตอยู่ในท้องทะเล ปลาแซลมอนจะว่ายน้ำกลับมาผสมพันธุ์ และวางไข่ยังต้นแหล่งน้ำที่มันเคยกำเนิด จากพฤติกรรมดังกล่าวน่าจะเป็นพฤติกรรมในข้อใด

a)

แทกซิส (Taxis)

b)

รีเฟล็กซ์ต่อเนื่อง (Chain of reflexes)

c)

ความเคยชิน (Habituation)

d)

การฝังใจ (Imprinting)

5.

สิ่งมีชีวิตในข้อใดที่มักพบพฤติกรรมรีเฟล็กซ์ต่อเนื่อง (Chain of reflexes) ในสัดส่วนที่มากที่สุด

a)
b)
c)
d)
6.

นก Tree swallow (Tachycineta bicolor) มีพฤติกรรมที่ช่วยพ่อแม่ในการเลี้ยงดูน้อง พฤติกรรมลักษณะนี้เรียกว่าอะไร

a)

Altruistic behavior

b)

Social behavior

c)

Co-operative behavior

d)

Agonistic behavior

7.

พฤติกรรมในข้อใดใกล้เคียงกับการเรียนรู้แบบใช้เหตุผล (Reasoning) มากที่สุด

a)

ปูเสฉวนนำดอกไม้ทะเลมาประดับที่เปลือก

b)

ลูกเป็ดเดินตามแม่ไก่

c)

สุนัขน้ำลายไหล เมื่อได้ยินเสียงเคาะชามเข้า

d)

ลิงอุรังอุตังนำไม้ยาว ๆ มาสอยผลไม้จากราวแขวน

8.

ข้อใดไม่จัดว่าเป็นพฤติกรรมการเรียนรู้ (Learning behavior)

a)

ไก่หลีกเลี่ยงการจิกหนอนที่มีลายสีดำ-เหลือง

b)

แม่ไก่วิ่งเข้าหาแหล่งกำเนิดเสียงที่ร้อง กุ๊ก ๆ ๆ

c)

ผึ้งบินกลับรัง และไปยังแหล่งอาหารโดยใช้อาศัยดวงอาทิตย์

d)

ผู้ขับขี่รถยนต์มักขับรถฝ่าสัญญาณไฟแดงในช่วงกลางดึก

9.

ข้อใดจัดเป็นพฟติกรรมการเรียนรู้ (Learned behavior) ที่เรียบง่ายที่สุด

a)

นักเรียนเพิกเฉยต่อการพูดของครูหน้าเสาธง

b)

กบตัวเมียจะผสมพันธุ์กับตัวผู้ที่มีเสียงร้องเหมือนกัน

c)

เด็กเล็กไม่ยอมกินข้าวต้มที่โรยผักชี เพราะคิดว่าเป็นต้นหอมที่เด็กไม่ชอบ

d)

นักท่องเที่ยวหลงป่า แต่อาศัยการระบุทิศจากดวงดาว ทำให้ออกจากป่ามาได้

10.

สิ่งมีชีวิตในข้อที่ไม่พบพฤติกรรมรีเฟล็กซ์ต่อเนื่อง (Chain of reflexes)

a)
b)
c)
d)

ถูกทุกข้อ

11.

การเต้นรำของผึ้ง จัดเป็นการสื่อสารทางสังคมในรูปแบบใด

a)

การสื่อสารด้วยท่าทาง

b)

การสื่อสารด้วยเสียง

c)

การสื่อสารด้วยการสัมผัส

d)

การสื่อสารด้วยสารเคมี

12.

การสื่อสารทางสังคมในรูปแบบใดที่เป็นเอกลักษณ์ของสัตว์เสี้ยงลูกด้วยน้ำนม

a)

การสื่อสารด้วยท่าทาง

b)

การสื่อสารด้วยเสียง

c)

การสื่อสารด้วยการสัมผัส

d)

การสื่อสารด้วยสารเคมี

13.

ความมืดเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการสื่อสารทางสังคมในรูปแบบใดมากที่สุด

a)

การสื่อสารด้วยท่าทาง

b)

การสื่อสารด้วยเสียง

c)

การสื่อสารด้วยการสัมผัส

d)

การสื่อสารด้วยสารเคมี

14.

การสื่อสารทางสังคมในรูปแบบใด ที่เป็นการสื่อสารแบบดั้งเดิม และเรียบง่ายที่สุดของสิ่งมีชีวิต

a)

การสื่อสารด้วยท่าทาง

b)

การสื่อสารด้วยเสียง

c)

การสื่อสารด้วยการสัมผัส

d)

การสื่อสารด้วยสารเคมี

15.

ข้อใดกล่าวถูกต้อง

A : การกระพริบแสงของหิ่งห้อย จัดเป็นการสื่อสารด้วยท่าทาง

B : ฟีโรโมน (Pheromone) เป็นสารเคมีที่มีผลต่อการแสดงพฤติกรรมของสัตว์ต่างชนิดกัน

a)

A เท่านั้น

b)

B เท่านั้น

c)

ทั้ง A และ B

d)

ไม่มีคำตอบที่ถูกต้อง

16.

การศึกษากลไกการแสดงออกของพฤติกรรม สิ่งเร้าที่ทำให้เกิดพฤติกรรม และพัฒนาการของพฤติกรรม

a)

พรอกซิเมตคอส (proximate cause)

b)

อัลทิเมตคอส (ultimate cause)

c)

ฟิกแอกชันแพทเทิร์น (fixed action pattern)

d)

โอเรียนเตชัน (orientation)

17.

เป็นการแสดงออกของพฤติกรรมอย่างเป็นลำดับขั้น ถูกกระตุ้นด้วยสิ่งเร้าที่เป็นเครื่องหมาย เมื่อเกิดขึ้นแล้วจะไม่สามารถปลี่ยนแปลงรูปแบบของพฤติกรรมในลำดับขั้น และแสดงพฤติกรรมต่อไปจนจบ

a)

ฟิกแอกชันแพทเทิร์น (fixed action pattern)

b)

โอเรียนเตชัน (orientation)

c)

รีเฟล็กซ์ต่อเนื่อง (chain of reflex)

d)

แฮบิชูเอชัน (habituation)

18.

เป็นพฤติกรรมตอบสนองที่มีรีเฟล็กซ์ย่อยๆ หลายชนิดร่วมกันมีแบบแผนที่แน่นอนและมีลักษณะจำเพาะของสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิด (สปีชีส์) เท่านั้น

a)

โอเรียนเตชัน (orientation)

b)

ฟิกแอกชันแพทเทิร์น (fixed action pattern)

c)

รีเฟล็กซ์ต่อเนื่อง (chain of reflex)

d)

พฤติกรรมฝังใจ (imprinting)

19.

เป็นการตอบสนองต่อสิ่งเร้าเดิมเรื่อยๆ จนกระทั่งลดการตอบสนองลงเพราะสิ่งเร้านั้นไม่มีความหมายกับการดำรงชีวิต

a)

โอเรียนเตชัน (orientation)

b)

แฮบิชูเอชัน (habituation)

c)

พฤติกรรมฝังใจ (imprinting)

d)

การใช้เหตุผล(reasoning)

20.

อีกาเลี้ยงลูกนกกาเหว่าเป็นพฤติกรรมแบบใด

a)

แฮบิชูเอชัน (habituation)

b)

การใช้เหตุผล(reasoning)

c)

โอเรียนเตชัน (orientation)

d)

พฤติกรรมฝังใจ (imprinting)

21.

การเคลื่อนที่ของแมลงหวี่เข้าหาผลไม้สุก เป็นพฤติกรรมการตอบสนองแบบใด

a)

ฟิกแอกชันแพทเทิร์น (fixed action pattern)

b)

โอเรียนเตชัน (orientation)

c)

รีเฟล็กซ์ต่อเนื่อง (chain of reflex)

d)

พฤติกรรมฝังใจ (imprinting)

22.

การตอบสนองของ "สุนัขน้ำลายไหลเมื่อได้ยินเสียงกระดิ่ง " เป็นพฤติกรรมแบบใด

a)

แฮบิชูเอชัน (habituation)

b)

พฤติกรรมฝังใจ (imprinting)

c)

การเชื่อมโยงแบบมีเงื่อนไข (classical conditioning)

d)

ลองผิดลองถูก (trial and error)

23.

พฤติกรรมที่แสดงออกในการแก้ปัญหาครั้งแรกได้อย่างถูกต้อง ผ่านการคิดวางแผน และคาดคะเนผล

a)

ลองผิดลองถูก (trial and error)

b)

การเชื่อมโยงแบบมีเงื่อนไข

c)

การใช้เหตุผล(reasoning)

d)

แฮบิชูเอชัน (habituation)

24.

แมวโก่งตัวพองขนเมื่อเห็นสุนัขเป็นการสื่อสารแบบใด

a)

การสื่อสารด้วยเสียง

b)

การสื่อสารด้วยสารเคมี

c)

การสื่อสารด้วยท่าทาง

d)

การสื่อสารด้วยการสัมผัส

25.

ข้อใดเป็นพฤติกรรมที่เกิดจากการเรียนรู้

a)

การชักใยแมงมุม

b)

การเคลื่อนที่ของค้างคาวเข้าหาอาหารตามเสียงสะท้อน

c)

แม่ห่านกำลังกกไข่

d)

ลูกห่านเดินตามแม่ห่าน

26.

การดูดน้ำนมของเด็กอ่อน สิ่งเร้าคือ อะไร

a)

แม่

b)

ความหิว

c)

น้ำนม

d)

ไม่มีสิ่งเร้า

27.

ประเภทของพฤติกรรมออกเป็นกี่ แบบอะไรบ้าง

a)

2 แบบ คือ 1. พฤติกรรมที่มีการฝึกฝนและ 2.พฤติกรรมการเรียนรู้

b)

2 แบบ คือ 1. พฤติกรรมที่มีมาแต่กำเนิด และ 2.พฤติกรรมการเรียนรู้

c)

3 แบบ คือ 1. รีเฟล็กซ์, 2. รีเฟล็กซ์ต่อเนื่องและ 3. การฝังใจ

d)

ง. 3 แบบ คือ 1. พฤติกรรมที่มีมาแต่กำเนิด, 2. พฤติกรรมที่มีฝึกฝนและ 3.พฤติกรรมการเรียนรู้

28.

การสีปีกของจิ้งหรีดตัวผู้ เป็นการสื่อสารแบบใด

a)

sound signal

b)

Visual signal

c)

Contact calls

d)

Warning calls

29.

หลังจากวางไข่แล้ว หมาร่าจะไปคาบตัวอ่อนแมลงชนิดอื่นๆ มาเก็บไว้ในรังสำหรับเอาไว้เลี้ยงตัวอ่อนที่จะฟักออกมา พฤติกรรมนี้เรียกว่า

a)

การเรียนรู้

b)

ความเคยชิน

c)

รีเฟลกซ์

d)

รีเฟลกซ์ต่อเนื่อง

30.

ทุกเช้าแจ๋วจะเปิดไฟในห้องแล้วให้อาหารปลา อีก 2-3 อาทิตย์ต่อมาสังเกตเห็นว่าปลาจะลอยตัวขึ้นมาที่ผิวน้ำทันทีเมื่อเปิดไฟ ปรากฏการณ์นี้แสดงว่าปลาเกิดการเรียนรู้แบบใด

a)

ฝังใจ

b)

มีเงื่อนไข

c)

แฮบบิชูเอชั่น

d)

ใช้เหตุผล

31.

การแสดงออกลักษณะใดที่เป็นพฤติกรรมทางสังคม ของสัตว์

a)

ไก่ตัวผู้เริ่มมีหงอนและขัน

b)

กลุ่มปลาแซลมอลตัวเมียว่ายทวนน้ำไปวางไข่ที่ต้นน้ำ

c)

ลูกอ่อนแสดงอาการยิ้มเมื่อได้ยินเสียงมารดาเรียก

d)

นกนางแอ่นรวมกลุ่มกันอพยพประเทศไทย

32.

พฤติกรรมคู่ใดต่อไปนี้ที่มีการแสดงออกทางสังคมเพื่อจุดประสงค์ที่ใกล้เคียงกันมาก

a)

นกยูงลำแพนและนกเขาขันคู

b)

ทารกร้องไห้และตุ๊กแกร้อง

c)

นกขุนทองพูดและคนพูด

d)

สุนัขหอนและสุนัขเห่า

33.

สิ่งมีชีวิตทีการใช้เหตุผลเป็นลักษณะอย่างไร

a)

สมองส่วนกลางเจริญดีมาก

b)

สมองส่วนกลางลดขนาดลงแต่สมองส่วนหน้าเจริญดีขึ้น

c)

สมองส่วนหน้าเจริญดีมาก

d)

ระบบประสาทเป็นแบบปมประสาท

34.

สุกรเพศเมียกลุ่มหนึ่งปล่อยเลี้ยงอยู่รอบคอกเพศผู้ อีกกลุ่มหนึ่งอยู่ห่างไกลจากเพศผู้ แล้วสังเกตว่ากลุ่มใดผสมพันธุ์ได้เร็วกว่ากัน ข้อใดเป็นสมมติฐานของการทดลองนี้

a)

มีฟีโรโมนทั้งในเพศผู้และเพศเมีย

b)

เพศผู้มีพฤติกรรมทางเพศต่างกับเพศเมีย

c)

ฟีโรโมนจากเพศผู้มีผลต่อพฤติกรรมทางเพศของตัวเมีย

d)

ความใกล้ชิดกับเพศเมีย กระตุ้นเพศผู้ให้ปล่อยฟีโรโมนมากขึ้น

35.

พฤติกรรมจัดเป็นกลไกที่สำคัญอย่างหนึ่งของ สิ่งมีชีวิตเพราะ

a)

รักษาสภาพสมดุลในร่างกาย

b)

รักษาสภาพแวดล้อม

c)

รักษาสรีรวิทยา

d)

รักษาสภาพจิต

36.

ประเภทของพฤติกรรมแบ่งออกเป็นกี่แบบ อะไรบ้าง

a)

3 แบบ คือ 1. พฤติกรรมที่มีมาแต่กำเนิด , 2. พฤติกรรมที่มีการฝึกฝน และ 3.พฤติกรรมการเรียนรู้

b)

2 แบบ คือ 1. พฤติกรรมที่มีการฝึกฝน และ 2.พฤติกรรมการเรียนรู้

c)

2 แบบ คือ 1. พฤติกรรมที่มีมาแต่กำเนิด และ 2.พฤติกรรมการเรียนรู้

d)

3 แบบ คือ 1. รีเฟล็กซ์ , 2. รีเฟล็กซ์ต่อเนื่อง และ 3. การฝังใจ

37.

พฤติกรรมของสัตว์เป็นผลจากการทำงานร่วมกันระหว่างอะไร กับ อะไร

a)

ฮอร์โมน และ สภาพแวดล้อม

b)

พันธุกรรม และ ฮอร์โมน

c)

พันธุกรรม และ สภาพแวดล้อม

d)

พันธุกรรม , สภาพแวดล้อม และ ฮอร์โมน

38.

การเคลื่อนที่ของสเปิร์มเข้าหาไข่ จัดเป็นพฤติกรรมแบบใด

a)

ไคนีซิส

b)

แทกซิส

c)

รีเฟล็กซ์

d)

สัญชาตญาณ

39.

การเรียนรู้ที่เกิดขึ้นแล้วไม่หายไปจนตลอดชีวิตคือ

a)

ความฝังใจ

b)

ความเคยชิน

c)

การลองผิดลองถูก

d)

การรู้จักใช้เหตุผล

40.

พฤติกรรมที่สามารถถูกตัดแปลงได้อย่างคล่องตัวเพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม คือ

a)

Instinct

b)

Learning

c)

Reflex

d)

Innate

41.

พฤติกรรมการเรียนรู้แบบใดที่ช่วยให้สัตว์รอดชีวิตและเหมาะสำหรับสัตว์ที่ไม่มีพ่อแม่เลี้ยงดู

a)

พฤติกรรมการเรียนรู้

b)

รีเฟล็กซ์ต่อเนื่อง

c)

รีเฟล็กซ์

d)

โอเรียนเตชั่น

42.

การบินทำมุมต่าง ๆ ของผึ้ง โดยใช้ดวงอาทิตย์เป็นหลัก (sun compass orientation) จัดเป็นพฤติกรรมแบบใด

a)

Taxis

b)

Reflex

c)

Chain of reflex

d)

Kinesis

43.

การเต้นรำของผึ้งเพื่อบอกแหล่งอาหาร โดยบินเป็นเลขแปดหรือส่ายตัว เป็นพฤติกรรมแบบใด

a)

Taxis

b)

Reflex

c)

Chain of reflex

d)

Kinesis

44.

ข้อใดไม่ใช่พฤติกรรมแบบรีเฟล็กซ์ต่อเนื่อง

a)

การชักใยของแมงมุม

b)

การแทะมะพร้าวของกระรอก

c)

นกกระจาบอายุมาก สร้างรังได้เร็วกว่านกอายุน้อย

d)

ลูกไก่แรกเกิดจิกกินเมล็ดข้าว

45.

ในการทดสอบความสามารถเกี่ยวกับการรับเสียงของสุนัข ความรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมการเรียนรู้ที่จะนำมาใช้ให้เป็น

ประโยชน์นั้น ควรจะทดสอบด้วยพฤติกรรมแบบใด

a)

Habituation

b)

Conditioned reflex

c)

Trail and error

d)

Insignt learning