Wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

เหลืองงมมๅๅๅ1111

Total questions: 51

Worksheet time: 4hrs 15mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดคือหน้าที่ของน้ำเหลือง ?

a)

ต่อต้านเชื้อโรค หรือ

สิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกาย

b)

เป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยนสาร

ต่าง ๆ ระหว่างเซลล์และหลอดเลือด

ฝอย

2.

ต่อมทอนซิลทำหน้าที่อะไร ?

a)

สร้างเซลล์เม็ดเลือดขาว ต่อต้านเชื้อโรคหรือสั่งแปลกปลอม

ที่เข้าสู่ร่างกาย

b)

ทำลายเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกายทาง

ช่องทางเดินหายใจและทางเดินอาหาร

c)

กรองน้ำเหลือง ทำลายแบคทีเรีย

d)

ทำลายเซลล์เม็ดเลือด

แดงที่หมดอายุ

3.

ข้อใดคือชื่ออวัยวะที่ลูกศรชี้ ? (ตามภาพ)

a)

ต่อมน้ำเหลือง

b)

หลอดเลือดดำ

c)

หลอดน้ำเหลือง

d)

หลอดน้ำเหลืองฝอย

4.

ข้อใดคือชื่ออวัยวะที่ลูกศรชี้ตามภาพ ?

a)

หลอดเลือดดำ

b)

หลอดเลือดแดง

c)

หลอดน้ำเหลืองฝอย

d)

ต่อมน้ำเหลือง

5.

ข้อใดคือหน้าที่ของม้าม ? (ตามรูปภาพ)

a)

กรองน้ำเหลือง ทำลายแบคทีเรีย

b)

ต่อต้านเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกาย

c)

ลำเลียงน้ำเหลืองไปสู่ส่วนต่าง ๆ

ร่างกาย

d)

สร้างเซลล์เม็ดเลือดขาวและทำลายเซลล์เม็ดเลือด

แดงที่หมดอายุ

6.

"สร้างเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดสิมโฟไซต์เพื่อต่อต้านเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอม

ที่เข้าสู่ร่างกาย" เป็นหน้าที่ของอวัยวะใด ?

a)

ต่อมทอนซิล

b)

ต่อมน้ำเหลือง

c)

ต่อมไทมัส

d)

ม้าม

7.

ถ้าไม่มีการลำเลียงน้ำเหลืองผ่านต่อมน้ำเหลืองจะส่งผลต่อร่างกายอย่างไร ?

a)

เชื้อโรคจะไม่ถูกดักจับที่ต่อมน้ำเหลืองจึงเข้าสู่ระบบหมุนเวียนเลือด

b)

ทำให้เกิดการบวมเฉพาะที่ของร่างกาย เช่น แขน และขา

c)

ถูกทั้ง 2 ข้อ

8.

ข้อใด ไม่ถูกต้อง

a)

ปกติต่อมน้ำเหลืองจะมีขนาดใหญ่และมองเห็นด้วยตาเปล่า

b)

ต่อมน้ำเหลืองมีขนาดใหญ่และเพิ่มจำนวนขึ้นเมื่อมีการอักเสบ

c)

ต่อมน้ำเหลืองมีขนาดใหญ่เมื่อทำงานหนัก พักผ่อนน้อย

d)

ต่อมน้ำเหลืองบวมโตนานกว่า 2 สัปดาห์โดยไม่ทราบสาเหตุ ควรรีบปรึกษาแพทย์

e)

ต่อมน้ำเหลืองเป็นก้อนรูปไข่ หรือรูปถั่ว พบแทรกอยู่ทั่วไปในร่างกาย

9.

ข้อใดคือหน้าที่ของม้าม (Spleen)ให้เลือกตอบมากกว่า1ข้อ

a)

ทำลายเม็ดเลือดแดงที่หมดอายุ

b)

สร้างเม็ดเลือดแดง (ในวัยเด็ก)

c)

สร้าง antibody

d)

เป็นแหล่งสำรองเลือด

e)

หลั่งเอนไซม์หรือน้ำย่อย

10.

ข้อใดคือหน้าที่ของม้าม (Spleen)ให้เลือกตอบมากกว่า1ข้อ

a)

ทำลายเม็ดเลือดแดงที่หมดอายุ

b)

สร้างเม็ดเลือดแดง (ในวัยเด็ก)

c)

สร้าง antibody

d)

เป็นแหล่งสำรองเลือด

e)

หลั่งเอนไซม์หรือน้ำย่อย

11.

ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับต่อมไทมัส (Thymus gland)ให้เลือกตอบมากกว่า1ข้อ

a)

อยู่ที่บริเวณขั้วหัวใจ

b)

ในวัยเด็กจะมีขนาดใหญ่ เมื่อเข้าสู่วัยรุ่นจะเริ่มฝ่อเล็กลง

c)

สร้าง B–cell lymphocytes ในระบบภูมิคุ้มกัน

d)

เมื่ออายุ 25 ปีก็จะเริ่มมีเนื้อเยื่อไขมันเข้ามาแทนที่ต่อมไทมัส

e)

อยู่บริเวณคอหอย

12.

ข้อใด ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับ ต่อมทอนซิล (Tonsil gland)

a)

เป็นกลุ่มของ lymphatic cells

b)

ทำหน้าที่ช่วยกำจัดสิ่งแปลกปลอมที่ผ่านเข้าสู่ร่างกายทางช่องจมูกและปาก

c)

เป็นต่อมน้ำเหลืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุด

d)

พบอยู่หนาแน่นบริเวณคอหอย

e)

มีหลายต่อม

13.

ระบบน้ำเหลือง (Lymphatic System) ประกอบด้วยข้อใดบ้าง (เลือกตอบมากกว่า1ข้อ)

a)

หลอดน้ำเหลือง(lymph vessels)

b)

น้ำเหลือง(Lymph)

c)

ต่อมน้ำเหลือง(lymph node)

d)

อวัยวะน้ำเหลือง(Lymphatic Tissue / Organs)

e)

หลอดน้ำเหลืองฝอย (lymph capillary)

14.

ข้อใด กล่าวผิดเกี่ยวกับ หลอดน้ำเหลืองฝอย (lymph capillary)

a)

เป็นท่อปลายปิด แทรกอยู่ใน intercellular spaces

b)

เป็นท่อปลายเปิดติดต่อกับ lymph vessels ที่มีอยู่ทั่วร่างกาย

c)

ไม่พบ lymph capillary ในเนื้อเยื่อที่ไม่มีหลอดเลือดไปเลี้ยงโดยตรง

d)

ลำเลียงน้ำเหลืองให้ lymph vessels ,แขนขวาและศรีษะซีกซ้ายก่อนซีกขวา

15.

การไหลเวียนของระบบน้ำเหลือง ในข้อใดถูกต้อง

a)

หลอดน้ำเหลืองฝอย > หลอดน้ำเหลืองแขนขวาและศรีษะซีกขวา

b)

หลอดน้ำเหลืองฝอย > Rt. Lymphatic duct

c)

Thoracic duct > Rt. Lymphatic duct

d)

Thoracic duct > แขนซ้ายและส่วนอื่นๆ ของร่างกาย

16.

ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่หน้าที่ของระบบน้ำเหลือง

a)

ลำเลียงสารอาหารจำพวกไขมัน

b)

ควบคุมการไหลเวียนเลือด

c)

ผลิตเซลล์เม็ดเลือดขาว

d)

กำจัดเชื้อโรค

17.

รูปใดไม่ใช่อวัยวะน้ำเหลือง

(Lymphatic organ)

a)
b)
c)
18.

หน้าที่ของต่อมน้ำเหลือง(Lymph nodes) คือข้อใด

a)

กรองแบคทีเรียและสิ่งแปลกปลอม

b)

สร้างเม็ดเลือดขาวทำลายเชื้อโรค

c)

ทำลายเม็ดเลือดขาวที่เสื่อมสภาพ

d)

ถูกทุกข้อ

19.

น้ำเหลืองและพลาสมามีลักษณะคล้ายกันอย่างไร

a)

มีอัลบูมิน และสารที่มีขนาดอนุภาคเล็กๆ เป็นส่วนประกอบ

b)

มีโปรตีนขนาดใหญ่เป็นส่วนประกอบที่สำคัญ

c)

มีเซลล์เม็ดเลือดขาวเป็นส่วนประกอบ

d)

ไม่มีไฟบริโนเจนเป็นส่วนประกอบ

20.

การไหลเวียนเลือดและการไหลเวียนน้ำเหลืองต่างกันอย่างไร

a)

น้ำเหลืองจะไหลเข้าหัวใจอย่างเดียว แต่เลือดจะมีทั้งการไหลเข้าและออกจากหัวใจ

b)

น้ำเหลืองไหลเวียนได้โดยไม่อาศัยการหดและคลายตัวของกล้ามเนื้อหัวใจ

c)

มีทิศทางการไหลโดยผ่านเข้าและออกจากหัวใจเหมือนกัน

d)

การไหลเวียนน้ำเหลืองจะไหลได้เร็วกว่า

21.

ข้อใดต่อไปนี้กล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับอวัยวะน้ำเหลือง

a)

ม้ามทำหน้าที่ทำลายเซลล์เม็ดเลือดแดงและเป็นอวัยวะน้ำเหลืองที่ใหญ่ที่สุด

b)

ต่อมทอนซิลมีหน้าที่ทำลายสิ่งแปลกปลอมที่เข้าไปทางระบบทางเดินหายใจ

c)

ต่อมไทมัสมีหน้าที่พัฒนาเซลล์บีให้เจริญเป็นพลาสมาเซลล์และเมมโมรีเซลล์

d)

ต่อมน้ำเหลืองทำหน้าที่ผลิตและทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาว

22.

หมู่เลือดที่เป็นผู้ให้สากล และผู้รับสากลคือหมู่เลือดใดตามลำดับ

a)

O และ AB

b)

AB และ O

c)

A และ B

d)

B และ A

23.

ครอบครัวใดที่จะทำให้การคลอดลูกคนที่สองออกมาอาจเสียชีวิตได้

a)

พ่อ Rh+ แม่ Rh- ลูกคนแรก Rh+

b)

พ่อ Rh+ แม่ Rh+ ลูกคนแรก Rh+

c)

พ่อ Rh- แม่ Rh+ ลูกคนแรก Rh+

d)

พ่อ Rh- แม่ Rh- ลูกคนแรก Rh-

24.

เส้นน้ำเหลืองเป็นปลายตัน

a)

ถูก

b)

ผิด

25.

ตับเป็นอวัยวะน้ำเหลืองที่ใหญ่ที่สุด

a)

ถูก

b)

ผิด

26.

อวัยวะน้ำเหลืองไม่มีอวัยวะสูบฉีด

a)

ถูก

b)

ผิด

27.

น้ำเหลืองลำเลียงแอนติเจนในการกำจัดเชื้อโรค

a)

ถูก

b)

ผิด

28.

เส้นน้ำเหลืองมีลิ้นปิดกั้นไม่ให้น้ำเหลืองไหลเร็วเกินไป

a)

ถูก

b)

ผิด

29.

ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่หน้าที่ของระบบน้ำเหลือง

a)

ลำเลียงสารอาหารจำพวกไขมัน

b)

ควบคุมการไหลเวียนเลือด

c)

ผลิตเซลล์เม็ดเลือดขาว

d)

กำจัดเชื้อโรค

30.

รูปใดไม่ใช่อวัยวะน้ำเหลือง

(Lymphatic organ)

a)
b)
c)
31.

หน้าที่ของต่อมน้ำเหลือง(Lymph nodes) คือข้อใด

a)

กรองแบคทีเรียและสิ่งแปลกปลอม

b)

สร้างเม็ดเลือดขาวทำลายเชื้อโรค

c)

ทำลายเม็ดเลือดขาวที่เสื่อมสภาพ

d)

ถูกทุกข้อ

32.

น้ำเหลืองไหลไปตามท่อน้ำเหลืองโดยอาศัยวิธีการต่างๆยกเว้นข้อใด

a)

การหายใจเข้า

b)

การเต้นของหัวใจ

c)

การหดและคลายตัวของกล้ามเนื้อ

d)

ความแตกต่างระหว่างความดัน

33.

ข้อใดไม่ใช่ส่วนประกอบของน้ำเหลือง(lymph)

a)

โปรตีน

b)

วิตามิน

c)

เซลล์เม็ดเลือดแดง

d)

น้ำตาลกลูโคส

34.

สารในข้อใดไม่พบในเซรัม

a)

กลูโคส

b)

อัลบูมิน

c)

แคลเซียม

d)

ไฟบริโนเจน

35.

น้ำเหลืองและพลาสมามีลักษณะคล้ายกันอย่างไร

a)

มีอัลบูมิน และสารที่มีขนาดอนุภาคเล็กๆ เป็นส่วนประกอบ

b)

มีโปรตีนขนาดใหญ่เป็นส่วนประกอบที่สำคัญ

c)

มีเซลล์เม็ดเลือดขาวเป็นส่วนประกอบ

d)

ไม่มีไฟบริโนเจนเป็นส่วนประกอบ

36.

ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่หน้าที่ของระบบน้ำเหลือง

a)

ลำเลียงสารอาหารจำพวกไขมัน

b)

ควบคุมการไหลเวียนเลือด

c)

ผลิตเซลล์เม็ดเลือดขาว

d)

กำจัดเชื้อโรค

37.

การไหลเวียนเลือดและการไหลเวียนน้ำเหลืองต่างกันอย่างไร

a)

น้ำเหลืองจะไหลเข้าหัวใจอย่างเดียว แต่เลือดจะมีทั้งการไหลเข้าและออกจากหัวใจ

b)

น้ำเหลืองไหลเวียนได้โดยไม่อาศัยการหดและคลายตัวของกล้ามเนื้อหัวใจ

c)

มีทิศทางการไหลโดยผ่านเข้าและออกจากหัวใจเหมือนกัน

d)

การไหลเวียนน้ำเหลืองจะไหลได้เร็วกว่า

38.

ข้อใดต่อไปนี้กล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับอวัยวะน้ำเหลือง

a)

ม้ามทำหน้าที่ทำลายเซลล์เม็ดเลือดแดงและเป็นอวัยวะน้ำเหลืองที่ใหญ่ที่สุด

b)

ต่อมทอนซิลมีหน้าที่ทำลายสิ่งแปลกปลอมที่เข้าไปทางระบบทางเดินหายใจ

c)

ต่อมไทมัสมีหน้าที่พัฒนาเซลล์บีให้เจริญเป็นพลาสมาเซลล์และเมมโมรีเซลล์

d)

ต่อมน้ำเหลืองทำหน้าที่ผลิตและทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาว

39.

น้ำเหลืองและพลาสมามีลักษณะคล้ายกันอย่างไร

a)

มีอัลบูมิน และสารที่มีขนาดอนุภาคเล็กๆ เป็นส่วนประกอบ

b)

มีโปรตีนขนาดใหญ่เป็นส่วนประกอบที่สำคัญ

c)

มีเซลล์เม็ดเลือดขาวเป็นส่วนประกอบ

d)

ไม่มีไฟบริโนเจนเป็นส่วนประกอบ

40.

หมู่เลือดที่เป็นผู้ให้สากล และผู้รับสากลคือหมู่เลือดใดตามลำดับ

a)

O และ AB

b)

AB และ O

c)

A และ B

d)

B และ A

41.

pulmonary artery นำเลือดที่มี

a)

ออกซิเจนสูงเข้าหัวใจ

b)

ออกซิเจนต่ำเข้าหัวใจ

c)

ออกซิเจนต่ำออกจากหัวใจ

d)

ออกซิเจนสูงออกจากหัวใจ

42.

ในการบริจาคโลหิตหรือเจาะเลือดเพื่อนำไปตรวจหาปริมาณสารต่าง ๆ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อง

เจาะเอามาจากหลอดเลือดดำ ทั้งนี้เพราะหลอดเลือดดำมีแรงดันเลือดต่ำเพราะ

a)

ผนังบางสุด

b)

ขนาดใหญ่สุด

c)

มองเห็นได้ง่าย

d)

ปริมาณของเลือดอยู่ภายในมากที่สุด

43.

เส้นเลือดชนิดใดที่ใช้ในการวัดชีพจร

a)

artery

b)

vein

c)

capillary

d)

ได้ทั้ง 1, 2, และ 3

44.

สิ้นภายในเส้นเลือดมีหน้าที่

a)

ป้องกันการผสมของเลือด

b)

ป้องกันการไหลสวนทาง

c)

ป้องกันการแข็งตัวของเลือด

d)

ป้องกันไม่ให้เชื้อโรคเข้าไปทำอันตรายต่ออวัยวะต่าง ๆ

45.

ในตอนที่เกิดบาดแผล thromboplastin ได้มาจาก

a)

สารที่ละลายอยู่ในน้ำเลือด

b)

blood platelet และเนื้อเยื่อที่เป็นแผล

c)

เม็ดเลือดขาว

d)

สารที่ละลายอยู่ในน้ำเหลือง

46.

ในกบเลือดบริสุทธิ์ที่มีปริมาณของ oxyhemoglobin อยู่สูงพบว่าอยู่ภายใน

a)

pulmonary artery

b)

aorta

c)

systemic arch

d)

pulmonary vein

47.

การที่เม็ดเลือดแดงของสัตว์เลี้ยงลุกด้วยนม ไม่มีนิวเคลียสมีส่วนช่วยทำให้

a)

สามารถขนออกซิเจนไปให้เซลล์ได้มากขึ้น

b)

เคลื่อนที่ไปในกระแสโลหิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

c)

คงทนต่อการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ภายในเลือดได้ดี

d)

สะดวกต่อการทำลายเมื่อหมดอายุการทำงาน

48.

ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับอวัยวะน้ำเหลือง

a)

ม้ามทำหน้าที่ทำลายเซลล์เม็ดเลือดแดงและเป็นอวัยวะน้ำเหลืองที่ใหญ่ที่สุด

b)

ต่อมไทมัสมีหน้าที่พัฒนาเซลล์บีให้เจริญเป็นพลาสมาเซลล์และเมมโมรีเซลล์

c)

ต่อมทอนซิลมีหน้าที่ทำลายสิ่งแปลกปลอมที่เข้าไปทางระบบทางเดินอาหาร

d)

ต่อมน้ำเหลืองทำหน้าที่ผลิตและทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาว

49.

บริเวณใดในระบบน้ำเหลืองที่พบเม็ดเลือดขาวมากที่สุด

a)

หลอดน้ำเหลือง

b)

น้ำเหลือง

c)

ต่อมน้ำเหลือง

d)

ท่อน้ำเหลือง

50.

น้ำหนองเหมือนหรือแตกต่างกับน้ำเหลืองอย่างไร

a)

ต่างกันเพราะน้ำหนองมีเชื้อโรค

b)

ต่างกันเพราะน้ำหนองเกิดจากเซลล์เม็ดเลือดขาวสร้างมาเพื่อกำจัดเชื้อโรค

c)

เหมือนกันเพราะเป็นเม็ดเลือดขาวเหมือนกัน

d)

เหมือนกันเพราะทำหน้าที่ในการกำจัดเชื้อโรคเหมือนกัน

51.

ข้อใดต่อไปนี้ไม่สามารถพบได้ในระบบน้ำเหลือง

a)

เม็ดเลือดแดง

b)

เม็ดเลือดขาว

c)

โปรตีน

d)

ไอออนของสารต่าง ๆ