wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

Exit Ticket

Total questions: 60

Worksheet time: 30mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดไม่ใช่ปัจจัยความสำเร็จของการตรวจสอบภายใน

a)

นโยบายและกการสนับสนุนของฝ่ายบริหาร

b)

ความพร้อมของระบบงานและ it รวมถึงความเข้าใจและยอมรับของผู้รับการตรวจ

c)

การประเมินความประหยัด ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล

d)

ความรู้ ทักษะ และมนุษย์สัมพันธ์ของผู้ตรวจสอบภายใน

2.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ขององค์การธุรกิจ

a)

วัตถุประสงค์ขององค์การเป็นเป้าหมายของการดำเนินงาน

b)

การกำหนดวัตถุประสงค์ขององค์การที่ดีเป็นข้อกำหนดเบื้องต้นของการควบคุมภายในที่ดี

c)

การกำหนดวัตถุประสงค์ขององค์การที่ดีเป็นส่วนประกอบสำคัญของกระบวนการบริหาร

d)

วัตถุประสงค์ขององค์การคือวิธีการในการจัดสรรทรัพยากรและมอบหมายหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้บริหาร

3.

ข้อใดอธิบายเกี่ยวกับกิจกรรมให้ความเชื่อมั่นได้ดีที่สุด

a)

การประเมินผลการปฏิบัติตามนโยบาย แผนงาน กฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้อง

b)

การตรวจสอบหลักฐานอย่างเที่ยงธรรมเพื่อการประเมินผลอย่างเป็นอิสระ

c)

การวัดผลและการสื่อสารข้อมูลทางการเงินและธุรกิจในฐานะผู้ประกอบวิชาชีพ

d)

การให้คำปรึกษาเพื่อการเพิ่มคุณค่าและการปรับปรุงการดำเนินงานขององค์การ

4.

การขยายจาก 3E 's Audit เดิม คือ Economy, Efficiency , Effectiveness มาเป็น 6 E' s Audit ข้อใดไม่ใช่การตรวจสอบแบบ 6 E ที่เพิ่มขึ้น

a)

Equity Audit

b)

Enterprise Risk Audit

c)

Environment Audit

d)

Ethic Audit

5.

ข้อใดแสดงถึงความมีประสิทธิผลในการปฏิบัติงาน

a)

การปฏิบัติงานที่ใช้ต้นทุนต่ำที่สุด

b)

การปฏิบัติงานที่ก่อให้เกิดผลเสียหายน้อยที่สุด

c)

การปฏิบัติงานที่ใช้เวลาน้อยที่สุด

d)

การปฏิบัติงานที่ได้ผลผลิตตรงตามวัตถุประสงค์และเป้าหมาย

6.

ข้อใดไม่ได้ระบุในคำนิยามของการตรวจสอบภายในสมัยใหม่ปี คศ.2000

a)

การทุจริต.

b)

การควบคุม

c)

การกำกับดูแลกิจการ

d)

การประเมินการบริหารความเสี่ยง

7.

ในปี พศ.2542 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้ประกาศให้บริษัทจดทะเบียนทุกบริษัทต้องจัดให้มีอะไร

a)

การประเมินผลการบริหารความเสี่ยง

b)

ฝ่ายให้คำปรึกษาด้านการเงินดและการบัญชี

c)

CEO รายงานผลการควบคุมภายใน

d)

ให้ CEO รายงานผลการควบคุมภายใน

8.

ในการบริหารงานความมีประสิทธิภาพกับความมีประสิทธิผล อะไรมีความสำคัญมากกว่ากัน

a)

ความมีประสิทธิภาพ เพราะทำให้ได้ผลผลิตมากที่สุดเมื่อเทียบกับวัตถุดิบที่นำเข้า และมีของเสียน้อยที่สุด

b)

ความมีประสิทธิผล เพราะทำให้ผลผลิตตรงตามวัตถุประสงค์ที่สุด

c)

เท่ากัน เพราะต่างก็ต้องการผลผลิต Output มากที่สุด

d)

ความมีประสิทธิผลเพราะทำให้ใช้ต้นทุนน้อยที่สุด

9.

ข้อใดเป็นลักษณะเด่นของการตรวจสอบในเชิงรุกแบบก้าวหน้า (Proactive)

a)

ผู้ตรวจสอบต้องศึกษาความรู้ที่ทันสมัย

b)

ผู้ตรวจสอบต้องเข้าใจกระบวนการบริหารความเสี่ยงอย่างเพียงพอ

c)

เป็นการตรวจสอบที่ป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาไม่ใช่การแก้ปัญหาในภายหลัง

d)

มีการประชุมประสานงานกัรระหว่างผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติงาน และผู้ตรวจสอบ

10.

ข้อใดถูกต้องตามแนวปฏิบัติที่ดีของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายใน

a)

คณะกรรมการเป็นผู้กำหนดนโยบายการบริหารความเสี่ยงโดยให้ฝ่ายจัดการเป็นผู้ปฏิบัติตามและรายงานผลให้คณะกรรมการทราบเป็นประจำ

b)

ฝ่ายจัดการเป็นผู้กำหนดนโยบายการบริหารความเสี่ยงและรายงานผลการปฏิบัติตามในรายงานประจำปี

c)

คณะกรรมการเป็นผู้กำหนดนโยบายการบริหารความเสี่ียงโดยให้ฝ่ายจัดการเป็นผู้ปฏิบัติตามและรายงานผลในรายงานประจำปี

d)

ที่ประชุมผู้ถือหุ้นเป็นผู้ให้ความเห็นชอบในการกำหนดนโยบายการบริหารความเสี่ยงและการรายงานผลการปฏิบัติตามในรายงานประจำปี

11.

สถานการณ์ใดที่ไม่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานการระมัดระวังทางวิชาชีพ

a)

คณะกรรมการตรวจสอบขอให้ตรวจสอบว่าฝ่ายการเงินปฏิบัติตามนโยนายกับการลงทุนทางการเงินใหม่

b)

เหรัญญิกไม่มีแผนการบริหารความเสี่ยงทางการเงิน

c)

ผู้สอบบัญชีขอดูกระดาาทำการและรายงานผลการตรวจสอบที่ผ่านมา

d)

ฝ่ายบัญชีเพิ่งเปลี่ยนมาใช้โปรแกรมทางบัญชีและประมวลผลผ่านเครือข่ายใรระบบออนไลน์เรียลไทม์

12.

ผู้ตรจสอบภายในกำลังตรวจสอบฝ่ายจัดซื้อ ซึ่งผู้บริหารฝ่ายจัดซื้อเป็นเพื่อนสนิทของตน ผู้ตรวจสอบภายในทราบว่าเพื่อนกำลังถูกฝ่ายบริหารระดับสูง สงสัยและับตามองเกี่ยวกับการจัดซื้อซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อทำสัญยาการจัดซื้อ จึงไปเตือนเพื่อนด้วยความหวังดี การกระทำดังกล่าว ถือว่า...

a)

ไม่ผิดจรรยาบรรณ เพราะยังไม่ได้เซ็นสัญญาและไม่มีใครได้รัผลประโยชน์

b)

ผิดจรรยาบรรณ เกี่ยวกับหลักการความเที่ยงธรรม

c)

ผิดจรรยาบรรณ เกี่ยวกับหลักการความซื่อตรง

d)

ผิดจรรยาบรรณ เกี่ยวกับหลักการการรักษาความลับ

13.

สถานการณ์ใดที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานความระมัดระวังทางวิชาชีพ ในระหว่างการวางแผนการตรวจสอบ

a)

โอกาสนในการให้คำปรึกษาแก่ผู้รับการตรวจ

b)

ต้นทุนเทียบกับประโยชน์ที่ได้รับจากการตรวจสอบ

c)

โอกาสในการให้คำปรึกษาแก่ผู้รับการตรวจ

d)

ต้นทุนในการฝึกอบรมพนักงานตรวจสอบแบบข้ามทีม

14.

หากผู้ตรวจสอบภายในต้องรายงาสนผลการตรวจสอบไปยังบุคคลภายนอกควรปฏิบัติอย่างไร

a)

เปิดเผยทั้งหมด

b)

ไม่เปิดเผยข้อมูลใดๆ ต่อบุคคลภายนอก

c)

เปิดเผยเฉพาะข้อมูลที่ผุ้บริหารได้นำไปปรับปรุงแก้ไขแล้ว

d)

เปิดเผยภายใต้ข้อกำหนดของกฎหมายหรือระเบียบของหน่วยงาน

15.

ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการให้คำปรึกษาของผู้ตรวจสอบ

a)

ต้องพิจารณาเรื่องการบริหารความเสี่ยงในการให้คำปรึกษาด้วย

b)

การให้คำปรึกษาในเรื่องใดขึ้นอยู่กับความรู้และประสบการณ์ของผู้ตรวจสอบ

c)

มาตรฐานในการปฏิบัติงานให้คำปรึกษาอาจแตกต่างจากมาตรฐานในการปฏิบัติงานตรวจสอบ

d)

ไม่ควรรวมงานการให้คำปรึกษาในแผนกิจกรรมงานตรวจ

16.

เมื่อองค์การยอมรับระดับความเสี่ยงที่เหลืออยู่ ( Level of residual risk) ในระดับที่ไม่เป็นที่ยอมรับต่อองค์การ ผุ้บริหารกิจกรรมตรวจสอบภายในควรกระทำสิ่งใดก่อน

a)

หารือประเด็นนั้นกับคณะกรรมการตรวจสอบ

b)

หารือประเด็นนั้นกับผุ้ตรวจสอบบัญชีของกิจการ

c)

หารือประเด็นนั้นกับที่ปรึกษาธุรกิจ

d)

หารือประเด็นนั้นกับฝ่ายบริหารระดับสูง

17.

ข้อใดไม่เกียวข้องกับวัตถุประสงค์สำคัญของมาตฐาน มากที่สุด

a)

เป็นพื้นฐานในการประเมินผลการปฏิบัติงานตรวจสอบภายใน

b)

เป็นกฎหมายเกี่ยวกับการตรวจสอบภายใน

c)

ส่งเสริมการประสานงานระหว่างผู้ตรวจสอบภายในและภายนอก

d)

เพื่อให้เกิดความสม่ำเสมอในการปกิบัติงานตรวจสอบภายใน

18.

ข้อใดถือเป็นการเสียความเป็นอิสระของผู้ตรวจสอบภายใน

a)

ผู้ตรวจสอบภายในให้คำปรกึษาในการปฏิบัติงานที่เคยรับผิดชอบมาก่อน

b)

ผู้บริหารกิจกรรมงานตรวจสอบภายในได้รับมอบหมายให้ตรวจสอบงานที่เคยรับผิดชอบมาเกิน 1 ปี แบบอิสระ

c)

การสื่อสารได้โดยตรงต่อผู้บริหารที่มีอำนาจสั่งการ

d)

พนักงานตรวจสอบภายในได้รับมอบหมายงานให้ตรวจสอบงานที่เคยรับผิดชอบมาเกิน 1 ปี แบบอิสระ

19.

ผู้ตรวจสอบควรเปิดเผยรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานในกรณีใด

a)

การไม่ปฏิบัติตามกฏบัตรการตรวจสอบภายใน

b)
  • การเสียความเป็นอิสระหรือเที่ยงธรรม และ การไม่ปฏิบัติตามมาตรฐาน

c)

การเสียความเป็นอิสระหรือเที่ยงธรรม

d)

การไม่ปฏิบัติตามมาตรฐาน

20.

การกระทำข้อใดอาจจะทำให้ผู้ตรวจสอบเสียความเป็นอิสระ

a)

ลดขอบเขตงานตรวจสอบเนื่องจากมีงบประมาณจำกัด

b)

ร่วมในคณะทำงานในการเสนอมาตรฐานการควบคุม

c)

สอบทานร่างสัญญาการจัดซื้อก่อนการนำไปใช้งาน

d)

ยังคงตรวจสอบงานที่ตนกำลังจะได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้บริหารในอนาคตอันใกล้

21.

ในการพึ่งพาผลงานของผู้ให้บริการอื่น ผู้บริหารงานตรวจสอบภายใน

a)

ต้องเข้าใจ ขอบเขต วัตถุประสงค์ และผลงานที่ของผู้ให้บริการอื่น

b)

ต้องมีกระบวนการในการแลกเปลี่ยนผลงานระหว่างกันที่ีชัดเจน

c)

ต้องรับผิดชอบในการหาข้อสนับสนุนต่อผลสรุปและความเห็นอย่างเพียงพอ

d)

ไม่ควรอาศัยผลงานของผู้ให้บริการอื่น

22.

ในระหว่างการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการปรับปรุงประสิทธิภาพและคุณภาพของกระบวนการผลิต คณะทำงานพบกับปัญหาข้อจำกัดของขอบเขตงาน เนื่องจากข้อมูลที่เกี่ยวข้องสูญหายและไม่ครบถ้วนหลายเดือน เมื่อพบข้อจำกัดขอบเขตการให้คำปรึกษา ผู้บริหารงานตรวจสอบควรจะ.....

a)

สื่อสารผลกระทบจากปัญหาข้อจำกัดนี้ต่อคณะกรรมการตรวจสอบ

b)

เพิ่มความถี่ในการตรวจสอบกิจกรรมที่มีปัญหา

c)

ปรึกษาปัญหากัลลูกค้าและประเมินร่วมกันว่าควรจะดำเนินการต่อไปหรือไม่

d)

เลิกการให้คำปรึกษาแต่เริ่มงานตรวจสอบเพื่อให้ทราบว่าทำไมข้อมูลจึงสูญหาย

23.

ข้อใดเป็นเหตุผลสำคัญที่ผุ้บริหารงานตรวจสอบควรพิจารณาแผนกลยุทธ์ในการวางแผนการตรวจสอบประจำปี

a)

ทำให้ทุกฝ่ายเห็นความสำคัญของงานตรวจสอบภายใน

b)

เพื่อให้มั่นใจว่าแผนงานตรวจสอบภายในสนับสนุนวัตถุประสงค์ขององค์การโดยรวม

c)

เพื่อให้มั่นใจว่าแผนกลยุทธ์สอดคล้องกับการเพิ่มคุณค่าขององค์การ

d)

เพื่อให้ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงแผนกลยุทธ์

24.

ผู้บริหารระดับสูงขอให้หน่วยงานตรวจสอบภายใน ไปตรวจสอบการปฏิบัติงานของฝ่าย อีมาร์เก็ตติ้ง เพื่อให้คำแนะนำเกี่ยวกับนโยบายการควบคุมการดำเนินงานของฝ่ายดังกล่าว ผู้ตรวจสอบภายในควรจะ

a)

ไม่รับงานตรวจสอบนี้ เพราะผู้ตรวจสอบมีความรู้ความชำนาญเกี่ยวกับการควบคุมทางการเงินไม่ใช่การควบคุมทางการตลาด

b)

รับงานตรวจสอบนี้เพราะไม่เสียความเป็นอิสระ

c)

ไม่รับงานตรวจสอบนี้เพระาทำให้ผู้ตรวจสอบเสียความเป็นเที่ยงธรรมในการตรวจสอบงานนี้ในอนาคต

d)

รับงานตรวจสอบนี้แต่แจ้งผู้บริหารว่าการแนะนำเกี่ยวกับการควบคุมจะทำให้ผู้ตรวจสอบเสียความเป็นอิสระทำให้ไม่สามารถตรวจสอบงานนี้ได้ในอนาคต

25.

คณะกรรมการตรวจสอบควรให้ความคิดเห็นชอบ ในเรื่องใดมากที่สุด

a)

กำหนดเวลาการทำงาน

b)

การแต่งตั้งผู้บริหารกิจกรรมตรวจสอบภายใน

c)

รายงานข้อสังเกตุและข้อแนะนำของผู้ตรวจสอบ

d)

การเลื่อนตำแหน่งและเลื่อนเงินเดือนของพนักงานตรวจสอบภายใน

26.

ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับหน้าที่ของผู้บริหารงานตรวจสอบ

a)

การติดตามผลตามผลการตรวจสอบของฝ่ายบริหาร

b)

การประสานงานกับผุ้ตรวจสอบภายนอก

c)

การวางแผนการตรวจสอบตามพื้นฐานของความเสี่ยง

d)

การกำกับตรวจตราให้มีการประเมินผลการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายใน

27.

นโยบายและวิธีปฏิบัติงานมีความเหมือนหรือต่างกันอย่างไร

a)

ต่างกัน นโยบายคือสิ่งที่ต้องทำในเรื่องสำคัญและวิธีปฏิบัติงานเป้นสิ่งที่ต้องทำปกติ

b)

ต่างกัน นโยบายเป็นคำสั่งในภาคราชการ และวิธีปฏิบัติงานเป็นคำสั่งในภาคเอกชน

c)

ต่างกัน นโยบายคือการกำหนดในภาพกว้างของฝ่ายบริหารระดับสูงส่วนวิธีปฏิบัติงานคือการกำหนดในระดับล่างเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบาย

d)

ต่างกัน นโยบายเป็นแนวทางในภาพกว้าง ส่วนวิธีปฏิบัติงานเป็นรายละเอียดแต่ไม่เกี่ยวข้องกับนโยบาย

28.

ข้อใดไม่ถูกต้อง ในการที่ผุู้บริหารกิจกรรมตรวจสอบภายใน ควรปฏิบัติเกี่ยวกับการขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการตามที่มาตรฐานกำหนด

a)

ควรรายงานการเปลี่ยนแปลงแผนให้ทราบ

b)

ควรขอความเป็นชอบอย่างน้อยปีละครั้ง

c)

หากมีการเปลี่ยนแปลงแผนอย่างมีเหตุผลไม่จำเป็นต้องขอความเห็นชอบ

d)

ควรรายงานเกี่ยวกับข้อจำกัดในการวางแผนที่มี

29.

กฎบัตรการตรวจสอบภายในมีลักษณะตรงกับข้อใดมากที่สุด

a)

เป็นคำอธิบายการปฏิบัติตามมาตรฐานการตรวจสอบภายในรหัส 1000

b)

เป็นการกำหนดความเป็นอิสระและเที่ยงธรรมในการตรวจสอบภายในที่เป็นลายลักษณ์อักษร

c)

เป็นการกำหนดวัตถุประสงค์ อำนาจ และความรับผิดชอบของงานตรวจสอบภายในที่เป็นลายลักษณ์อักร

d)

เป็นกฎหมายที่ใช้บังคับในการปฏิบัติงานตรวจสอบภายในที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก

30.

ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการกำหนดนโยบายและระเบียบวิธีปฏิบัติงานตรวจสอบภายใน

a)

ทุกหน้าที่งานตรวจสอบไม่จำเป็นต้องมีนโยบายและคู่มือการปฏิบัติงานอย่างเป็นทางการ

b)

ทุกหน้าที่งานตรวจสอบควรมีนโยบายและระเบียบวิธีปฏิบัติงานในรายละเอียด

c)

ผู้บริหารงานตรวจสอบภายในต้องจัดให้มีนโยบายและระเบียบวิธีปฏิบัติงาน

d)

หน่วยงานตรวจสอบภายในขนาดเล็กอาจจะบริหารอย่างไม่เป็นทางการโดยใช้การควบคุมงานอย่างใกล้ชิด

31.

บริษัท กขค. ขายสินค้าให้กับสหกรร์แห่งหนึ่ง ซึ่งคณะผู้แทนของสหกรร์แห่งนั้นสามารถให้แนวทางในการดำเนินงานรวมท้ั้งการแบ่งปันผลประโยชนในหมู่สมาชิก คณะผู้แทนของสหกรณ์เป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องประเภทใดในมุมมองของบริษัท กขค.

a)

ไมใช่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง

b)

สนใจในความสำเร็จของบริษัท

c)

มีอิทธิพลต่อบริษัท

d)

มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับบริษัท

32.

ข้อใดไม่ใช่บทบาทที่เหมาะสมในการกำกับดูแลกิจการของคระกรรมกมรองค์การ/บริษัท

a)

แนะนำและมีอิทธิพลในการเลือนโยบายการบริหารความเสี่ยง

b)

ประเมินและอนุมัติการกำหนดวัตถุประสงค์ทางกลยุทธ์

c)

ให้ความเชื่อมั่นกับบุคคลที่สามโดยตรงว่ากระบวนการกำกับดูแลกิจการมีประสิทธิผล

d)

กำหนดขอบเขตจริยธรรมและพฤติกรรมที่ไม่ควรกระทำภายนอกกิจการ

33.

ข้อใดถูกต้องตามแนวปฏิบัติที่ดี ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายใน

a)

คณะกรรมการเป็นผู้กำหนดนโยบายการบริหารความเสี่ยงโดยให้ฝ่ยจัดการเป็นผู้ปฏิบัติตามและรายงานผลให้คณะกรรมการทราบเป็นประจำ

b)

ฝ่ายจัดการเป็นผู้กำหนดนโยบายการบริหารความเสี่ยงและรายงานผลการปฏิบัติตามในรายงานประจำปี

c)

คณะกรรมการการเป็นผู้กำหนดนโยบายการบริหารความเสี่ยงโดยให้ฝ่ายจัดการเป็นผู้ปฏิบัติตามและรายงานผลในรายงานประจำปี

d)

ที่ประชุมผู้ถือหุ้นให้ความเห็นชอบในการกำหนดนโยบายการบริหารความเสี่ยงและการรายงานผลการปฏิบัติตามในรายงานประจำปี

34.

ซีอีโอ และ ซีเอฟโอ ของบริษัทในสหรัฐอเมริการที่เป็นสาขาในประเทศไทย หาต้องยื่นไฟล์ต่อ US-SEC ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย Sabanes Oxley Act 2002 ในมาตรา 302 อย่างไร

a)

ต้องปฏิบัติตามหากสมัครใจ (Voluntary)

b)

ไม่ต้องปฏิบัติตามเพราะไม่ใช่บริษัทสาขาที่อยู่ในสหรัฐอเมริกา

c)

ต้องปฏิบัติตามเพราะเป็นภาคบังคับให้ปฏิบัติ (Mandatory) แม้เป็นบริษัทสาขา

d)

ทำตามหลักการของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยหรืออธิบายเหตุผลที่ไม่ทำตาม (Comply or Explain)

35.

ข้อใดไม่ใช่คณะกรรมการเกี่ยวกับการกำกับดูแลกิจการที่ดี

a)

คระกรรมการฝ่ายบริหาร

b)

คระกรรมการสรรหา

c)

คณะกรรมการอิสระ

d)

คณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทน

36.

ข้อใดไม่จริงเกี่ยวกับการกำกับดูแล

a)

เกี่ยวข้องกับบทบาทหน้าที่ของผู้ถือหุ้น

b)

ต้องปฏิบ้ติตามหลักการกำกับดูแลสากลอย่างเคร่งครัด

c)

เกี่ยวข้องกับปัจจัยทั้งภายนอกและภายในองค์การ

d)

เกี่ยวข้องกับการพิจารณาค่าตอบแทนให้คณะกรรมการและผู้บริหารระดับสูง

37.

ข้อใดไม่ใช่หลักการกำกับดูแลกิจการ

a)

การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเสมอภาค

b)

ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ

c)

การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส

d)

การกำกับดูแลการปฏิบัติงานผู้บริหารระดับล่าง

38.

ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง

a)

คณะกรรมการตรวจสอบเป็นคณะกรรมการบริษัท

b)

กฎบัตรคณะกรรมการตรวจสอบควรเปลี่ยนแปลงไปตามระยะเวลา

c)

การสรรหาคณะกรมการตรวจสอบควรทำโดยคณะกรรมการสรรหาที่เป็นอิสระ

d)

กฎบัตรคณะกรรมการตรวจสอบเป็นแม่บทของกฎบัตรการตรวจสอบภายใน

39.

ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้องมากที่สุดเกี่ยวกับกฎบัตรคณะกรรมการตรวจสอบที่ดีจะมีส่วนช่วยในการทำงานของคณะกรรมการตรวจสอบอย่างไร

a)

ช่วยให้คณะกรรมการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิผล

b)

ช่วยช่วยให้คณะกรรมการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ

c)

เป็นแนวทางในการประสานงานระหว่างคณะกรรมการกับสถาบันกำกับภายนอก

d)

เป็นคู่มือการปฏิบัตงานของคณะกรรมการที่เป็นลายลักษณ์อักร

40.

ข้อใดถูกต้องมากที่สุดเกี่ยวกับความรับผิดชอบของคณะกรรมการตามหลักการของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

a)

มีหน้าที่ความรับผิดชอบโดยตรงต่อผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียเกี่ยวข้องอย่างเท่าเทียมกัน

b)

มีหน้าที่ความรับผิดชอบโดยตรงต่อฝ่ายจัดการ

c)

มีหน้าที่ความรับผิดชอบโดยตรงต่อผู้ถือหุ้นและเป็นอิสระต่อฝ่ายจัดการ

d)

มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงต่อสถาบันกำกับดูแลภายนอก

41.

องค์การขนาดใหญ่ได้มีการกระจายอำนาจให้ผู้บริหารระดับต่างๆในการตัดสินใจและบริหารงาน

ข้อใดกล่าวถูกต้องน้อยที่สุด เกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยงขององค์กรนี้

a)

การกระจายอำนาจจำเป็นต้องทำในองค์กรนี้และจำเป็นต้องมีระบบการควบคุมและการายงานตามหน้าที่ความรับผิดชอบสู่ส่วนกลางที่ทันกาล

b)

เหตุการณ์ความเสี่ยงที่เกิดที่ส่วนกลางและที่ระดับต่างๆอาจไม่เหมือนกันแม้จะเป็นธุรกิจเดียวกัน

c)

ฝ่ายบริหารส่วนกลางไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบต่อการควบคุมและการบริหารความเสี่ยงของผู้บริหารระดับต่างๆ เพราะได้กระจายอำนาจให้ไปแล้ว

d)

องค์กรอาจพบความเสี่ยงและเหตุการณ์ที่ไม่คาดว่าจะเกิดหรือที่ไม่เคยเกิดมาก่อน

42.

ข้อใดไม่ใช่การแชร์ความเสี่ยง

a)

การจ้างบุคคลภายนอกที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน

b)

การขายหน่วยงาน

c)

การซื้อประกันภัย

d)

การซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนล่วงหน้า

43.

เมื่อฝ่ายบริหารมีความคาดหวังอย่างสมเหตุสมผล หมายความว่า

a)

พิสูจน์สมมุติฐานที่นำมาใช้ได้

b)

มีแผนสำรองในเหตุฉุกเฉิน

c)

หากมูลค่าหลักไม่เปลี่ยนไม่ต้องเปลี่ยนวิธีการตอบสนองความเสี่ยง

d)

อาจเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดหมายมาก่อนได้

44.

ข้อใดถูกต้องในการประเมินความรุนแรงของความเสี่ยง

a)

ความรุนแรงที่ประเมินในระดับปฏิบัติการจะสูงขึ้นเมื่อประเมินในระดับองค์กร

b)

ความรุนแรงไม่ควรแตกต่างกันเมื่อเปลี่ยนระดับการประเมิน

c)

ความรุนแรงจะลดลงเมื่อใกล้เขตพื้นที่ความเสี่ยงที่ยอมรับได้

d)

ความเสี่ยงร่วมที่เกิดในหลายหน่วยงานจะประเมินความรุนแรงสูงกว่าเมื่อประเมินแยกจากกัน

45.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยง

a)

ข้อมูลจากพนักงานระดับล่างไม่จำเป้ฯในการพิจารณากลยุทธ์

b)

การบริหารความเสี่ยงเป็นการเพิ่มโอกาสของธุรกิจ

c)

วัตถุประสงค์ คือ ขั้นตอนต่างๆ ที่องค์การใช้เพื่อความสำเร็จของกลยุทธ์

d)

ประเมินความเสี่ยงก่อนและหลังการควบคุมที่กิจการมี

46.

ผู้ใดมีความรับผิดชอบสูงสุดในการระบุความเสี่ยงใหม่ ซึ่งควรพบในกระบวนการกำกับดูแล

a)

คณะกรรมการองค์กร/บริษัท

b)

ฝ่ายบริหารระดับสูง

c)

ผู้บริหารที่เป็นเจ้าของความเสี่ยง

d)

ผู้ตรวจสอบภายใน

47.

ข้อใดถูกต้องในการกำหนดความคาดเคลื่อนของความเสี่ยง

a)

กำหนดเป็นคำกว้างๆ หรือเป็ฯระดับ เช่น สูง ปานกลาง ต่ำ

b)

กำหนดเป็นค่าคลาดเคลื่อนที่เท่าหรือไม่เท่ากันก็ได้จากเป้าหมายตัววัดความสำเร็จ

c)

กำหนดเป็นค่าบวก ลบ (+-) ที่เท่ากันจากเป้าหมายตัววัดของความสำเร็จ

d)

กำหนดตามมาตรฐานที่ใช้อ้างอิงสากล

48.

การบูรณาการความเสี่ยงแบบสมบูรณ์ คือข้อใด

a)

Risk View

b)

Risk Portfolio View

c)

Risk Category View

d)

Risk Profile View

49.

ข้อใดเป็นกระบวนการสนับสนุนของการบริหารความเสี่ยง

1.การกำกับดูแลและวัฒนธรรม 2.การทบทวนและการปรับปรุง 3.สารสนเทศ สื่อสารและการรายงานและปรับปรุง 4.การประเมินความเสี่ยง

a)

1+3

b)

1+2

c)

2+3+4

d)

1+2+3

50.

ข้อใดเป็นข้อจำกัด/ข้อเสียในการใช้ดุลพินิจ

a)

ลดการอนุมัติแบบอัตโนมัติ

b)

ไม่สามารถใช้เมื่อเกิดการหยุดชะงักของงาน

c)

เกิดอคติได้ง่าย

d)

ลดโอกาสเกิดนวัตกรรมใหม่

51.

ในการวางแผนการตรวจสอบระบบงาน ท่านได้ยินว่าฝ่ายสารสนเทศได้เปลี่ยนแปลงระบบปฏิบัติการ การเปลียนแปลงนี้มีผลอย่างไร

a)

เปลี่ยนแปลงการควบคุมระบบงานมีผลต่อการประมวลผลบางระบบงาน

b)

เปลี่ยนแปลงการควบคุมระบบงานมีผลต่อการการการบันทึกนำเข้าในระบบงานสูง

c)

เปลี่ยนแปลงการควบคุมทั่วไปที่อาจเกิดความผิดพลาดต่อบางระบบบงานสูง

d)

เปลี่ยนแปลงการควบคุมทั่วไปที่อาจเกิดความผิดพลาดต่อทุกระบบงานสูง

52.

ทุกข้อต่อไปนี้เป็นลักษระของการควบคุมที่ดียกเว้นข้อใด

a)

การควบคุมควรเข้าใจง่าย ถูกต้องละทันกาล

b)

การควบคุมควรตรงวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่สำคัญ

c)

การควบคุมควรแทรกหรือบูรณณาการให้เกิดในทุกกระบวนปฏิบัติงาน

d)

การควคุมถ้าหากยิ่งมากจะยิ่งแสดงถึงการควบคุมที่ดี

53.

ข้อใดเป็นความเข้าใจเกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมที่ถูกต้อง

a)

การบริหารความเสี่ยงที่ดีคือทุกเหตุการณ์ความเสี่ยงอยู่ในระดับต่ำ

b)

การวางแผนที่ดีทำให้ไม่ต้องมีการบริหารความเสี่ยง

c)

ต้องมีการบริหารความเสี่ยงตั้งแต่ระดับกลยุทธ์

d)

การลดขนาดองค์การทำให้ไม่ต้องมีการควบคุมภายใน

54.

ข้อใดไม่ใช่การควบคุมที่เป็นทางการ (Hard Control)

a)

การควบคุมที่กำหนดเป็นลายลักษณ์อักษร

b)

ความสามารถ และจิตสำนึกของบุคลากร

c)

การควบคุมโดยการจัดทำเอกสารนโยบายและคู่มือการปฏิบัติงาน

d)

การควบคุมที่มีกระบวนการปฏิบัติงานที่มีขั้นตอนชัดเจน

55.

ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการติดตามผลการตรวจ

a)

ควรกำหนดกระบวนการติดตามผลที่จะใช้

b)

ควรพิจาณาระดับความเสี่ยงหากไม่มีการแก้ไข

c)

ไม่ควรติตามผลการตรวจของผู้ตรวจสอบอื่น

d)

ควรติดตามการแก้ไขหากพบตัวชี้วัดการทุจริต

56.

ข้อใดไม่ใช่วัตถุประสงค์การควบคุมด้านการายงานการเงินการบัญชี (Financial Objective:F)

a)

การปฏิบัตตามมาตรฐานการบัญชี

b)

การปฏิบัติตามข้อกำหนดของประมวลรัษฎากร

c)

การลดความคลาดเคลื่อนในงบต้นทุนการผลิต

d)

การลดความผิดพลาดในงบการเงิน

57.

ข้อใดต่อไปนี้ไมถือเป็นองค์ประกอบด้านสภาพแวดล้อมของการควบคุม

a)

การจัดโครงสร้างองค์การ

b)

การอนุมัติรายการ

c)

การมีคณะกรรมการตรวจสอบที่ไม่เป็นอิสระ

d)

การมีกรรมการบริษัทอิสระน้อยกว่ากรรมการจากฝ่ายบริหาร

58.

ข้อใดไม่เป็นการควบคุมแบบป้องกัน (Preventive Control)

a)

การแบ่งแยกหน้าที่การงาน

b)

การควบคุมการเข้าถึงเอกสารและทรัพย์สินสำคัญ

c)

การให้รางวัลและแรงจูงใจต่อผู้ปฏิบัติงาน

d)

การใช้พนักงานที่มีความรู้และจรรยาบรรณ

59.

ข้อใดอธิบายวัตถุประสงค์ ของผู้ตรวจสอบภายใน ในการสอบทานการกำกับดูแล การบริหารความเสี่ยง และการควบคุมได้ดีที่สุด

a)

เพื่อการกำหนดระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

b)

เพื่อให้มั่นใจว่ามีการสั่งการแก้ไขจุดอ่อนในระบบการควบคุม

c)

เพื่อกำหนดลักษณะ วิธีการ และระยะเวลาในการปฏิบัติงานตรจสอบ

d)

เพื่อให้ความมั่นใจอย่างสมเหตุสมผลต่อผู้บริหารในการบรรลุผลตามวัตถุประสงค์อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

60.

บริษัทที่รับพนักงานโดยมีการสอบสัมภาษณ์และรับพนักงานที่มีความรู้โดยตรงกับสายงานนั้นถือว่าบริษัทนั้นมีการควบคุมแบบใด

a)

การควบคุมแบบแก้ไข

b)

การควบคุมแบบป้องกัน

c)

การควบคุมแบบส่งเสริม

d)

การควบคุมแบบค้นพบ