wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

สอบปลายภาคงานส่งกำลัง

Total questions: 60

Worksheet time: 2hrs 30mins

Name
Class
Date
1.

ความฝืด เกิดกับส่วนใดในคลัตช์ที่ทำงานโดยอาศัยความฝืด

a)

ล้อตุนกำลัง

b)

ผ้าคลัตช์

c)

สปริงไดอะเฟรม

d)

เสื้อคลัตช์

2.

คลัตช์แบบสปริงไดอะเฟรมและแบบสปริงขดเป็นคลัตช์ชนิดใด

a)

คลัตช์ใช้แรงเหวี่ยง

b)

คลัตช์อาศัยความเสียดทาน

c)

คลัตช์อาศัยอำนาจแม่เหล็ก

d)

คลัตช์อาศัยของเหลว

3.

คลัตช์ติดตั้งอยู่ระหว่างอุปกรณ์ใด

a)

เครื่องยนต์กับล้อตุนกำลัง

b)

ล้อตุนกำลังกับเพลากลาง

c)

เครื่องยนต์กับกระปุกเกียร์

d)

ล้อตุนกำลังกับเฟืองท้าย

4.

ดุมคลัตช์ถูกออกแบบเป็นร่องฟัน (Spline) เพื่ออะไร

a)

เพื่อเลื่อนไปมาได้ขณะคลัตช์ตัดกำลัง

b)

เพื่อสวมกับเพลาคลัตช์ตลอดเวลา

c)

เพื่อให้ส่งกำลังงานได้

d)

เพื่อเป็นร่องสวมกับล้อตุนกำลัง

5.

อุปกรณ์ใดที่หมุนไปพร้อมกับล้อตุนกำลังตลอดเวลา

a)

แผ่นคลัตช์

b)

เพลาคลัตช์

c)

ลูกปืนคลัตช์

d)

เสื้อคลัตช์

6.

เมื่อแผ่นคลัตช์ถูกกดในขณะทำงาน ชิ้นส่วนใดรับแรงกระแทกที่เกิดขึ้น

a)

ผ้าคลัตช์

b)

ดุมคลัตช์

c)

จานเหล็กกลม

d)

สปริงด้านแรงบิด

7.

คลัตช์ทำหน้าที่อะไรในระบบส่งกำลัง

a)

ตัดต่อกำลังจากเครื่องยนต์ไปเพลากลาง

b)

ตัดต่อกำลังระหว่างเครื่องยนต์กับล้อตุนกำลัง

c)

ตัดต่อกำลังระหว่างเครื่องยนต์กับกระปุกเกียร์

d)

ตัดต่อกำลังระหว่างคลัตช์กับล้อตุนกำลัง

8.

คลัตช์แบ่งตามลักษณะการทำงานได้กี่ชนิด

a)

1  ชนิด

b)

2 ชนิด

c)

3 ชนิด

d)

4 ชนิด

9.

ข้อใดเป็นการส่งกำลังงานของคลัตช์แบบอาศัยอำนาจแม่เหล็ก

a)

เครื่องยนต์ >  ล้อตุนกำลัง >  ผงเหล็ก  >  แผ่นคลัตช์

b)

เครื่องยนต์ >  ผงเหล็ก >  แผ่นคลัตช์  >  ล้อตุนกำลัง

c)

เครื่องยนต์ >  ล้อตุนกำลัง >  ผงเหล็ก  >  เกียร์

d)

เครื่องยนต์ >  ล้อช่วยแรง >  แผ่นคลัตช์  >  เพลาคลัตช์

10.

เมื่อเหยียบคันเหยียบคลัตช์สุดระยะแล้วคลัตช์ไม่ตัดกำลังงานเป็นเพราะเหตุใด

a)

แม่ปั๊มคลัตช์ส่งแรงดันน้ำมันคลัตช์ให้ปั๊มคลัตช์ล่างมากเกินไป

b)

สายคลัตช์ไม่เคลื่อนที่

c)

ความสูงคันเหยียบคลัตช์มากเกินไป

d)

ระยะฟรีคันเหยียบคลัตช์มากเกินไป

11.

คลัตช์ไม่ส่งกำลังหรือคลัตช์ลื่นสาเหตุมาจากข้อใด

a)

หน้าสัมผัสผ้าคลัตช์ถูกกดแน่นมากไป

b)

ไม่มีระยะฟรีคลัตช์

c)

ปั๊มคลัตช์บนไม่ทำงาน

d)

สายคลัตช์ขาด

12.

ชิ้นส่วนใดที่คลัตช์แบบสปริงไดอะเฟรมไม่มี  

a)

นิ้วคลัตช์ แผ่นคลัตช์

b)

แผ่นคลัตช์ แผ่นกดคลัตช์

c)

แผ่นกดคลัตช์ นิ้วคลัตช์

d)

สปริงขด นิ้วคลัตช์

13.

ข้อใดไม่ใช่เกียร์แบบมาตรฐาน

a)

แบบอัตโนมัติ

b)

แบบเฟืองขบกันตลอดเวลา

c)

แบบเลื่อนเฟืองเข้าขบ

d)

แบบซิงโครเมช

14.

นักเรียนรู้ว่าเกียร์ทำหน้าที่เพิ่มแรงบิด นักเรียนรู้หรือไม่ว่าเกียร์ใดให้แรงบิดมากที่สุด

a)

เกียร์ว่าง

b)

เกียร์ 1

c)

เกียร์ 2

d)

เกียร์ 5

15.

เกียร์แบบเลื่อนเฟืองเข้าขบฟันเฟืองของเกียร์เป็นแบบ

a)

เฟืองฟันเฉียง

b)

เฟืองตัวหนอน

c)

เฟืองฟันเฉียงและฟันตรง

d)

เฟืองฟันตรง

16.

ขณะที่เริ่มออกรถอัตราทดที่เกียร์ควรจะเป็นอย่างไร

a)

อัตราทดเกียร์สูง

b)

อัตราทดเกียร์ต่ำ

c)

อัตราทดไม่มี

d)

อัตราทดเท่ากับเครื่องยนต์

17.

เกียร์ติดตั้งอยู่ระหว่างอุปกรณ์ใด

a)

เครื่องยนต์กับเฟืองท้าย

b)

เครื่องยนต์กับคลัตช์

c)

คลัตช์กับเพลากลาง

d)

คลัตช์กับเพลาท้าย

18.

เกียร์ชนิดใดที่มีคลัตช์เกียร์เชื่อมต่อเข้ากับเกียร์

a)

แบบเฟืองเลื่อน

b)

แบบซิงโครเมซ

c)

แบบโอเวอร์ไดรฟ์

d)

แบบเฟืองขบกันตลอดเวลา

19.

เกียร์แบบซิงโครเมซ ถ้าเราเลื่อนไปขบกับเฟืองหัวเพลทคลัตช์จะเป็นตำแหน่งเกียร์ใด

a)

3

b)

4

c)

5

d)

ถอยหลัง

20.

ถ้าเราเข้าเกียร์  4  เฟืองใดที่แหวนทองเหลืองชะลอความเร็ว

a)

เฟืองตามเกียร์  4

b)

เฟืองเพลาคลัตช์

c)

เฟืองเพลารอง

d)

เฟืองตามเพลากำลัง

21.

เกียรใดในเกียร์แบบมาตรฐานที่ยังคงใช้เฟืองฟันตรงอยู่

a)

ถอยหลัง

b)

เกียร์  1

c)

เกียร์  4

d)

เกียร์  5

22.

อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ชะลอความเร็วของเฟืองบนเพลากำลังในเกียร์แบบซิงโครเมซคือข้อใด

a)

ฟันหน้าเฟือง

b)

ปลอกเลื่อน

c)

เฟืองทองเหลือง

d)

คลัตช์เกียร์

23.

ก่อนที่จะเลื่อนคันเข้าเกียร์ไปยังตำแหน่งเกียร์อื่นต้องถอยคันเข้าเกียร์มาตำแหน่งใด

a)

เกียร์  1

b)

เกียร์  3

c)

เกียร์  5

d)

เกียร์ว่าง

24.

เกียร์แบบซิงโครเมซชนิด 5 เกียร์ เฟืองจะขบกันตลอดเวลาจำนวนกี่คู่

a)

4 คู่

b)

5 คู่

c)

6 คู่

d)

7 คู่

25.

เพลากลางติดตั้งอยู่ระหว่างอุปกรณ์ใด

a)

เกียร์กับเพลาท้าย

b)

เกียร์กับเฟืองท้าย

c)

เกียร์กับเฟืองขับ

d)

เกียร์กับแหนบ

26.

รถยนต์ประเภทใดต่อไปนี้ที่ใช้เพลากลาง

a)

เครื่องหน้าขับหน้า

b)

เครื่องหน้าขับหลัง

c)

เครื่องหลังขับหลัง

d)

ถูกทุกข้อ

27.

ข้อใดไม่ใช่หน้าที่ของเพลากลาง

a)

ส่งถ่ายแรงบิดและอาการหมุน

b)

ส่งถ่ายแรงบิดขณะล้อเต้นขึ้น–ลง

c)

ส่งถ่ายแรงบิดขณะเพลากลางเปลี่ยนมุม

d)

ส่งถ่ายแรงบิดขณะเกียร์ตัดกำลัง

28.

เพลากลางชนิดใดที่มีเพลากลมตันสอดอยู่ภายใน

a)

เพลาท่อนเดียว

b)

เพลากลางท่อนเดียว

c)

เพลากลางท่อแรงบิด

d)

เพลากลางใช้ข้อต่อ

29.

เพลากลางที่ใช้ข้อต่อชนิดกากบาทสามตัวคือข้อใด

a)

เพลาท่อนเดียว

b)

เพลากลางสองท่อน

c)

เพลากลางท่อแรงบิด

d)

ผิดทุกข้อ

30.

เพลากลางรับกำลังงานจากเพลาใด

a)

เพลาคลัตช์

b)

เพลารอง

c)

เพลาข้อเหวี่ยง

d)

เพลากำลัง

31.

ข้อต่อชนิดใดที่นิยมใช้กับเพลากลาง

a)

ข้อต่อกากบาท–ข้อต่อเลื่อน

b)

ข้อต่อกากบาท–ข้อต่อความเร็วคงที่

c)

ข้อต่อยาง–ข้อต่อกากบาท

d)

ข้อต่อสลักร้อยลูกกลิ้ง–ข้อต่อเลื่อน

32.

โครงสร้างของเพลากลางชนิดใดที่มีลูกปืนรองรับ

a)

เพลากลางท่อนเดียว

b)

เพลากลางท่อแรงบิด

c)

เพลากลางใช้ข้อต่อ

d)

เพลากลางสองท่อน

33.

ข้อต่อชนิดใดไม่สามารถทำให้เพลากลางเปลี่ยนแปลงมุมได้

a)

ข้อต่อกากบาท

b)

ข้อต่อเลื่อน

c)

ข้อต่อความเร็วคงที่

d)

ข้อต่อชนิดยางและชนิดผ้าใบ

34.

ข้อต่ออ่อนชนิดใดที่นิยมใช้กับเพลาขับล้อหน้า

a)

ข้อต่อกากบาท

b)

ข้อต่อเลื่อน

c)

ข้อต่อความเร็วคงที่

d)

ข้อต่อสลักร้อยลูกกลิ้ง

35.

ข้อต่อเลื่อนและข้อต่ออ่อนยึดติดเข้าด้วยกันโดยอุปกรณ์ใด

a)

กากบาท

b)

ก้ามปู

c)

ร่องฟัน

d)

แกนเพลากลาง

36.

ร่องฟันใช้กับข้อต่อชนิดใด

a)

ข้อต่อกากบาท

b)

ข้อต่อความเร็วคงที่

c)

ข้อต่อเลื่อน

d)

ข้อต่อยางและผ้าใบ

37.

เพลาขับล้อรับแรงขับมาจากข้อใด

a)

เครื่องยนต์

b)

เกียร์

c)

ชุดเฟืองดอกจอก

d)

เพลากำลัง

38.

ข้อใดไม่ใช่หน้าที่ของเพลาขับล้อหน้า

a)

รับแรงบิดจากการส่งกำลัง

b)

รับน้ำหนักของรถ

c)

รับแรงหมุนจากเฟืองดอกจอก

d)

รับแรงเบียดด้านข้าง

39.

ข้อต่ออ่อนด้านที่ติดกับล้อรถยนต์ (ตัวนอก)  ทำหน้าที่อะไร

a)

ยึดล้อกับเพลาขับ

b)

ยอมให้เพลาสั้นยาวได้

c)

รับน้ำหนักรถ

d)

ยอมให้ล้อหันเลี้ยวได้

40.

ข้อต่อตัวที่อยู่ติดกับชุดเกียร์ (ด้านใน) ทำหน้าที่อะไร

a)

ยึดล้อกับเพลาขับ

b)

ยอมให้เพลาสั้นยาวได้

c)

รับน้ำหนักรถ

d)

ยอมให้ล้อหันเลี้ยวได้

41.

ข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง

a)

เพลาขับล้อหน้ารับกำลังงานจากเกียร์ส่งกำลังโดยตรง

b)

ข้อต่ออ่อนแบบสามขาติดตั้งอยู่ด้านนอกติดกับล้อ

c)

เพลาขับล้อหน้าใช้ข้อต่อเพียงจุดเดียว

d)

การหันเลี้ยวทำให้เกิดแรงเบียดที่เพลาขับล้อหน้า

42.

ข้อใดไม่ใช่หน้าที่ของเพลาขับล้อหลัง

a)

สวมอยู่ในเสื้อเพลาท้าย

b)

ยึดติดตั้งล้อ

c)

ส่งถ่ายกำลังผ่านโครงรถ

d)

รองรับน้ำหนักรถ

43.

เพลาท้ายแบบเบนโจ คือเพลาท้ายแบบใด

a)

เพลากลางเป็นท่อแรงบิด

b)

เพลาอิสระ

c)

เพลากลางใช้ข้อต่ออ่อน

d)

เสื้อเพลาท้ายมีจุดหมุนด้านใดหนึ่งด้าน

44.

เสื้อเพลาท้ายแบบเบนโจ มีข้อดีอย่างไร

a)

ถอดแยกได้

b)

ถอดแยกไม่ได้

c)

มีข้อต่ออ่อนประกอบกับเพลาท้าย

d)

เพลาท้ายประกอบอยู่ด้านนอกเสื้อเพลา

45.

เสื้อเพลาท้ายทำหน้าที่อะไร

a)

ขับเคลื่อนล้อรถยนต์

b)

รับแรงเบียดจากล้อ

c)

รับน้ำหนักรถยนต์

d)

ส่งกำลังให้กับเพลากลาง

46.

เพลาท้ายแบบเพลากลางเป็นท่อแรงบิดออกแบบมาเพื่ออะไร

a)

ป้องกันข้อต่ออ่อนรับภาระมาก

b)

ให้เพลาท้ายรับน้ำหนักได้

c)

ทำให้เพลากลางส่งกำลังได้ดี

d)

ให้รถนิ่มนวลขณะขับขี่

47.

ส่วนประกอบใดที่ไม่ได้ติดตั้งอยู่บนเพลาท้ายแบบเบนโจ

a)

ลูกปืนรองรับเพลา

b)

บูชอัดลูกปืน

c)

กันรั่ว

d)

ล้อ

48.

เฟืองท้ายประกอบอยู่ด้านหลังของรถยนต์รับกำลังมาจากข้อใด

a)

เฟืองวงแหวน

b)

เฟืองขับ

c)

เพลากลาง

d)

เกียร์

49.

ข้อใดเป็นหน้าที่ของเฟืองท้าย

a)

กำลังขับจากเพลาข้าง

b)

ขับเคลื่อนตัวรถ

c)

รับกำลังขับจากเกียร์

d)

เพิ่มแรงบิดขับเพลาข้าง

50.

ชิ้นส่วนใดทำหน้าที่รับแรงขับจากแนวเส้นตรงมาเป็นแนวตั้งฉาก 90 องศา

a)

เฟืองขับ

b)

เฟืองวงแหวน

c)

เฟืองดอกจอก

d)

เฟืองข้าง

51.

เฟืองบายศรีหรือเรียกอีกชื่อว่าอะไร

a)

เฟืองดอกจอก

b)

เฟืองข้าง

c)

เฟืองขับ

d)

เฟืองวงแหวน

52.

เฟืองใดต่อไปนี้ทำหน้าที่ส่งแรงขับให้กับเพลาข้าง

a)

เฟืองข้าง

b)

เฟืองดอกจอก

c)

เฟืองวงแหวน

d)

เฟืองขับ

53.

ชิ้นส่วนใดที่ไม่ได้ประกอบอยู่ในเสื้อเฟืองดอกจอก

a)

เพลาเฟืองดอกจอก

b)

เฟืองวงแหวน

c)

เฟืองดอกจอก

d)

เฟืองข้าง

54.

เมื่อรถวิ่งทางตรงเพลาข้างทั้งสองจะมีความเร็วเท่ากัน อุปกรณ์ที่ส่งกำลังให้กับเฟืองข้างและเพลาข้าง คืออุปกรณ์ใด

a)

เสื้อเฟืองทด

b)

เพลาเฟืองดอกจอก

c)

เพลากลาง

d)

เฟืองดอกจอก

55.

ความเร็วของเพลาข้างไม่เท่ากันจะเกิดอะไรขึ้นกับเฟืองท้าย

a)

เฟืองท้ายจะส่งกำลังไปยังเพลาที่หมุนเร็วกว่า

b)

เฟืองท้ายส่งกำลังไปยังสองเพลาเท่ากัน

c)

เฟืองท้ายรับกำลังขับน้อยลง

d)

เฟืองท้ายส่งกำลังไปสม่ำเสมอ

56.

เมื่อรถเลี้ยวซ้ายล้อหลังซ้ายจะหมุนช้ากว่าล้อด้านขวาเพราะ

a)

ล้อด้านขวามีระยะทางน้อยกว่า

b)

ล้อด้านซ้ายมีระยะทางน้อยกว่า

c)

ล้อด้านขวาเกิดการลื่นไหล

d)

ล้อด้านซ้ายล็อกตายตัว

57.

จากข้อที่ 11  เฟืองดอกจอกทำงานอย่างไร

a)

เฟืองดอกจอกไม่เคลื่อนที่

b)

เฟืองดอกจอกหมุนอยู่กับที่

c)

เฟืองดอกจอกหมุนไต่บนเฟืองข้างด้านขวา

d)

เฟืองดอกจอกไต่บนเฟืองข้างด้านซ้าย

58.

เฟืองข้างจะหมุนไปได้ก็ต่อเมื่อรับกำลังจากเฟืองอะไร

a)

เฟืองวงแหวน

b)

เฟืองดอกจอก

c)

เฟืองขับ

d)

ตัวมันเอง

59.

ชิ้นส่วนใดไม่ติดตั้งอยู่กับเสื้อดอกจอก

a)

เฟืองข้าง

b)

เฟืองวงแหวน

c)

เฟืองดอกจอก

d)

เฟืองขับ

60.

เฟืองท้ายชนิดใดที่มีคลัตช์ติดอยู่กับเฟืองข้าง

a)

เฟืองท้ายแบบธรรมดา

b)

เฟืองท้ายแบบเฟืองแพลเนต

c)

เฟืองท้ายแบบไม่ลื่น

d)

ไม่มีข้อใดถูกต้อง