wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ชั้น ม.5/1

Total questions: 60

Worksheet time: 35mins

Name
Class
Date
1.

ส่วนใดของพืชที่ใช้ในการสืบพันธุ์แบบอาศัยแบบเพศ

a)

ใบ

b)

ดอก

c)

ราก

d)

ลำต้น

2.

ข้อต่อไปนี้เป็นการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศยกเว้นข้อใด

a)

การปักชำ

b)

การต่อกิ่ง

c)

การแตกหน่อ

d)

การเพาะเมล็ด

3.

ส่วนประกอบของดอกไม้ถ้าเรียงจากชั้นนอกสุดไปยังชั้นในสุดได้แก่ข้อใด

a)

กลีบเลี้ยง กลีบดอก อับละอองเรณู รังไข่

b)

กลีบเลี้ยง กลีบดอก เกสรตัวผู้ เกสรตัวเมีย

c)

เกสรตัวเมีย เกสรตัวผู้ กลีบดอก กลีบเลี้ยง

d)

เกสรตัวเมีย เกสรตัวผู้ ก้านชูอับละอองเรณู รังไข่

4.

ดอกไม้ในข้อใดเป็นดอกครบส่วน

a)

บัว ชบา

b)

บวบ แตงกวา

c)

เฟื่องฟ้า มะลิ

d)

ฟักทอง ผักบุ้ง

5.

การปฏิสนธิของพืชเกิดขึ้นเมื่อใด

a)

เมื่อละอองเรณูตกลงบนยอดเกสรตัวเมีย

b)

เมื่อนิวเคลียสในละอองเรณูผสมกับออวุลในรังไข่

c)

เมื่อนิวเคลียสในละอองเรณูผสมกับเซลล์ไข่ในออวุล

d)

เมื่อละอองเรณูงอกหลอดทางลงไปในเกสรตัวเมีย

6.

เนื้อของผลไม้ที่เรากินส่วนมากเป็นส่วนใดของเกสรตัวเมีย

a)

ไข่

b)

รังไข่

c)

ออวุล

d)

ยอดเกสรตัวเมีย

7.

ปัจจัยข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับการงอกของเมล็ดพืชคือข้อใด

a)

น้ำ

b)

อุณหภูมิ

c)

แสงสว่าง

d)

แก๊สออกซิเจน

8.

ข้อใดสรุปถูกต้อง

a)

ดอกครบส่วนจะเป็นดอกสมบูรณ์เพศเสมอ

b)

ดอกสมบูรณ์เพศต้องเป็นดอกครบส่วนเสมอ

c)

ดอกไม่ครบส่วนต้องเป็นดอกสมบูรณ์เพศเสมอ

d)

ดอกไม่สมบูรณ์เพศอาจจะเป็นดอกครบส่วนก็ได้

9.

ดอกไม้ในข้อใดเป็นดอกสมบูรณ์เพศ

a)


ชบา ตำลึง

b)

กุหลาบ ต้อยติ่ง

c)

ฟักทอง มะเขือ

d)

มะม่วง ข้าวโพด

10.

ในขณะที่เมล็ดกำลังงอก ส่วนที่โผล่พ้นเมล็ดออกมาก่อนคืออะไร

a)

ใบเลี้ยง

b)

ยอดแรกเกิด

c)


รากแรกเกิด

d)

ลำต้นแรกเกิด

11.

ข้อใดต่อไปนี้เป็นลักษณะของเนื้อเยื้อเจริญ

a)

เป็นเซลล์ที่เจริญเต็มที่

b)

มีการแบ่งเซลล์ตลอดเวลา

c)

มีรูปร่างคงที่

d)

เซลล์ส่วนใหญ่ไม่สามารถแบ่งเซลล์ได้อีก

12.

ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่องค์ประกอบของเนื้อเยื้อพืช

a)

มิดเดิลลาเมลลา

b)

ผนังเซลล์ปฐมภูมิ

c)

ผนังเซลล์ทุติยภูมิ

d)

ไซเลม

13.

หมายเลข 1 คือเนื้อเยื้อพืชชั้นใด

a)

เยื้อหุ้มเซลล์

b)

มิดเดิลลาเมลลา

c)

ผนังเซลล์ปฐมภูมิ

d)

ผนังเซลล์ทุติยภูมิ

14.

ข้อใต่อไปนี้ไม่ใช่หน้าที่ของเนื้อเยื้อเจริญส่วนปลาย

a)

ทำให้รากและลำต้นขยายขนาดใหญ่ขึ้น

b)

สร้างลำต้น กิ่งใบ

c)

แบ่งเซลล์ให้รากยาวขึ้น

d)

ลำต้น กิ่ง ยาวขึ้น

15.

เนื้อเยื้อเจริญถาวรแบ่งแยกออกเป็น 3 ระบบ อะไรบ้าง

a)

ระบบไซเล็ม ระบบโฟลเอ็ม ระบบน้ำ-อาหาร

b)

ระบบพาเรงไคมา ระบบคอลเลงไคมา ระบบสเกลอเรงไคมา

c)

ระบบเนื้อเยื้อพื้น ระบบเนื้อเยื้อผิว ระบบเนื้อเยื้อท่อลำเลียง

d)

ระบบเอพิเดอร์มิส ระบบเพริเดริ์ม ระบบเวสเซล

16.

เนื้อเยื้อใดต่อไปนี้เป็นเนื้อเยื้ออยู่ชั้นนอกสุด

a)

สเกลอเรงไคมา

b)

คลอเรงไคมา

c)


พาเรงไคมา

d)

เอพิเดอร์มิส

17.

เซลล์คุมหรือปากใบ เป็นเซลล์ที่อยู่ในเนื้อเยื้อชั้นใด

a)

สเกลอเรงไคมา

b)

คอเลงไคมา

c)

พาเรงไคมา

d)

เอพิเดอร์มิส

18.

เนื้อเยื้อชั้นใดต่อไปนี้ที่มีการเรียงตัวของเซลล์แล้วเกิดช่องว่างระหว่างเซลล์

a)

สเกลอเรงไคมา

b)


คอเลงไคมา

c)


พาเรงไคมา

d)

เอพิเดอร์มิส

19.

ไฟเบอร์ของพืชมีลักษณะอย่างไร

a)

เรียวยาว หัวท้ายแหลม

b)

กลมมน

c)

เหลี่ยมดาว

d)

เส้นสายยาวเรียงต่อกัน

20.

บริเวณใดของปลายรากที่มีการสร้างเมือกเพื่อให้สะดวกแก่การชอนไช

a)

บริเวณการแบ่งเซลล์

b)

บริเวณหมวกราก

c)

บริเวฯการยืตวามยาวของเซลล์

d)

บริเวณการเปลี่ยนสภาพและการเจริญเต็มที่ของเซลล์

21.

พืชชนิดใดต่อไปนี้มีใบเป็นแบบใบประกอบ

a)

มันสำปะหลัง

b)

มะม่วง

c)

ลำไย

d)

อัญชัน

22.

พืชชนิดใดต่อไปนี้มีใบอบู่ในรูปแบบของการสะสมอาหาร

a)

หม้อข้าวหม้อแกงลิง

b)

ดองดึง

c)

หอม

d)

กระบองเพชร

23.

เนื้อเยื้อชั้นคอร์ก คือส่วนใดของพืช

a)

เนื้อไม้

b)

ใบ

c)

เปลือกไม้

d)

ผล

24.

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้น้ำขึ้นสู่ยอดไม้สูง ๆ คือ

a)

ความกดของบรรยากาศโดยรอบด้าน

b)

แรงดึงที่เกิดในไซเล็มเนื่องมาจากการคายน้ำ

c)

แรงดันที่เกิดในไซเล็มเนื่องจากท่อไซเล็มตีบมาก

d)

แรงดันที่เกิดในไซเล็มเนื่องจากการดูดน้ำของราก

25.

น้ำตาลที่ได้จากการสังเคราะห์ด้วยแสงจะลำเลียงไปยังส่วนต่าง ๆ ของพืชโดยใช้ส่วนใด

a)

ขนราก

b)


ซีฟทิวป์เมมเบอร์

c)

เวสเซลเมมเบอร์

d)

ท่อลำเลียงน้ำ-เกลือแร่

26.

การควั่นเปลือกต้นชมพู่ออกนั้น ระบบการลำเลียงที่ถูกตัดขาดคือระบบใด

a)

ระบบการคายน้ำ

b)

ระบบการลำเลียงน้ำ

c)

ระบบการลำเลียงอาหาร

d)

ระบบการช่วยสังเคราะห์ด้วยแสง

27.

โครงสร้างใดของพืชที่ส่วนใหญ่มีการคายน้ำเกิดขึ้นมากที่สุด

a)

ปากใบ

b)

ปลายใบ

c)

เซลล์คุม

d)

รอยแตกของใบ

28.

การลำเลียงอาหารของพืชเกิดขึ้นในช่วงใด

a)

เฉพาะกลางวัน

b)

เฉพาะกลางคืน

c)

ทั้งกลางวันและกลางคืน

d)

ตอนเช้าตรู่และตอนเย็น

29.

อาหารที่ถูกลำเลียงในโฟลเอ็มจะอยู่ในรูปใด

a)

กลูโคส

b)

ฟรักโทส

c)

ซูโครส

d)

แป้ง

30.

ข้อไม่ใช่ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการคายน้ำ

a)

แสงสว่าง

b)

ความชื้น

c)

อุณหภูมิ

d)

การเจริญเติบโต

31.

ข้อใดบอกถึงธาตุอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชได้ถูกต้อง

a)

ธาตุอาหารหลักของพืช เช่น ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส แมงกานีส

b)

ธาตุอาหารรองของพืช เช่น คลอรีน เหล็ก สังกะสี แมงกานิส โพแทสเซียม

c)

ธาตุอาหารหลักของพืช เช่น ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม ไนโตรเจน

d)

ธาตุอาหารรองของพืช เช่น แมงกานีส เหล็ก คลอรีน ไนโตรเจน

32.

รงควัตถุในข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับการดูดพลังงานแสงในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง

a)

คาโรทีนอยด์

b)

ไฟโตโครม

c)

คลอโรฟิลล์ เอ

d)

คลอโรฟิลล์ บี

33.

ผลผลิตของปฏิกิริยาใช้แสงที่ถูกนำมาใช้ต่อในขั้นตอนของปฏิกิริยาไม่ใช้แสง คือ

a)

ATP และ ก๊าชออกซิเจน

b)

ATP และ น้ำ

c)

ATP และ NADPH

d)

ก๊าซออกซิเจน และ NADPH

34.

จากสมการทั่วไปของการสังเคราะห์ด้วยแสงข้อใดไม่ถูกต้อง

a)

แก๊สออกซิเจนเป็นผลผลิตจากการแตกตัวของ H2O และ CO2

b)

CO2 ถูกรีดิวซ์ ส่วน H2O ถูกออกซิไดส์

c)

ปฏิกิริยาที่เกี่ยวข้องกับการใช้แสงโดยตรง คือปฏิกิริยาออกซิเดชันของ H2O

d)

ปฏิกิริยาการผลิตน้ำตาลจาก CO2 เป็นส่วนของปฏิกิริยาที่ไม่ใช้แสง

35.

จากปฏิกิริยาเกิดขึ้นที่ใด

a)

ไซโทพลาซึม

b)

คลอโรพลาสต์

c)

ไรโบโซม

d)

ไมโทคอนเดรีย

36.

ออร์แกเนลล์ที่ทำหน้าที่สังเคราะห์ด้วยแสง คือ ออร์แกเนลล์ใด และจะพบออร์แกเนลล์นี้มากในเซลล์ชนิดใดของพืช

a)

คลอโรพลาสต์ อิปิเดอร์มิส

b)

คลอโรฟิลล์ สปันจีเซลล์

c)

คลอโรฟิลล์ เซลล์คุม

d)

คลอโรพลาสต์ พาลิเสดเซลล์

37.

ในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช มีการสลายสารประกอบที่เป็นวัตถุดิบ 2 อย่างด้วยกัน อยากทราบว่าวัตถุดิบอะไรสลายตัวเมื่อได้รับแสง

a)

คาร์บอนไดออกไซด์

b)

น้ำ

c)

คลอโรฟิลล์

d)

ออกซิเจน

38.

สิ่งมีชีวิตพวกใดที่ไม่มีคลอโรฟิลล์ แต่สามารถสังเคราะห์อาหารได้จากสารอนินทรีย์

a)

เห็ดรา

b)

แบคทีเรีย

c)

โพรโทซัว

d)

อะมีบา

39.

แคโรทีนอยด์เป็นรงควัตถุที่สิ่งมีชีวิตที่มีกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงทุกชนิดมีแคโรทีนอยด์คืออะไร

a)

สารประกอบคาร์โบไฮเดรต

b)

สารประกอบพวกไขมัน

c)

สารประกอบโปรตีน

d)


สารประกอบเชิงซ้อน

40.

ว่านกาบหอยมีทั้งสีม่วงและสีเขียว ส่วนของสีม่วงนั้นมีรงควัตถุใดที่ใช้ในการสังเคราะห์แสง

a)

คลอโรทีนอยด์

b)

คลอโรฟิลล์ ดี

c)

คลอโรฟิลล์ บี

d)

คลอโรฟิลล์ เอ

41.

พืชมีกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง อยากทราบว่าแสงสีใดและรงควัตถุชนิดใดรับแสงสีนั้นได้ดี

a)

แสงสีเหลือง โดยมีแคโรทีนอยด์เป็นตัวรับแสงสี

b)

แสงสีเหลือง โดยมีแคโรฟิลล์เป็นตัวรับแสงสี

c)

แสงสีน้ำเงินและแสงสีแดง โดยมีแคโรทีนอยด์เป็นตัวรับแสงสี

d)

แสงสีน้ำเงินและแสงสีแดง โดยมีคลอโรฟิลล์เป็นตัวรับแสงสี

42.

พลังงานแสงที่คลอโรฟิลล์ เอ บี และแคโรทีนอยด์ดูดไว้ ถูกพืชนำไปใช้ในกระบวนการใด

a)

หายใจ

b)

สังเคราะห์ด้วยแสง

c)

คายน้ำ

d)

ลำเลียง

43.

แสงสีที่พืชนำไปใช้ในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงน้อยที่สุดคือ

a)

เขียว

b)

น้ำเงิน

c)

แดง

d)

ส้ม

44.

ลักษณะอาการของพืชต่อไปนี้มีข้อใดบ้างที่ไม่ได้ควบคุมโดยฮอร์โมนเอทิลีน

a)

เร่งการร่วงของใบ

b)

เร่งการสุกของผลไม้

c)

เร่งการเกิดรากในกิ่งปักชำ

d)

กระตุ้นการออกดอก

45.

ส่วนไหนของพืชที่มีการตอบสนองต่อออกซินแต่ไม่ตอบสนองต่อจิบเบอเรลลิน

a)

ใบ

b)

ลำต้น

c)

ราก

d)

ดอก

46.

ในการปลูกองุ่นของประเทศไทย มีการใช้ฮอร์โมนอะไรเพื่อช่วยทำให้ช่อองุ่นโปร่งขึ้น และลดการเบียดของผลทำให้ผลองุ่นโตมีคุณภาพดีขึ้น

a)

ออกซิน

b)

เอทิลีน

c)

จิบเบอเรลลิน

d)


ไคเนติน

47.

ฮอร์โมนพืช แตกต่างจากฮอร์โมนสัตว์ในแง่ใด

a)

ฮอร์โมนพืชเป็นสารอินทรีย์ แต่ฮอร์โมนสัตว์เป็นสาร

อนินทรีย์

b)

ฮอร์โมนพืชมีปริมาณเล็กน้อยก็แสดงผลได้ แต่ฮอร์โมนสัตว์ต้องมีปริมาณมากจึงแสดงผล

c)

ฮอร์โมนพืชต้องใช้ที่ตำแหน่งที่มีการสร้างฮอร์โมน แต่ฮอร์โมนสัตว์ใช้ตำแหน่งอื่นได้

d)

ถูกทุกข้อ

48.

ฮอร์โมนพืช และการแสดงผลในข้อใดถูกต้อง

a)

ออกซิน กับ การขยายตัวของเซลล์ตรงช่วงระหว่างข้อ

b)

จิบเบอเรลลิน กับ การข่มตาข้างไม่ให้ตาข้างเจริญเติบโต

c)

ไซโทไคนิน กับ การเกิดรากของกิ่งปักชำ

d)

เอทิลีน กับ การออกดอกของสับปะรด

49.

ปัจจุบัน ฮอร์โมนพืชกลุ่มใดที่สามารถใช้กับพืชผลที่นำมาบริโภคได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย

a)

ออกซิน และ จิบเบอเรลลิน

b)

จิบเบอเรลลิน และ ไซโทไคนิน

c)

เอทิลีน และ จิบเบอเรลลิน

d)

ออกซิน และ เอทิลีน

50.

นักชีววิทยาเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชในหลอดทดลอง ถ้าเขาเติมฮอร์โมนพืชกลุ่มไซโทไคนิน แสดงว่าเขาต้องการให้เนื้อเยื่อพืชเจริญไปเป็นส่วนใดหรืออยู่ในระยะใด

a)

ราก

b)

ลำต้น

c)

แคลลัส

d)

ขณะพักตัว

51.

เมล็ดข้าวโพดบางชนิดงอกได้ทั้งๆที่เมล็ดยังอยู่บนต้น เมล็ดเหล่านี้น่าจะมีฮอร์โมนพืชชนิดใดในระดับต่ำกว่าปรกติ

a)

ออกซิน

b)

ไซโทไคนิน

c)

จิบเบอเรลลิน

d)

กรดแอบไซซิก

52.

เมื่อเราตัดปลายยอดของต้นไม้ จะพบว่าตาที่อยู่ด้านข้างจะแตกจำนวนมากมายจนเป็นพุ่มน่าจะเกี่ยวข้องกับออร์โมนพืชชนิดใด

a)

auxin

b)

cytokinin

c)

gibberellin

d)

ethylene gas

53.

ถ้าต้องการให้กิ่งไม้ที่ตัดมาเพื่อการปักชำ มีรากแตกอย่างรวดเร็ว ควรนำกิ่งไม้ดังกล่าวไปจุ่มในฮอร์โมน

a)

auxin

b)

cytokinin

c)

gibberellin

d)

ethylene gas

54.

ฮอร์โมนที่ช่วยกระตุ้นการออกดอกของพืช คือข้อใด

a)

auxin

b)

cytokinin

c)

gibberellin

d)

ethylene gas

55.

ในการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อของพืช (Plant tissue culture) นิยมใส่น้ำมะพร้าวอ่อนเพื่อกระตุ้นให้เกิดส่วนใด

a)

ส่วนราก

b)

ส่วนยอด

c)


แคลลัส

d)

ใบเลี้ยง

56.

ลักษณะอาการของพืชในข้อใด ไม่ถูกควบคุมโดยก๊าซเอทิลีน

a)

กระตุ้นการออกดอก

b)

เร่งการร่วงของใบ

c)


เร่งการสุกของผลไม้

d)

เร่งการเกิดรากในกิ่งปักชำ

57.

ลำดับการตอบสนองต่อความเข้มข้นของ Auxin จากน้อยไปหามากของเนื้อเยื่อพืช คือ ข้อใด

a)

ราก ลำต้น ตา

b)


ตา ลำต้น ราก

c)

ราก ตา ลำต้น

d)

ลำต้น ตา ราก

58.

ถ้าปริมาณของ ABA ในเซลล์คุม (Guard cell) ของใบพืชสูงจะมีผลอย่างไร

a)

ใบพืชจะเหี่ยว

b)

ปากใบจะเปิด

c)

ปากใบจะปิด

d)


พืชคายน้ำมากขึ้น

59.

สาร CCC (Cycocel) นำมาใช้ในการเลี้ยงไม้แคระ หรือบอนไซ มีผลตรงข้ามกับฮอร์โมนชนิดใด

a)

auxin

b)

cytokinin

c)

gibberellin

d)

ethylene gas

60.

ฮอร์โมนพืชคู่ใดที่ชะลอการหลุดร่วงของใบ และกระตุ้นการหลุดร่วงของใบพืช (ตามฤดูกาล) เรียงลำดับ

a)

ออกซิน และเอทิลีน

b)

ออกซิน และไซโทไคนิน

c)

ออกซิน และจิบเบอเรลลิน

d)


จิบเบอเรลลิน และกรดแอบไซซิก