wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

วิทยาศาสตร์ชีวภาพ

Total questions: 30

Worksheet time: 16mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใด ไม่ใช่ หลักการแพร่

a)


การละลายของสี

b)

การได้กลิ่นน้ำหอม

c)

ลูกเหม็นไล่แมลงสาบ

d)

การไหลของน้ำไปตามท่อ

2.

การลำเลียงในข้อใด ที่สามารถลำเลียงอิออนจากบริเวณที่มีความเข้มข้นต่ำกว่า ไปยังบริเวณที่มีความเข้มข้นสูงกว่าได้

a)

Facilitated diffusion โดยอาศัยโปรตีนช่องผ่าน (channel)

b)

Facilitated diffusion โดยอาศัยโปรตีนพาหะ (carrier)

c)

Active transport โดยอาศัยโปรตีนช่องผ่าน (channel)

d)

Active transport โดยอาศัยโปรตีนพาหะ (carrier)

3.

ในการลำเลียงเข้าสู่เซลล์ การลำเลียงแบบฟาซิลิเทตจะลำเลียงสารในข้อใด

a)


กลีเซอรอล

b)

กลูโคส

c)

กลีเซอรอล และ ไกลโคเจน

d)

ทริปโตเฟนและไกลโคเจน

4.

การลำเลียงกลูโคสเข้าสู่เซลล์ จำเป็นต้องใช้การลำเลียงในรูปแบบใด

a)

facilited diffusion

b)

active transport

c)

endocytosis

d)

ถูกทุกข้อ

5.

ข้อใด คือความหมายของการออสโมซิส

a)

การแพร่ของโมเลกุลของสารละลายเจือจางสู่สารละลายเข้มข้น ผ่านเยื่อเลือกผ่าน

b)

การแพร่ของโมเลกุลของสารละลายเข้มข้นสู่สารละลายเจือจาง ผ่านเยื่อเลือกผ่าน

c)

การแพร่ของโมเลกุลจากสารละลายเข้มข้นสู่สารละลายเจือจางกว่า

d)

การแพร่ของโมเลกุลจากสารละลายเจือจางสู่สารละลายเข้มข้นกว่า

6.

จากภาพ เป็นการลำเลียงสารเข้าออกเซลล์วิธีการใด

a)

Pinocytosis

b)

Exocytosis

c)

Phagocytosis

d)

Receptor – mediated endocytosis

7.

เยื่อหุ้มเซลล์มีคุณสมบัติเป็นเยื่อเลือกผ่าน หมายถึงอะไร

a)

ยอมให้สารต่างชนิดกันผ่านได้ด้วยอัตราไม่เท่ากัน

b)

ไม่ยอมให้สารที่มีโมเลกุลใหญ่ผ่าน

c)

ไม่ยอมให้สารอินทรีย์ทุกชนิดผ่าน

d)

ยอมให้น้ำผ่านได้อย่างเดียว

8.

การเคลื่อนย้ายสารโดยวิธีใดเร็วที่สุด

a)

ออสโมซิส

b)

การส่งสารแบบแอกทีฟ

c)

การแพร่แบบฟาซิลิเทต

d)

การกรอง

9.

การนำสารเข้าสู่เซลล์แบบฟิโนไซโทซีสมีกลไกอย่างไร

a)


ยื่นเยื่อหุ้มเซลล์โอบล้อมอาหารให้กลายเป็นถุงแล้วหลุดเข้าไปในไซโทพลาซึมของเซลล์

b)

โมเลกุลของสารมาเกาะติดกับเยื่อหุ้มเซลล์ แล้วหลุดเข้าไปในไซโทพลาซึมของเซลล์

c)

เว้าเยื่อหุ้มเซลล์เข้าแล้วสารนั้นเข้าหลุดเข้าไปในถุงแล้วเข้าสู่ไซโทพลาซึมของเซลล์

d)


มีตัวพาบริเวณเยื่อหุ้มเซลล์ เพื่อนำสารโมเลกุลใหญ่เข้าไปในไซโทพลาซึมของเซลล์

10.

ถ้าเทน้ำเชื่อมและน้ำลงในแก้วเปล่าจะเกิดอะไรขึ้น

a)


น้ำและน้ำเชื่อมไม่มีการแพร่

b)

น้ำจะแพร่อย่างเดียวเข้าไปในน้ำตาลเพราะโมเลกุลเล็กกว่า

c)


น้ำจะแพร่เข้าไปในน้ำตาลและน้ำตาล จะแพร่เข้าไปในน้ำ

d)


น้ำจะแพร่เข้าไปในน้ำตาลได้ เมื่อมีเยื่อมากั้นกลางของสารทั้งสองชนิด

11.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการแพร่แบบธรรมดา(Diffusion)

a)

การเคลื่อนที่อนุภาคของสารจากความเข้มข้นสูงไปยังความเข้มข้นต่ำ

b)

การเคลื่อนที่อนุภาคของสารจากความเข้มข้นต่ำไปยังความเข้มข้นสูง

c)

ต้องเคลื่อนที่ผ่านช่องโปรตีนตัวพาภายในเยื่อหุ้มเซลล์

d)

การเคลื่อนที่ของอนุภาคของสารโดยพลังงานศักย์ที่อยู่ในสารทำให้สารไม่หยุดนิ่ง

12.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการแพร่แบบใช้ตัวพา หรือฟาซิลิเทต (facilitate diffusion)

a)


เป็นการแพร่ของสารที่ไม่สามารถแพร่ผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ได้โดยตรง

b)

ต้องเคลื่อนผ่านช่องโปรตีนหรือโปรตีนตัวพาภายในเยื่อหุ้มเซลล์

c)

การเคลื่อนที่อนุภาคของสารจากจากความเข้มข้นต่ำไปยังความเข้มข้นสูง

d)

ความจำเพาะในการเคลื่อนย้ายสารและมีอัตราเร็วในการลำเลียงมากกว่าการแพร่แบบธรรมดา

13.

สภาวะที่สารละลายภายนอกเซลล์มีความเข้มข้นต่ำกว่าสารละลายภายในเซลล์ เรียกว่า

a)

สารละลายไฮโพโทนิก (hypotonic solution)

b)

สารละลายไฮเพอโทนิก (hypertonic solution)

c)

สารละลายไอโซโทนิก (isotonic solution)

d)


ผิดทุกข้อ

14.

ปรากฏการณ์ในข้อใดที่พบในเซลล์สัตว์แต่ไม่พบในเซลล์พืช

1. เซลล์เต่ง 2. เซลล์แตก 3. เซลล์เหี่ยว

a)

1

b)

2

c)

1,2

d)

2,3

15.

หากนำเซลล์เม็ดเลือดแดงมาใส่ในน้ำกลั่นจะเกิดอะไรขึ้น

a)


เซลล์เต่ง

b)

เซลล์เหี่ยว

c)

เซลล์แตก

d)


ไม่เกิดอะไรขึ้น

16.

ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่การลำเลียงสารแบบใช้พลังงาน (active transport)

a)

การดูดซึมกลูโคสจากลำไส้เล็กเข้าสู่กระแสเลือด

b)

การดูดกลับสารที่มีประโยชน์คืนที่ท่อของหน่วยไต

c)

การดูดขับเกลือแร่ที่เหงือกปลา

d)

การแพร่ของแก๊สออกซิเจนจากถุงลมในปอดเข้าสู่เซลล์เม็ดเลือดแดงในหลอดเลือดฝอยรอบๆถุงลม

17.

การหลั่งฮอร์โมนอินซูลินออกเซลล์ตับอ่อน เป็นการลำเลียงสารแบบใด

a)

เอนโดไซโทซีส (endocytosis)

b)


เอกโซไซโทซีส (exocytosis)

c)

ออสโมซีส (osmosis)

d)

การแพร่แบบธรรมดา (Diffusion)

18.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับพิโนไซโทซิส (pinocytosis)

a)

การลำเลียงสารขนาดใหญ่เข้าสู่เซลล์

b)

การลำเลียงสารขนาดใหญ่ออกจากเซลล์

c)


พบในเซลล์ของหน่วยไต

d)


มีโปรตีนตัวรับบนเยื่อหุ้มเซลล์

19.

ในระบบนิเวศทั่ว ๆ ไป ประกอบด้วยสิ่งมีชีวิต 3 กลุ่มคือ 1 มีหน้าที่สร้างอาหาร ซึ่งเป็นอินทรียสาร

โดยใช้กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง 2

เป็นกลุ่มสิ่งมีชีวิตที่ต้องการพลังงานและสาร อาหารที่ได้จากการย่อยอิน ทรียสารจากสิ่งมีชีวิต 3

เป็นกลุ่มสิ่งมีชีวิตที่เปลี่ยนสารอิน ทรีย์จากสิ่งมีชี วิตที่ตายแล้วให้เป็นสารอนินทรีย์ ทั้งนี้ 1, 2, และ 3

คือข้อใด

a)

ผู้ย่อยสลาย ผู้ผลิต ผู้บริโภค

b)

ผู้ย่อยสลาย ผู้บริโภค ผู้ผลิต

c)

ผู้ผลิต ผู้ย่อยสลาย ผู้บริโภค

d)

ผู้ผลิต ผู้บริโภค ผู้ย่อยสลาย

20.

ไบโอม แบ่งออกเป็นกี่ประเภท

a)

2 ประเภท

b)

3 ประเภท

c)

4 ประเภท

d)

5 ประเภท

21.

ระบบนิเวศมีอยู่ หลายระบบในโลกน้ีรวมกนั เป็นโลกของสิ่งมีชีวิตหรือชีวภาคคือ

a)

Biome

b)

Ecology

c)

Biosphere

d)

Ecosystem

22.

ข้อใดต่อไปคือลักษณะไบโอมบนบก ที่เป็นไบโอมป่าดิบชื้น (Tropical Rainforest)

a)

เป็นป่าทิ้งใบในฤดูหนาว มีต้นไม้ผลัดใบ ทั้งไม้ยืนต้น ไม้ล้มลุก ไม้พุ่ม

b)

เป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์มากพบพืชและ สัตว์หลากหลายสปีชีส์

c)

เป็นป่าประเภทเดียวกันกับป่าไทกา (Taiga) และป่าบอเรียล (Boreal)

d)

เหมาะสำหรับการทำกสิกรรมและ ปศุสัตว์และเกษตรกรรม เพราะดินมีความอุดม สมบูรณ์มีหญ้านานาชนิดขึ้นอยู่

23.

พืชที่พบในไบโอมประเภท Coniferous forest ป่าสน ได้แก่

a)

ตะบองเพชร

b)

ไม้ยืนต้น ไม้พุ่ม ไม้ล้มลุก

c)

พวกไมด้อกไม้พุ่ม และไลเคน

d)

ไพน์ (Pine) เฟอ (Fir) สพรูซ (Spruce) และเฮมลอค (Hemlock)

24.

ผีเสื้อกับดอกไม้ จัดเป็นความสัมพันธ์แบบใด

a)

ได้ประโยชน์ร่วมกัน

b)

ภาวะเป็นกลาง

c)

ผู้ล่า

d)

อิงอาศัย

25.

พืชได้รับอาหารทางใดบ้าง

a)

ทางราก

b)

ทางรากและทางปากใบ

c)


ทางปากใบ

d)

ทาง ราก ลำต้น ใบ

26.

กาฝากบนต้นไม้เป็นความสัมพันธ์แบบใด

a)

-,-

b)

0,+

c)

+,+

d)

+,-

27.

นกทำรังบนต้นไม้

a)

0,0

b)

+,0

c)

+,+

d)

+,-

28.

นกทำรังบนต้นไม้

a)

0,0

b)

+,0

c)

+,+

d)

+,-

29.

ข้อใด เป็นผู้บริโภคพืช

a)

นกเป็ดน้ำ

b)

กระต่าย

c)

แมว

d)

เสือ

30.

ข้อใด เป็นความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิต ภาวะได้ประโยชน์ร่วมกัน

a)

นกเอี้ยง กับ ควาย

b)

โพรโทซัว ใน ลำไส้ปลวก

c)

กล้วยไม้ กับ ต้นสัก

d)

สุนัข กับ เห็บ