wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ทบทวนก่อนสอบเรื่องโคลงโลกนิติและสุภาษิตพระร่วง

Total questions: 30

Worksheet time: 15mins

Name
Class
Date
1.

อย่ารักห่างกว่าชิด หมายถึง

a)

ให้รักคนที่อยู่ใกล้ตัว

b)

ให้รักญาติพี่น้องมากกว่าคนอื่น

c)

ให้รักเพื่อนมากกว่าคนอื่น

d)

ให้รักครอบครัวกว่ารักญาติ

2.

อย่ายลเหตุแต่ใกล้ คือ

a)

อย่าดูเหตุการณ์ต่าง ๆ ใกล้ ๆ จะได้รับอันตราย

b)

อย่ามองเรื่องเฉพาะหน้าเท่านั้น

c)

อย่าเข้าใกล้เหตุร้ายต่าง ๆ เพราะจะได้รับอันตราย

d)

อย่ามองเรื่องต่าง ๆ ที่เป็นอันตรายเท่านั้น ควรมองเรื่องอื่น ๆ ด้วย

3.

ที่สุ้มเสือจงประหยัด หมายถึง

a)

สอนให้ระมัดระวังสัตว์ร้าย

b)

สอนให้ระมัดระวังโจร

c)

สอนให้ดูแลสัตว์ร้าย

d)

สอนให้สังเกตโจร

4.

ข้อใดถือว่าไม่มีมารยาทที่สุด

a)

อย่าขัดแข็งผู้ใหญ่

b)

ท่านสอนอย่าสอนตอบ

c)

อย่านั่งชิดผู้ใหญ่

d)

ผู้เฒ่าสั่งจงจำความ

5.

คำสอนในข้อใดหากประมาทจะได้รับอันตรายมากที่สุด

a)

เข้าเถื่อนอย่าลืมพร้า

b)

ช้างไล่แล่นเลี่ยงหลบ

c)

เผ่ากษัตริย์เพลิงงู

d)

สุวานขบอย่าขบตอบ

6.

ข้อใดกล่าวผิด เกี่ยวกับสุภาษิตพระร่วง

a)

การประพันธ์เป็นรูปแบบกลอนสุภาพ

b)

จุดประสงค์เพื่อสั่งสอนประชาชน

c)

มีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย

d)

มีชื่ออีกชื่อว่า บัญญิติพระร่วง

7.

ข้อใดกล่าวผิด เกี่ยวกับคุณค่าด้านสังคมในสุภาษิตพระร่วง

a)

สะท้อนวัฒนธรรมการปกครองของคนในอดีต

b)

เป็นเครื่องกำหนด

ความประพฤติตนของคนในสังคม

c)

ใช้ถ้อยคำง่าย

คำน้อยแต่กินความมาก

d)

สะท้อนให้เห็นค่านิยม

การเคารพผู้ใหญ่

8.

สุภาษิตนี้มีความหมายตรงกับข้อใด

"อย่านั่งชิดผู้ใหญ่"

a)

ต้องมีความอ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่

b)

ให้รู้จักที่ตํ่าที่สูง อย่าตีตนเสมอท่าน

c)

ไม่ควรขัดแย้งหรืองัดข้อหรือแสดงอำนาจกับผู้ใหญ่

d)

อย่าจับผิดผู้ใหญ่

9.

สุภาษิตนี้มีความหมายตรงกับข้อใด

"อย่ารักถํ้ากว่าเรือน อย่ารักเดือนกว่าตะวัน"

a)

อย่าอวดเบ่งคุยโตหรือมีอิทธิพลเหนือผู้อื่น

b)

ไม่ควรไปไหนมาไหน

โดยลำพัง

c)

อย่าเห็นของมีประโยชน์น้อยดีกว่าของมีประโยชน์มาก

d)

ไม่ควรพูดยกยอตนเอง

10.

สุภาษิตในข้อใดตรงกับความหมายต่อไปนี้

"ในขณะที่เหตุการณ์รุนแรงยังดำเนินอยู่อย่างร้อนรน เราไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยว"

a)

ช้างไล่เเล่นเลี่ยงหลบ

b)

น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ

c)

อย่าริร่านแก่ความ

d)

อย่ามีปากว่าคน

11.

สุภาษิตในข้อใดตรงกับความหมายต่อไปนี้

"ไม่ควรยุ่งเกี่ยวหรือต่อล้อต่อเถียงกับคนชั่ว"

a)

อย่าประกอบกิจเป็นพาล

b)

คนทรยศอย่าเชื่อ อย่าเผื่อแผ่ความคิด

c)

คนขำอย่าร่วมรัก

d)

สุวานขบอย่าขบตอบ

12.

ข้อใดไม่ใช่ลักษณะเด่นของ สุภาษิตพระร่วง ?

a)

เป็นคำสอนที่เก่าแก่

b)

ใช้ถ้อยคำที่ทันสมัย

เป็นภาษาที่ใช้ในปัจจุบัน

c)

คำสอนในเรื่องการประพฤติ ปฏิบัติตนในด้านต่าง ๆ สามารถนำมาใช้ได้จนถึงปัจจุบัน

d)

ใช้ถ้อยคำที่เข้าใจง่าย

ภาษา ตรงไปตรงมา

13.

จุดมุ่งหมายของ สุภาษิตพระร่วง คืออะไร ?

a)

สั่งสอนประชาชนในการปฏิบัติต่อตนเอง และต่อสั่งคม

b)

ให้ความรู้เกี่ยวกับวิถีชีวิตคนในสมัยนั้น

c)

พรรณนาถึงคนรัก และกล่าวถึงการเดินทาง

d)

สั่งสอนผู้หญิง

ในการประพฤติ ประฏิบัติตน

14.

สุภาษิตพระร่วง มีลักษณะคำประพันธ์อย่างไร ?

a)

กลอนสุภาพ

b)

กลอนนิราศ

c)

กาพย์ยานี ๑๑

d)

ร่ายสุภาพ

15.

ผู้เเต่ง สุภาษิตพระร่วง คือ ?

a)

พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

b)

สุนทรภู่

c)

พระมหาสมณเจ้า

กรมพระปรมานุชิตชิโนรส

d)

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

16.

จากคำประพันธ์ข้างต้นตรงกับสำนวนใด

a)

  หมากัดอย่ากัดตอบ

b)

  นกน้อยทำรังแต่พอตัว

c)

เดินตามหลังผู้ใหญ่หมาไม่กัด

d)

คนล้มอย่าข้าม

17.

คำสอนในข้อใดไม่ควรยึดถือปฏิบัติตาม

a)

อ่อนหวานมานมิตรล้น เหลือหลาย

b)

รู้น้อยว่ารู้มาก เริงใจ

c)

ฝนทั่งเท่าเข็มเพียร ผ่ายหน้า

d)

ทำแต่พอตัวไซร้ อย่าให้คนหยัน

18.

จากบทประพันธ์ข้างต้นให้ความหมายตรงกับสำนวนในข้อใด

a)

   กบในกะลา

b)

ใกล้เกลือกินด่าง

c)

คมในฝัก

d)

รู้หน้าไม่รู้ใจ

19.

จากบทประพันธ์ข้างต้นให้ความหมายตรงกับสำนวนในข้อใด

a)

   พูดสองไพเบี้ย

นิ่งเสียตำลึงทอง

b)

พลิกหน้ามือ เป็นหลังมือ

c)

เพื่อนกินหาง่าย เพื่อนตายหายาก

d)

ทั่งฝนให้เป็นเข็ม

20.

ข้อใดไม่มีคำศัพท์เกี่ยวข้องกับน้ำ

a)

เหมือนขอบฟ้ามาป้อง ป่าไม้มาบัง

b)

พระสมุทรสุดลึกล้น คณนา

c)

ก้านบัวบอกลึกตื้น ชลธาร

d)

กลอุทกในตระกร้า เปี่ยมล้นฤามี

21.

จากบทประพันธ์ข้างต้นให้ความหมายตรงกับสำนวนในข้อใด

a)

     คบคนพาลพาลพาไปหาผิด

b)

  รู้หน้าไม่รู้ใจ

c)

    ข้างนอกสุกใส

ข้างในเป็นโพรง

d)

  ข้างนอกขรุขระ ข้างในต๊ะติ๊งโหน่ง

22.

จากคำประพันธ์ข้างต้นมุ่งสอนในเรื่องใด

a)

ความชั่ว

b)

ความอดทน

c)

ความกตัญญู

d)

ความกล้าหาญ

23.

จากคำประพันธ์ข้างต้นมุ่งสอนในเรื่องใด

a)

สอนการคบคน

b)

สอนเรื่องความอดทน

c)

สอนให้ทำความดี

d)

สอนให้รู้จักกตัญญู

24.

ข้อใดไม่มีการเปรียบเทียบ

a)

คุณบิดาดุจอา- กาศ

กว้าง

b)

คุณพี่พ่างศิขรา เมรุมาศ

c)

หยาบบ่มีเกลอกลาย เกลื่อนใกล้

d)

ดุจดวงศศิฉาย ดาวดาษ ประดับนา

25.

โคลงโลกนิติมีวัตถุประสงค์ในการชำระตามข้อใด

a)

เพื่อใช้เป็นกฎหมาย

b)

เพื่อความบันเทิง

c)

เพื่อเป็นแนงทางในการดำเนินชีวิต

d)

เพื่อให้เด็กๆท่องจำ พัฒนาการอ่าน

26.

โคลงโลกนิติ ใช้คำประพันธ์ประเภทใดในการเเต่ง

a)

กาพย์ยานี

b)

กลอนแปด

c)

โคลงสี่สุภาพ

d)

กาพย์ฉบัง ๑๖

27.

ผู้ชำระและรวบรวมวรรณคดีโคลงโลกนิติ คือผู้ใด

a)

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดิศร

b)

พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว

c)

พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

d)

ไม่ทราบผู้เเต่ง

28.

โคลงโลกนิติ ถูกจารึกไว้ที่วัดใด

a)

วัดพระเเก้ว

b)

วัดเทพธิดาราม

c)

วัดภูเขาทอง

d)

วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร

29.

จากบทประพันธ์ข้างต้นตรงกับสำนวนใด

a)

กบในกะลา

b)

เกลือใกล้ด่าง

c)

คมในฝัก

d)

รู้หน้าไม่รู้ใจ

30.

คำว่า โคลงโลกนิติ อ่านว่าอย่างไร

a)

โคง - โลก - นิ – ติ

b)

โคลง - โลก - นิด

c)

โคลง - โลก - กะ – นิด

d)

โคลง - โลก - กะ - นิ – ติ