wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

รับรองผล เรื่องหิน ซากดึกดำบรรพ์ ไฟฟ้า

Total questions: 104

Worksheet time: 55mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดไม่ใช่ปัจจัยที่ทำให้เกิดซากดึกดำบรรพ์

a)

อุณหภูมิ

b)

องค์ประกอบของสิ่งมีชีวิต

c)

ระยะเวลาการทับถม

d)

อายุของหิน

2.

ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของซากดึกดำบรรพ์

a)

ใช้ระบุอายุหิน

b)

ใช้เป็นหลักฐานหนึ่งเพื่อช่วยอธิบายสภาพแวดล้อมในอดีต

c)

ใช้เป็นตัวช่วยเพื่อคาดคะเนว่ามีมนุษย์

d)

ใช้เป็นข้อมูลในการศึกษาวิวัฒมนาการของสิ่งมีชีวิต

3.

ไม้กลายเป็นหินที่คาดว่ามีความยาวที่สุดในโลกค้นพบที่จังหวัดอะไร

a)

อำเภอภูหลวง จังหวัดเลย

b)

อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง

c)

อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์

d)

อำเภอบ้านตาก จังหวัดตาก

4.

นักเรียนสามารถจะพบซากดึกดำบรรพ์ในหินชนิดใด

a)

หินอัคนี

b)

หินบะซอลต์

c)

หินตะกอน

d)

หินแปร

5.

แร่ธาตุในข้อใดที่ทำให้ซากดึกดำบรรพ์มีโครงร่างที่แข็ง

a)

แคลไซต์

b)

โคโลไมต์

c)

ซิลิกา

d)

ถูกทุกข้อ

6.

ในประเทศไทยพบซากดึกดำบรรพ์ไดโนเสาร์ครั้งแรกที่จังหวัดใด

a)

ขอนแก่น

b)

กาฬสินธุ์

c)

ชัยภูมิ

d)

ถูกทุกข้อ

7.

ในประเทศไทยพบซากดึกดำบรรพ์ไดโนเสาร์ครั้งแรกที่จังหวัดใด

a)

ขอนแก่น

b)

กาฬสินธุ์

c)

ชัยภูมิ

d)

ถูกทุกข้อ

8.

พื้นที่จังหวัดลำปางในอดีตเคยเป็นอะไรมาก่อน

a)

ภูเขา

b)

ทะเล

c)

ทะเลทราย

d)

ภูเขาไฟ

9.

มีเหตุผลใดที่นักธรณีวิทยาใช้ในการอธิบายว่าพื้นที่จังหวัดลำปาง เคยเป็นทะเลมาก่อน

a)

ลักษณะของหิน

b)

ซากดึกดำบรรพ์

c)

การสะสมของตะกอน

d)

ข้อ ก และ ข ถูก

10.

เราจะไม่ค่อยพบซากดึกดำบรรพ์ในหินชนิดใด

a)

หินอัคนี

b)

หินแปร

c)

หินภูเขาไฟ

d)

ข้อ ก และ ข ถูก

11.

ข้อใดไม่ใช่ปัจจัยที่ทำให้เกิดซากดึกดำบรรพ์

a)

อุณหภูมิ

b)

องค์ประกอบของสิ่งมีชีวิต

c)

ระยะเวลาการทับถม

d)

อายุของหิน

12.

ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของซากดึกดำบรรพ์

a)

ใช้ระบุอายุหิน

b)

ใช้เป็นหลักฐานหนึ่งเพื่อช่วยอธิบายสภาพแวดล้อมในอดีต

c)

ใช้เป็นตัวช่วยเพื่อคาดคะเนว่ามีมนุษย์

d)

ใช้เป็นข้อมูลในการศึกษาวิวัฒมนาการของสิ่งมีชีวิต

13.

ไม้กลายเป็นหินที่คาดว่ามีความยาวที่สุดในโลกค้นพบที่จังหวัดอะไร

a)

อำเภอภูหลวง จังหวัดเลย

b)

อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง

c)

อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์

d)

อำเภอบ้านตาก จังหวัดตาก

14.

ซากดึกดำบรรพ์

เรียกอีกชือหนึ่งว่าอะไร

a)

ฟอสฟีล

b)

ฟอสซิล

c)

บรรพซิล

d)

บรรพชีวัน

15.

หินชนิดใดทำให้เกิดซากดึกดำบรรพ์

a)

หินดินดานทับทมอย่างรวดเร็ว

b)

หินอัคนีทับทมอย่างรวดเร็ว

c)

หินตะกอนทับทมอย่างรวดเร็ว

d)

หินแปรทับทมอย่างรวดเร็ว

16.

จากภาพคือซากดึกดำบรรพืประเภทใด

a)

อำพน

b)

อำนาจ

c)

อำนวย

d)

อำพัน

17.

ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการเกิดซากดึกดำบรรพ์

a)

เวลาที่ยาวนานและพอเหมาะ

b)

สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม

c)

การถูกทับโดยตะกอนอย่างรวดเร็ว

d)

เกิดที่ลำธาร

e)

มีส่วนแข็งเป็นองค์ประกอบของร่างกาย

18.

เราสามารถพบซากดึกดำบรรพ์ (Fossils) ปะปนอยู่ในหินประเภทใด

a)

หินอัคนี

b)

หินแปร

c)

หินบะซอลต์

d)

หินตะกอน

19.

การพบซากดึกดำบรรพ์ของปะการัง แอมโมไนต์ และสาหร่าย บริเวณอำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี นักเรียนคิดว่าพื้นที่นี้ในอดีตเป็นอย่างไร

a)

ก. บริเวณนี้เป็นแม่น้ำมาก่อน

b)

ข. บริเวณนี้อยู่ใกล้แหล่งน้ำจืด

c)

ค. บริเวณนี้เคยเป็นทะเลมาก่อน

d)

ง. บริเวณนี้เป็นธารน้ำแข็งมาก่อน

20.

สิ่งมีชีวิตที่ตาย ถูกพัดพาลงมาใต้น้ำ ถูกฝังในชั้นตะกอนดิน สิ่งที่อ่อนนุ่มเริ่มเน่าเปื่อย เหลือเพียงโครงร่างแข็ง เวลาผ่านไปแร่ธาตุค่อยๆแทรกซึกเข้าไปสะสมในช่องว่าง

จากข้อความมีกระบวนการเกิดซากดึกดำบรรพ์ประเภทใด

a)

ซากกลายเป็นหิน

b)

รอยพิมพ์

c)

รูปหล่อ

d)

ร่องรอยกลายเป็นหิน

e)

คาร์บอนฟีมล์

21.

สิ่งมีชีวิตที่ตายลง ส่วนแข็งมีการย่อยสลายเมื่อเวลาผ่านไปเหลือแต่รอยของสิ่งมีชีวิตนั้น

จากข้อความมีกระบวนการเกิดซากดึกดำบรรพ์ประเภทใด

a)

ซากกลายเป็นหิน

b)

รอยพิมพ์

c)

รูปหล่อ

d)

ร่องรอยกลายเป็นหิน

e)

คาร์บอนฟีมล์

22.

สิ่งมีชีวิตที่ตายลง ส่วนแข็งมีการย่อยสลายเมื่อเวลาผ่านไปเหลือแต่รอยของสิ่งมีชีวิตนั้นเมื่อระยะเวลาผ่านไปมีแร่ต่างๆเข้าไปตกผลึกในรอยพิมพ์

จากข้อความมีกระบวนการเกิดซากดึกดำบรรพ์ประเภทใด

a)

ซากกลายเป็นหิน

b)

รอยพิมพ์

c)

รูปหล่อ

d)

ร่องรอยกลายเป็นหิน

e)

คาร์บอนฟีมล์

23.

สิ่งมีชีวิตต่างๆขนาดเล็กที่มีผิวหนังอ่อน ถูกฝังไว้ใต้ตะกอนละเอียด ความดันทำให้ของเหลวแก๊สที่อยู่ในใบไม้ ผิวหนังสัตว์ถูกขับออก เหลือเพียงสารจำพวกคาร์บอนเป็นแผ่นฟีมล์บางๆ

จากข้อความมีกระบวนการเกิดซากดึกดำบรรพ์ประเภทใด

a)

ซากกลายเป็นหิน

b)

รอยพิมพ์

c)

รูปหล่อ

d)

ร่องรอยกลายเป็นหิน

e)

คาร์บอนฟีมล์

24.

หินแกรนิต

a)

หินอัคนีพุ

b)

หินขั้น หินตะกอน

c)

หินแปร

d)

หินอัคนีแทรกซอน

25.

หินพัมมิซ

a)

หินอัคนีพุ

b)

หินขั้น หินตะกอน

c)

หินแปร

d)

หินอัคนีแทรกซอน

26.

หินไดออไรต์

a)

หินอัคนีพุ

b)

หินขั้น หินตะกอน

c)

หินแปร

d)

หินอัคนีแทรกซอน

27.

หินไรโอไลต์

a)

หินอัคนีพุ

b)

หินขั้น หินตะกอน

c)

หินแปร

d)

หินอัคนีแทรกซอน

28.

หินบะซอลต์

a)

หินอัคนีพุ

b)

หินขั้น หินตะกอน

c)

หินแปร

d)

หินอัคนีแทรกซอน

29.

หินออบซิเดียน

a)

หินอัคนีพุ

b)

หินขั้น หินตะกอน

c)

หินแปร

d)

หินอัคนีแทรกซอน

30.

หินออบซิเดียน

a)

หินอัคนีพุ

b)

หินขั้น หินตะกอน

c)

หินแปร

d)

หินอัคนีแทรกซอน

31.

หินดินดาน

a)

หินอัคนีพุ

b)

หินขั้น หินตะกอน

c)

หินแปร

d)

หินอัคนีแทรกซอน

32.

หินกรวด

a)

หินอัคนีพุ

b)

หินขั้น หินตะกอน

c)

หินแปร

d)

หินอัคนีแทรกซอน

33.

หินเกิดจากอะไร

a)

การรวมตัวของแร่ชนิดเดียวกัน

b)

การรวมตัวของแร่หลายชนิด

c)

การรวมตัวของแร่ชนิดเดียวกันหรือหลายชนิด

d)

ถูกทุกข้อ

34.

หินหนืดที่ไหลออกมาจากภูเขาไฟระเบิด เรียกว่าอะไร

a)

แมกมา

b)

หินอัคนี

c)

ลาวา

d)

หินแกรนิต

35.

หินชนิดใดที่สามารถลอยน้ำได้

a)

หินพัมมิซ

b)

หินบะซอลล์

c)

หินแกรนิต

d)

หินชั้นหรือหินตะกอน

36.

ข้อใดกล่าวถูกต้องที่สุดเกี่ยวกับการเกิดของหินอัคนี

a)

เกิดจากการทับถมของเปลือกหอยในทะเล

b)

เกิดจากการแข็งตัวของแมกมาที่อยู่ภายใต้เปลือกโลก

c)

เกิดจากการแข็งตัวของลาวาที่ไหลออกมาจากปล่องภูเขาไฟ

d)

เกิดจากการแข็งตัวของหินหลอมเหลวที่อยู่ใต้เปลือกโลกและที่พุ่งขึ้นสู่ผิวโลก

37.

ข้อต่อไปนี้ ข้อใดกล่าวถูกต้องที่สุด

a)

หินตะกอนเกิดจากการแข็งตัวของหินหนืด

b)

การเกิดหินตะกอนจะเกิดขึ้นในระยะเวลาอันรวดเร็ว

c)

หินตะกอนเกิดจากการทับถมของตะกอนเพียงอย่างเดียว

d)

หินตะกอนเกิดจากการทับถมกันของซากพืชซากสัตว์และตะกอนขนาดต่าง ๆ

38.

หินชนิดใดที่เกิดจากการทับถมของโคลนตม

a)

หินกรวด

b)

หินทราย

c)

หินดินดาน

d)

หินศิลาแลง

39.

หินอ่อนแปรสภาพมาจากหินชนิดใด

a)

หินดินดาน

b)

หินแกรนิต

c)

หินปูน

d)

หินทราย

40.

ในเนื้อของหินงอกและหินย้อยส่วนใหญ่เป็นสารใด

a)

แคลเซียมซัลเฟต

b)

แคลเซียมคลอไรด์

c)

แคลเซียมคาร์บอเนต

d)

แคลเซียมไฮโดรเจนคาร์บอเนต

41.

หินชนิดใดที่แปรสภาพมาจากหินแกรนิต

a)

หินควอร์ตไซต์

b)

หินไนส์

c)

หินชนวน

d)

หินอ่อน

42.

สิ่งใดที่มีผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของหินแปร

a)

กระแสลม กระแสน้ำ

b)

กระแสน้ำ แรงกดดันของโลก

c)

แรงกดดันของโลก กระแสลม

d)

ความร้อน แรงกดดันของโลก

43.

ข้อใดเป็นลักษณะการเกิดของหินอัคนี

a)

เกิดจากการแปรสภาพของหินอัคนี ตะกอน และหินแปร

b)

เกิดจากการเย็นตัวลงและตกผลึกของแมกมาใต้ผิวโลก

c)

เกิดจากการตกผลึกหรือตกตะกอน

d)

เกิดจากการสะสมตัวของตะกอนที่ผุพัง

44.

หินชนิดใดจัดอยู่ในกลุ่มของหินอัคนี

a)

หินไดออไรต์

b)

หินกรวดมน

c)

หินปูน

d)

หินไนส์

45.

หินชนิดใดจัดอยู่ในกลุ่มของหินตะกอน

a)

หินพัมมิช

b)

หินบะซอลต์

c)

หินดินดาน

d)

หินชนวน

46.

หินชนิดใดจัดอยู่ในกลุ่มของหินแปร

a)

หินแกรนิต

b)

หินทราย

c)

หินไดออไรต์

d)

หินอ่อน

47.

ข้อใดไม่ใช่วัสดุของหิน

a)

วัสดุแข็ง

b)

เศษหิน

c)

เศษไม้

d)

กรวด

48.

หินชนิดใดบ้างที่ประกอบด้วยแก้วภูเขาไฟ

a)

หินออบซิเดียน

b)

หินฟิลไลต์

c)

หินอ่อน

d)

หินทรายแป้ง

49.

หินชนิดใดบ้างที่มีเศษหินเป็นองค์ประกอบ

a)

หินบะซอลต์

b)

หินชนวน

c)

หินกรวดมน

d)

หินอ่อน

50.

ข้อใดคือประโยชน์ที่ได้จากหินชนวน

a)

ปูนซีเมนต์

b)

แผ่นหินปูพื้น

c)

กระดาน

d)

ใส่กรองในตู้ปลา

51.

เมื่อหินปูนแปรภาพจะกลายเป็นหินชนิดใด

a)

หินไนต์

b)

หินอ่อน

c)

หินชนวน

d)

หินฟิลไลต์

52.

เมื่อหินดินดานแปรสภาพจะกลายเป็นหินชนิดใด

a)

หินควอตไซต์

b)

หินไนส์

c)

หินชนวน

d)

หินอ่อน

53.

เมื่อหินแกรนิตแปรสภาพจะกลายเป็นหินชนิดใด

a)

หินไนส์

b)

หินฟิลไลต์

c)

หินอ่อน

d)

หินชนวน

54.

จากรูปเกิดแรงไฟฟ้าชนิดใด

a)

แรงดึงดูด

b)

แรงผลัก

c)

แรงไฟฟ้าบวก

d)

แรงไฟฟ้าลบ

55.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับแรงไฟฟ้า

a)

วัตถุบางชนิดเมื่อนำมาขัดถูด้วยผ้าเปียกแล้ว

จะสามารถดึงดูดวัตถุชิ้นเล็ก ๆ เบา ๆ ได้

b)

วัตถุบางชนิดเมื่อนำมาขัดถูด้วยผ้าแห้งแล้ว

จะสามารถดึงดูดวัตถุชิ้นเล็ก ๆ เบา ๆ ได้

c)

วัตถุทุกชนิดเมื่อนำมาขัดถูด้วยผ้าเปียกแล้ว

จะสามารถดึงดูดวัตถุชิ้นเล็ก ๆ เบา ๆ ได้

d)

วัตถุทุกชนิดเมื่อนำมาขัดถูด้วยผ้าแห้งแล้ว

จะสามารถดึงดูดวัตถุชิ้นเล็ก ๆ เบา ๆ ได้

56.

วัตถุ A และวัตถุ B มีประจุไฟฟ้าบวก เมื่อนำวัตถุ A และ B

เข้าใกล้กันจะเกิดแรงในข้อใด

a)

แรงสัมผัส

b)

แรงดึงดูด

c)

แรงตึงผิว

d)

แรงผลัก

57.

ถ้าขัดถูลูกโป่งกับหลอดพลาสติกด้วยผ้าสักหลาดจะเกิดประจุไฟฟ้าตามข้อใด

a)

ประจุไฟฟ้าเกิดเพียงชนิดเดียว

b)

ประจุไฟฟ้าชนิดเดียวกัน

c)

ประจุไฟฟ้าต่างชนิดกัน

d)

ไม่เกิดประจุไฟฟ้า

58.

แรงไฟฟ้า คือ

a)

แรงที่เกิดขึ้นระหว่างประจุไฟฟ้าด้วยกัน มีทั้งแรงดึงดูดและแรงผลัก

b)

แรงที่เกิดขึ้นระหว่างประจุไฟฟ้าด้วยกัน มีเฉพาะแรงดึงดูด

c)

แรงที่เกิดขึ้นระหว่างประจุไฟฟ้าด้วยกัน มีเฉพาะแรงผลัก

d)

แรงที่เกิดขึ้นระหว่างประจุไฟฟ้าด้วยกัน ไม่มีทั้งแรงดึงดูดและแรงผลัก

59.

วัสดุใดที่ทำให้เกิดแรงไฟฟ้า

a)
b)
c)
d)
60.

วัสดุใดที่เกิดแรงไฟฟ้าได้ค่อนข้างยากหรืออาจไม่เกิดเลย

a)
b)
c)
d)
61.

ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเกิดแรงไฟฟ้า

a)
b)
c)
d)
62.

การนำวัตถุมาขัดถูกันจะทำให้เกิดแรงไฟฟ้าขึ้นบริเวณที่มีการขัดถูของวัตถุเท่านั้น เรียกแรงไฟฟ้านี้ว่า

a)

แรงไฟฟ้าบวก

b)

แรงไฟฟ้าลบ

c)

ไฟฟ้าสถิต

d)

แรงสัมผัส

63.

จากภาพจะทำให้เกิดแรงในภาพใด

a)
b)
c)
d)
64.

แรงไฟฟ้า เกิดขึ้นระหว่างวัตถุที่มีประจุไฟฟ้า ซึ่งประจุไฟฟ้ามี 2 ชนิด คือ

a)

ประจุไฟฟ้าบวก

b)

ประจุไฟฟ้าลบ

c)

ประจุไฟฟ้าบวก และ ประจุไฟฟ้าลบ

d)

ไม่มีทั้งประจุไฟฟ้าบวก และ ประจุไฟฟ้าลบ

65.

ภาพใดคือการเกิดแรงไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน

a)
b)
c)
d)
66.

แรงไฟฟ้าเกิดขึ้นได้อย่างไร

a)

นำวัตถุบางชนิดที่แห้งมาขัดถูกัน

b)

นำวัตถุบางชนิดที่เปียกมาขัดถูกัน

c)

วางแม่เหล็กต่างขั้วไว้ใกล้กัน

d)

วางแม่เหล็กขั้วเดียวไว้ใกล้กัน

67.

หากถูลูกโป่ง2ลูกด้วยผ้าเปียกแล้ววางไว้ใกล้กันจะเกิดผลอย่างไร

a)

ลูกโป่งผลักกัน

b)

ลูกโป่งดูดกัน

c)

ลูกโป่งขนาดใหญ่ขึ้น

d)

ไม่มีการเปลี่ยนแปลง

68.

วัสดุชนิดใดไม่ทำให้เกิดแรงไฟฟ้า

a)
b)
c)
d)
69.

วัสดุชนิดใดทำให้เกิดแรงไฟฟ้า

a)
b)
c)
d)
70.

ข้อใดไม่ใช่การเกิดแรงไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน

a)

เสื้อผ้าอาจถูกดูดติดตัวของเราในฤดูหนาว

b)

ไฟฟ้าดูดเมื่อมือเปียกแล้วเปิดสวิตซ์

c)

หวีผมหลายครั้งแล้วเส้นผมติดที่หวี

d)

ใช้มือลูบหัวแมวหลายครั้งแล้วเส้นขนแมวติดมือ

71.

ปัจจัยใดที่ส่งผลให้เกิดแรงไฟฟ้า

a)

ความชื้น

b)

ขนาดของวัตถุ

c)

น้ำหนักของวัสดุ

d)

ระยะเวลาที่ขัดถู

72.

ภาพใดเป็นผลจากแรงไฟฟ้า

a)
b)
c)
d)
73.

ภาพใดไม่ใช่ผลจากการเกิดแรงไฟฟ้า

a)
b)
c)
d)
74.

ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับแรงไฟฟ้า

a)

แรงไฟฟ้าเป็นแรงสัมผัส

b)

แรงไฟฟ้าเป็นแรงไม่สัมผัส

c)

แรงไฟฟ้าเกิดจากการขัดถูวัตถุสองชนิด

d)

แรงไฟฟ้ามีทั้งแรงดูดและผลัก

75.

วัสดุใดเมื่อนำมาขัดถูแล้วทำให้เกิดแรงไฟฟ้า

a)

ไม้ไอศกรีม

b)

ไม้บรรทัดเหล็ก

c)

จานกระเบื้อง

d)

หลอด

76.

ข้อใดคือวัสดุที่นาไฟฟ้าได้ดี

a)

พลาสติก

b)

อะลูมิเนียม

c)

เมลามีน

d)

ไม้อัดเนื้อแน่น

77.

ข้อใดคือวัสดุที่เป็นฉนวนไฟฟ้า

a)

ยางพารา

b)

ไส้ดินสอ

c)

น้ำ

d)

ตะกั่ว

78.

ข้อใดกล่าวได้ถูกต้องที่สุด

a)

วงจรไฟฟ้าเปิด คือ เปิดไฟ

b)

วงจรไฟฟ้าปิด คือ กระแสไฟฟ้าเดินครบวงจร

79.

จากภาพ เป็นสัญลักษณ์แสดงถึงอะไรในวงจรไฟฟ้า

a)

ฟิวส์

b)

หลอดไฟ

c)

สายไฟ

d)

สายดิน

80.

จากภาพ เป็นสัญลักษณ์แสดงถึงอะไรในวงจรไฟฟ้า

a)

เซลล์ไฟฟ้า

b)

ถ่านไฟฉาย

c)

ตัวต้านทานไฟฟ้า

d)

แบตเตอรี่

81.

จากภาพ เป็นสัญลักษณ์แสดงถึงอะไรในวงจรไฟฟ้า

a)

สวิตช์

b)

ฟิวส์

c)

สายไฟ

d)

เซลล์ไฟฟ้า

82.

จากภาพ เป็นสัญลักษณ์แสดงถึงอะไรในวงจรไฟฟ้า

a)

ตัวต้านทานไฟฟ้า

b)

ฟิวส์

c)

หลอดไฟฟ้า

d)

สวิตช์

83.

ข้อใดเป็นการต่อวงจรแบบอนุกรม

a)
b)
84.

ภาพใดเป็นการต่อวงจรแบบขนาน

a)
b)
85.

การต่อเซลล์ไฟฟ้าในรูปใดที่ทำให้หลอดไฟฟ้าสว่างที่สุด

a)
b)
c)
d)
86.

หลอดไฟฟ้าจำนวน 5 หลอด ต่อกัน ดังรูป หากถอดหลอดดวงที่ 5 ออก ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้อง

a)

หลอดไฟฟ้าดวงที่ 1 และ 2 เท่านั้นที่ยังสว่างอยู่

b)

หลอดไฟฟ้าดวงที่ 3 และ 4 เท่านั้นที่ยังสว่างอยู่

c)

หลอดไฟฟ้าดวงที่ 1, 2, 3 และ 4 ยังสว่างอยู่

d)

หลอดไฟฟ้าดวงที่ 1, 2, 3 และ 4 ดับทั้งหมด

87.

ข้อความใดต่อไปนี้ถูกต้อง

a)

การต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรม ทำได้โดยการต่อขั้วไฟฟ้าที่ต่างกันให้สัมผัสกัน

b)

เมื่อวงจรไฟฟ้าเปิด จะมีกระแสไฟฟ้าผ่านจากเซลล์ไฟฟ้ามายังสายไฟฟ้า

c)

การต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมและแบบขนานมีความแตกต่างกันที่ลักษณะการต่อหลอดไฟฟ้า แต่ให้ผลเหมือนกันเมื่อถอดหลอดไฟฟ้าในวงจรออก 1 ดวง

d)

สวิตช์ มีหน้าที่ควบคุมวงจรไฟฟ้าเป็นวงจรปิดหรือวงจรเปิดได้ โดยต่อแบบขนานเข้ากับวงจรไฟฟ้า

88.

จากการต่อวงจรไฟฟ้า ดังรูป ถ้าหลอดไฟฟ้า C ชำรุด หลอดไฟฟ้าดวงใดบ้างที่สว่าง

a)

หลอด A และ B

b)

หลอด D และ E

c)

หลอด A, D และ E

d)

หลอด A, B, D และ E

89.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับ "วงจรไฟฟ้า"

a)

การต่อแหล่งกำเนิดไฟฟ้าแบบอนุกรม ทำให้มีพลังงานไฟฟ้าในวงจรมากขึ้น

b)

เมื่อยกสวิตช์ขึ้นให้เป็นวงจรไฟฟ้าแบบเปิด กระแสไฟฟ้าที่อยู่ในวงจรไฟฟ้าจะไปหยุดรวมกันที่สวิตช์

c)

เมื่อวงจรไฟฟ้าปิด กระแสไฟฟ้าภายในเซลล์ไฟฟ้าจะเคลื่อนที่จากขั้วบวกไปหาขั้วลบของเซลล์ไฟฟ้าโดยตรง

d)

เบรกเกอร์เป็นอุปกรณ์ที่ตัดไฟฟ้าในบ้าน ทำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชิ้นในบ้านใช้งานไม่ได้ แสดงว่าเบรกเกอร์ต่อแบบขนานในวงจรไฟฟ้า

90.

จากการต่อวงจรไฟฟ้า ข้อใดเขียนแผนภาพวงจรไฟฟ้าได้ถูกต้อง

a)
b)
c)
d)
91.

ส้มต้องการต่อวงจรไฟฟ้าให้มีความสว่างของหลอดไฟเพิ่มขึ้น จะต้องจัดสิ่งใดให้แตกต่างกัน

a)

จำนวนหลอดไฟ

b)

ขนาดของหลอดไฟ

c)

จำนวนเซลล์ไฟฟ้า

d)

ความยาวของสายไฟ

92.

แผนภาพวงจรไฟฟ้าในข้อใดแสดงการต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรม

a)
b)
c)
d)
93.

จากรูปวงกลมแทนหลอดไฟ ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง

a)

หลอด A เสีย ไฟดับทั้งวงจร

b)

หลอด C ดับ ไฟในวงจรยังสว่างอยู่

c)

หลอด C และ D เสีย ไม่มีผลต่อไฟดวงอื่น

d)

หลอด B ดับ A และ C ยังคงสว่างอยู่

94.

น้ำทดลองต่อวงจรไฟฟ้า ดังรูป จากนั้นเขาดึงเอาหลอดไฟออกจนเหลือเพียง 1 ดวง จะเกิดผลกับหลอดไฟที่เหลืออยู่อย่างไร

a)

ไฟดับทุกดวง

b)

ความสว่างเพิ่มขึ้น

c)

ความสว่างลดลง

d)

ความสว่างเท่าเดิม

95.

องค์ประกอบของวงจรไฟฟ้ามีกี่ส่วน อะไรบ้าง

a)

1. แหล่งจ่ายไฟ

2. ตัวนำหรือสายไฟ

3. โหลดหรือเครื่องใช้ไฟฟ้า

b)

1. แหล่งจ่ายไฟ

2. ฉนวน

3. โหลดหรือเครื่องใช้ไฟฟ้า

c)

1. แบตเตอรี่

2. ฉนวน

3. โหลดหรือเครื่องใช้ไฟฟ้า

d)

1. แหล่งจ่ายไฟ

2. ฉนวน

3. หลอดไฟ

96.

จากภาพคือ อุปกรณ์ชนิดใด

a)

โหลด

b)

แหล่งจ่ายไฟ

c)

ตัวนำ

d)

เครื่องใช้ไฟฟ้า

97.

ข้อใดคือแหล่งจ่ายไฟฟ้า

a)
b)
c)
d)
98.

วงจรไฟฟ้าสามารถต่อได้กี่แบบ อะไรบ้าง

a)

2 แบบ

1. แบบอนุกรม

2. แบบผสม

b)

3 แบบ

1. แบบขนาน

2. แบบอนุกรม

3. แบบผสม

c)

1 แบบ

คือ แบบอนุกรม

d)

1 แบบ คือแบบขนาน

99.

จากภาพคือการต่อวงจรแบบใด

a)

วงจรแบบผสม

b)

วงจรไฟฟ้าอย่างง่าย

c)

วงจรแบบขนาน

d)

วงจรแบบอนุกรม

100.

จากภาพเป็นการต่อวงจรแบบใด

a)

แบบอนุกรม

b)

แบบผสม

c)

แบบขนาน

d)

แบบเรียงลำดับ

101.

หากนักเรียนพบว่าภายในวงจรมีหลอดไฟดับ 1 ดวง แต่หลอดที่เหลือยังสว่างปกติ วงจรดังกล่าวคือวงจรแบบใด

a)
b)
c)
d)
102.

วงจรไฟฟ้าแบบใด ที่กระแสไฟฟ้าจะไหลผ่านเท่ากันและมีทิศทางเดียวกันตลอดทั้งวงจร

a)
b)
c)
d)
103.

"การต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าตั้งแต่ 2 ตัวขึ้นไปให้ขนานกับแหล่งจ่ายมีทิศทางการไหลของกระแสไฟฟ้าจะมีตั้งแต่ 2 ทิศทางขึ้นไป"

จากข้อความดังกล่าวเป็นการต่อวงจรแบบใด

a)

แบบอนุกรม

b)

แบบขนาน

c)

แบบผสม

d)

แบบอนุกรม และแบบขนาน

104.

วงจรไฟฟ้าภายในบ้านเป็นการต่อวงจรแบบใด

a)

วงจรอนุกรม เพราะกระแสไฟฟ้าจะไหลผ่านเท่ากันและมีทิศทางเดียวกันตลอดทั้งวงจร

b)

วงจรผสม

c)

วงจรขนาน เพราะ หากหลอดไฟดวงหนึ่งดับหลอดที่เหลือจะยังสว่างปกติ

d)

วงจรขนาน เพราะ กระแสไฟฟ้าจะไหลผ่านเท่ากันและมีทิศทางเดียวกันตลอดทั้งวงจร