wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

BIO910

Total questions: 32

Worksheet time: 16mins

Name
Class
Date
1.

การแลกเปลี่ยนแก๊สในสิ่งมีชีวิตเกิดขึ้นโดยอาศัยกระบวนการใดในการเคลื่อนที่ผ่านเยื่อหุ้มเซลล์

a)

กระบวนการแอ็คทีพทรานสปอร์ท (Active transport)

b)

การแพร่โดยอาศัยโปรตีนตัวพา (Facilitated diffusion)

c)


การแพร่แบบธรรมดา (Simple diffusion)

d)


กระบวนการออสโมซิส (Osmosis)

2.

ข้อใดอธิบายทิศทางการเคลื่อนที่ของแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถูกต้อง

a)

ในสิ่งมีชีวิตความดันย่อยของแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ภายในเซลล์ต่ำกว่าความดันย่อยของแก๊สในสิ่งแวดล้อมทำให้แก๊สมีการเคลื่อนที่ออกจากเซลล์สู่ภายนอกร่างกาย

b)

ในสิ่งมีชีวิตความดันย่อยของแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ภายในเซลล์สูงกว่าความดันย่อยของแก๊สในสิ่งแวดล้อมทำให้แก๊สมีการเคลื่อนที่ออกจากเซลล์สู่ภายนอกร่างกาย

c)

ในสิ่งมีชีวิตความดันย่อยของแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ภายในเซลล์ต่ำกว่าความดันย่อยของแก๊สในสิ่งแวดล้อมทำให้แก๊สมีการเคลื่อนที่เข้าสู่ภายในเซลล์

d)

ในสิ่งมีชีวิตความดันย่อยของแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ภายในเซลล์สูงกว่าความดันย่อยของแก๊สในสิ่งแวดล้อมทำให้แก๊สมีการเคลื่อนที่เข้าสู่ภายในเซลล์

3.

สัตว์พวก arachnida เช่น แมงมุม แมงป่อง ใช้อวัยวะใดเป็นอวัยวะที่ใช้ในการแลกเปลี่ยนแก๊ส

a)


ระบบท่อลม (Tracheal system)

b)

ผิวหนัง (skin)

c)

Respiratory tree

d)

Book lung

4.

แก๊สออกซิเจนละลายอยู่ในน้ำปริมาณน้อยว่าที่ละลายในอากาศ ทำให้สัตว์น้ำจึงต้องมีวิธีเพิ่มประสิทธิภาพในการแลกเปลี่ยนแก๊สโดย......................................

a)

เลือดที่มาเลี้ยงบริเวณเหงือกจะไหลทิศทางเดียวกับการไหลของกระแสน้ำ

b)

ถูกทุกข้อ

c)

มีแผ่นปิดเหงือกเพื่อช่วยเพิ่มจำนวนของน้ำ

d)

ปลาจะมีการอ้าปากว่ายน้ำเพื่อให้น้ำไหลผ่านเหงือกตลอดเวลา

5.

ข้อใดกล่าวถึงปอด (lung) ได้ถูกต้อง

a)

ปอดจะมีการพัฒนาเพื่อให้มีพื้นที่ผิวในการแลกเปลี่ยนแก๊สมากขึ้น โดยมีการยื่นเข้าไปของเยื่อหุ้มปอดเกิดเป็นถุงเล็กๆ

b)

ผนังของปอดจะมีหลอดเลือดฝอยมาเลี้ยงเพื่อที่จะเพิ่มความชื้นของปอด

c)

อวัยวะที่ใช้แลกเปลี่ยนแก๊สในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเท่านั้น

d)

ไม่มีข้อใดถูกต้อง

6.

ข้อใดกล่าวถึงโครงสร้างของหลอดลม (trachea) ไม่ถูกต้อง

a)

ประกอบด้วยกระดูกอ่อนรูปตัว C ทำให้หลอดลมคงรูป ไม่เกิดการตีบแคบ

b)


ด้านในของหลอดลมประกอบด้วย goblet cells ทำหน้าที่หลั่งเยื่อเมือก ดักจับสิ่งแปลกปลอมต่างๆ

c)


ด้านข้างของหลอดลมจะพบ tonsil ซึ่งเป็นอวัยวะในระบบน้ำเหลือง ทำหน้าที่ดักจับเชื้อโรค

d)

เป็นอวัยวะที่อยู่ในทางเดินหายใจส่วนล่าง

7.

ปอดเป็นอวัยวะที่อยู่ภายใน.................เนื้อปอดจะถูกหุ้มไว้ด้วยเยื่อบุผิวสองชั้นที่เรียกว่า.......................

a)

ช่องอก, pleura

b)

ช่องอก, pericardium

c)

ช่องท้อง, pericardium

d)

ช่องท้อง, pleura

8.

ในขณะที่หายใจออก กล้ามเนื้อระหว่างกระดูกซี่โครงภายนอกจะเกิดการ.......................และกล้ามเนื้อกระบังลมจะเกิดการ...............

a)

คลายตัว, หดตัว

b)

คลายตัว, คลายตัว

c)

หดตัว, คลายตัว

d)

หดตัว, หดตัว

9.

ปัจจัยใดส่งผลทำให้ฮีโมโกลบินปล่อยแก๊สออกซิเจนมากขึ้น

a)

เลือดมีสภาวะเป็นด่าง

b)

บริเวณที่มีความดันย่อยของแก๊สออกซิเจนต่ำ

c)

ความดันย่อยของแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดต่ำ

d)

อุณหภูมิของร่างกายต่ำลง

10.

ข้อใดกล่าวถึงศูนย์ควบคุมการหายใจ (respiratory control center) ของคนได้ถูกต้อง

a)

ควบคุมการหายใจโดยส่งสัญญาณทางประสาทผ่านทาง intercostal nerve ไปกระตุ้นกล้ามเนื้อระหว่างกระดูกซี่โครง

b)

ถูกทุกข้อ

c)

ควบคุมการหายใจโดยส่งสัญญาณทางประสาทผ่านทาง phrenic nerve ไปกระตุ้นกล้ามเนื้อกระบังลม

d)

อยู่บริเวณก้านสมอง (เมดัลลา ออบลองกาตาและพอนส์)

11.

ข้อใดไม่ใช่กระบวนการขนส่งแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์โดยอาศัยเลือด

a)

จับกับฮีสทิดีนโปรตีนที่เป็นส่วนประกอบของฮีโมโกลบิน

b)

จับกับแร่ธาตุเหล็กที่อยู่ภายในเม็ดเลือดแดง

c)

ขนส่งในรูปของไบคาร์บอเนตไอออน

d)

ละลายในน้ำเลือด

12.

ข้อใดคือหน้าที่ของระบบหมุนเวียนในสิ่งมีชีวิต

a)

ถูกทุกข้อ

b)

ขนส่งเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกันไปยังจุดที่มีการติดเชื้อ

c)

นำสารอาหารและแก๊สออกซิเจนไปให้ทุกเซลล์ภายในร่างกาย

d)

ขนส่งฮอร์โมนต่างๆไปยังอวัยวะเป้าหมาย

13.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับระบบหมุนเวียนเลือดในสัตว์เลื้อยคลาน

a)

สัตว์กลุ่มนี้มีหัวใจ 4 ห้องสมบูรณ์ยกเว้นจระเข้ที่มีหัวใจ 3 ห้องหรือ 4 ห้องไม่สมบูรณ์

b)

pulmonary circulation จะเริ่มจากหัวใจห้อง ventricle บีบตัวเพื่อส่งเลือดไปแลกเปลี่ยนแก๊สที่ปอด

c)

มีระบบหมุนเวียนเลือดแบบสองวงจร

d)

ผนังกั้นหัวใจของ ventricle ของสัตว์ในกลุ่มนี้บางชนิดกั้นไม่สนิท

14.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับโครงสร้างของหัวใจในคน

a)

หลอดเลือดที่นำเลือดมาเลี้ยงเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจคือหลอดเลือด coronary artery

b)

ผนังของหัวใจมีทั้งหมด 4 ชั้น

c)

ผนังหัวใจชั้น myocardium เป็นผนังหัวใจชั้นใน ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของหัวใจ

d)

หัวใจถูกหุ้มด้วยเยื่อหุ้มหัวใจสองชั้นที่เรียกว่า pleura

15.

ข้อใดถูกต้อง

a)

ลิ้นหัวใจที่กั้นระหว่างหัวใจห้อง ventricle ด้านขวากับหลอดเลือด pulmonary artery: Bicuspid valve

b)

ลิ้นหัวใจที่กั้นระหว่างหัวใจห้อง atrium และหัวใจห้อง ventricle ด้านซ้าย: Tricuspid valve

c)

ลิ้นหัวใจที่กั้นระหว่างหัวใจห้อง atrium และหัวใจห้อง ventricle ด้านขวา: Pulmonary valve

d)

ลิ้นหัวใจที่กั้นระหว่างหัวใจห้อง ventricle ด้านซ้ายกับหลอดเลือด aorta: Aortic valve

16.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับ specialized cardiac muscle cells ภายในหัวใจ

a)

สามารถส่งสัญญาณไฟฟ้าได้

b)

สามารถเกิด depolarization เองได้

c)

ทำให้หัวใจของคนสามารถบีบตัวเองได้โดยไม่ต้องอาศัยการกระตุ้นจากระบบประสาท

d)

AV node เกิด action potential ได้ดีกว่า cell อื่น ทำให้เป็นตัวกำหนดการเต้นของหัวใจ

17.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับเม็ดเลือด

a)

เกล็ดเลือดทำหน้าที่ในการอุดบริเวณที่หลอดเลือดเกิดความเสียหายและหลั่งเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการแข็งตัวของเลือด

b)

เม็ดเลือดขาวชนิด lymphocyte ทำหน้าที่ในการสร้าง antibody

c)

เม็ดเลือดแดงทำหน้าที่หลักในการขนส่งคาร์บอนไดออกไซด์

d)

เม็ดเลือดขาวชนิด monocyte จัดอยู่ในกลุ่ม phagocyte ทำหน้าที่เก็บกินเชื้อโรคและเซลล์แปลกปลอมต่างๆ

18.

ข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ (asexual reproduction)

a)

หน่วยใหม่เหมือนตัวแม่ทุกประการ

b)

มีการสร้างเซลล์สืบพันธุ์

c)

มีการแบ่งเซลล์แบบไมโทซิส

d)

ส่วนมากพบในสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว พืชและโปรโตซัว

19.

จากภาพนี้เป็นการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศแบบใด

a)

การงอกใหม่

b)

การสร้างสปอร์

c)

การแบ่งจากหนึ่งเป็นสอง

d)

การแตกหน่อ

20.

ในกลุ่มพืชดอก (angiosperm) ส่วนใดของพืชที่เป็นส่วน gametophyte

a)

ลำต้น

b)

ใบ

c)

ดอก

d)

ราก

21.

ในการปฏิสนธิซ้อนของพืชดอก zygote จะเกิดจากการผสมของ…………… และมีโครโมโซม…………

a)

Polar nuclei+ สเปิร์ม, โครโมโซม 3n

b)

Polar nuclei+ สเปิร์ม, โครโมโซม 2n

c)

ไข่ + สเปิร์ม, โครโมโซม 3n

d)

ไข่ + สเปิร์ม, โครโมโซม 2n

22.

ข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับสัตว์ที่มีการปฏิสนธิภายใน (internal fertilization)

a)

ต้องมีระบบสืบพันธุ์ที่เจริญดีตัวผู้ต้องมีอวัยวะช่วยในการปล่อยสเปิร์ม

b)

ส่วนใหญ่พบในสัตว์น้าโดยต้องมีการส่งสัญญาณเคมี

c)

Sperm + Egg ภายในร่างกาย

d)

การปฎิสนธิเกิดขึ้นภายในร่างกายของตัวเมีย

23.

อัณฑะเป็น gonad ของเพศชาย มีหน้าที่อะไร

a)

สร้างเซลล์สืบพันธุ์เพศชายหรือสเปิร์ม

b)

สร้างฮอร์โมนเพศชาย

c)

ส่งสเปิร์มเข้าไปในร่างกายเพศหญิง

d)

ข้อ C ผิด

24.

sertoli cell มีหน้าที่อะไร

a)

ช่วยเปลี่ยน spermatid เป็น spermatozoa

b)

ทำลายสเปิร์มส่วนเกิน

c)

สร้างฮอร์โมนต์เพศชาย

d)

สร้างน้าเลี้ยงสเปิร์ม

25.

Gonad ของเพศหญิงคืออวัยวะใด มีหน้าที่อะไร

a)

มดลูก, รองรับการฝังตัวของตัวอ่อน

b)

รังไข่, ผลิตไข่และฮอร์โมนต์เพศหญิง

c)

มดลูก, ผลิตไข่และฮอร์โมนต์เพศหญิง

d)

รังไข่, รองรับการฝังตัวของตัวอ่อน

26.

เหตุการณ์ใดเกิดขึ้นหลัง menstrual flow phase ในมดลูก

a)

ต่อม endometrium พัฒนาและหลั่งสารที่ช่วยรองรับการฝังตัวของตัวอ่อน

b)

เข้าสู่ secretory phase

c)

estadiol และ progesterone จะช่วยรักษาผนังของมดลูกไว้

d)

เข้าสู่ proliferative phase คือมีการสร้างผนังด้านในขึ้นมาใหม่

27.

ข้อใดผิดเกี่ยวกับ Acrosomal reaction

a)

โดยเกิดการหนาตัวขึ้นของ fertilization membrane

b)

เกิดขึ้นก่อนการปฎิสนธิ

c)

เริ่มต้นจากการที่สเปิร์มเข้าไปย่อย jelly coat ของเซลล์ไข่

d)

เป็นกระบวนการที่ให้สเปิร์มเพียงตัวเดียวเข้าไปผสมกับไข่

28.

ไข่ของคนและ mammal เป็นไข่ประเภทใด

a)

Homolecithal egg

b)

Mesolecithal egg

c)

Telolecithal egg

d)

Alecithal egg

29.

การเกิดเนื้อเยื่อสามชั้น เกิดขึ้นในระยะใด

a)

Neurula

b)

Gastrula

c)

Blastula

d)

Morula

30.

primordial germ cells พัฒนามาจากเนื้อเยื่อชั้นใด

a)

ectoderm

b)

endoderm

c)

mesoderm

d)

ถูกทุกข้อ

31.

ข้อใดเป็นหน้าที่ของถุงไข่แดง (Yolk Sac) ในมนุษย์

a)

เป็นแหล่งสร้างเม็ดเลือดแดงแก่ทารกก่อนคลอด

b)

ป้องกันการกระทบกระเทือน

c)

เก็บของเสีย

d)

สะสมไข่แดง

32.

จากภาพ spermatheca ของแมลงวันผลไม้ตัวนี้มีหน้าที่อะไร

a)


เก็บสเปิร์ม

b)

พัฒนาสเปิร์ม

c)

สร้างสเปิร์ม

d)

เป็นบริเวณที่เกิดการปฎิสนธิ