wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

คัมภีร์มุจฉาปักขันธิกา 2

Total questions: 25

Worksheet time: 17mins

Name
Class
Date
1.

คัมภีร์มุจฉาปักขันทิกา กล่าวถึงเรื่องใด

a)

ทุรวสา 10 ปะระเมหะ 20

b)

ทุรวสา 20 ปะระเมหะ 10

c)

ทุรวสา 12 ปะระเมหะ 20

d)

ทุรวสา 20 ปะระเมหะ 12

2.

สาเหตุการเกิด มุตตะกิต คือข้อใด

a)

แสบองคชาต

b)

กระทบชอบกช้ำ

c)

ขัดสองราวข้างเส้นปัตตะฆาต

d)

โลหิตช้ำ

3.

บุรุษเป็นไข้พิษต่างๆ คือ ว่าด้วยตกต้นไม้ และหกล้ม ถูกตี กระทบกระแทกต่างๆ เป็นโรคอันถึงพิฆาต อำนาจอันทุบถองโบยตี คืออาการของข้อใด

a)

มุตตะฆาต

b)

องคสูตร

c)

สัณฑะฆาต

d)

อุปทม

4.

สาเหตุการเกิด มุตตะฆาต คือข้อใด

a)

แสบของคชาต

b)

กระทบชอกช้ำ

c)

โลหิตช้ำ

d)

โลหิตแห้ง

5.

อาการกระทำให้เจ็บกระบอกตา ให้เมื่อยไปทั่วทั้งตัว เจ็บที่สะดือตลอดไปถึงอัณฑะ ให้คันองคชาต ให้เจ็บแสบร้อน แล้วแตกเป็นน้ำเหลืองไหลซึมไป เป็นอาการของข้อใด

a)

สัณฑะฆาตเกิดเพื่อโลหิตแห้ง

b)

สัณฑะฆาตเกิดเพื่อกาฬ

c)

สัณฑะฆาตเกิดเพื่อปัตตะฆาต

d)

สัณฑะฆาตเกิดเพื่อกล่อนแห้ง

6.

อาการกระทำให้ผิวอัณฑะดำ และบวมมีพิษแสบร้อนมาก อัณฑะฟกข้างหนึ่งมีพิษแสบร้อนมาก เจ็บตาข้างหนึ่ง ปวดศรีษะข้างหนึ่ง เป็นอาการของข้อใด

a)

องคสูตร เกิดในเดือน 5,6,7

b)

องคสูตร เกิดในเดือน 8,9,10

c)

องคสูตร เกิดในเดือน 11,12,1

d)

องคสูตร เกิดในเดือน 2,3,4

7.

ข้อใดเป็นอาการของ มุตตะกิต

a)

ปัสสาวะออกมาเป็นเมือกคล่องๆ ขัดๆ หยดย้อยดจน้ำมูกไหล

b)

ปัสสาวะออกมาแดงขุ่นข้น เป็นหนองช้ำขุ่นข้น

c)

ปัสสาวะออกมาเป็นโลหิตสดๆ แดงดังน้ำฝางต้ม

d)

ปัสสาวะออกมาเป็นสีเหลือง ดังน้ำขมิ้นสด

8.

ข้อใดต่อไปนี้กล่าวไว้ไม่ถูกต้อง

a)

มุจฉา แปลว่า สลบ,สยบ

b)

มุจฉา แปลว่า หลงลืม,ตัณหา

c)

ปักขันทิกา แปลว่า โรคลงแดง,บิด

d)

ปักขันทิกา แปลว่า มันเหลวชั่ว

9.

ทุราวสา 4 คือปัสสาวะที่มีสีผิดปกติดังข้อใด

a)

สีข้นขุ่นขาว

b)

สีคล้ำดังปลาเน่า

c)

สีแดงดังฝางต้ม

d)

สีแดงดุจชานหมาก

10.

มุตฆาต 4 แสดงลักษณะผิดปกติของปัสสาวะ มีมีลักษณะปัสสาวะดังข้อใด

a)

มีโลหิตช้ำปนออกมา

b)

มีโลหิตจาง ๆ ปนออกมา

c)

เป็นเมือกคล่อง ๆ ขัด ๆ

d)

เป็นหนองจาง ๆ ดังน้ำซาวข้าว

11.

ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับมุตกิต

a)

มีโลหิตช้ำ ดังน้ำคาวปลา

b)

มีโลหิตจาง ๆ ดุจน้ำชานหมาก

c)

มีหนองจาง ๆ ทำให้ขุ่นดังน้ำซาวข้าว

d)

มีสีแดงดังฝางต้มหรือมีเลือดออก

12.

หญิงมีระดู ปวดหัวหน่าวขัดตะโพก มีระดูขาวขุ่นข้นปนเลือดคล้ำออกมา ขอบทวารเป็นเม็ด มีแผลเปื่อย คันแสบ เหม็นคาว คือโรคใด

a)

มุตฆาต

b)

สันฑฆาต

c)

อุปทม

d)

มุตกิจ

13.

แห้วหมู รากมะตูม เทียนดำ รากเสนียด ใบสะเดา รากอังกาบ ผลเอ็น โกฐสอ เกลือสินเธาว์ ทำผงละลายน้ำอ้อยแดงกิน แก้อาการใด

a)

ปัสสาวะขาวข้น

b)

ปัสสาวะเหลืองดังน้ำขมิ้น

c)

ปัสสาวะแดงหรือมีเลือด

d)

ปัสสาวะดำ

14.

เอกสันฑฆาต โทสันฑฆาต ตรีสันฑฆาต มีอาการสำคัญต่างกัน อยากทราบว่าอาการสำคัญของตรีสันฑฆาตมีอาการดังข้อใด

a)

โลหิตระดูแห้ง ภาวะขาดระดูซึ่งอาจมีสาเหตุจากโลหิตจาง ความผิดปกติของรังไข่และฮอร์โมน

b)

หญิงและชายมีอาการป่วยเช่นเดียวกัน นอกจากภาวะโลหิตจางแล้วยังแสดงถึงการขาดอาหาร

c)

มีกาฬเกิดขึ้นเป็นเม็ดข้าวสารหักตามอวัยวะต่าง ๆ ในหญิงขาดระดูมีก้อนเท่าไข่ไก่ติดกระดูกสันหลังข้างใน ชายเจ็บสะดือ เจ็บไข่ดันทั้ง 2 ข้าง ที่องคชาติมีเม็ดขึ้น

d)

เป็นความผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะ และอวัยวะสืบพันธุ์ของชาย ทำให้ถ่ายอุจจาระและปัสสาวะผิดปกติ

15.

อัณฑะข้างขวาอักเสบ แดง และแสบร้อนเป็นกำลังมีน้ำเหลืองไหลซึมในรูองคชาต ขัดปัสสาวะให้ขบปวดเสียวแล่นลงไปตามเท้า ทำให้การถ่ายปัสสาวะผิดปกติ จากองคสูตร4 โรคเกิดกับชายในทั้ง 4ฤดู อาการดังกล่าวเกิดจากฤดูใด

a)

วสันตฤดู (เดือน 2-4)

b)

คิมหันตฤดู (เดือน 5-7)

c)

วัสสานะฤดู (เดือน 8-10)

d)

เหมันตฤดู (เดือน 11-1)

16.

เอาขี้วัวสดกับขมิ้นอ้อย สิ่งละเท่า ๆ กัน บดพอกหัวหน่าว 5 วันหายแล ในองคสูตร 4 ใช้แก้ในฤดูไหน

a)

วสันตฤดู

b)

คิมหันตฤดู

c)

วัสสานะฤดู

d)

เหมันตฤดู

17.

ข้อใดไม่ใช่อาการช้ำรั่ว

a)

คลอดบุตร อยู่ไฟไม่ได้ มดลูกเน่า

b)

ส้องเสพเมถุนกับบุรุษเกินประมาณ

c)

เป็นฝีในมดลูก

d)

มีการติดเชื้อของท่อปัสสาวะโดยมิได้เสพเมถุน

18.

สัณฆาต เกิดขึ้นในดี ตับ ปอด และหัวใจ เกิดเพื่ออะไร

a)

เพื่อโลหิตแห้ง

b)

เพื่อปัตคาต

c)

เพื่อกาฬ

d)

เพื่อกล่อนแห้ง

19.

โรคชนิดใด เมื่อบังเกิดขึ้นให้ปวดในรูองคชาต มีปัสสาวะเล็ดออกมา มีปัสสาวะหยดย้อย เจ็บบั้นเอว กินไม่ได้ โรคเกิดเพื่อเสมหะ3ส่วน โลหิต2ส่วน

a)

อุปทม

b)

องคสูตร

c)

ช้ำรั่ว

d)

ไส้ด้วน

20.

องคสูตร ที่เกิดขึ้นในฤดูใด กระทำให้ผิวอัณฑะดำบวม เจ็บตาข้างหนึ่ง ปวดศีรษะข้างหนึ่ง ปัสสาวะเป็นน้ำเหลือง โลหิตเจือออกมา แสบตามช่องปัสสาวะ

a)

คิมหันตฤดู

b)

วสันตฤดู

c)

เหมันตฤดู

d)

สันนิปาตฤดู

21.

ช้ำรั่ว ที่เกิดจากสาเหตุใด ทำให้เจ็บปวดที่มดลูกเป็นกำลัง ขัดเสียวที่หัวเหน่า ปัสสาวะปวดแสบหยดย้อย

a)

เกิดเพราะฝีที่มดลูก

b)

เกิดเพราะสตรีชอบประกอบเมถุนกามสำส่อนเป็นเนืองนิจ

c)

เกิดเพราะเสพเมถุนมาเกินประมาณ

d)

เกิดเพราะสตรีมีโลหิตทุจริตโทษ

22.

ข้อใดไม่ใช่สาเหตุของไส้ด้วน

a)

เสพเมถุนสำส่อน

b)

เสพเมถุนกับสตรีมีประจำเดือน

c)

เสพเมถุนรุนแรง

d)

เสพเมถุนกับสตรีแพศยา

e)

เสพเมถุนกับสาวพรหมจรรย์

23.

อุปทม ที่เกิดจากสาเหตุใด มักเกิดที่ปลายองค์กำเนิด แล้วลามไปในช่องปัสสาวะ จนบวมแล้วแข็งเข้าเป็นตาย

a)

เสพเมถุน กับสตรีที่ยังไม่มีประจำเดือน

b)

เสพเมถุนกับสตรีแพศยา

c)

เพราะโทษดานและกระษัยกล่อนและกาฬมูตร

d)

เพราะนิ่ว บุรุษกลายเป็นคชราช

24.

ยาแก้น้ำปัสสาวะสีเหลืองดุจน้ำขมิ้น ใช้น้ำกระสายยาใด

a)

น้ำมะนาว

b)

น้ำสุก

c)

น้ำอ้อย

d)

น้ำตาลกรวด

25.

อุปทมที่เกิดตั้งแต่สะดือ ถึงหัวเหน่า ทำให้แสบร้อน ปัสสาวะมิได้ เป็นโรคที่มักเกิดกับบุรุษชนิดใด

a)

นักบวช ภิกษุ

b)

บุรุษที่เสพเมถุนกับหญิงสำส่อน

c)

บุรุษที่เสพเมถุนกับหญิงมีประจำเดือน

d)

บุรุษที่เสพเมถุนกับหญิงแพศยา