wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ชุดที่ 7 ติว ศิลปหัตถกรรม

Total questions: 30

Worksheet time: 15mins

Name
Class
Date
1.
1. ข้อใดเป็นกระบวนการดูแลสุขภาพในขั้นของการประเมินปัญหา
a)
1. การรู้ว่าตนเองอยู่ในสภาวะที่เสี่ยงต่อการเกิดโรค
b)
2. การพิจารณาสุขภาพของตนเองว่าแข็งแรงหรือไม่
c)
3. การผ่อนคลายความเครียดด้วยการนวด
d)
4. การไปพบแพทย์เพื่อท าการรักษา
2.
2. การดูแลสุขภาพของสมาชิกในครอบครัวข้อใดส าคัญที่สุด
a)
1. การรักษาความสะอาด
b)
2. การพักผ่อนนอนหลับ
c)
3. การรับประทานอาหาร
d)
4. การป้องกันโรค
3.
3. ข้อใดไม่ใช่หัวใจสำคัญของลักษณะการด าเนินงานสาธารณสุขมูลฐาน
a)
1. ดูแลสุขภาพอนามัยของประชาชนในชุมชน
b)
2. การให้การรักษาพยาบาลอาการเจ็บป่วยของประชาชน
c)
3. ประชาชนไม่มีส่วนร่วมในการส่งเสริมสุขภาพกับหน่วยงาน
d)
4. ให้การส่งเสริมสุขภาพและการฟื้นฟูสมรรถภาพของร่างกาย
4.
4. ข้อใดคือสภาพปัญหาสาธารณสุขที่พบมากในปัจจุบัน
a)
1. โรคติดต่อ
b)
2. โรคไม่ติดต่อ
c)
3. โรคอุบัติใหม่
d)
4. โรคอุบัติซ้ำ
5.
5. ข้อใดคือความสำคัญของการได้รับข้อมูลข่าวสารด้านสุขภาพ
a)
1. ท าให้ทราบข่าวสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ
b)
2. เป็นช่องทางในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพ
c)
3. ให้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการบั่นทอนสุขภาพ
d)
4. เป็นแหล่งสร้างรายได้ทางด้านสุขภาพ
6.
6. การเลือกรับข้อมูลข่าวสารทางสุขภาพข้อใดไม่เหมาะสม
a)
1. เลือกรับข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวกับการสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว
b)
2. เลือกรับข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวกับการการฟื้นฟูสมรรถภาพ
c)
3. เลือกรับข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวกับการส่งเสริมสุขภาพ
d)
4. เลือกรับข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวกับการป้องกันโรค
7.
7. ข้อมูลข่าวสารสุขภาพนั้น มีบทบาทส าคัญต่อการด าเนินชีวิตของเราอย่างไร
a)
1. สามารถตัดสินใจได้ว่าจะดำเนินชีวิตอย่างไรให้มีสุขภาพดี
b)
2. สามารถวิเคราะห์ปัญหาสุขภาพของตนเองได้
c)
3. สามารถประเมินสุขภาพของตนเองได้
d)
4. สามารถสำรวจสุขภาพของตนเองได้
8.
8. หากต้องการทราบข้อมูลข่าวสารเรื่อง การป้องกันโรคไข้เลือดออก ควรแสวงหาข้อมูลข่าวสาร ด้านสุขภาพ จากแหล่งปฐมภูมิใด
a)
1. วารสาร นิตยสาร หรือบทความ
b)
2. นิทรรศการของหน่วยงานเอกชน
c)
3. เจ้าหน้าที่สาธารณสุข
d)
4. สารคดีทางสุขภาพ
9.
9. ข้อมูลข่าวสารสุขภาพจากแหล่งปฐมภูมิและแหล่งทุติยภูมิมีความแตกต่างกันในส่วนใด
a)
1. ความถูกต้องของข้อมูล
b)
2. การเผยแพร่ของข้อมูล
c)
3. การได้มาของข้อมูล
d)
4. คุณภาพของข้อมูล
10.
10. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของข้อมูลข่าวสารที่ดี
a)
1. มีความถูกต้องของข้อมูล
b)
2. ทันต่อความต้องการของผู้ใช้
c)
3. ขาดความสมบูรณ์ของเนื้อหา
d)
4. ตรงกับความต้องการของผู้ใช้
11.
11. ข้อใดเป็นการเปลี่ยนแปลงทางด้านสังคมทั้งวัยรุ่นชายและวัยรุ่นหญิง
a)
1. การแสดงความรู้สึกอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมา
b)
2. ความอยากเป็นที่ยอมรับของเพื่อนและกลุ่ม
c)
3. น้ าหนักและส่วนสูงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
d)
4. มีความคิดและมีเหตุผลที่เหมือนผู้ใหญ่
12.
12. วัยรุ่นที่ขาดความรู้เรื่องเพศที่เหมาะสม และขาดการดูแลเอาใจใส่จากผู้ปกครอง อาจส่งผลให้เกิด ปัญหาเรื่องเพศ และปัญหาทางสังคมดังต่อไปนี้ ยกเว้นข้อใด
a)
1. ปัญหาพฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศ
b)
2. โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
c)
3. การขาดเพื่อนต่างเพศ
d)
4. การถูกล่อลวง ขมขื่น
13.
13. การสำเร็จความใคร่ด้วยตนเองเป็นการกระท าที่ผิดหรือไม่ เพราะเหตุใด
a)
1. ผิด เพราะไม่รู้จักยับยั้งอารมณ์ทางเพศ
b)
2. ผิด เพราะเป็นการกระทำที่น่ารังเกียจของบุคคล
c)
3. ไม่ผิด เพราะเป็นการระบายความตึงเครียดทางอารมณ์
d)
4. ไม่ผิด เพราะเป็นการกระทำกับตนเองมิได้ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น
14.
14. ปัจจัยใดไม่มีส่วนเกี่ยวข้องที่อาจส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมทางเพศที่เกิดจากตนเองของวัยรุ่น
a)
1. การเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคมของวัยรุ่น
b)
2. การเลือกรับสื่อต่างๆ เช่น สื่อสิ่งพิมพ์ และอินเทอร์เน็ต เป็นต้น
c)
3. การไม่ยึดคุณธรรมจริยธรรม ไม่รู้จักแยกแยะความดี ความชั่ว
d)
4. การขาดการนับถือตนเอง เนื่องจากชอบเลียนแบบผู้อื่น
15.
15. การมีเพศสัมพันธ์เพียงครั้งเดียวของวัยรุ่นอาจส่งผลให้ตั้งครรภ์ได้หรือไม่ เพราะเหตุใด
a)
1. ได้ เพราะมีการหลั่งน้ำอสุจิ
b)
2. ได้ เพราะทั้งคู่พร้อมที่จะมีบุตรแล้ว
c)
3. ไม่ได้ เพราะวันนั้นไข่อาจจะยังไม่ตก
d)
4. ไม่ได้ เพราะมีการนับระยะปลอดภัยไว้แล้ว
16.
16. ข้อใดคือสิ่งที่ควรทำเป็นอันดับแรกเมื่อถูกล่วงละเมิดทางเพศ
a)
1. เดินหนีให้เร็วที่สุด
b)
2. ต่อว่าด้วยถ้อยคำที่รุนแรง
c)
3. ตั้งสติและตั้งใจปฏิเสธอย่างจริงจัง
d)
4. พูดปฏิเสธด้วยน้ำเสียงและท่าทางที่จริงจัง
17.
ๅึใ ข้อใดไม่ใช่อิทธิพลของครอบครัวที่เป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลทางเพศของวัยรุ่น
a)
1. ความศรัทธาในศาสนา
b)
2. ความสัมพันธ์ในครอบครัว
c)
3. การจับกลุ่มกันกับเพื่อนเพื่อท ากิจกรรมต่างๆ
d)
4. การปลูกฝังเจตคติที่ดีในเรื่องบทบาทของชายหญิง
18.
18. ข้อใดคือลักษณะของครอบครัวที่ไม่เป็นประชาธิปไตย
a)
1. สร้างระเบียบของครอบครัวร่วมกัน
b)
2. สมาชิกทุกคนร่วมกันแก้ไขปัญหา
c)
3. ผู้นำครอบครัวเป็นผู้ออกค าสั่ง
d)
4. ฟังความคิดเห็นของสมาชิก
19.
19. วัฒนธรรมใดของชาวตะวันตก ที่วัยรุ่นในสังคมไทยไม่ควรน ามาเป็นแบบอย่างในการด าเนินชีวิต
a)
1. สนิทสนมกับเพื่อนต่างเพศ
b)
2. การกอดจูบในที่สาธารณะ
c)
3. การคบเพื่อนต่างเพศ
d)
4. การเที่ยวกลางคืน
20.
20. ข้อใดคือแนวทางป้องกันความเสี่ยงต่อการมีพฤติกรรมทางเพศที่เหมาะสมที่สุด
a)
1. ดูสื่อยั่วยุอารมณ์ทางเพศ
b)
2. เที่ยวแหล่งสถานบันเทิงต่างๆ
c)
3. ทำกิจกรรมต่างๆ ที่เป็นประโยชน์
d)
4. สนิทสนมกับเพศตรงข้ามจนเกินงาม
21.
21. ควรปลูกฝังค่านิยมทางเพศของวัยรุ่นในเรื่องใดมากที่สุด
a)
1. ค่านิยมการแสดงออกทางเพศอย่างเปิดเผย
b)
2. ค่านิยมในเรื่องการจัดการอารมณ์ทางเพศ
c)
3. ค่านิยมในเรื่องความรับผิดชอบ
d)
4. ค่านิยมรักนวลสงวนตัว
22.
22. อิทธิพลใดมีผลต่อค่านิยมทางเพศของวัยรุ่นมากที่สุด
a)
1. ศาสนา
b)
2. ครอบครัว
c)
3. บุคลิกภาพ
d)
4. บรรทัดฐานทางสังคม
23.
23. ข้อใดเป็นการแสดงออกที่ไม่เหมาะสมของฝ่ายหญิง ที่แสดงต่อเพื่อนชาย
a)
1. ยิ้มและกล่าวทักทาย
b)
2. ให้เพื่อนชายถูกเนื้อต้องตัว
c)
3. รับประทานอาหารด้วยกัน
d)
4. ซื้อขนมมาฝากเพื่อเป็นการขอบคุณ
24.
24. ข้อใดไม่ใช่การปฏิบัติตนตามค่านิยมทางเพศที่เหมาะสม
a)
1. ปฏิบัติตามขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงามของไทย
b)
2. ฝ่ายชายและฝ่ายหญิงควรให้เกียรติซึ่งกันและกัน
c)
3. การแต่งกายให้ถูกกาลเทศะและเหมาะสมกับวัย
d)
4. การหมกมุ่นในเรื่องเพศมากเกินไป
25.
25. การปฏิบัติในข้อใดสอดคล้องกับค่านิยมรักนวลสงวนตัว
a)
1. ไม่ไปไหนกับเพื่อนต่างเพศ
b)
2. ไม่สมาคมกับเพื่อนต่างเพศ
c)
3. ไม่ให้เพื่อนต่างเพศช่วยเหลือ
d)
4. ไม่อยู่ในที่ลับตากับเพื่อนต่างเพศ
26.
26. ในการท างานร่วมกันกับผู้อื่นอย่างมีประสิทธิภาพ ข้อใดคือปัจจัยที่สำคัญที่สุด
a)
1. การมีน้ าใจต่อเพื่อนร่วมงาน
b)
2. ความอดทนต่อเพื่อนร่วมงาน
c)
3. การเสียสละต่อเพื่อนร่วมงาน
d)
4. การมีสัมพันธภาพที่ดีต่อเพื่อนร่วมงาน
27.
27. บุคคลในข้อใดสามารถสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม
a)
1. บุคคลที่แยกตัวจากสังคม
b)
2. บุคคลที่ไม่รับฟังเหตุผล
c)
3. บุคคลที่มีภาวะซึมเศร้า
d)
4. บุคคลที่พูดจาสุภาพ
28.
29. เพราะเหตุใด มนุษย์จึงต้องมีการสร้างสัมพันธภาพที่ดีต่อกัน
a)
1. มนุษย์อยู่ร่วมกันในสังคม
b)
2. เพื่อให้มีเพื่อนที่หลากหลาย
c)
3. มนุษย์มีการแก่งแย่ง แข่งขันกัน
d)
4. เพื่อผลประโยชน์ในหน้าที่การงาน
29.
30. หากเพื่อนของนักเรียนพูดถึงเรื่องราวที่ไม่ดีของบุคคลที่ 3 ให้นักเรียนฟัง ซึ่งเป็นบุคคลที่นักเรียน รู้จักและคุ้นเคย นักเรียนควรทำอย่างไร
a)
1. ไม่แสดงความคิดเห็น และพยายามเปลี่ยนหัวข้อสนทนา
b)
2. พิจารณาว่าถ้าเป็นความจริงควรบอกให้ผู้นั้นแก้ไข
c)
3. พยายามชักชวนให้เพื่อนพูดขยายความมากขึ้น
d)
4. แนะน าเพื่อนว่าไม่ควรพูดให้ผู้อื่นเสียหาย
30.
30. การปรับตัวให้เข้ากับผู้อื่นควรยึดหลักการใด
a)
1. การท าความดี
b)
2. ยึดหลักการและเหตุผล
c)
3. ยอมรับสภาพ
d)
4. แก้ไขข้อบกพร่อง