Font size
Worksheets....
Total questions: 11
Worksheet time: 55mins
กิจกรรมในข้อใดจัดเป็นการนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) ตามแนวทางการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ 3Rs (Onet-60)
การนำกระดาษหนังสือพิมพ์มาเช็ดกระจก
การนำกระดาษที่ใช้แล้วมาทำเป็นกระดาษสา
การบริจาคเสื้อที่ไม่ได้ใส่แล้วให้แก่คนอื่นที่ต้องการ
การซื้อน้ำยาล้างจานชนิดถุงเติมแทนการซื้อขวดใหม่
จัดชุดการทดลอง ดังภาพ และทำการทดลองที่อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส
การเปลี่ยนแปลงที่สังเกตได้ คือ เกิดฟองแก๊สไม่มีสีไปแทนที่น้ำในกระบอกตวง และเมื่อเวลาผ่านไปฟองแก๊สจะเกิด ช้าลงจนฟองแก๊สเต็มกระบอกตวง และขณะเกิดฟองแก๊ส พบว่า ขวดรูปชมพู่ร้อนขึ้น
จากข้อมูล ข้องรูปใดต่อไปนี้ถูกต้อง (Onet-60)
ปฏิกิริยานี้เป็นปฏิกิริยาดูดความร้อนเนื่องจากระบบร้อนขึ้น
สารละลาย X มีสมบัติในการเปลี่ยนสีกระดาษลิตมัสสีแดงเท่านั้น
ถ้านำชิ้นสังกะสีมาพับให้เป็นก้อนแน่น ๆ จะทำให้ฟองแก๊สเกิดได้เร็วขึ้นและมีปริมาณมากขึ้น
มวลแก๊สที่เกิดขึ้นทั้งหมดในกระบอกตวงน้อยกว่ามวลของสารละลาย X และสังกะสีที่ทำปฏิกิริยากัน
แป้งจะถูกเปลี่ยนให้เป็นน้ำตาลกลูโคสได้ โดยการนำแป้งไปทำปฏิกิริยากับน้ำ และมีเอนไซม์ที่เหมาะสมเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา เมื่อนำน้ำตาลกลูโคสที่เกิดขึ้นไปหมักกับยีสต์ จะทำให้ได้ผลิตภัณฑ์เป็นเอทานอลและแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ และถ้านำเอทานอลที่ได้ไปทำปฏิกิริยากับแก๊สออกซิเจนจะเกิดผลิตภัณฑ์เป็นน้ำส้มสายชู ซึ่งนำมาใช้กำจัดตะกรันที่เกาะแน่นอยู่ก้นภาชนะที่ใช้ต้มน้ำได้ โดยจะเกิดสารประกอบแคลเซียมแอชิเตต น้ำ และแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์
จากข้อมูล การเขียนสมการเคมีของปฏิกิริยาใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง (Onet-60)
แป้ง + น้ำ → (เอนไซม์) กลูโคส
กลูโคส + ยีสต์ → เอทานอล + แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์
เอทานอล + แก๊สออกซิเจน → กรดน้ำส้ม
กรดน้ำส้ม + หินปูน → แคลเซียมแอซิเตต + น้ำ + แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์
นำสาร A มาทำปฏิกิริยากับสารละลาย B ที่มีอุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส เมื่อปฏิกิริยาสิ้นสุดจะใช้เวลา 20 นาที พบว่า เกิดตะกอน C มวล 6 กรัม ดังสมการ
A + B --> C
ทำการทดลองซ้ำอีกครั้ง โดยใช้สารตั้งต้นปริมาณเท่าเดิม แต่เปลี่ยนอุณหภูมิของสารละลาย B เป็น 55 องศาเซลเซียส จากข้อมูล ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับผลการทดลองที่ได้จากการทดลองช้ำ (Onet-61)
ตะกอน C ที่เกิดขึ้นมีมวลมากกว่า 6 กรัม
เวลาที่ใช้ในการเกิดตะกอน C จนสมบูรณ์ น้อยกว่า 20 นาที
มวลของตะกอน C ที่เกิดขึ้น ขึ้นอยู่กับมวลของสารละลาย B เท่านั้น
ช่วงนาทีแรกของการเกิดปฏิกิริยา ตะกอน C จะเกิดน้อยกว่าการทดลองครั้งแรก
ในการทดลองครั้งหนึ่ง ทำการทดลอง ดังนี้
1. ใส่สารละลาย A2E4 ลงในบีกเกอร์
2. เติมสาร EB ลงไปผสมกับสารในข้อ 1 แล้วให้ความร้อนเป็นเวลา 30 นาที
3. วิเคราะห์ชนิดของสารหลังเกิดปฏิกิริยา พบสาร A2E5B และสาร A2E4 เหลืออยู่
จากข้อมูล ข้อใดเขียนสมการเคมีแสดงการเกิดปฏิกิริยาเคมีของการทดลองนี้ได้ถูกต้อง (Onet-61)
A2E4 --> A2E5B
A2E4 --> A2E5B + A2E4
A2E4 + EB --> A2E5B
เมื่อละลายสารชนิดหนึ่ง จำนวน 20 กรัม ในน้ำที่มีอุณหภูมิ 15 องศาเซลเซียส จำนวน 100 กรัม แล้ววัดอุณหภูมิหลังการละลาย พบว่าสารละลายที่ได้มีอุณหภูมิ 10 องศาเซลเซียส
กำหนดให้ x คือ พลังงานที่ใช้ทำให้สารแยกตัวเป็นอนุภาคเล็กๆ
y คือ พลังงานที่อนุภาคของสารยึดเหนี่ยวกับโมเลกุลของน้ำ
จากข้อมูล การละลายน้ำของสารชนิดนี้เป็นการละลายประเภทใด และการเปรียบเทียบค่า x กับ y เป็นอย่างไร (Onet-62)
การละลายประเภทดูดความร้อน
x > y
การละลายประเภทดูดความร้อน
x < y
การละลายประเภทคายความร้อน
x > y
การละลายประเภทคายความร้อน
x < y
ปฏิกิริยาเคมีระหว่างสารละลาย A กับสารละลาย B ได้ผลิตภัณฑ์เป็นผลึก C แก๊ส D และของเหลว E ดังสมการ
สารละลาย A + สารละลาย B --> ผลึก C + แก๊ส D + ของเหลว E
ถ้าทำการทดลองในหลอดทดลองที่ปิดด้วยจุกยางพบว่า เมื่อสารตั้งต้นทั้ง 2 ชนิด ทำปฏิกิริยากันจนสารหมดพอดี จะเกิดผลึก C แก๊ส D และของเหลว E ที่มีมวลรวมเท่ากับ 30 กรัม และหลอดทดลองที่ใช้ทำการทดลองมีอุณหภูมิลดลง จากข้อมูล ข้อความต่อไปนี้ถูก (เลือกข้อที่ถูกทุกข้อ) (Onet-62)
ปฏิกิริยาเคมีที่เกิดขึ้นเป็นปฏิกิริยาดูดความร้อน
ถ้าทำการทดลองซ้ำ โดยนำสารตั้งต้นทั้ง 2 ชนิดมาทำปฏิกิริยากันในหลอดทดลองที่ไม่ได้ปิดด้วยจุกยาง เมื่อเกิดปฏิกิริยาจนสารหมดพอดี มวลของผลิตภัณฑ์ที่ชั่งได้จะเท่ากับมวลรวมของสารละลาย A กับสารละลาย B
ถ้าทำการทดลองในหลอดทดลองที่ปิดด้วยจุกยาง โดยใช้ปริมาณสารตั้งต้นเท่าเดิม แต่ให้ความร้อนเพิ่มทำให้ปฏิกิริยาเกิดเร็วขึ้น เมื่อสารทำปฏิกิริยากันจนหมดพอดีจะได้ปริมาณผลิตภัณฑ์มีมวลรวมกันมากกว่า 30 กรัม
ข้อใดนำวัสดุไปใช้ประโยชน์ได้เหมาะสมตามสมบัติของวัสดุ (Onet-63)
นำเซรามิกมาผลิตเป็นส่วนปลายไขควงสำหรับตรวจสอบไฟฟ้า
นำพลาสติกที่ผสมกับเส้นใยแก้วมาผลิตเป็นผ้าเช็ดมือและผ้าเช็ดโต๊ะ
นำเส้นใยสับปะรดมาผลิตเป็นแผ่นฟิล์มใสสำหรับติดหน้าจอโทรศัพท์มือถือ
นำเหล็กที่ผสมคาร์บอนและโครเมียมมาผลิตเป็นกระป๋องสำหรับบรรจุอาหาร
ศึกษาปฏิกิริยาเคมีระหว่างสารx กับ สารy และปฏิกิริยาที่มีระหว่าง สารx กับ สารy โดยวัดอุณหภูมิของ สารก่อนผสมในบิ๊กเกอร์ และเกิดปฏิกิริยาเคมีบันทึกลักษณะผลิตภัณฑ์และม้วนที่ช่างได้ในบิ๊กเกอร์ได้ผลดังตาราง
จากข้อมูลข้อใดกล่าวถูกต้อง (Onet-63)
b มีค่าเท่ากับมวลรวมของ สาร X กับ Z ก่อนเกิดปฏิกิริยาเคมี
a มีค่าเท่ากับปริมาณผลิตภัณฑ์ส่วน หนึ่ง ที่ได้จากปฏิกิริยา ระหว่าง สาร X กับ Y
ผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นจากทั้ง 2 ปฏิกิริยา มีจำนวนอะตอมไม่เท่ากับจำนวนอะตอมของสารตั้งต้น
การเกิดปฏิกิริยาเคมีระหว่างสาร X กับ Z มีการถ่ายโอนความร้อนจาก ระบบไปสู่สิ่งแวดล้อม
การทดลองเพื่อศึกษากฎทรงมวล โดยใช้น้ำส้มสายชู 90 กรัม ทำปฏิกิริยากับ เบกกิ้งโซดา 10 กรัม โดยออกแบบการทดลองดึงแผนภาพ
สิ่งใดที่ผู้ทดลองควรทำต่อหลังทราบผลการทดลอง (Onet-64)
ลงข้อสรุปว่าการทดลองไม่เป็นไปตามกฎทรงมวล
ออกแบบการทดลองใหม่ให้เป็นระบบปิดเพื่อเก็บแก๊สไว้ซึ่งมวล
อภิปรายว่าผลการทดลองคลาดเคลื่อนเนื่องจากเครื่องชั่ง
เขียนในรายงานว่าน้ำส้มสายชูอาจจะระเหยทำให้มวลหายไป
จากการทดลองทำปฏิกิริยาระหว่างลวดแมกนีเซียมกับสารละลายกรดไฮโดรคลอริกเริ่มการทดลองโดยใส่ลวดแมกนีเซียมในลูกโป่งและสารละลายกรดไฮโดรคลอริกในขวดรูปชมพู่ดังรูป เมื่อสิ้นสุดปฏิกิริยา จดบันทึกค่า X แล้วถอดลูกโป้งออก นำสารละลายและลูกโป้งมาชั่งน้ำหนักอีกครั้ง ดังรูป (Onet-65)
ข้อใดถูกต้อง
X ควรมีค่าเท่ากับ 214.80 ตามกฎทรงมวล
การทดลองเป็นไปตามกฎทรงมวล จึงสรุปได้ว่า มวลของลวดแมกนีเซียมที่ทำปฏิกิริยาไป เท่ากับ 0.20 กรัม
เมื่อสิ้นสุดปฏิกิริยา มวลที่ลดลง 0.20 กรัม คือ มวลของแก๊สไฮโดรเจนและไอกรดที่ระเหยไป
ผลิตภัณฑ์น้ำหนักรวมน้อยกว่าน้ำหนักสารตั้งต้นแสดงว่า การทดลองไม่เป็นไปตามกฎทรงมวล
