Wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

พรบ.คุ้มครองเด็ก 2546 ชุดที่ 3

Total questions: 51

Worksheet time: 51mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดหมายความว่าเด็ก ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๖

a)

ผู้ที่ยังไม่จบการศึกษาภาคบังคับ

b)

บุคคลซึ่งมีอายต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์

c)

เด็ก อายุไม่เกิน ๑๕ ปี ที่จดทะเบียนสมรส

d)

ถูกทุกข้อ

2.

เด็กตามข้อใดคือเด็ก เร่ร่อน ?

a)

เด็กท่ีไม่มีบิดามารดาหรือผู้ปกครอง หรือมีแต่ไม่เลี้ยงดู หรือไม่สามารถเลี้ยงดูได้

b)

เด็กที่อยู่ในครอบครัวยากจนหรือบิดามารดาหย่าร้าง ทิ้งร้าง หรือแยกกันอยู่

c)

เด็กที่ประพฤติตนไม่สมควร เด็กที่ประกอบอาชีพหรือคบหาสมาคมกับบุคคลท่ีน่าจะชักนำไปในทางกระทาผิดกฎหมาย

d)

เด็กที่บิดาหรือมารดาเสียชีวิตเด็ก ท่ีไม่ปรากฏบิดามารดาหรือไม่สามารถสืบหาบิดามารดาได้

3.

ข้อใดคือเด็กกำพร้า

a)

เด็กท่ีไม่มีบิดามารดาหรือผู้ปกครอง หรือมีแต่ไม่เลี้ยงดู หรือไม่สามารถเลี้ยงดูได้

b)

เด็กที่อยู่ในครอบครัวยากจนหรือบิดามารดาหย่าร้าง ทิ้งร้าง หรือแยกกันอยู่

c)

เด็กที่ประพฤติตนไม่สมควร เด็กที่ประกอบอาชีพหรือคบหาสมาคมกับบุคคลท่ีน่าจะชักนำไปในทางกระทาผิดกฎหมาย

d)

เด็กที่บิดาหรือมารดาเสียชีวิต เด็กที่ไม่ปรากฏบิดามารดาหรือไม่สามารถสืบหาบิดามารดาได้

4.

ข้อใดคือเด็กที่อยู่ในสภาพยากลำบาก

a)

เด็กท่ีไม่มีบิดามารดาหรือผู้ปกครอง หรือมีแต่ไม่เลี้ยงดู หรือไม่สามารถเลี้ยงดูได้

b)

เด็กที่อยู่ในครอบครัวยากจนหรือบิดามารดาหย่าร้าง ทิ้งร้าง หรือแยกกันอยู่

c)

เด็กที่ประพฤติตนไม่สมควร เด็กที่ประกอบอาชีพหรือคบหาสมาคมกับบุคคลท่ีน่าจะชักนำไปในทางกระทาผิดกฎหมาย

d)

เด็กที่บิดาหรือมารดาเสียชีวิต เด็กที่ไม่ปรากฏบิดามารดาหรือไม่สามารถสืบหาบิดามารดาได้

5.

เด็กตามข้อใดอยู่สภาพที่เสี่ยงต่อการกระทำผิด

a)

เด็กที่ประพฤติตนไม่สมควร

b)

เด็กที่อยู่ในสภาพแวดล้อมหรือสถานที่อันอาจชักนำไปในทางเสียหาย

c)

เด็กที่ประกอบอาชีพหรือคบหาสมาคมกับบุคคลที่น่าจะชักนำไปในทางกระทำผิดกฎหมาย

d)

ถูกทุกข้อ

6.

ข้อใดเป็นนักเรียนตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.๒๕๔๖

a)

เด็ก ซึ่งกำลังรับการศึกษาขั้นพื้นฐานระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา

b)

เด็ก ซึ่งกำลังรับการศึกษาภาคบังคับ ระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา

c)

เด็ก ซึ่งกำลังรับการศึกษาภาคบังคับและขั้นพื้นฐานระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา

d)

เด็ก ซึ่งกำลังรับการศึกษาภาคบังคับและขั้นพื้นฐานระดับประถมศึกษาหรือมัธยมศึกษา

7.

นักศึกษาตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.๒๕๔๖ คือข้อใด

a)

เด็ก ซึ่งกำลังรับการศึกษาระดับปริญญาหรือเทียบเท่า

b)

เด็ก ซึ่งกำลังรับการศึกษาสูงกว่าขั้นพื้นฐานหรือเทียบเท่า

c)

เด็ก ซึ่งกำลังรับการศึกษาระดับอุดมศึกษาหรือเทียบเท่า

d)

เด็ก ซึ่งกำลังรับการศึกษาระดับ อาชีวะศึกษา/อุดมศึกษา/เทียบเท่า

8.

บิดามารดาตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.๒๕๔๖ คือข้อใด

a)

บิดา มารดา ท่ีจดทะเบียนสมรสกัน

b)

บิดา มารดา ท่ีไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน

c)

บิดา มารดา ที่หย่าร้างกัน

d)

ทุกข้อ

9.

ข้อใดคือผู้ปกครองตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.๒๕๔๖

a)

บิดามารดา ผู้อนุบาล ผู้ รับบุตรบุญธรรม

b)

ผู้ปกครอง ตามประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์

c)

พ่อเลี้ยงแม่เลี้ยง ผู้ปกครองสวัสดิภาพ นายจ้าง

d)

ทุกข้อ

10.

ข้อใดคือสถานรับเลี้ยงเด็ก ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๖

a)

สถานที่รับเลี้ยงและพัฒนาเด็ก ที่มีอายุไม่เกิน 6 ปีบริบูรณ์ และมีจำนวนตั้งแต่ 6 คนขึ้นไป

b)

สถานที่รับเลี้ยงและพัฒนาเด็ก ที่มีอายุต่ำกว่า 6 ปีบริบูรณ์ และมีจำนวนตั้งแต่ 6 คนขึ้นไป

c)

สถานที่รับเลี้ยงและพัฒนาเด็ก ที่มีอายุไม่เกิน 6 ปีบริบูรณ์ และมีจำนวนมากกว่า 6 คนขึ้นไป

d)

สถานที่รับเลี้ยงและพัฒนาเด็ก ที่มีอายุต่ำกว่า 6 ปีบริบูรณ์ และมีจำนวนมากกว่า 6 คนขึ้นไป

11.

ใครเป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.๒๕๔๖

a)

รัฐมนตรีฯกระทรวงมหาดไทย

b)

รัฐมนตรีฯกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

c)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

d)

ทุกข้อ

12.

ใครเป็นผู้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่

a)

รัฐมนตรีฯกระทรวงมหาดไทย

b)

รัฐมนตรีฯกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

c)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

d)

ทุกข้อ

13.

ใครเป็นประธานคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติ

a)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

b)

รัฐมนตรีฯกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

c)

รัฐมนตรีฯกระทรวงมหาดไทย

d)

ผู้ทรงคุณวุฒิ

14.

คณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๖ มีก่ีคน

a)

๒๓ คน

b)

๒๖ คน

c)

๒๕ คน

d)

ไม่เกิน ๒๕ คน

15.

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านครู ในคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติ เป็นไปตามข้อใด

a)

มีประสบการณ์ในการงานที่ทำไม่น้อยกว่า ๗ ปี

b)

มีจำนวน ๒ คน

c)

จะต้องมีผู้แทนจากภาคเอกชนอย่างน้อหน่ึงคน

d)

ทุกข้อ

16.

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติต้องเป็นสตรีจำนวนเท่าใด

a)

ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการ

b)

ไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนกรรมการ

c)

ไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการ

d)

ไม่น้อยกว่าสามในสี่ของกรรมการ

17.

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละกี่ปี

a)

๒ ปี

b)

๓ ปี

c)

๔ ปี

d)

๕ ปี

18.

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติจะพ้นจากตำแหน่งเมื่อใด

a)

ประพฤติเสื่อมเสีย

b)

ขาดการประชุมติดต่อกันสามคร้ังโดยไม่มีเหตุอันสมควร

c)

ได้รับโทษจำคุก

d)

ทุกข้อ

19.

ใครเป็นประธานคณะกรรมการคุ้มครองเด็กจังหวัด ?

a)

ผู้ว่าราชการจังหวัด

b)

ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

c)

นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด

d)

ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

20.

ผู้ปกครองตามข้อใดถือว่าปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๖

a)

ไม่ทอดทิ้งเด็กไว้ในสถานรับเลี้ยงเด็ก หรือสถานพยาบาลหรือไว้กับบุคคลท่ีรับจ้างเลี้ยงเด็ก /ท่ีสาธารณะ

b)

ไม่ละทิ้งเด็กไว้ ณ สถานที่ใดๆโดยไม่จัดให้มีการป้องกันดูแลสวัสดิภาพหรือให้การเลี้ยงดูท่ีเหมาะสม

c)

ไม่จงใจหรือละเลยไม่ให้สิ่งท่ีจำเป็นแก่การดารงชีวิตหรือสุขภาพอนามัย จนน่าจะเกิดอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจของเด็ก

d)

ทุกข้อ

21.

การกระทำตามข้อใดถือว่ามีความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๖

a)

กระทำหรือละเว้นการกระทำอันเป็นการทารุณกรรมต่อร่างกายหรือจิตใจของเด็ก

b)

บังคับ ขู่เข็ญ ชักจูงส่งเสริมหรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร

c)

โฆษณาทางสื่อมวลชนหรือเผยแพร่ด้วยประการใด เพื่อรับเด็กหรือยกเด็กให้แก่บุคคลอื่นที่มิใช่ญาติของเด็ก

d)

ทุกข้อ

22.

การกระทำตามข้อใดถือว่ามีความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๖

a)

จำหน่าย แลกเปลี่ยน หรือให้สุราหรือบุหรี่แก่เด็กเว้นแต่การปฏิบัติทางการแพทย์

b)

ใช้หรือยินยอมให้เด็กเล่นการพนันไม่ว่าชนิดใดหรือเข้าไปในสถานที่เล่นการพนัน สถานค้าประเวณี

c)

บังคับ ขู่เข็ญใช้ ชักจูง ยุยงส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กเล่นกีฬาหรือให้กระทำการใด เพื่อแสวงหาประโยชน์ทางการค้า

d)

ทุกข้อ

23.

ข้อใดเป็นเหตุให้พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการให้การสงเคราะห์หรือคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก

a)

ผู้ปกครองตกอยู่ในสภาพไม่อาจให้การอุปการะเลี้ยงดู อบรมสั่งสอนและพัฒนาเด็กได้

b)

ผู้ปกครองหย่าร้าง หรือแยกกันอยู่

c)

ผู้ปกครองมีฐานะครอบครัวยากจน มีรายได้น้อย และมีความเป็นอยู่อย่างยากลำบาก

d)

ทุกข้อ

24.

ท่านเป็นผู้อำนวยการสถานศึกษาพบเห็นเด็กตกอยู่ในสภาพจำต้องได้รับการสงเคราะห์หรือคุ้มครองสวัสดิภาพท่านควรดำเนินการตามข้อใด ?

a)

ส่งเด็กเข้าสถานสงเคราะห์ที่อยู่ใ่กล้ที่สุดโดยเร็ว

b)

ให้การช่วยเหลือเบื้องต้นและแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้มีหน้าที่คุ้ม ครองสวัสดิภาพเด็ก

c)

ส่งตัวเด็กให้สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษยท์ ทันทีที่พบ

d)

สอบถามว่าเด็กมีถิ่นฐานอยู่ที่ใด นำส่งผู้ปกครอง หรือแจ้งให้ผู้ปกครองมารับโดยเร็ว

25.

ข้อใดคืออำนาจและหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.๒๕๔๖

a)

เข้าไปในเคหสถาน สถานที่ใด ๆ หรือยานพาหนะใด ๆ ในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก

เพื่อตรวจค้นในกรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการกระทำทารุณกรรมเด็ก

b)

ซักถามเด็ก เมื่อมีเหตุอัน ควรสงสัยว่าเด็กจำต้องได้รับการสงเคราะห์หรือคุ้ม ครองสวัสดิภาพ

c)

มีหนังสือเรียกผู้ปกครอง หรือบุคคลอื่นใดมาใหถ้อยคำหรือข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสภาพความเป็นอยู่ ความประพฤติ สุขภาพและความสัมพันธ์ในครอบครัวของเด็ก

d)

ทุกข้อ

26.

การปฏิบัตตามข้อใดของพนักงานเจ้าหน้าที่ไม่ต้องแสดงบัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่

a)

เข้าไปในเคหสถาน สถานท่ีใด ๆ หรือยานพาหนะใด ๆ ในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตกเพื่อตรวจค้น

b)

ซักถามเด็ก เมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่าเด็กจำต้องได้รับการสงเคราะห์หรือคุ้ม ครองสวัสดิภาพ

c)

ออกคำสั่งเป็นหนังสือให้ผู้ ปกครองของเด็ก ส่งเอกสารหรือหลักฐานเกี่ยวกับเด็ก

d)

เข้าไปในสถานที่อยู่ อาศัยของผู้ปกครอง สถานที่ประกอบการของนายจ้างของเด็ก

27.

เด็กตามข้อใดเป็นเด็กที่พึงได้ร้บการสงเคราะห์

a)

เด็กเร่ร่อน หรือเด็ก กำพร้า เด็กที่ถูกทอดทิ้งหรือพลัดหลง ณ ที่ใดที่หน่ึง

b)

เด็กที่ผู้ปกครองไม่สามารถอุปการะเลี้ยงดูได้ด้วยเหตุใดๆ เช่น ถูกจำคุกกักขัง พิการทุพพลภาพ เจ็บป่วยเรื้อรัง ยากจน

c)

เด็กที่ผู้ปกครองมีพฤติกรรม/ประกอบอาชีพไม่เหมาะสมอันอาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการทางร่างกาย/จิตใจของเด็ก

d)

ทุกข้อ

28.

เด็กตามข้อใดเป็นเด็กที่พึงได้รับการสงเคราะห์

a)

เด็กพิการ เด็ก ที่อยู่ในสภาพยากลำบาก

b)

เด็กที่อยู่ในสภาพที่จำต้องได้รับการสงเคราะห์

c)

เด็กที่ได้รับการเลี้ยงดูโดยมิชอบ

d)

ทุกข้อ

29.

การให้ความสงเคราะห์เด็กตามข้อใดถูกต้อง ?

a)

ให้สงเคราะห์จนอายุครบสิบห้าปีบริบูรณ์

b)

ให้สงเคราะห์จนอายุครบสิบแปดปีบริบูรณ์

c)

ให้สงเคราะห์จนอายุครบยี่สิบปีบริบูรณ์

d)

ให้สงเคราะห์จนอายุครบยี่สิบห้าปีบริบูรณ์

30.

ปลัดกระทรวงหรือผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งให้เด็กเข้ารับการสงเคราะห์ โดยผู้ปกครองไม่ยินยอม ผู้ปกครอง

มีสิทธินำคดีไปสู่ศาลในเขตท้องท่ีนั้นภายในกี่วัน?

a)

๖๐ วัน นับแต่วันรับทราบคำสั่ง

b)

๙๐ วัน นับแต่วันรับทราบคำสั่ง

c)

๑๒๐ วัน นับแต่วันรับทราบคำสั่ง

d)

๑๘๐ วัน นับแต่วันรับทราบคำสั่ง

31.

ผู้ปกครองซึ่งได้รับเด็กกลับมาอยู่ในความดูแล มีพฤติการณ์น่าเชื่อว่าจะให้การเลี้ยงดูโดยมิชอบแก่เด็กอีก ควรดำเนินการตามข้อใด?

a)

ให้พนักงานหรือเจ้าหน้าที่หรือผู้มีหน้าที่คุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก ให้คำแนะนำแก่ผู้ปกครอง

b)

ให้พนักงานหรือเจ้าหน้าที่หรือผู้มีหน้าที่คุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก ดำเนินการฟ้องศาล

c)

ให้พนักงานหรือเจ้าหน้าที่หรือผู้มีหน้าที่คุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก นำเด็กเข้า สถานสงเคราะห์อีกคร้ัง

d)

ให้พนักงานหรือเจ้าหน้าที่หรือผู้มีหน้าที่คุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก นำฝากโรงเรียนประจำพักนอนเพื่อช่วยเหลือเด็ก

32.

กรณีที่มีการทำทัณฑ์บนผู้ปกครองว่าจะไม่กระทำการเป็นการเลี้ยงดูเด็ก โดยมิชอบจะต้องวางหลักประกัน เป็นระยะเวลา

a)

๑ ปี

b)

ไม่เกิน ๑ ปี

c)

๒ ปี

d)

ไม่เกิน ๒ ปี

33.

เด็กที่พึงได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพ คือเด็กตามข้อใด

a)

เด็กที่ถูกทารุณกรรม

b)

เด็กที่เสี่ยงต่อการกระทำผิด

c)

เด็กที่อยู่ในสภาพที่จำต้องได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพ

d)

ทุกข้อ

34.

ผู้ใดพบเห็นหรือประสบพฤติการณ์ท่ีน่าเช่ือว่า มีการกระทำทารุณกรรมต่อเด็ก จะต้องดำเนินการตามข้อใด

a)

แจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที

b)

ให้รีบแจ้งหรือรายงานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่

c)

เข้าไปในสถานที่ดังกล่าวเพื่อตรวจสอบ

d)

ให้คำแนะนำแก่ผู้ปกครอง

35.

ท่านเป็นผู้อำนวยการสถานศึกษาได้รับแจ้งว่ามีการกระทำทารุณกรรมต่อเด็กในสถานที่แห่งหน่ึงท่านจะ

มีอำนาจดำเนินการตามข้อใด ?

a)

มีอำนาจเข้าตรวจค้นและมีอำนาจแยกตัวเด็กจากครอบครัวของเด็ก เพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กโดยเร็วที่สุด

b)

มีอำนาจเข้าตรวจค้นและมีอำนาจแยกตัวเด็กจากครอบครัวของเด็ก เพื่อสงเคราะห์เด็กโดยเร็วที่สุด

c)

มีอำนาจเข้าตรวจค้นและมีอำนาจแยกตัวเด็กจากครอบครัวของเด็ก เพื่อให้ความช่วยเหลือเด็กโดยเร็วที่สุด

d)

แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าท่ีโดยเร็วที่สุด

36.

ถ้าพนักงานเจ้าหน้าท่ีเห็นสมควรต้องสืบเสาะและพินิจเก่ียวกับเด็ก และครอบครัวเพื่อหาวิธีการคุ้มครองสวัสดิภาพจะต้องดำเนินการตามข้อใด

a)

ไม่เกิน ๕ วัน

b)

ไม่เกิน ๗ วัน

c)

ไม่เกิน ๑๕ วัน

d)

ไม่เกิน ๓๐ วัน

37.

หากศาลเห็นว่ามีเหตุจำเป็นเร่งด่วนเพื่อคุ้มครองเด็กมิให้ถูกกระทำทารุณกรรม ศาลมีอำนาจออกคำสั่ง

ให้ตำรวจจับกุมผูที่เชื่อว่าจะกระทำทารุณกรรมแก่เด็ก มากักขังไว้ มีกำหนดคร้ังละไม่เกินก่ีวัน

a)

๑๐ วัน

b)

๒๐ วัน

c)

๓๐ วัน

d)

๑๕ วัน

38.

ในกรณี พนักงานเจ้าหน้าท่ีออกข้อกำหนดให้เด็กทำงานบริการสังคม หากผู้ปกครองไม่เห็นด้วยให้มีสิทธิ

นำคดีไปสู่ศาลภายในกี่วัน

a)

๖๐ วัน

b)

๖๐ วันนับแต่วันรับทราบคำสั่ง

c)

๑๒๐ วัน

d)

๑๒๐ วันนับแต่วันรับทราบคำสั่ง

39.

การแต่งตั้งผู้คุ้มครองสวัสดิภาพเด็กให้มีระยะเวลาตามข้อใด ?

a)

คราวละไม่เกิน ๑ ปี

b)

คราวละไม่เกิน ๒ ปี

c)

คราวละไม่เกิน ๓ ปี

d)

คราวละไม่เกิน ๔ ปี

40.

ผู้ใดจะจัดตั้งสถานรับเลี้ยงเด็ก สถานแรกรับ สถานสงเคราะห์ สถานคุ้มครองสวัสดิภาพ และสถานพัฒนาและฟื้นฟู ต้องขอรับใบอนุญาตต่อใคร?

a)

ปลัดกระทรวง

b)

ผู้ว่าราชการจังหวัด

c)

ปลัดกระทรวงหรือผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วแต่กรณี

d)

ไม่มีข้อถูก

41.

การจำหน่าย แลกเปลี่ยน หรือให้สุราหรือบุหรี่แก่เด็ก มีความผิดต้องระวางโทษตามข้อใด ?

a)

จำคุกไม่เกินหน่ึงเดือน หรือปรับไม่เกินหน่ึงหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

b)

จำคุกไม่เกินสองเดือน หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

c)

จำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินสามหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

d)

จำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

42.

บังคับ ขู่เข็ญ หรือยินยอมให้เด็ก ประพฤติตนไม่สมควรมีความผิดต้องระวางโทษตามข้อใด

a)

จำคุกไม่เกินหน่ึงเดือน หรือปรับไม่เกินหน่ึงหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

b)

จำคุกไม่เกินสองเดือน หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

c)

จำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินสามหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

d)

จำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

43.

โฆษณาทางสือมวลชนหรือเผยแพร่ด้วยประการใด เพื่อรับเด็ก หรือยกเด็ก ให้แก่บุคคลอื่นที่มิใช่ญาติ ของเด็ก มีความผิด ต้องระวางโทษตามข้อใด ?

a)

จำคุกไม่เกินหน่ึงเดือน หรือปรับไม่เกินหน่ึงหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

b)

จำคุกไม่เกินสองเดือน หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

c)

จำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินสามหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

d)

จำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

44.

ใช้ / ยินยอมให้เด็กเล่นการพนันไม่ว่าชนิดใด หรือเข้าไปในสถานที่เล่นการพนัน มีความผิดต้องระวางโทษ ตามข้อใด

a)

จำคุกไม่เกินหน่ึงเดือน หรือปรับไม่เกินหน่ึงหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

b)

จำคุกไม่เกินสองเดือน หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

c)

จำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินสามหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

d)

จำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

45.

ผู้ใดโฆษณา/เผยแพร่ทางสื่อมวลชน/สื่อสารสนเทศประเภทใด ซึ่งข้อมูลเกี่ยวกับตัวเด็ก /ผู้ปกครอง โดยเจตนาที่จะทำให้เกิดความเสียหายแก่จิตใจ ชื่อเสียง เกียรติคุณ มีความผิดต้องระวางโทษตามข้อใด

a)

จำคุกไม่เกินหน่ึงเดือน หรือปรับไม่เกินหน่ึงหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

b)

จำคุกไม่เกินสองเดือน หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

c)

จำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินสามหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

d)

จำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

46.

ผู้ปกครองสวัสดิภาพ/ผู้คุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก เปิดเผยช่ือตัว ช่ือสกุล ภาพหรือข้อมูลใดๆเก่ียวกับตัวเด็ก ผู้ปกครอง ในลักษณะที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ช่ือเสียง มีความผิดต้องระวางโทษตามข้อใด

a)

จำคุกไม่เกินหน่ึงเดือน หรือปรับไม่เกินหน่ึงหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

b)

จำคุกไม่เกินสองเดือน หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

c)

จำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินสามหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

d)

จำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

47.

ผู้ใดไม่ยอมมาให้ถ้อยคำ /ให้ถ้อยคำอันเป็นเท็จต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ มีความผิดต้องระวางโทษตามข้อใด

a)

จำคุกไม่เกินหน่ึงเดือน หรือปรับไม่เกินหน่ึงหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

b)

จำคุกไม่เกินสองเดือน หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

c)

จำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินสามหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

d)

จำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

48.

ผู้ใดฝ่าฝืนข้อกำหนดของศาลในการคุมความประพฤติ ห้ามเข้าเขตกำหนดหรือห้ามเข้าใกล้ต้วเด็ก มีความผิดต้องระวางโทษตามข้อใด

a)

จำคุกไม่เกินหน่ึงเดือน หรือปรับไม่เกินหน่ึงหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

b)

จำคุกไม่เกินสองเดือน หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

c)

จำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินสามหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

d)

จำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

49.

ผู้ใดจัดตั้งหรือดำเนินกิจการสถานรับเลี้ยงเด็ก สถานแรกรับ สถานสงเคราะห์โดยมิได้รับใบอนุญาต หรือ ใบอนุญาตถูก เพิกถอนหรือหมดอายุมีความผิดต้องระวางโทษตามข้อใด

a)

จำคุกไม่เกินหน่ึงเดือน หรือปรับไม่เกินหน่ึงหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

b)

จำคุกไม่เกินสองเดือน หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

c)

จำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินสามหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

d)

จำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

50.

ผู้ใดกระทำการอันเป็นการยุยง ส่งเสริม ช่วยเหลือ หรือสนับสนุนให้นักเรียนหรือนักศึกษาแต่งกายผิดระเบียบมีความผิด ต้องระวางโทษตามข้อใด

a)

จำคุกไม่เกินหน่ึงเดือน หรือปรับไม่เกินหน่ึงหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

b)

จำคุกไม่เกินสองเดือน หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

c)

จำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินสามหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

d)

จำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

51.

ผู้ใดไม่อำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่เข้าไปในสถานที่ใด ๆ เพื่อตรวจสอบการฝ่าฝืนกฎหมาย หรือระเบียบเกี่ยวกับความประพฤติของนักเรียนหรือนักศึกษา ต้องระวางโทษตามข้อใด

a)

จำคุกไม่เกินหน่ึงเดือน หรือปรับไม่เกินหน่ึงหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

b)

จำคุกไม่เกินสองเดือน หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

c)

จำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินสามหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

d)

จำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ