Wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

แบบทดสอบงานไฟฟ้ารถยนต์

Total questions: 57

Worksheet time: 19mins

Name
Class
Date
1.
หน่วยวัดกระแสไฟฟ้าคือข้อใด
a)
โวลต์
b)
แอมแปร์
c)
โอห์ม
d)
คูลอมบ์
2.
หน่วยวัดแรงเคลื่อนไฟฟ้าคือข้อใด
a)
โวลต์
b)
แอมแปร์
c)
โอห์ม
d)
คูลอมบ์
3.
หน่วยวัดความต้านทานไฟฟ้าคือข้อใด
a)
โวลต์
b)
แอมแปร์
c)
โอห์ม
d)
คูลอมบ์
4.
ไฟฟ้ากระแสตรงได้จาก
a)
ไฟฟ้าในบ้าน
b)
ถ่านไฟฉาย
c)
ไฟฟ้าในโรงงาน
d)
ไฟฟ้าสถิต
5.
ไฟฟ้ากระแสสลับได้จาก
a)
ไฟฟ้าในบ้าน
b)
ถ่านไฟฉาย
c)
แบตเตอรี่
d)
ไฟฟ้าสถิต
6.
กฎของโอห์มเขียนเป็นสูตรคือข้อใด
a)
I = E/R
b)
I=ER
c)
E=I/R
d)
P=IE
7.
เมื่อต่อกระแสไฟฟ้าเข้าลวดตัวนำจะเกิดข้อใด
a)
ลัดวงจร
b)
แม่เหล็กถาวร
c)
แม่เหล็กไฟฟ้า
d)
แม่เหล็กชั่วคราว
8.
ขดลวดไฟฟ้าแรงต่ำในคอยล์จุดระเบิดเรียกว่าอย่างไร
a)
ขดลวดปฐมภูมิ
b)
ขดลวดทุติยภูมิ
c)
ขดลวดเหนี่ยวนำ
d)
ขดลวดคอยล์
9.
การเกิดแรงดันไฟฟ้าในขดลวดทุติยภูมิได้อย่างไร
a)
สนามแม่เหล็กยุบตัว
b)
สนามแม่เหล็กขยายตัว
c)
การเหนี่ยวแกนเหล็กเป็นแม่เหล็ก
d)
การเหนี่ยวนำสนามแม่เหล็ก
10.
จากรูปเป็นสัญลักษณ์ของอุปกรณ์ใด
a)
ซีเนอร์ไดโอด
b)
ตัวเก็บประจุ
c)
เกจวัด
d)
ตัวต้านทาน
11.
จากรูปเป็นสัญลักษณ์ของอุปกรณ์ใด
a)
ซีเนอร์ไดโอด
b)
ตัวเก็บประจุ
c)
ที่จุดบุหรี่
d)
ตัวต้านทาน
12.
จากรูปเป็นสัญลักษณ์ของอุปกรณ์ใด
a)
ฟิวส์
b)
จุดต่อขั้วสายไฟ
c)
ตัวต้านทาน
d)
คอนเดนเซอร์
13.
จากรูปเป็นสัญลักษณ์ของอุปกรณ์ใด
a)
เครื่องกำเนิดไฟฟ้า
b)
หม้อแปลงไฟฟ้า
c)
เกจวัดแบบอนาล็อค
d)
มอเตอร์
14.
จากรูปเป็นสัญลักษณ์ของอุปกรณ์ใด
a)
เครื่องมือวัดกระแสไฟฟ้า
b)
เครื่องมือวัดแรงเคลื่อนไฟฟ้า
c)
เครื่องกำเนิดไฟฟ้า
d)
เครื่องมือปรับแรงเคลื่อนไฟฟ้า
15.
จากรูปเป็นสัญลักษณ์ของอุปกรณ์ใด
a)
เครื่องมือวัดกระแสไฟฟ้า
b)
เครื่องมือวัดแรงเคลื่อนไฟฟ้า
c)
เครื่องกำเนิดไฟฟ้า
d)
เครื่องมือปรับแรงเคลื่อนไฟฟ้า
16.
Br หมายถึงสีใด
a)
ดำ
b)
ดำแดง
c)
น้ำเงิน
d)
น้ำตาล
17.
RY หมายถึงสีใด
a)
แดงขาว
b)
แดงเหลือง
c)
แดงดำ
d)
เหลืองดำ
18.
การเลือกขนาดสายไฟต้องพิจารณาจาก
a)
ขนาดและชนิดของอุปกรณ์
b)
การกินกระแสของอุปกรณ์
c)
การเปรียบเทียบจากของเดิม
d)
ถูกทุกข้อ
19.
การวัดขนาดของสายไฟจะวัดที่ใด
a)
ฉนวน
b)
พื้นที่หน้าตัดของตัวนำ
c)
จำนวนเส้นของตัวนำ
d)
การกินกระแสไฟฟ้า
20.
มอเตอร์สตาร์ตเป็นอุปกรณ์ในข้อใด
a)
ก. เปลี่ยนพลังงานแม่เหล็กเป็นพลังงานกล
b)
ข. เปลี่ยนพลังงานกลเป็นพลังงานขับเครื่องยนต์
c)
ค. เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานกล
d)
ง. เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานแม่เหล็ก
21.
มอเตอร์สตาร์ตชนิดใด ให้กำลังงานสูง
a)
ก. Bendix
b)
ข. Overrunning clutch
c)
ค. Reduction type starter
d)
ง. Dyer drive
22.
มอเตอร์สตาร์ตชนิดใดที่นิยมใช้กันมาก
a)
ก. Bendix
b)
ข. Overrunning clutch
c)
ค. Reduction type starter
d)
ง. Dyer drive
23.
มอเตอร์สตาร์ตมีขั้วใดบ้าง
a)
ก. 30 , 50 , C
b)
ข. B , 50 ,C
c)
ค. B , 30 , 50
d)
ง. B , st , 30
24.
อุปกรณ์ที่ช่วยให้เฟืองขับมอเตอร์สตาร์ตหมุนเป็นอิสระกับทุ่นอาร์มาเจอร์เมื่อเครื่องยนต์ติดคือข้อใด
a)
ก. ก้ามปู
b)
ข. โอเวอร์รันนิ่งคลัตซ์
c)
ค. เฟืองขับ
d)
ง. สวิตซ์แม่เหล็ก
25.
แปรงถ่านสัมผัสส่วนใดของมอเตอร์
a)
ก. โซลินนอยด์
b)
ข. ฟิลด์คอยล์
c)
ค. คอมมิวเตเตอร์
d)
ง. อาร์มาเจอร์
26.
แผ่นธาตุบวกทำจากอะไร
a)
ก. ตะกั่วเปอร์ออกไซด์
b)
ข. ตะกั่วธรรมดา
c)
ค. ตะกั่วผสมพลวง
d)
ง. ตะกั่วผสมดีบุก
27.
แผ่นธาตุลบทำจากอะไร
a)
ก. ตะกั่วเปอร์ออกไซด์
b)
ข. ตะกั่วธรรมดา
c)
ค. ตะกั่วผสมพลวง
d)
ง. ตะกั่วผสมดีบุก
28.
แบตเตอรี่เมื่อมีไฟเต็มจะมีค่าความถ่วงจำเพราะเท่าไร
a)
ก. 1.16
b)
ข. 1.160 – 1.200
c)
ค. 1.200 - 1.210
d)
ง. 1.260 – 1.280
29.
แบตเตอรี่ความจุ 100 Ah จะสามารถจ่ายกระแสได้สูงสุดกี่แอมแปร์เป็นเวลานาน 20 ชั่วโมง
a)
ก. 2 แอมแปร์
b)
ข. 3 แอมแปร์
c)
ค. 4 แอมแปร์
d)
ง. 5 แอมแปร์
30.
อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่กำเนิดไฟแรงสูงคืออะไร
a)
ก. คอนเดนเซอร์
b)
ข. คอยล์จุดระเบิด
c)
ค. จานจ่าย
d)
ง. หน้าทองขาว
31.
คอยล์จุดระเบิดสามารถผลิตไฟแรงสูงได้ประมาณกี่โวลต์
a)
ก. 5,000 – 10,000 โวลต์
b)
ข. 10,000 – 30,000 โวลต์
c)
ค. 30,000 – 40,000 โวลต์
d)
ง. 40,000 – 50,0000 โวลต์
32.
อุปกรณ์ที่ใช้ลดประกายไฟที่หน้าทองขาวคืออะไร
a)
ก. ความต้านทาน
b)
ข. คอยล์จุดระเบิด
c)
ค. สายคอยล์
d)
ง. คอนเดนเซอร์
33.
เครื่องยนต์ที่ทำงานด้วยความเร็วรอบปานกลางจะต้องใช้หัวเทียนชนิดใด
a)
ก. หัวเทียนร้อน
b)
ข. หัวเทียนมาตรฐาน
c)
ค. หัวเทียนเย็น
d)
ง. ชนิดใดก็ได้
34.
อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่เป็นสวิตช์และช่วยลดแรงดันตกคร่อมในวงจรคือข้อใด
a)
ก. รีเลย์
b)
ข. สวิตช์ไฟหน้า
c)
ค. สวิตช์จุดระเบิด
d)
ง. สวิตช์ไฟสูง – ต่ำ
35.
ขดลวดโซลินอยด์ทำหน้าที่อะไร
a)
ก. หมุนเครื่องยนต์
b)
ข. ตัดต่อกระแสไฟเข้ามอเตอร์สตาร์ต
c)
ค. หมุนเฟืองขับ
d)
ง. ทำให้เกิดสนามแม่เหล็ก
36.
ขดลวดที่ทำหน้าที่เลื่อนเฟืองขับมอเตอร์สตาร์ตคือข้อใด
a)
ก. อาร์มาเจอร์
b)
ข. ขดลวดยึด
c)
ค. ขดลวดดึง
d)
ง. ขดลวดฟิลด์คอยล์
37.
อุปกรณ์ที่สร้างสนามแม่เหล็กเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าในอัลเตอร์เนเตอร์คือข้อใด
a)
ก. ไดโอด
b)
ข. เร็กกูเลเตอร์
c)
ค. สเตเตอร์
d)
ง. โรเตอร์
38.
อุปกรณ์ที่ผลิตกระแสไฟฟ้าในอัลเตอร์เนเตอร์คือข้อใด
a)
ก. ไดโอด
b)
ข. เร็กกูเลเตอร์
c)
ค. สเตเตอร์
d)
ง. โรเตอร์
39.
อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่แปลงกระแสสลับให้เป็นกระแสตรงคือข้อใด
a)
ก. ไดโอด
b)
ข. เร็กกูเลเตอร์
c)
ค. สเตเตอร์
d)
ง. โรเตอร์
40.
เร็กกูเลเตอร์ใช้ควบคุมแรงดันไฟฟ้าเพื่อประจุแบตเตอรี่ให้อยู่ในค่าที่กำหนดประมาณกี่โวลต์
a)
ก. 12.0 โวลต์
b)
ข. 12.8 – 13.8 โวลต์
c)
ค. 13.8 – 14.8 โวลต์
d)
ง. 16.0
41.
การตรวจสอบชุดแปลงกระแสในอัลเตอร์เนเตอร์ถ้าเข็มโอห์มมิเตอร์ กระดิกขึ้นทั้ง 2 ข้างแสดงว่า
a)
ก. ไดโอดขาด
b)
ข. ไดโอดลัดวงจร
c)
ค. ไดโอดปกติ
d)
ง. ไดโอดไม่ทำงาน
42.
หน้าที่ของเร็กกูเลเตอร์คือข้อใด
a)
ก. ตัดวงจรไฟเตือนชาร์จ
b)
ข. ควบคุมไฟชาร์จ
c)
ค. ลดปริมาณไฟเข้าโรเตอร์
d)
ง. ถูกทุกข้อ
43.
การตรวจสภาพภายนอกแบตเตอรี่คือการตรวจอะไร
a)
ก. การตรวจรอยรั่วและระดับน้ำกรด
b)
ข. การตรวจความถ่วงจำเพาะ
c)
ค. การตรวจแรงดันไฟฟ้า
d)
ง. การตรวจวัดกระแส
44.
ข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับการทำความสะอาดแบตเตอรี่
a)
ก. ใช้แปรงลวดทำความสะอาด
b)
ข. ใช้แปรงจุ่มเบกิ้งโซดาผสมน้ำทำความสะอาด
c)
ค. ทำความสะอาดด้วยน้ำสะอาดและใช้ลูกยางดูดน้ำออก
d)
ง. ใช้พัดลมเป่าให้แห้ง
45.
การถอดขั้วลบของแบตเตอรี่ก่อนเพื่ออะไร
a)
ก. เป็นขั้วเล็ก ถอดง่ายกว่า
b)
ข. เป็นขั้วใหญ่ ถอดง่ายกว่า
c)
ค. ป้องกันการเกิดประกายไฟ
d)
ง. ป้องกันการลัดวงจรภายในแบตเตอรี่
46.
การเติมน้ำกลั่นให้ได้ระดับอยู่เสมอทำเพื่ออะไร
a)
ก. เพื่อไม่ให้กระแสไฟในแบตเตอรี่ลดลง
b)
ข. เพื่อรักษาอุณหภูมิของแบตเตอรี่
c)
ค. เพื่อรักษาสภาพของแผ่นธาตุ
d)
ง. เพื่อไม่ให้แผ่นธาตุลัดวงจร
47.
การประจุแบตเตอรี่แบบเร็ว กรณีที่แบตเตอรี่หลายลูกจะนำมาต่อกันแบบใด
a)
ก. แบบอนุกรม
b)
ข. แบบขนาน
c)
ค. แบบผสม
d)
ง. ได้ทุกแบบ
48.
เมื่อนำแบตเตอรี่ที่มีขนาดแรงดันไฟฟ้าและความจุเท่ากัน 2 ลูก มาต่อพ่วงแบบอนุกรมจะมีผลอย่างไร
a)
ก. ความจุน้อยลม
b)
ข. แรงดันเท่าเดิม
c)
ค. แรงดันเพิ่มเป็น 2 เท่า
d)
ง. ความจุเพิ่มเป็น 2 เท่า
49.
ชิ้นส่วนของมอเตอร์สตาร์ตที่จะต้องตรวจความสะอาด เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือชิ้นส่วนใด
a)
ก. อาร์มาเจอร์
b)
ข. คอมมิวเตเตอร์
c)
ค. ฟิลด์คอยล์
d)
ง. ชุดแปรงถ่าน
50.
หน้าที่ของระบบจุดระเบิดของเครื่องยนต์คือข้อใด
a)
ก. จ่ายไฟแรงสูงไปยังหัวเทียน
b)
ข. สร้างไฟแรงต่ำให้เกิดประกายไฟแรงสูงที่หัวเทียน
c)
ค. ทำให้เกิดการเหนี่ยวนำเพื่อเกิดแรงเคลื่อนไฟแรงสูง
d)
ง. เกิดประกายไฟที่ห้องเผาไหม้
51.
ในกรณีไฟไม่ประจุและทำให้ขดลวดฟิลด์รีเลย์ในเร็กกูเรเตอร์ไหม้สาเหตุเกิดจากอะไร
a)
ก. ขดลวดขนานทั้ง 2 ขดไม่ทำงาน
b)
ข. หน้าคอนแทกสกปรก
c)
ค. มีการลงกราวด์ที่คอนแทกตัวล่าง
d)
ง. ไดโอดในอัลเตอร์เนเตอร์ชำรุด
52.
อุปกรณ์ของจานจ่ายไฟแบบทองขาวข้อใดใช้จาระบีหล่อลื่น
a)
ก. ลูกเบี้ยว
b)
ข. เพลาจานจ่าย
c)
ค. จุดหมุนตุ้มน้ำหนัก
d)
ง. แผ่นจานลูกเบี้ยว
53.
การตั้งระยะห่างของเขี้ยวหัวเทียนตามมาตรฐานจะมีค่าประมาณเท่าใด
a)
ก. 0.4 – 0.5 มิลลิเมตร
b)
ข. 0.6 – 0.8 มิลลิเมตร
c)
ค. 0.9 – 1.00 มิลลิเมตร
d)
ง. 1.10 – 1.20 มิลลิเมตร
54.
ระบบประจุไฟฟ้าในรถยนต์มีวัตถุประสงค์ใด
a)
ก. จ่ายพลังงานไฟฟ้าให้วงจรสตาร์ต
b)
ข. จ่ายพลังงานไฟฟ้าให้กับแบตเตอรี่
c)
ค. จ่ายพลังงานไฟฟ้าให้กับวงจรไฟหน้า
d)
ง. จ่ายพลังงานไฟฟ้าให้กับโซลินอยด์
55.
การทดสอบสมรรถนะของมอเตอร์สตาร์ตใช้วิธีทดสอบใด
a)
ก. การทำงานเมื่อมีภาระ
b)
ข. การทำงานของสวิตช์มอเตอร์
c)
ค. การทำงานเมื่อไม่มีภาระ
d)
ง. การทำงานของโซลีนอยด์
56.
ถ้าระบบไฟหน้าไม่ติดทั้ง 2 ดวง ควรตรวจสอบอุปกรณ์ใดก่อน
a)
ก. จุดต่อสาย
b)
ข. หลอด
c)
ค. ฟิวส์
d)
ง. สวิตช์
57.
แบตเตอรี่แบบใดไม่ต้องเติมน้ำกลั่น
a)
ก. แบตเตอรี่แบบน้ำ
b)
ข. แบตเตอรี่แบบแห้ง
c)
ค.แบตเตอรี่แบบกึ่งแห้ง
d)
ง. ถูกทุกข้อ